ตลาดและการขายเผยแพร่ 25 ตุลาคม 2569

อ่านรายงานราคาข้าวรายสัปดาห์ให้เป็น ราคาหน้าโรงสี ราคา FOB และราคาตลาดต่างกันอย่างไร

แยกให้ออกว่าราคาหน้าโรงสี ราคา FOB และราคาข้าวสารต่อกระสอบต่างกันอย่างไร พร้อมตัวอย่างอ่านรายงานจริงสัปดาห์ 5 ถึง 23 ต.ค. 2569 และวิธีคิดน้ำหนักหักความชื้น

อ่านรายงานราคาข้าวรายสัปดาห์ให้เป็น ราคาหน้าโรงสี ราคา FOB และราคาตลาดต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ราคาหน้าโรงสี ราคาข้าวสารต่อกระสอบ และราคา FOB เป็นราคาคนละขั้นของห่วงโซ่ บทความนี้สอนอ่านรายงานรายสัปดาห์ โดยดูวันที่ ชนิดข้าว ความชื้น และหน่วยก่อนเสมอ

คำตอบเร็ว: ราคาหน้าโรงสีคือราคาที่โรงสีรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา ณ หน้าโรงสี คิดเป็นบาทต่อตัน ที่ความชื้นมาตรฐาน ราคา FOB คือราคาส่งออกข้าวสารที่ส่งมอบบนเรือ คิดเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่วนราคาตลาดในประเทศที่สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยรายงานรายสัปดาห์เป็นราคาข้าวสารต่อกระสอบ ทั้งสามราคาอยู่คนละขั้นของห่วงโซ่ จึงเอามาเทียบตรง ๆ กับราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาขายไม่ได้ ก่อนอ่านทุกครั้งให้ดูสามอย่าง คือ วันที่ ชนิดข้าว และหน่วย (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวนาปี ชาวนาจะได้ยินตัวเลขราคาข้าวจากหลายทางพร้อมกัน เพื่อนบ้านบอกว่าโรงสีรับตันละหมื่นหก ข่าวบอกว่าข้าวขาวขึ้นไปกระสอบละ 1,520 ส่วนอีกข่าวบอกว่าส่งออกตันละ 500 ดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ขัดกันและไม่ได้เป็นตัวเลขของสิ่งเดียวกัน บทความนี้สอนวิธีอ่านรายงานราคาข้าวรายสัปดาห์ โดยใช้รายงานจริงของสัปดาห์ 5 ถึง 23 ตุลาคม 2569 เป็นตัวอย่าง ไม่ทำนายว่าราคาจะขึ้นหรือลง

ราคาทั้งสามแบบ คือราคาของอะไร

ภาพประกอบ ราคาทั้งสามแบบ คือราคาของอะไร
ชื่อที่เห็นในข่าวราคาของอะไรหน่วยที่มักเห็นใครเป็นคนรายงาน (ตามตัวอย่างที่เปิดอ่าน)
ราคาหน้าโรงสี หรือราคารับซื้อข้าวเปลือกข้าวเปลือกที่ชาวนานำไปขายที่โรงสี ราคาขึ้นกับพันธุ์ ความชื้น และสิ่งเจือปนบาทต่อตัน หรือบาทต่อหาบในบางพื้นที่สมาคมโรงสีข้าว ผู้แทนโรงสี หรือหน่วยงานราชการ
ราคาข้าวสารในประเทศ (ที่สมาคมผู้ส่งออกรายงาน)ข้าวสารที่สีแล้ว ซื้อขายในประเทศ เช่น ข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 และปลายข้าว เอวัน เลิศบาทต่อกระสอบสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย
ราคา FOBข้าวสารที่ส่งออก ส่งมอบบนเรือที่ท่าเรือกรุงเทพ ไม่รวมค่าระวางเรือและประกันไปปลายทางดอลลาร์สหรัฐต่อตันสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

ข้อควรระวังที่สำคัญคือ ในรายงานรายสัปดาห์ที่เปิดอ่านประกอบบทความนี้ ทั้งราคาข้าวสารต่อกระสอบและราคา FOB เป็นราคาข้าวสาร ไม่ใช่ข้าวเปลือก รายงานข่าวสัปดาห์ 5 ถึง 9 ตุลาคม ของกรุงเทพธุรกิจที่เปิดอ่านไม่มีราคาข้าวเปลือกในรายงานชุดนั้นเลย ถ้าชาวนาจะเทียบราคาที่ตัวเองขาย ต้องหาราคาข้าวเปลือกจากแหล่งที่รายงานข้าวเปลือกโดยตรง และดูให้ตรงชนิดข้าวและความชื้น

อ่านรายงานจริง สัปดาห์ 5 ถึง 23 ตุลาคม 2569

รายงานของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยที่สื่อนำมาเผยแพร่ใช้รูปแบบ "จากราคาเดิม เป็นราคาใหม่" ของสัปดาห์ที่ผ่านมา ตารางด้านล่างรวบรวมจากสามรายงานข่าวที่เปิดอ่านโดยตรง

สัปดาห์ข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 (บาทต่อกระสอบ)ปลายข้าว เอวัน เลิศ (บาทต่อกระสอบ)FOB ข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 (ดอลลาร์ต่อตัน)FOB ปลายข้าว เอวัน เลิศ (ดอลลาร์ต่อตัน)
5 ถึง 9 ต.ค. 25691,450 เป็น 1,4701,150 เป็น 1,180480 เป็น 485389 เป็น 397
12 ถึง 16 ต.ค. 25691,470 เป็น 1,5001,180 เป็น 1,240485 เป็น 495397 เป็น 416
19 ถึง 23 ต.ค. 25691,500 เป็น 1,5201,240 เป็น 1,270495 เป็น 500416 เป็น 424

ที่มา สัปดาห์แรก กรุงเทพธุรกิจ ลงวันที่ 25 ต.ค. 2569 สัปดาห์ที่สอง ฐานเศรษฐกิจ ลงวันที่ 18 ต.ค. 2569 สัปดาห์ที่สาม สยามรัฐ ลงวันที่ 23 ต.ค. 2569 ซึ่งทั้งหมดอ้างข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย (ในข่าวสยามรัฐ ส่วนราคา FOB ถูกเขียนต่อจากรายงานของสมาคมโดยไม่ได้ระบุแหล่งแยก)

วิธีอ่านแถวหนึ่ง ๆ ให้ไล่จากซ้ายไปขวา เช่น ข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 ในสัปดาห์ 19 ถึง 23 ตุลาคม เขียนว่า 1,500 เป็น 1,520 หมายถึงราคาสิ้นสัปดาห์ก่อนคือกระสอบละ 1,500 บาท และราคาในรายงานรอบนี้คือกระสอบละ 1,520 บาท เพิ่มขึ้น 20 บาท สังเกตว่าตัวเลข "ราคาเดิม" ของแต่ละสัปดาห์ตรงกับ "ราคาใหม่" ของสัปดาห์ก่อนหน้า (1,470 ต่อด้วย 1,470 เป็น 1,500) ซึ่งเป็นวิธีเช็กว่าอ่านถูกชุดข้อมูลหรือไม่

ถ้ามีเครื่องคิดเลข ลองคำนวณการเปลี่ยนแปลงเอง เช่น ข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ 5 ตุลาคมถึงสิ้นสัปดาห์ 23 ตุลาคม ขยับจาก 1,450 เป็น 1,520 บาทต่อกระสอบ คือ 70 บาท ส่วน FOB ขยับจาก 480 เป็น 500 ดอลลาร์ต่อตัน คือ 20 ดอลลาร์ นี่คือการอธิบายสิ่งที่เกิดแล้ว ไม่ได้บอกว่าสัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร

ทำไมต้องดูหน่วย กระสอบ ตัน และหาบ

  • กระสอบ ในรายงานข่าวที่เปิดอ่านประกอบบทความนี้ไม่ได้ระบุน้ำหนักของกระสอบไว้ จึงไม่ควรแปลงเป็นบาทต่อกิโลกรัมเอง ให้ตรวจกับรายงานต้นฉบับของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย
  • ต่อ 100 กิโลกรัม เป็นหน่วยที่ปรากฏในบรรทัดหัวข่าวของกรุงเทพธุรกิจ เช่น ข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ 1,450 ถึง 1,460 บาทต่อ 100 กิโลกรัม (สัปดาห์ 5 ถึง 9 ต.ค.) และ 1,450 ถึง 1,480 บาท (สัปดาห์ 12 ถึง 16 ต.ค.) ซึ่งเป็นชนิดข้าวคนละเกรดกับข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 ห้ามเอาไปเทียบกัน
  • ตัน ใช้กับ FOB (ดอลลาร์ต่อตัน) และกับข้าวเปลือกหน้าโรงสี (บาทต่อตัน) แต่เป็นสกุลเงินและชนิดข้าวคนละอย่าง
  • หาบ เป็นหน่วยที่ยังใช้ในบางพื้นที่ ข่าวฐานเศรษฐกิจ (10 ต.ค. 2569) แปลงให้ดูว่า 1,700 ถึง 1,800 บาทต่อหาบ เท่ากับประมาณ 28.33 ถึง 30 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งตีความได้ว่าหนึ่งหาบคือ 60 กิโลกรัม เมื่อเทียบจากตัวเลขในข่าวนั้น

ราคาข้าวเปลือกหน้าโรงสี อ่านอย่างไร และเกี่ยวกับความชื้นแค่ไหน

ข่าวฐานเศรษฐกิจลงวันที่ 10 ตุลาคม 2569 รายงานราคาเสนอซื้อล่วงหน้าของผู้ส่งออก ผ่านประธานสมาคมโรงสีข้าวภาคอีสาน (วิชัย ศรีนวกุล) ว่า ข้าวเปลือกหอมมะลิใหม่ ความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 15,500 ถึง 16,500 บาทต่อตัน และข้าวเกี่ยวสดความชื้นประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ประมาณ 13,600 บาทต่อตัน ผู้บริหารสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยให้ประมาณการสำหรับข้าวเปลือกความชื้น 15 เปอร์เซ็นต์ไว้ที่ 16,000 ถึง 17,000 บาทต่อตัน นี่คือราคา ณ วันที่ 10 ตุลาคม และเป็นราคาเสนอซื้อล่วงหน้า ไม่ใช่ราคาที่โรงสีประกาศรับซื้อจริงทุกแห่ง

เหตุที่ราคาข้าวเปลือกที่ความชื้นต่างกันห่างกันถึงสองพันกว่าบาท ข่าวเดียวกันอธิบายตามที่ผู้แทนโรงสีให้ข้อมูลว่า ความชื้นมาตรฐานคือ 15 เปอร์เซ็นต์ และความชื้นที่เกินแต่ละหนึ่งจุดจะถูกหักประมาณ 1.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก (เท่ากับราว 240 บาทต่อตันสำหรับหอมมะลิ) ที่ความชื้น 25 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเกิน 10 จุด จะถูกหักรวม 15 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 2,400 บาทต่อตัน เกณฑ์ของโรงสีแต่ละแห่งอาจต่างกัน ให้ถามโรงสีก่อนขายว่าใช้เกณฑ์หักความชื้นอย่างไร

ตัวอย่างคำนวณ (ตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกอ่าน ไม่ใช่ราคารับซื้อจริง)

สมมติชาวนาเกี่ยวหอมมะลิสดได้ 1 ตัน (1,000 กิโลกรัม) ความชื้น 25 เปอร์เซ็นต์ และโรงสีใช้เกณฑ์หักตามข่าวข้างต้น (เกิน 10 จุด หัก 15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนัก) ส่วนราคาที่ใช้คำนวณสมมติเป็น 16,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นค่าที่อยู่ในกรอบประมาณการ 16,000 ถึง 17,000 บาทที่ข่าวอ้าง

ขั้นตอนตัวเลขตัวอย่างที่มาของตัวเลข
น้ำหนักข้าวสดที่นำไปชั่ง1,000 กิโลกรัมสมมติ
ความชื้นที่วัดได้25 เปอร์เซ็นต์สมมติ
น้ำหนักที่ถูกหัก15 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ 150 กิโลกรัมเกณฑ์หักตามข่าวฐานเศรษฐกิจ 10 ต.ค. 2569
น้ำหนักที่นำมาคิดเงิน850 กิโลกรัม1,000 ลบ 150
ราคาต่อกิโลกรัมที่ใช้คำนวณ16 บาท (16,000 บาทต่อตัน)สมมติ อยู่ในกรอบประมาณการตามข่าว
เงินที่ได้13,600 บาท850 คูณ 16

ผลคือ ข้าวหนึ่งตันที่ความชื้น 25 เปอร์เซ็นต์ได้ประมาณ 13,600 บาท ใกล้เคียงกับราคาข้าวเกี่ยวสดตันละ 13,600 บาทที่ข่าวรายงาน สิ่งที่ตัวอย่างนี้สอนคือ ราคา "ตันละหมื่นหก" กับ "ตันละหมื่นสาม" อาจเป็นข้าวชนิดเดียวกันที่ความชื้นต่างกัน ไม่ได้แปลว่าโรงสีสองแห่งให้ราคาต่างกันขนาดนั้น

ราคา FOB อ่านอย่างไร และทำไมไม่ใช่ราคาที่ชาวนาได้

FOB ย่อมาจาก Free on Board หมายถึงผู้ขายรับผิดชอบสินค้าจนถึงบนเรือที่ท่าเรือต้นทาง ในรายงานคือ FOB กรุงเทพ ตัวเลข 500 ดอลลาร์ต่อตันของข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 ในสัปดาห์ 19 ถึง 23 ตุลาคมจึงเป็นราคาข้าวสารที่ผู้ส่งออกขายให้ผู้ซื้อต่างประเทศ เมื่อสีแล้ว บรรจุแล้ว และพร้อมส่งมอบ

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ (ใช้อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 33 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งไม่ได้อ้างจากแหล่งใด) 500 ดอลลาร์ต่อตัน เท่ากับ 16,500 บาทต่อตัน หรือ 1,650 บาทต่อ 100 กิโลกรัม ตัวเลขนี้เป็นราคาข้าวสารที่ผ่านการสีและการขนส่ง ไม่ใช่ราคาข้าวเปลือก และไม่ใช่เงินที่ชาวนาจะได้ การนำ FOB ไปเปรียบกับราคาข้าวเปลือกหน้าโรงสีตรง ๆ จะทำให้เข้าใจผิด สิ่งที่ FOB บอกได้ดีคือ ทิศทางของตลาดส่งออกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่โรงสีและผู้ส่งออกใช้ประกอบการเสนอซื้อ

ขั้นตอนอ่านรายงานราคาข้าว 6 ขั้นตอน

  1. ดูวันที่และสัปดาห์ที่ครอบคลุม ข่าวลงวันที่ 25 ตุลาคม อาจเป็นราคาของสัปดาห์ 5 ถึง 9 ตุลาคมก็ได้ เช่น ข่าวกรุงเทพธุรกิจที่เปิดอ่านลงวันที่ 25 ต.ค. แต่ครอบคลุมสัปดาห์ 5 ถึง 9 ต.ค. ตามที่ระบุในเนื้อหา
  2. ดูว่าใครเป็นผู้รายงาน สมาคมโรงสี สมาคมผู้ส่งออก หรือหน่วยงานรัฐ แต่ละแห่งรายงานข้าวคนละขั้นตอน
  3. ดูชนิดและเกรดข้าว ข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวเหนียว ปลายข้าว ข้าวเปลือกหรือข้าวสาร ความชื้นเท่าไร
  4. ดูหน่วย บาทต่อตัน บาทต่อกระสอบ บาทต่อ 100 กิโลกรัม หรือดอลลาร์ต่อตัน
  5. อ่านเป็นคู่ จากและถึง ราคาเดิมกับราคาใหม่ แล้วคำนวณส่วนต่างเอง
  6. เทียบกับราคาที่โรงสีเสนอจริง โทรถามโรงสีใกล้บ้านอย่างน้อย 2 แห่ง ถามความชื้น เกณฑ์หัก และเงื่อนไขการชำระเงิน

แหล่งที่ควรตรวจราคาด้วยตัวเอง

สำหรับราคาที่ใช้ตัดสินใจขายจริง ควรตรวจจากแหล่งทางการหรือแหล่งที่รายงานตรงชนิดข้าวที่ปลูก ได้แก่ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย (รายงานราคาข้าวสารและ FOB รายสัปดาห์) สมาคมโรงสีข้าวไทย (ราคาข้าวเปลือกและข้าวสาร) กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีหน้าตรวจราคาขายส่งข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวที่ mex.moc.go.th (หน้าที่เปิดอ่านแสดงวันที่ข้อมูล 22/10/2569 แต่ไม่แสดงแถวราคาในขณะที่อ่าน จึงไม่ได้นำตัวเลขมาอ้าง) และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำหรับราคาที่เกษตรกรขายได้ ถ้าไม่พบราคาของสัปดาห์ที่ต้องการ ให้ถามเกษตรอำเภอหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดว่าตรวจได้จากที่ไหน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาอ่านราคาข้าว

  • เอาราคาข้าวสารต่อกระสอบมาเทียบกับราคาข้าวเปลือกต่อตัน แล้วคิดว่าโรงสีกดราคา
  • เอาราคา FOB เป็นดอลลาร์ไปคูณอัตราแลกเปลี่ยนแล้วถือเป็นราคาที่ชาวนาควรได้
  • ไม่ดูความชื้น จึงเปรียบราคาข้าวสดกับข้าวแห้งว่าเป็นราคาเดียวกัน
  • เชื่อข่าวที่ไม่ลงวันที่หรือไม่ระบุสัปดาห์ ทั้งที่ราคาข้าวเปลี่ยนทุกสัปดาห์
  • ใช้ตัวเลขราคาเสนอซื้อล่วงหน้าเป็นราคาที่โรงสีจ่ายจริงในวันขาย
  • เห็นข่าวว่าราคาขึ้นแล้วชะลอขายเพียงเพราะข่าว โดยไม่ดูว่าคลังข้าวและค่าเก็บรักษาของตัวเองรับได้หรือไม่ การตัดสินใจขายหรือเก็บต้องคิดจากต้นทุนและสภาพคลังของตัวเอง ไม่ใช่จากการเดาทิศทางราคา

บทความที่เกี่ยวข้อง

สรุป

ราคาข้าวสามแบบที่เห็นในข่าวเป็นราคาของคนละขั้นตอน ราคาหน้าโรงสีเป็นข้าวเปลือกต่อตัน ราคาข้าวสารในประเทศเป็นบาทต่อกระสอบ และ FOB เป็นดอลลาร์ต่อตันของข้าวสารส่งออก ก่อนอ่านทุกครั้งให้ดูวันที่ ผู้รายงาน ชนิดข้าว ความชื้น และหน่วย แล้วอ่านเป็นคู่ จากและถึง จากนั้นโทรเทียบราคากับโรงสีใกล้บ้านก่อนตัดสินใจขาย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สยามรัฐ (23 ตุลาคม 2569) — รายงานราคาข้าวสารและ FOB สัปดาห์ 19 ถึง 23 ต.ค. 2569 ที่อ้างสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย https://siamrath.co.th/agriculture/330894
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ (18 ตุลาคม 2569) — รายงานราคาข้าวสารและ FOB สัปดาห์ 12 ถึง 16 ต.ค. 2569 https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/671708
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ (25 ตุลาคม 2569) สัปดาห์ 5 ถึง 9 ต.ค. 2569 — ราคาข้าวสาร FOB และราคาต่อ 100 กิโลกรัม ที่อ้างสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย https://www.bangkokbiznews.com/business/1255757
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ (25 ตุลาคม 2569) สัปดาห์ 12 ถึง 16 ต.ค. 2569 — ราคาข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ต่อ 100 กิโลกรัม https://www.bangkokbiznews.com/business/1256666
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ (10 ตุลาคม 2569) — ราคาเสนอซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิใหม่ เกณฑ์หักความชื้นตามที่ผู้แทนโรงสีให้ข้อมูล และสถานะจำนำยุ้งฉางที่ยังไม่ยืนยัน https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/671132
  • 📄กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หน้าราคาขายส่งข้าว — แหล่งตรวจราคาขายส่งข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว (หน้าแสดงข้อมูล ณ 22/10/2569 โดยไม่แสดงแถวราคาตอนอ่าน) https://mex.moc.go.th/page/dit/checkprice/type/W/catid/9

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

NIIMBOT N1 เครื่องพิมพ์ฉลากถ่ายโอนความร้อน…

NIIMBOT N1 เครื่องพิมพ์ฉลากถ่ายโอนความร้อน…

ฉลาก/สติกเกอร์สินค้า

ใช้ติดชื่อ ราคา หรือวันที่บนถุงผลผลิตก่อนวางขาย

เครื่องปิดผนึกถุงความร้อนขนาดเล็กแพ็คถุงซีลอาหารถุงพลาสติก…

เครื่องปิดผนึกถุงความร้อนขนาดเล็กแพ็คถุงซีลอาหารถุงพลาสติก…

บรรจุภัณฑ์ผลผลิต

ใช้แพ็กผักผลไม้หรือไข่เพื่อขายและขนส่ง

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งผลผลิต

ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ราคาหน้าโรงสีกับราคา FOB อันไหนใกล้ราคาที่ชาวนาขายได้มากกว่า

ราคาหน้าโรงสีใกล้กว่ามาก เพราะเป็นราคาข้าวเปลือกที่ชาวนาขายจริง ส่วน FOB เป็นราคาข้าวสารส่งออก มีต้นทุนการสี การขนส่ง และกำไรของผู้ส่งออกรวมอยู่

ทำไมข่าวบอกราคาข้าวขึ้นแต่โรงสีใกล้บ้านให้ราคาไม่เท่าข่าว

ข่าวมักรายงานราคาข้าวสาร หรือราคาข้าวเปลือกที่ความชื้นมาตรฐานและชนิดข้าวเฉพาะ ราคาที่โรงสีจ่ายจริงขึ้นกับความชื้น ความสะอาด พันธุ์ และเกณฑ์ของโรงสีแต่ละแห่ง ควรถามให้ชัดว่าราคาที่เสนอคิดที่ความชื้นเท่าไร

รายงานราคาข้าวรายสัปดาห์ออกวันไหน

ตัวอย่างที่เปิดอ่านเป็นรายงานของสัปดาห์จันทร์ถึงศุกร์ (เช่น 19 ถึง 23 ตุลาคม 2569) และสื่อนำมาเผยแพร่ในวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ ตารางเวลาเผยแพร่ของแต่ละหน่วยงานอาจต่างกัน ให้ตรวจที่เว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นโดยตรง

ข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 กับข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ ต่างกันอย่างไร

ตัวเลขเปอร์เซ็นต์บอกเกรดข้าวสารตามสัดส่วนข้าวหักหรือคุณภาพ เป็นข้าวคนละเกรดและราคาคนละบรรทัดในรายงาน ตัวอย่างในบทความนี้ที่ใช้คือข้าวขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ชั้น 2 ซึ่งต้องไม่เอาไปเทียบกับข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ที่รายงานต่อ 100 กิโลกรัม

จะรู้ได้อย่างไรว่าควรขายตอนไหน

บทความนี้ไม่ทำนายราคา ให้ตัดสินจากต้นทุนของตัวเอง ภาระหนี้ ความชื้นของข้าว และพื้นที่เก็บ แล้วเทียบข้อเสนอจากโรงสีอย่างน้อย 2 แห่ง หากรัฐมีมาตรการเกี่ยวกับการเก็บข้าว ให้ตรวจประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือ ธ.ก.ส. ก่อน

ข่าวบอกว่าจะมีมาตรการจำนำยุ้งฉาง จริงหรือไม่

ข่าวฐานเศรษฐกิจ 10 ตุลาคม 2569 ระบุว่าสมาคมโรงสีเรียกร้องให้ออกหลักเกณฑ์โดยเร็ว และข่าวนั้นไม่ได้ยืนยันว่ามาตรการอนุมัติหรือเริ่มแล้ว บทความนี้ไม่ได้ตรวจประกาศทางการเรื่องนี้ ให้สอบถาม ธ.ก.ส. หรือเกษตรอำเภอ