คำตอบสั้น ๆ
กรอบคิดแบบ ถ้า...ให้... สำหรับชาวนาที่ลังเลระหว่างขายข้าวเปลือกตอนนี้กับเก็บรอราคา พร้อมสูตรคิดน้ำหนักจากความชื้น ต้นทุนเก็บ และตัวอย่างคำนวณที่ระบุฐานตัวเลข
คำตอบเร็ว: ให้ตัดสินใจด้วยตัวเลขสามก้อนเทียบกัน คือ ราคาที่ขายได้วันนี้ ต้นทุนการเก็บจนถึงวันขาย (ดอกเบี้ย ค่าแรง ค่าสูญเสีย) และความชื้นของข้าวตอนเข้ายุ้ง ถ้าข้าวยังชื้นเกิน 14% และไม่มีที่ตากหรือที่เก็บที่แห้งพอ การเก็บรอมักขาดทุนจากความเสียหายของข้าวเอง ถ้าข้าวแห้งแล้ว มียุ้งสะอาด และไม่ต้องกู้เงินแพง การเก็บรอจึงเริ่มคุ้มคิด บทความนี้ไม่ทำนายราคา แต่ให้สูตรและตัวอย่างที่คำนวณเองได้ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)
ปลายเดือนตุลาคมคือช่วงที่ข้าวนาปีทยอยลงเกี่ยว รถเกี่ยวคิวยาว โรงสีรับข้าวไม่ทัน และราคาหน้าโรงสีมักขยับลงตามปริมาณข้าวที่ออกพร้อมกัน ชาวนาหลายบ้านจึงเจอคำถามเดียวกันที่ลานตากหรือหน้าบ้านว่า ขายเลยดีไหม หรือเก็บไว้รอราคา คำตอบไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะบ้านที่มียุ้งฉางและไม่มีหนี้ กับบ้านที่ต้องใช้เงินคืนร้านปุ๋ยสิ้นเดือน เจอต้นทุนการเก็บไม่เท่ากัน
บทความนี้เขียนเป็นกรอบ "ถ้า...ให้..." เพื่อให้คุณเอาตัวเลขของบ้านตัวเองมาใส่ได้ ไม่ใช่ชี้ว่าต้องขายหรือต้องเก็บ ส่วนเรื่องรายละเอียดสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกของรัฐ เว็บนี้มีบทความแยกไว้แล้ว อ่านต่อได้ที่ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง บทความนี้จะโฟกัสที่การคิดต้นทุนเก็บ ดอกเบี้ย และความชื้นด้วยตัวเองเป็นหลัก
ขั้นแรก ข้าวของคุณพร้อมเก็บหรือยัง ดูที่ความชื้นก่อนราคา
คนส่วนใหญ่เริ่มคิดจากราคา แต่คนที่เคยเก็บข้าวแล้วเสียหายจะเริ่มจากความชื้น เพราะถ้าข้าวเก็บไม่รอด ราคาที่ดีขึ้นก็ไม่มีความหมาย ฐานข้อมูลความรู้ข้าว (Rice Knowledge Bank) ของกรมการข้าวระบุว่า ข้าวที่เก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสมมีความชื้นประมาณ 20-25% และถ้ากองข้าวที่ยังชื้นทิ้งไว้ เมล็ดจะหายใจ ทำให้กองร้อนขึ้น เป็นที่ให้จุลินทรีย์เติบโต ข้าวอาจบูด เหลือง คุณภาพการสีต่ำลง
เอกสารชุดเดียวกันให้เป้าหมายไว้ว่า ถ้าจะเก็บ 2-3 เดือน ควรลดความชื้นลงมาที่ประมาณ 14% และถ้าจะเก็บนานเกิน 3 เดือน ควรให้ต่ำกว่า 12% ตัวเลขสองค่านี้คือเส้นแบ่งที่ใช้ตัดสินใจได้จริง เพราะมันบอกว่าการ "เก็บรอยาว ๆ" ต้องใช้ข้าวที่แห้งกว่าการเก็บสั้น ๆ
| ความชื้นข้าวเปลือกโดยประมาณ | สถานะ | ถ้าคิดจะเก็บรอ |
|---|---|---|
| 20-25% | ช่วงเก็บเกี่ยวตามที่กรมการข้าวระบุ | เก็บไม่ได้ ต้องตากหรืออบก่อน ถ้าขายเลยจะถูกหักความชื้นหรือราคาข้าวเกี่ยวสดแยกต่างหาก |
| ประมาณ 14% | ระดับที่กรมการข้าวใช้เป็นเป้าหมายเก็บ 2-3 เดือน | เก็บรอระยะสั้นได้ ถ้ายุ้งแห้ง ไม่โดนฝน และมีการตรวจกองสม่ำเสมอ |
| ต่ำกว่า 12% | เป้าหมายกรณีเก็บเกิน 3 เดือน | เหมาะกับแผนเก็บยาว แต่ต้องมีเครื่องวัดหรือผู้รับซื้อที่วัดให้ได้ |
ที่มาของตัวเลขข้างบน คือหน้า "การลดความชื้น" ของ Rice Knowledge Bank กรมการข้าว ส่วนค่าที่แต่ละโรงสีใช้ซื้อขาย (เช่น 15% สำหรับข้าวเปลือกทั่วไป) เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป
ถ้าขายทันที ความชื้นกับน้ำหนักที่หายไปคิดอย่างไร
ข้าวที่ตากแห้งแล้วน้ำหนักลดลงจริง ไม่ใช่เรื่องที่โรงสีเอาเปรียบอย่างเดียว น้ำที่ระเหยออกไปคือน้ำหนักที่หายไป ดังนั้นก่อนจะเทียบว่าขายสดหรือตากแล้วขาย ต้องรู้ก่อนว่าน้ำหนักควรลดลงเท่าไร สูตรคือ น้ำหนักหลังตาก = น้ำหนักแห้ง ÷ (1 − ความชื้นปลายทาง) โดยน้ำหนักแห้ง = น้ำหนักเดิม × (1 − ความชื้นเดิม) (ความชื้นเป็นทศนิยม เช่น 25% = 0.25)
ตัวอย่างคำนวณ (เป็นตัวอย่างทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ข้อมูลหน้าโรงสี): ข้าว 1,000 กิโลกรัมที่ความชื้น 25% มีเนื้อข้าวแห้ง 750 กิโลกรัม ถ้าตากจนเหลือ 14% น้ำหนักจะเหลือ 750 ÷ 0.86 ≈ 872 กิโลกรัม หายไปประมาณ 128 กิโลกรัม ถ้าตากถึง 15% น้ำหนักเหลือ 750 ÷ 0.85 ≈ 882 กิโลกรัม หายไปประมาณ 118 กิโลกรัม
ประเด็นคือ ถ้าราคาข้าวเกี่ยวสดต่อกิโลกรัมต่ำกว่าราคาข้าวแห้งในสัดส่วนที่ชดเชยน้ำหนักที่หายไป ก็ไม่ได้เสียเปรียบเสมอไป การเปรียบเทียบละเอียดระหว่างข้าวเกี่ยวสดกับข้าวตากแห้ง อ่านเพิ่มได้ที่ ขายข้าวเปลือกเกี่ยวสดกับตากแห้งเอง ราคาที่ได้ต่างกันแค่ไหน
กติกาหักความชื้นมีที่มาจากไหน
เท่าที่ตรวจสอบได้ในการเขียนบทความนี้ ไม่พบประกาศกลางฉบับปัจจุบันที่กำหนดตารางหักความชื้นของข้าวเปลือกทั้งประเทศ สิ่งที่พบคือประกาศระดับจังหวัดในอดีต เช่น ประกาศของจังหวัดพิษณุโลกเรื่องการรับซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม (ข่าวมติชน 10 พ.ย. 2559 สำหรับปีการผลิต 2559/60) กำหนดความชื้นมาตรฐานร้อยละ 15 สำหรับข้าวเปลือกทั่วไป ร้อยละ 25 สำหรับข้าวเปลือกเกี่ยวสด และให้ผู้รับซื้อแสดงอัตราหักน้ำหนักต่อความชื้นที่เพิ่มทุก 1% โดยหักได้ไม่เกิน 15 กิโลกรัมต่อเมตริกตันต่อ 1%
ต้องย้ำว่านั่นเป็นประกาศจังหวัดเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้ใช้บังคับทุกโรงสีในปีนี้ ผมยกมาเพื่อให้เห็นรูปแบบการคิดเท่านั้น ในทางปฏิบัติให้ถามโรงสีหรือลานเทที่คุณจะขายว่า ใช้ความชื้นมาตรฐานเท่าไร หักเท่าไรต่อ 1% และวัดด้วยเครื่องอะไร แล้วจดไว้ก่อนตัดสินใจ
ตัวอย่างเทียบ (สมมติใช้อัตราหัก 15 กิโลกรัมต่อตันต่อ 1% ตามรูปแบบข้างต้น): ข้าวความชื้น 20% เทียบมาตรฐาน 15% เกิน 5 จุด หัก 5 × 15 = 75 กิโลกรัมต่อตัน แต่น้ำที่อยู่ในข้าวจริงที่เกินจากความชื้น 15% คือ 1,000 − (800 ÷ 0.85) ≈ 59 กิโลกรัม จะเห็นว่าอัตราหักที่ผู้ซื้อตั้งอาจสูงกว่าน้ำหนักน้ำจริงเล็กน้อย ซึ่งเป็นเหตุผลให้ควรถามอัตรา และเปรียบเทียบกับการตากเองให้เหลือใกล้มาตรฐานก่อนเข้าโรงสี ถ้ามีลานตากและมีแดด
เรื่องดูราคาประจำวันและการหักความชื้นหน้าโรงสี มีรายละเอียดเพิ่มที่ ราคาข้าวเปลือกวันนี้ดูที่ไหน ความชื้นทำให้ถูกหักกี่บาท
ต้นทุนการเก็บ มีอะไรบ้างที่คนมักลืมนับ
การเก็บข้าวไม่ได้ฟรีแม้จะใช้ยุ้งของตัวเอง ต้นทุนที่ควรนับมีห้าก้อน
- ดอกเบี้ยหรือต้นทุนเงิน: ถ้าไม่ขายวันนี้ เงินก้อนนั้นไม่ได้ไปใช้หนี้หรือลงทุน ถ้ามีหนี้อยู่แล้วต้องคิดดอกเบี้ยของหนี้จริง ถ้าไม่มีหนี้ให้คิดดอกเบี้ยที่ควรได้จากเงินฝาก
- น้ำหนักสูญเสีย: นก หนู มอด และการระเหยของน้ำเพิ่มเติมระหว่างเก็บ แต่ละบ้านไม่เท่ากัน ควรประเมินจากที่เคยเก็บเอง ไม่ใช่เดาตัวเลขจากบ้านอื่น
- ค่าแรง วัสดุ และเวลาตรวจกอง: กระสอบ ผ้าใบ ยาป้องกันแมลงตามคำแนะนำของหน่วยงาน การกลับกอง และการขนย้ายอีกรอบตอนขาย
- ค่าฝากเก็บหรือค่าเช่าที่: ถ้าเก็บที่ยุ้งสถาบันเกษตรกรหรือโกดัง มีค่าฝากตามที่ตกลง ถ้าเป็นโครงการรัฐอาจมีค่าสนับสนุน ให้ตรวจเงื่อนไขของปีนี้กับ ธ.ก.ส. หรือสถาบันที่ร่วมโครงการ
- ความเสี่ยงคุณภาพ: ข้าวที่ชื้นจนขึ้นรา เหลือง หรือมีกลิ่นอับ โรงสีจะลดราคา หรือบางครั้งปฏิเสธรับ
ปัญหาแมลงในยุ้งเป็นต้นทุนซ่อนที่ใหญ่ที่สุดของบ้านที่เก็บเกินสองเดือน ดูชนิดแมลงและการป้องกันได้ที่ รวมแมลงศัตรูในโรงเก็บข้าวที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน
ตัวอย่างคำนวณ: เก็บ 3 เดือนต้องได้ราคาเพิ่มเท่าไรถึงเท่าทุน
ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด ตัวเลขทุกช่องเป็นสมมติของผู้เขียนตามเหตุผลที่ระบุ ไม่ใช่ราคาตลาดจริงและไม่ใช่การคาดการณ์ ให้แทนด้วยตัวเลขของบ้านคุณเอง
| รายการ (ต่อข้าว 1 ตัน) | ตัวเลขสมมติ | ฐานของตัวเลข |
|---|---|---|
| ราคาถ้าขายวันนี้ | 10,000 บาท | สมมติเพื่อให้คิดง่าย ไม่ใช่ราคาจริง |
| ดอกเบี้ย 3 เดือน | 125 บาท | 10,000 × 5% ต่อปี × 3/12 โดย 5% เป็นอัตราสมมติ |
| น้ำหนักสูญเสีย | 100 บาท | สมมติสูญเสีย 1% ของมูลค่า |
| กระสอบ ค่าแรง ค่าขนซ้ำ | 200 บาท | สมมติ ให้ใช้ตัวเลขของบ้านตัวเอง |
| รวมต้นทุนเก็บ | 425 บาท | 125 + 100 + 200 |
| ราคาต้องเพิ่มอย่างน้อย | 425 บาทต่อตัน หรือ 4.25% | 425 ÷ 10,000 |
วิธีอ่าน: ถ้าราคาช่วงที่คุณคิดจะขายดีขึ้นไม่ถึงราว 425 บาทต่อตันจากวันนี้ การเก็บรอก็ไม่คุ้ม ถ้าต้นทุนเงินของคุณคือหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงกว่านี้มาก ตัวเลขดอกเบี้ยจะกินส่วนต่างทันที กลับกันถ้าไม่มีหนี้ ใช้ยุ้งเดิม ต้นทุนเก็บอาจต่ำกว่าตัวอย่าง ข้อสำคัญคืออย่าลืมว่าไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าราคาอีกสามเดือนจะเป็นเท่าไร จึงควรคิดว่าถ้าราคาไม่ขึ้นเลย คุณรับต้นทุน 425 บาทต่อตันนี้ไหวหรือไม่
กรอบตัดสินใจ ถ้า...ให้...
| สถานการณ์ของบ้านคุณ | ทางเลือกที่สมเหตุสมผล | เหตุผล |
|---|---|---|
| ข้าวยังชื้น 20% ขึ้นไป ไม่มีลานตาก ฝนยังมา | ขายแบบเกี่ยวสดหรือตากเสร็จเร็วที่สุด อย่าเก็บ | กองชื้นเสียเร็ว ความเสียหายมาก่อนผลดีของราคา |
| ข้าวแห้งราว 14% มียุ้งสะอาด ไม่มีหนี้เร่ง | เก็บรอระยะสั้นได้ และตั้งเกณฑ์ราคาเป้าหมายกับวันตัดสินใจไว้ล่วงหน้า | ต้นทุนเก็บต่ำ ความเสี่ยงคุณภาพต่ำ |
| มีหนี้ครบกำหนดช่วงนี้ ดอกเบี้ยสูง | ขายส่วนที่ต้องใช้หนี้ก่อน เก็บเฉพาะส่วนที่เหลือ | แบ่งขายลดความเสี่ยงทั้งสองฝั่ง |
| ต้องการเก็บเกิน 3 เดือน | ต้องลดความชื้นให้ต่ำกว่า 12% และมีแผนจัดการแมลง | ตามเป้าหมายของกรมการข้าว |
| ไม่มียุ้ง | ดูเงื่อนไขฝากเก็บที่สถาบันเกษตรกรหรือโครงการรัฐ แล้วคิดค่าฝากเข้าต้นทุน | ค่าฝากเป็นต้นทุนที่ต้องนับเต็ม |
หลักคิดที่ใช้ได้กับทุกแถวคือ แบ่งข้าวเป็นสองสามก้อนแล้วขายต่างเวลา ผมเห็นหลายบ้านที่ตัดสินใจครั้งเดียวทั้งหมดแล้วเสียใจทั้งสองทาง ขายหมดแล้วราคาขยับ หรือเก็บหมดแล้วต้องรีบเทขายตอนต้องใช้เงิน การแบ่งก้อนไม่ได้ให้กำไรสูงสุด แต่ทำให้ไม่แย่ที่สุด
มาตรการรัฐช่วงนี้ สถานะที่ตรวจพบ ณ 25 ต.ค. 2569
ข่าวช่วงวันที่ 20 ต.ค. 2569 รายงานว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการพยุงราคาข้าวเปลือกนาปี 2569/70 ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ 5 โครงการ กรอบวงเงินรวมราว 58,912 ล้านบาท รวมสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป้า 3 ล้านตัน (ตามรายงานข่าวของ InfoQuest วันที่ 20 ต.ค. 2569) ผู้เขียนค้นหาประกาศหรือหน้ามติ ครม. บนเว็บไซต์ทางการแล้ว แต่ยังไม่พบหน้าที่ยืนยันเงื่อนไขรายละเอียด เช่น อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาสัญญา และวิธีลงทะเบียน ของปีนี้ ส่วนหัวข่าวของกระทรวงพาณิชย์ที่พบระบุว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ บริหารข้าวเปลือกปี 69/70 เป้า 11.5 ล้านตัน
สรุปให้ตรงตัว: ตามรายงานข่าว ครม. เห็นชอบแล้ว แต่รายละเอียดเงื่อนไขการเข้าร่วมของปีนี้ ยังไม่พบประกาศทางการให้ยืนยัน ควรสอบถาม ธ.ก.ส. สาขาที่คุณใช้บริการ หรือพาณิชย์จังหวัดโดยตรงก่อนตัดสินใจ ส่วนเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ยังเป็นเรื่องที่รอการอนุมัติระดับ นบข. ชุดใหญ่ตามรายงานข่าว ดูสถานะล่าสุดได้ที่ สถานะเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท และรายละเอียดอัตราสินเชื่อที่ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก 2569/70
ข้อควรจำเมื่อคิดต้นทุน: ถ้ามีการสนับสนุนดอกเบี้ยหรือค่าฝากเก็บจากรัฐ ให้ใส่เฉพาะตัวเลขที่ยืนยันกับ ธ.ก.ส. แล้วเท่านั้น อย่านำตัวเลขจากปีที่แล้วหรือข่าวลือมาลบต้นทุนในตาราง
ขั้นตอนทำจริงก่อนตัดสินใจ 7 ข้อ
- วัดความชื้นข้าวจริงกับโรงสีหรือจุดรับซื้อที่เชื่อถือได้ จดค่าและวันที่
- ถามอย่างน้อยสองโรงสี ว่าใช้ความชื้นมาตรฐานเท่าไร และหักอย่างไรเมื่อเกิน
- ถ้าจะตาก ปูพื้นสะอาด ตากชั้นไม่หนา กลับกองบ่อย ตามคำแนะนำของกรมการข้าว ซึ่งเตือนว่ากลางคืนข้าวดูดความชื้นกลับ การสลับแห้งกับชื้นทำให้เมล็ดร้าวและแตกหักตอนสี
- เติมตัวเลขของบ้านคุณลงในตารางต้นทุนเก็บ ใช้ดอกเบี้ยหนี้จริง
- กำหนดวันตัดสินใจและเกณฑ์ราคาไว้ก่อน เช่น ถ้าถึงวันที่นี้แล้วราคายังไม่ถึงเกณฑ์ ให้ขายส่วนหนึ่ง
- ตรวจกองทุกสัปดาห์: กลิ่นอับ อุ่นผิดปกติ ผงข้าวร่วง มีตัวแมลง
- ตรวจเงื่อนไขโครงการรัฐของปีนี้กับ ธ.ก.ส. ก่อนเอาไปคิดต้นทุน
ถ้ากำลังพิจารณาซื้อเครื่องอบเพื่อลดความชื้นเอง ลองดูตัวอย่างการคำนวณคืนทุนที่ เครื่องอบลดความชื้นข้าวเปลือกพลังงานแสงอาทิตย์ ลงทุนเท่าไร คืนทุนกี่ปี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เก็บข้าวทั้งที่ยังชื้นเพราะเห็นว่าเดี๋ยวก็แห้งเอง กองร้อนแล้วข้าวเหลือง ราคาตกมากกว่าส่วนที่หวังจะได้เพิ่ม
- คิดต้นทุนเก็บแค่ค่าฝาก ไม่คิดดอกเบี้ยหนี้และน้ำหนักสูญเสีย
- เอาราคาจากข่าวหรือจากคนอื่นมาเทียบโดยไม่ดูวันที่ ชนิดข้าว และความชื้นที่ใช้ซื้อขาย
- ตัดสินใจเก็บเพราะเชื่อว่าราคาต้องขึ้น ทั้งที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
- ไม่แบ่งขาย เก็บทั้งหมดแล้วต้องรีบเทตอนต้องใช้เงิน
- ตากบนพื้นปูนที่ร้อนจัดแล้วทิ้งข้ามคืน ข้าวดูดความชื้นกลับและเมล็ดร้าว
- ไม่ถามอัตราหักความชื้นก่อนส่งข้าว ไปรู้ตอนชั่ง
สรุป
การตัดสินใจขายหรือเก็บข้าวเปลือกควรเริ่มจากความชื้น ต่อด้วยต้นทุนเก็บที่นับครบ แล้วจึงเทียบกับราคาที่ต้องเพิ่มขึ้นเพื่อเท่าทุน ถ้าข้าวยังชื้นหรือมีหนี้ร้อนอยู่ การขายบางส่วนมักปลอดภัยกว่า ถ้าข้าวแห้งและมียุ้งสะอาด การเก็บรอระยะสั้นเป็นทางเลือกที่คิดคำนวณได้ ส่วนมาตรการรัฐปีนี้ให้ยึดประกาศของ ธ.ก.ส. และกระทรวงพาณิชย์เป็นหลัก ไม่ใช้ตัวเลขจากข่าวลือ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมการข้าว (Rice Knowledge Bank) — หน้า "การลดความชื้น" ความชื้นช่วงเก็บเกี่ยวราว 20-25% เป้าหมายราว 14% สำหรับเก็บ 2-3 เดือน ต่ำกว่า 12% สำหรับเกิน 3 เดือน และผลของการตากสลับแห้งชื้น https://rkb.ricethailand.go.th/web/content_page.php?code=A-AJWVODYXYW
- มติชน (10 พ.ย. 2559) — ประกาศจังหวัดพิษณุโลก เรื่องการรับซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม ปี 2559/60 ใช้เป็นตัวอย่างรูปแบบการหักความชื้น ไม่ใช่กติกาปัจจุบัน https://www.matichon.co.th/local/news_354804
- InfoQuest (20 ต.ค. 2569) — รายงานข่าว ครม. เห็นชอบ 5 มาตรการพยุงราคาข้าวเปลือกนาปี 2569/70 วงเงินรวมราว 58,912 ล้านบาท https://www.infoquest.co.th/?p=666437
- กระทรวงพาณิชย์ (สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท) — หัวข้อข่าว นบข. เห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ บริหารข้าวเปลือก ปี 69/70 https://chainat.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/169637
- กรุงเทพธุรกิจ (25 ต.ค. 2569) — สรุปมาตรการช่วยเหลือชาวนาปีการผลิต 2569/70 และสถานะเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1257254
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
สินเชื่อและพักหนี้หลังภัยพิบัติ ธ.ก.ส. สหกรณ์ เขตปฏิรูปที่ดิน และชาวสวนยาง เลือกทางไหนได้บ้าง
คู่มือเลือกทางพักหนี้และสินเชื่อหลังภัยพิบัติตามว่าท่านเป็นหนี้ใคร เปรียบเทียบ ธ.ก.ส. สหกรณ์ ส.ป.ก. และ กยท. ตามรายงานข่าว 20–24 ต.ค. 2569 พร้อมบอกสถานะที่ยังไม่ยืนยัน
ปฏิทินงานเกษตรกร พฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 งานในแปลง เอกสารที่ต้องยื่น และกำหนดที่ควรเช็ก
สรุปงานในแปลงและเอกสารที่ควรเช็กช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569 โดยแยกกำหนดที่มีแหล่งทางการออกจากมาตรการที่ยังเป็นข้อเสนอ ข้อมูล ณ 25 ต.ค. 2569
ฤดูหนาว 2569 มาช้าและอุ่นกว่าปกติ พืชและสัตว์ในฟาร์มต้องปรับตัวอย่างไร
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดฤดูหนาว 2569 เริ่มช้าราว 1 สัปดาห์และหนาวน้อยกว่าปีก่อน สรุปตัวเลขจากเอกสารทางการ และสิ่งที่ผัก ไม้ผล และสัตว์เลี้ยงควรเตรียม
เงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ตอนนี้อยู่ขั้นไหน และใครมีสิทธิ์
ข้อมูล ณ 25 ต.ค. 2569 เงินไร่ละ 1,000 บาทของปี 2569/70 ยังเป็นข้อเสนอที่ผ่านอนุกรรมการ นบข. ยังไม่พบประกาศอนุมัติ บทความแยกให้เห็นความต่างจากเงินครัวเรือนตกหล่นปี 2568/69 และวิธีตรวจทะเบียนเกษตรกร
สินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรรวบรวมข้าว ดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.5% คืออะไร และชาวนาได้ประโยชน์ตรงไหน
สินเชื่อรวบรวมข้าวเป็นเงินกู้ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ไม่ใช่ของชาวนารายบุคคล สถาบันจ่ายดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.50% ตามข่าว 20 ต.ค. 2569 บทความอธิบายกลไก สถานะ และสิ่งที่สมาชิกควรถามสหกรณ์
สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2569/70 วงเงินต่อตันแต่ละชนิดข้าวเท่าไร และใครยื่นได้
รวมวงเงินสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกต่อตันของแต่ละชนิดข้าวตามมติ ครม. 20 ต.ค. 2569 พร้อมแยกสถานะอนุมัติในหลักการ กับเงื่อนไขผู้ยื่นที่ยังไม่มีประกาศ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…
บอร์ดวางแผนงาน
ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

10ชิ้นพืชป้ายต้นไม้ป้ายที-รูปป้ายพลาสติกหน้าแผ่นพื้นดินนา…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ความชื้นข้าวเปลือกเท่าไรถึงเก็บในยุ้งได้
กรมการข้าว (Rice Knowledge Bank) ระบุว่าถ้าเก็บ 2-3 เดือนควรลดเหลือประมาณ 14% และถ้าเก็บนานกว่า 3 เดือนควรต่ำกว่า 12% ทั้งนี้ต้องวัดด้วยเครื่องที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ใช้มือกัด
เก็บข้าวรอราคาคุ้มทุกปีไหม
ไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าคุ้มทุกปี ราคาขึ้นลงตามปริมาณผลผลิตและตลาด ให้ใช้ตารางต้นทุนเก็บเป็นเกณฑ์ว่าราคาต้องเพิ่มเท่าไรจึงเท่าทุน และตรวจความสามารถรับความเสี่ยงของตัวเอง
ข้าวเกี่ยวสดกับข้าวตากแห้ง ควรขายแบบไหน
ขึ้นกับว่ามีลานตาก แดด และแรงงานหรือไม่ ข้าวแห้งน้ำหนักลดลงจริงตามสูตรในบทความ ให้เทียบราคาที่ได้ต่อเนื้อข้าวแห้ง แล้วตัดค่าแรงและความเสี่ยงฝนออก
ควรถามอะไรโรงสีเรื่องความชื้นก่อนส่งข้าว
ถามว่าใช้ความชื้นมาตรฐานกี่ เปอร์เซ็นต์ หักเท่าไรต่อความชื้นที่เกิน 1 จุด ใช้เครื่องวัดแบบใด และให้วัดต่อหน้าได้หรือไม่ จดไว้เทียบกับอย่างน้อยอีกหนึ่งเจ้า
สินเชื่อชะลอการขายของรัฐปีนี้สมัครได้เมื่อไร
ตามรายงานข่าว ครม. เห็นชอบมาตรการแล้วเมื่อราววันที่ 20 ต.ค. 2569 แต่ยังไม่พบประกาศทางการที่ระบุวันเปิดลงทะเบียนและเงื่อนไขของปีนี้ ให้สอบถาม ธ.ก.ส. สาขาโดยตรง
ถ้าไม่มียุ้งควรทำอย่างไร
ดูตัวเลือกฝากเก็บกับสถาบันเกษตรกรหรือโครงการที่เข้าร่วม แล้วนำค่าฝากมาคิดเป็นต้นทุนเก็บเต็มจำนวน ถ้าต้นทุนรวมสูงกว่าส่วนต่างราคาที่คาดหวังอย่างสมเหตุสมผล การขายแบบแบ่งล็อตมักเสี่ยงน้อยกว่า
