ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 25 ตุลาคม 2569

ชาวนาควรขายข้าวเปลือกทันทีหรือเก็บรอราคา คิดต้นทุนเก็บ ดอกเบี้ย และความชื้นอย่างไร

ตัดสินใจขายข้าวเปลือกหรือเก็บรอราคา ด้วยตารางต้นทุนเก็บ ดอกเบี้ย ความชื้นเป้าหมายราว 14% และตัวอย่างคำนวณที่แทนตัวเลขบ้านคุณเองได้ ตามกรมการข้าว ต.ค. 2569

ชาวนาควรขายข้าวเปลือกทันทีหรือเก็บรอราคา คิดต้นทุนเก็บ ดอกเบี้ย และความชื้นอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

กรอบคิดแบบ ถ้า...ให้... สำหรับชาวนาที่ลังเลระหว่างขายข้าวเปลือกตอนนี้กับเก็บรอราคา พร้อมสูตรคิดน้ำหนักจากความชื้น ต้นทุนเก็บ และตัวอย่างคำนวณที่ระบุฐานตัวเลข

คำตอบเร็ว: ให้ตัดสินใจด้วยตัวเลขสามก้อนเทียบกัน คือ ราคาที่ขายได้วันนี้ ต้นทุนการเก็บจนถึงวันขาย (ดอกเบี้ย ค่าแรง ค่าสูญเสีย) และความชื้นของข้าวตอนเข้ายุ้ง ถ้าข้าวยังชื้นเกิน 14% และไม่มีที่ตากหรือที่เก็บที่แห้งพอ การเก็บรอมักขาดทุนจากความเสียหายของข้าวเอง ถ้าข้าวแห้งแล้ว มียุ้งสะอาด และไม่ต้องกู้เงินแพง การเก็บรอจึงเริ่มคุ้มคิด บทความนี้ไม่ทำนายราคา แต่ให้สูตรและตัวอย่างที่คำนวณเองได้ (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ปลายเดือนตุลาคมคือช่วงที่ข้าวนาปีทยอยลงเกี่ยว รถเกี่ยวคิวยาว โรงสีรับข้าวไม่ทัน และราคาหน้าโรงสีมักขยับลงตามปริมาณข้าวที่ออกพร้อมกัน ชาวนาหลายบ้านจึงเจอคำถามเดียวกันที่ลานตากหรือหน้าบ้านว่า ขายเลยดีไหม หรือเก็บไว้รอราคา คำตอบไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะบ้านที่มียุ้งฉางและไม่มีหนี้ กับบ้านที่ต้องใช้เงินคืนร้านปุ๋ยสิ้นเดือน เจอต้นทุนการเก็บไม่เท่ากัน

บทความนี้เขียนเป็นกรอบ "ถ้า...ให้..." เพื่อให้คุณเอาตัวเลขของบ้านตัวเองมาใส่ได้ ไม่ใช่ชี้ว่าต้องขายหรือต้องเก็บ ส่วนเรื่องรายละเอียดสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกของรัฐ เว็บนี้มีบทความแยกไว้แล้ว อ่านต่อได้ที่ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง บทความนี้จะโฟกัสที่การคิดต้นทุนเก็บ ดอกเบี้ย และความชื้นด้วยตัวเองเป็นหลัก

ขั้นแรก ข้าวของคุณพร้อมเก็บหรือยัง ดูที่ความชื้นก่อนราคา

ภาพประกอบ ขั้นแรก ข้าวของคุณพร้อมเก็บหรือยัง ดูที่ความชื้นก่อนราคา

คนส่วนใหญ่เริ่มคิดจากราคา แต่คนที่เคยเก็บข้าวแล้วเสียหายจะเริ่มจากความชื้น เพราะถ้าข้าวเก็บไม่รอด ราคาที่ดีขึ้นก็ไม่มีความหมาย ฐานข้อมูลความรู้ข้าว (Rice Knowledge Bank) ของกรมการข้าวระบุว่า ข้าวที่เก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสมมีความชื้นประมาณ 20-25% และถ้ากองข้าวที่ยังชื้นทิ้งไว้ เมล็ดจะหายใจ ทำให้กองร้อนขึ้น เป็นที่ให้จุลินทรีย์เติบโต ข้าวอาจบูด เหลือง คุณภาพการสีต่ำลง

เอกสารชุดเดียวกันให้เป้าหมายไว้ว่า ถ้าจะเก็บ 2-3 เดือน ควรลดความชื้นลงมาที่ประมาณ 14% และถ้าจะเก็บนานเกิน 3 เดือน ควรให้ต่ำกว่า 12% ตัวเลขสองค่านี้คือเส้นแบ่งที่ใช้ตัดสินใจได้จริง เพราะมันบอกว่าการ "เก็บรอยาว ๆ" ต้องใช้ข้าวที่แห้งกว่าการเก็บสั้น ๆ

ความชื้นข้าวเปลือกโดยประมาณสถานะถ้าคิดจะเก็บรอ
20-25%ช่วงเก็บเกี่ยวตามที่กรมการข้าวระบุเก็บไม่ได้ ต้องตากหรืออบก่อน ถ้าขายเลยจะถูกหักความชื้นหรือราคาข้าวเกี่ยวสดแยกต่างหาก
ประมาณ 14%ระดับที่กรมการข้าวใช้เป็นเป้าหมายเก็บ 2-3 เดือนเก็บรอระยะสั้นได้ ถ้ายุ้งแห้ง ไม่โดนฝน และมีการตรวจกองสม่ำเสมอ
ต่ำกว่า 12%เป้าหมายกรณีเก็บเกิน 3 เดือนเหมาะกับแผนเก็บยาว แต่ต้องมีเครื่องวัดหรือผู้รับซื้อที่วัดให้ได้

ที่มาของตัวเลขข้างบน คือหน้า "การลดความชื้น" ของ Rice Knowledge Bank กรมการข้าว ส่วนค่าที่แต่ละโรงสีใช้ซื้อขาย (เช่น 15% สำหรับข้าวเปลือกทั่วไป) เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป

ถ้าขายทันที ความชื้นกับน้ำหนักที่หายไปคิดอย่างไร

ภาพประกอบ ถ้าขายทันที ความชื้นกับน้ำหนักที่หายไปคิดอย่างไร

ข้าวที่ตากแห้งแล้วน้ำหนักลดลงจริง ไม่ใช่เรื่องที่โรงสีเอาเปรียบอย่างเดียว น้ำที่ระเหยออกไปคือน้ำหนักที่หายไป ดังนั้นก่อนจะเทียบว่าขายสดหรือตากแล้วขาย ต้องรู้ก่อนว่าน้ำหนักควรลดลงเท่าไร สูตรคือ น้ำหนักหลังตาก = น้ำหนักแห้ง ÷ (1 − ความชื้นปลายทาง) โดยน้ำหนักแห้ง = น้ำหนักเดิม × (1 − ความชื้นเดิม) (ความชื้นเป็นทศนิยม เช่น 25% = 0.25)

ตัวอย่างคำนวณ (เป็นตัวอย่างทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่ข้อมูลหน้าโรงสี): ข้าว 1,000 กิโลกรัมที่ความชื้น 25% มีเนื้อข้าวแห้ง 750 กิโลกรัม ถ้าตากจนเหลือ 14% น้ำหนักจะเหลือ 750 ÷ 0.86 ≈ 872 กิโลกรัม หายไปประมาณ 128 กิโลกรัม ถ้าตากถึง 15% น้ำหนักเหลือ 750 ÷ 0.85 ≈ 882 กิโลกรัม หายไปประมาณ 118 กิโลกรัม

ประเด็นคือ ถ้าราคาข้าวเกี่ยวสดต่อกิโลกรัมต่ำกว่าราคาข้าวแห้งในสัดส่วนที่ชดเชยน้ำหนักที่หายไป ก็ไม่ได้เสียเปรียบเสมอไป การเปรียบเทียบละเอียดระหว่างข้าวเกี่ยวสดกับข้าวตากแห้ง อ่านเพิ่มได้ที่ ขายข้าวเปลือกเกี่ยวสดกับตากแห้งเอง ราคาที่ได้ต่างกันแค่ไหน

กติกาหักความชื้นมีที่มาจากไหน

เท่าที่ตรวจสอบได้ในการเขียนบทความนี้ ไม่พบประกาศกลางฉบับปัจจุบันที่กำหนดตารางหักความชื้นของข้าวเปลือกทั้งประเทศ สิ่งที่พบคือประกาศระดับจังหวัดในอดีต เช่น ประกาศของจังหวัดพิษณุโลกเรื่องการรับซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม (ข่าวมติชน 10 พ.ย. 2559 สำหรับปีการผลิต 2559/60) กำหนดความชื้นมาตรฐานร้อยละ 15 สำหรับข้าวเปลือกทั่วไป ร้อยละ 25 สำหรับข้าวเปลือกเกี่ยวสด และให้ผู้รับซื้อแสดงอัตราหักน้ำหนักต่อความชื้นที่เพิ่มทุก 1% โดยหักได้ไม่เกิน 15 กิโลกรัมต่อเมตริกตันต่อ 1%

ต้องย้ำว่านั่นเป็นประกาศจังหวัดเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้ใช้บังคับทุกโรงสีในปีนี้ ผมยกมาเพื่อให้เห็นรูปแบบการคิดเท่านั้น ในทางปฏิบัติให้ถามโรงสีหรือลานเทที่คุณจะขายว่า ใช้ความชื้นมาตรฐานเท่าไร หักเท่าไรต่อ 1% และวัดด้วยเครื่องอะไร แล้วจดไว้ก่อนตัดสินใจ

ตัวอย่างเทียบ (สมมติใช้อัตราหัก 15 กิโลกรัมต่อตันต่อ 1% ตามรูปแบบข้างต้น): ข้าวความชื้น 20% เทียบมาตรฐาน 15% เกิน 5 จุด หัก 5 × 15 = 75 กิโลกรัมต่อตัน แต่น้ำที่อยู่ในข้าวจริงที่เกินจากความชื้น 15% คือ 1,000 − (800 ÷ 0.85) ≈ 59 กิโลกรัม จะเห็นว่าอัตราหักที่ผู้ซื้อตั้งอาจสูงกว่าน้ำหนักน้ำจริงเล็กน้อย ซึ่งเป็นเหตุผลให้ควรถามอัตรา และเปรียบเทียบกับการตากเองให้เหลือใกล้มาตรฐานก่อนเข้าโรงสี ถ้ามีลานตากและมีแดด

เรื่องดูราคาประจำวันและการหักความชื้นหน้าโรงสี มีรายละเอียดเพิ่มที่ ราคาข้าวเปลือกวันนี้ดูที่ไหน ความชื้นทำให้ถูกหักกี่บาท

ต้นทุนการเก็บ มีอะไรบ้างที่คนมักลืมนับ

การเก็บข้าวไม่ได้ฟรีแม้จะใช้ยุ้งของตัวเอง ต้นทุนที่ควรนับมีห้าก้อน

  1. ดอกเบี้ยหรือต้นทุนเงิน: ถ้าไม่ขายวันนี้ เงินก้อนนั้นไม่ได้ไปใช้หนี้หรือลงทุน ถ้ามีหนี้อยู่แล้วต้องคิดดอกเบี้ยของหนี้จริง ถ้าไม่มีหนี้ให้คิดดอกเบี้ยที่ควรได้จากเงินฝาก
  2. น้ำหนักสูญเสีย: นก หนู มอด และการระเหยของน้ำเพิ่มเติมระหว่างเก็บ แต่ละบ้านไม่เท่ากัน ควรประเมินจากที่เคยเก็บเอง ไม่ใช่เดาตัวเลขจากบ้านอื่น
  3. ค่าแรง วัสดุ และเวลาตรวจกอง: กระสอบ ผ้าใบ ยาป้องกันแมลงตามคำแนะนำของหน่วยงาน การกลับกอง และการขนย้ายอีกรอบตอนขาย
  4. ค่าฝากเก็บหรือค่าเช่าที่: ถ้าเก็บที่ยุ้งสถาบันเกษตรกรหรือโกดัง มีค่าฝากตามที่ตกลง ถ้าเป็นโครงการรัฐอาจมีค่าสนับสนุน ให้ตรวจเงื่อนไขของปีนี้กับ ธ.ก.ส. หรือสถาบันที่ร่วมโครงการ
  5. ความเสี่ยงคุณภาพ: ข้าวที่ชื้นจนขึ้นรา เหลือง หรือมีกลิ่นอับ โรงสีจะลดราคา หรือบางครั้งปฏิเสธรับ

ปัญหาแมลงในยุ้งเป็นต้นทุนซ่อนที่ใหญ่ที่สุดของบ้านที่เก็บเกินสองเดือน ดูชนิดแมลงและการป้องกันได้ที่ รวมแมลงศัตรูในโรงเก็บข้าวที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน

ตัวอย่างคำนวณ: เก็บ 3 เดือนต้องได้ราคาเพิ่มเท่าไรถึงเท่าทุน

ภาพประกอบ ตัวอย่างคำนวณ: เก็บ 3 เดือนต้องได้ราคาเพิ่มเท่าไรถึงเท่าทุน

ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อฝึกคิด ตัวเลขทุกช่องเป็นสมมติของผู้เขียนตามเหตุผลที่ระบุ ไม่ใช่ราคาตลาดจริงและไม่ใช่การคาดการณ์ ให้แทนด้วยตัวเลขของบ้านคุณเอง

รายการ (ต่อข้าว 1 ตัน)ตัวเลขสมมติฐานของตัวเลข
ราคาถ้าขายวันนี้10,000 บาทสมมติเพื่อให้คิดง่าย ไม่ใช่ราคาจริง
ดอกเบี้ย 3 เดือน125 บาท10,000 × 5% ต่อปี × 3/12 โดย 5% เป็นอัตราสมมติ
น้ำหนักสูญเสีย100 บาทสมมติสูญเสีย 1% ของมูลค่า
กระสอบ ค่าแรง ค่าขนซ้ำ200 บาทสมมติ ให้ใช้ตัวเลขของบ้านตัวเอง
รวมต้นทุนเก็บ425 บาท125 + 100 + 200
ราคาต้องเพิ่มอย่างน้อย425 บาทต่อตัน หรือ 4.25%425 ÷ 10,000

วิธีอ่าน: ถ้าราคาช่วงที่คุณคิดจะขายดีขึ้นไม่ถึงราว 425 บาทต่อตันจากวันนี้ การเก็บรอก็ไม่คุ้ม ถ้าต้นทุนเงินของคุณคือหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงกว่านี้มาก ตัวเลขดอกเบี้ยจะกินส่วนต่างทันที กลับกันถ้าไม่มีหนี้ ใช้ยุ้งเดิม ต้นทุนเก็บอาจต่ำกว่าตัวอย่าง ข้อสำคัญคืออย่าลืมว่าไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าราคาอีกสามเดือนจะเป็นเท่าไร จึงควรคิดว่าถ้าราคาไม่ขึ้นเลย คุณรับต้นทุน 425 บาทต่อตันนี้ไหวหรือไม่

กรอบตัดสินใจ ถ้า...ให้...

สถานการณ์ของบ้านคุณทางเลือกที่สมเหตุสมผลเหตุผล
ข้าวยังชื้น 20% ขึ้นไป ไม่มีลานตาก ฝนยังมาขายแบบเกี่ยวสดหรือตากเสร็จเร็วที่สุด อย่าเก็บกองชื้นเสียเร็ว ความเสียหายมาก่อนผลดีของราคา
ข้าวแห้งราว 14% มียุ้งสะอาด ไม่มีหนี้เร่งเก็บรอระยะสั้นได้ และตั้งเกณฑ์ราคาเป้าหมายกับวันตัดสินใจไว้ล่วงหน้าต้นทุนเก็บต่ำ ความเสี่ยงคุณภาพต่ำ
มีหนี้ครบกำหนดช่วงนี้ ดอกเบี้ยสูงขายส่วนที่ต้องใช้หนี้ก่อน เก็บเฉพาะส่วนที่เหลือแบ่งขายลดความเสี่ยงทั้งสองฝั่ง
ต้องการเก็บเกิน 3 เดือนต้องลดความชื้นให้ต่ำกว่า 12% และมีแผนจัดการแมลงตามเป้าหมายของกรมการข้าว
ไม่มียุ้งดูเงื่อนไขฝากเก็บที่สถาบันเกษตรกรหรือโครงการรัฐ แล้วคิดค่าฝากเข้าต้นทุนค่าฝากเป็นต้นทุนที่ต้องนับเต็ม

หลักคิดที่ใช้ได้กับทุกแถวคือ แบ่งข้าวเป็นสองสามก้อนแล้วขายต่างเวลา ผมเห็นหลายบ้านที่ตัดสินใจครั้งเดียวทั้งหมดแล้วเสียใจทั้งสองทาง ขายหมดแล้วราคาขยับ หรือเก็บหมดแล้วต้องรีบเทขายตอนต้องใช้เงิน การแบ่งก้อนไม่ได้ให้กำไรสูงสุด แต่ทำให้ไม่แย่ที่สุด

มาตรการรัฐช่วงนี้ สถานะที่ตรวจพบ ณ 25 ต.ค. 2569

ภาพประกอบ มาตรการรัฐช่วงนี้ สถานะที่ตรวจพบ ณ 25 ต.ค. 2569

ข่าวช่วงวันที่ 20 ต.ค. 2569 รายงานว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการพยุงราคาข้าวเปลือกนาปี 2569/70 ที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ 5 โครงการ กรอบวงเงินรวมราว 58,912 ล้านบาท รวมสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เป้า 3 ล้านตัน (ตามรายงานข่าวของ InfoQuest วันที่ 20 ต.ค. 2569) ผู้เขียนค้นหาประกาศหรือหน้ามติ ครม. บนเว็บไซต์ทางการแล้ว แต่ยังไม่พบหน้าที่ยืนยันเงื่อนไขรายละเอียด เช่น อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาสัญญา และวิธีลงทะเบียน ของปีนี้ ส่วนหัวข่าวของกระทรวงพาณิชย์ที่พบระบุว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ บริหารข้าวเปลือกปี 69/70 เป้า 11.5 ล้านตัน

สรุปให้ตรงตัว: ตามรายงานข่าว ครม. เห็นชอบแล้ว แต่รายละเอียดเงื่อนไขการเข้าร่วมของปีนี้ ยังไม่พบประกาศทางการให้ยืนยัน ควรสอบถาม ธ.ก.ส. สาขาที่คุณใช้บริการ หรือพาณิชย์จังหวัดโดยตรงก่อนตัดสินใจ ส่วนเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ยังเป็นเรื่องที่รอการอนุมัติระดับ นบข. ชุดใหญ่ตามรายงานข่าว ดูสถานะล่าสุดได้ที่ สถานะเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท และรายละเอียดอัตราสินเชื่อที่ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก 2569/70

ข้อควรจำเมื่อคิดต้นทุน: ถ้ามีการสนับสนุนดอกเบี้ยหรือค่าฝากเก็บจากรัฐ ให้ใส่เฉพาะตัวเลขที่ยืนยันกับ ธ.ก.ส. แล้วเท่านั้น อย่านำตัวเลขจากปีที่แล้วหรือข่าวลือมาลบต้นทุนในตาราง

ขั้นตอนทำจริงก่อนตัดสินใจ 7 ข้อ

  1. วัดความชื้นข้าวจริงกับโรงสีหรือจุดรับซื้อที่เชื่อถือได้ จดค่าและวันที่
  2. ถามอย่างน้อยสองโรงสี ว่าใช้ความชื้นมาตรฐานเท่าไร และหักอย่างไรเมื่อเกิน
  3. ถ้าจะตาก ปูพื้นสะอาด ตากชั้นไม่หนา กลับกองบ่อย ตามคำแนะนำของกรมการข้าว ซึ่งเตือนว่ากลางคืนข้าวดูดความชื้นกลับ การสลับแห้งกับชื้นทำให้เมล็ดร้าวและแตกหักตอนสี
  4. เติมตัวเลขของบ้านคุณลงในตารางต้นทุนเก็บ ใช้ดอกเบี้ยหนี้จริง
  5. กำหนดวันตัดสินใจและเกณฑ์ราคาไว้ก่อน เช่น ถ้าถึงวันที่นี้แล้วราคายังไม่ถึงเกณฑ์ ให้ขายส่วนหนึ่ง
  6. ตรวจกองทุกสัปดาห์: กลิ่นอับ อุ่นผิดปกติ ผงข้าวร่วง มีตัวแมลง
  7. ตรวจเงื่อนไขโครงการรัฐของปีนี้กับ ธ.ก.ส. ก่อนเอาไปคิดต้นทุน

ถ้ากำลังพิจารณาซื้อเครื่องอบเพื่อลดความชื้นเอง ลองดูตัวอย่างการคำนวณคืนทุนที่ เครื่องอบลดความชื้นข้าวเปลือกพลังงานแสงอาทิตย์ ลงทุนเท่าไร คืนทุนกี่ปี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  • เก็บข้าวทั้งที่ยังชื้นเพราะเห็นว่าเดี๋ยวก็แห้งเอง กองร้อนแล้วข้าวเหลือง ราคาตกมากกว่าส่วนที่หวังจะได้เพิ่ม
  • คิดต้นทุนเก็บแค่ค่าฝาก ไม่คิดดอกเบี้ยหนี้และน้ำหนักสูญเสีย
  • เอาราคาจากข่าวหรือจากคนอื่นมาเทียบโดยไม่ดูวันที่ ชนิดข้าว และความชื้นที่ใช้ซื้อขาย
  • ตัดสินใจเก็บเพราะเชื่อว่าราคาต้องขึ้น ทั้งที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
  • ไม่แบ่งขาย เก็บทั้งหมดแล้วต้องรีบเทตอนต้องใช้เงิน
  • ตากบนพื้นปูนที่ร้อนจัดแล้วทิ้งข้ามคืน ข้าวดูดความชื้นกลับและเมล็ดร้าว
  • ไม่ถามอัตราหักความชื้นก่อนส่งข้าว ไปรู้ตอนชั่ง

สรุป

การตัดสินใจขายหรือเก็บข้าวเปลือกควรเริ่มจากความชื้น ต่อด้วยต้นทุนเก็บที่นับครบ แล้วจึงเทียบกับราคาที่ต้องเพิ่มขึ้นเพื่อเท่าทุน ถ้าข้าวยังชื้นหรือมีหนี้ร้อนอยู่ การขายบางส่วนมักปลอดภัยกว่า ถ้าข้าวแห้งและมียุ้งสะอาด การเก็บรอระยะสั้นเป็นทางเลือกที่คิดคำนวณได้ ส่วนมาตรการรัฐปีนี้ให้ยึดประกาศของ ธ.ก.ส. และกระทรวงพาณิชย์เป็นหลัก ไม่ใช้ตัวเลขจากข่าวลือ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมการข้าว (Rice Knowledge Bank) — หน้า "การลดความชื้น" ความชื้นช่วงเก็บเกี่ยวราว 20-25% เป้าหมายราว 14% สำหรับเก็บ 2-3 เดือน ต่ำกว่า 12% สำหรับเกิน 3 เดือน และผลของการตากสลับแห้งชื้น https://rkb.ricethailand.go.th/web/content_page.php?code=A-AJWVODYXYW
  • 📄มติชน (10 พ.ย. 2559) — ประกาศจังหวัดพิษณุโลก เรื่องการรับซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เป็นธรรม ปี 2559/60 ใช้เป็นตัวอย่างรูปแบบการหักความชื้น ไม่ใช่กติกาปัจจุบัน https://www.matichon.co.th/local/news_354804
  • 📄InfoQuest (20 ต.ค. 2569) — รายงานข่าว ครม. เห็นชอบ 5 มาตรการพยุงราคาข้าวเปลือกนาปี 2569/70 วงเงินรวมราว 58,912 ล้านบาท https://www.infoquest.co.th/?p=666437
  • 📄กระทรวงพาณิชย์ (สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท) — หัวข้อข่าว นบข. เห็นชอบ 2 มาตรการ 5 โครงการ บริหารข้าวเปลือก ปี 69/70 https://chainat.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/169637
  • 📄กรุงเทพธุรกิจ (25 ต.ค. 2569) — สรุปมาตรการช่วยเหลือชาวนาปีการผลิต 2569/70 และสถานะเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1257254

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

สมุดบัญชีฟาร์ม

ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งผลผลิต

ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

บอร์ดวางแผนงาน

ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

10ชิ้นพืชป้ายต้นไม้ป้ายที-รูปป้ายพลาสติกหน้าแผ่นพื้นดินนา…

10ชิ้นพืชป้ายต้นไม้ป้ายที-รูปป้ายพลาสติกหน้าแผ่นพื้นดินนา…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ความชื้นข้าวเปลือกเท่าไรถึงเก็บในยุ้งได้

กรมการข้าว (Rice Knowledge Bank) ระบุว่าถ้าเก็บ 2-3 เดือนควรลดเหลือประมาณ 14% และถ้าเก็บนานกว่า 3 เดือนควรต่ำกว่า 12% ทั้งนี้ต้องวัดด้วยเครื่องที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่ใช้มือกัด

เก็บข้าวรอราคาคุ้มทุกปีไหม

ไม่มีข้อมูลที่ยืนยันว่าคุ้มทุกปี ราคาขึ้นลงตามปริมาณผลผลิตและตลาด ให้ใช้ตารางต้นทุนเก็บเป็นเกณฑ์ว่าราคาต้องเพิ่มเท่าไรจึงเท่าทุน และตรวจความสามารถรับความเสี่ยงของตัวเอง

ข้าวเกี่ยวสดกับข้าวตากแห้ง ควรขายแบบไหน

ขึ้นกับว่ามีลานตาก แดด และแรงงานหรือไม่ ข้าวแห้งน้ำหนักลดลงจริงตามสูตรในบทความ ให้เทียบราคาที่ได้ต่อเนื้อข้าวแห้ง แล้วตัดค่าแรงและความเสี่ยงฝนออก

ควรถามอะไรโรงสีเรื่องความชื้นก่อนส่งข้าว

ถามว่าใช้ความชื้นมาตรฐานกี่ เปอร์เซ็นต์ หักเท่าไรต่อความชื้นที่เกิน 1 จุด ใช้เครื่องวัดแบบใด และให้วัดต่อหน้าได้หรือไม่ จดไว้เทียบกับอย่างน้อยอีกหนึ่งเจ้า

สินเชื่อชะลอการขายของรัฐปีนี้สมัครได้เมื่อไร

ตามรายงานข่าว ครม. เห็นชอบมาตรการแล้วเมื่อราววันที่ 20 ต.ค. 2569 แต่ยังไม่พบประกาศทางการที่ระบุวันเปิดลงทะเบียนและเงื่อนไขของปีนี้ ให้สอบถาม ธ.ก.ส. สาขาโดยตรง

ถ้าไม่มียุ้งควรทำอย่างไร

ดูตัวเลือกฝากเก็บกับสถาบันเกษตรกรหรือโครงการที่เข้าร่วม แล้วนำค่าฝากมาคิดเป็นต้นทุนเก็บเต็มจำนวน ถ้าต้นทุนรวมสูงกว่าส่วนต่างราคาที่คาดหวังอย่างสมเหตุสมผล การขายแบบแบ่งล็อตมักเสี่ยงน้อยกว่า