ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

ควินัวต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง คุ้มไหมก่อนตัดสินใจลงทุน

ควินัวคุ้มไหม ดูตัวเลขราคารับซื้อ 500 เหลือ 150 บาทต่อกิโลกรัมปี 2565 ตารางต้นทุนให้กรอกเอง และตัวอย่างสมมติคำนวณจุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัม ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

ควินัวต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง คุ้มไหมก่อนตัดสินใจลงทุน

คำตอบสั้น ๆ

วิเคราะห์ต้นทุนและรายได้ควินัวจากข้อมูลของ มก. และโครงการหลวง ใช้ตารางต้นทุนให้กรอกราคาท้องถิ่นเอง และตัวอย่างสมมติที่ระบุชัดว่าไม่ใช่ตัวเลขจริง

คำตอบเร็ว: ควินัวจะคุ้มหรือไม่ขึ้นกับสามตัวเลขที่ต้องเช็กเองก่อนลงทุน คือ ต้นทุนจริงต่อไร่ ผลผลิตจริงที่แปลงของคุณทำได้ และราคาที่มีผู้รับซื้อยืนยัน ข้อมูลที่เปิดตรวจสอบได้ในไทยมีแค่ตัวเลขช่วงปี 2565 จากโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งราคารับซื้อลดจาก 500 บาทต่อกิโลกรัมในปีแรกเหลือ 150 บาทในปีถัดมา และยังไม่พบราคาปัจจุบันจากแหล่งทางการ จึงควรทำสัญญาหรือยืนยันผู้ซื้อก่อนปลูก และเริ่มจากพื้นที่ทดลอง (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)

ตัวเลขควินัวที่มีที่มา และตัวเลขที่ยังไม่มี

ภาพประกอบ ตัวเลขควินัวที่มีที่มา และตัวเลขที่ยังไม่มี

คำถามว่าควินัวคุ้มไหม ตอบได้ไม่ยากถ้ามีตัวเลขสามตัวครบ แต่สำหรับควินัวไทย ตัวเลขที่เปิดตรวจสอบได้ยังน้อย แหล่งหลักที่ใช้ในบทความนี้มีสองแหล่ง แหล่งแรกคือบทความของห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สรุปเทคนิคการปลูกจากงานวิจัยของ รศ. ดร. ปิติพงษ์ โตบันลือภพ และคณะ (อ้างปี 2562) ซึ่งระบุว่าผลผลิตราคาประมาณ 100-150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ไม่ระบุปีของราคานี้ แหล่งที่สองคือข่าวผู้จัดการออนไลน์ เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2565 ที่สัมภาษณ์หัวหน้าโครงการเดียวกัน

ตารางต่อไปนี้รวบรวมตัวเลขที่พบ พร้อมระบุแหล่งและความเก่าของข้อมูล เพื่อไม่ให้นำไปปนกับราคาตลาดวันนี้

รายการตัวเลขที่พบแหล่งและข้อควรระวัง
ราคารับซื้อปีแรกของโครงการ500 บาท/กก.ข่าวผู้จัดการออนไลน์ 17 มิ.ย. 2565 เป็นราคาที่มูลนิธิโครงการหลวงรับซื้อคืนจากเกษตรกรที่เข้าโครงการ ไม่ใช่ราคาตลาดทั่วไป
ราคารับซื้อปีถัดมา150 บาท/กก.แหล่งเดียวกัน ลดลงจากปีแรกราวร้อยละ 70
ผลผลิตเฉลี่ยจากผู้เชี่ยวชาญชิลี180 กก./ไร่แหล่งเดียวกัน อ้างข้อมูลจากชิลี
ผลผลิตที่เกษตรกรไทยในโครงการได้ในปีนั้น600 กก./ไร่แหล่งเดียวกัน เป็นผลของเกษตรกรกลุ่มที่เข้าร่วม ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ
รายได้ที่ข่าวรายงานสูงถึง 3 แสนบาท/ไร่ ในปีแรก และใกล้หลักแสนบาทในปีถัดมาเป็นผลคูณของผลผลิตกับราคาข้างต้น ยังไม่หักต้นทุน
ราคาขายปลีกควินัวนำเข้า152-390 บาท ต่อ 250 กรัมข่าวเดียวกัน ช่วงสำรวจก่อน 17 มิ.ย. 2565 และระบุว่าส่วนใหญ่เป็นของนำเข้า
ราคาปัจจุบัน (พ.ย. 2569)ไม่พบต้องสอบถามผู้รับซื้อโดยตรง หรือโครงการหลวงที่ส่งเสริมการปลูกในพื้นที่
ต้นทุนการผลิตต่อไร่ที่มีรายงานไม่พบไม่พบรายงานต้นทุนควินัวไทยจากหน่วยงานรัฐที่เปิดอ่านได้

สิ่งที่ตารางบอกคือ ผลผลิตที่ดีในปีแรกกับราคารับซื้อที่สูงในปีแรก ทำให้ตัวเลขรายได้ดูสูงมาก แต่เมื่อราคาลดลง รายได้ก็ลดตาม แม้ผลผลิตเท่าเดิม ถ้าคิดแค่คูณ 600 กิโลกรัมกับ 150 บาท จะได้ 90,000 บาทต่อไร่ ซึ่งยังไม่หักต้นทุนใด ๆ และถ้าผลผลิตจริงอยู่ใกล้ 180 กิโลกรัม รายได้จะเหลือประมาณ 27,000 บาทที่ราคาเดียวกัน ตัวเลขทั้งสองเป็นเพียงการคูณตัวเลขจากแหล่งข้างต้นเพื่อให้เห็นช่วงความต่าง ไม่ใช่การคาดการณ์รายได้ของใคร

โครงสร้างต้นทุนควินัวต่อไร่ ที่ต้องกรอกด้วยราคาท้องถิ่นของคุณ

เมื่อไม่มีรายงานต้นทุนที่เชื่อถือได้ วิธีที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือแสดงรายการที่ต้องจ่ายและปริมาณที่แหล่งอ้างอิงแนะนำ แล้วให้ผู้อ่านเติมราคาของตัวเอง ณ วันที่ซื้อจริง ปริมาณในตารางมาจากบทความของห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มก. และข่าวผู้จัดการออนไลน์

รายการต้นทุนปริมาณอ้างอิงต่อไร่ราคาในพื้นที่ของคุณ
เมล็ดพันธุ์ราว 500 กรัม (โรยเป็นแถว)กรอกเอง ณ วันซื้อ
เตรียมดิน ไถดะและไถพรวนไถ 2 ครั้งค่าจ้างรถหรือน้ำมันในพื้นที่
ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-1530-50 กก. แบ่งใส่หลายครั้งกรอกเอง
ปุ๋ยอินทรีย์ (ถ้าใช้)500-1,000 กก. ตามชนิดปุ๋ยกรอกเอง
น้ำและค่าสูบน้ำใช้น้ำทั้งฤดูราว 100-200 มม.ค่าไฟหรือน้ำมันสูบน้ำ
ไม้ค้ำหรือเชือกพยุงลำต้นตามความจำเป็นในช่วงสะสมเมล็ดกรอกเอง
แรงงานดูแล กำจัดวัชพืช เก็บเกี่ยว ตาก นวดเก็บด้วยแรงงานคนเป็นหลักค่าจ้างรายวันในพื้นที่
ค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ขึ้นกับผู้ซื้อถามผู้ซื้อ
ต้นทุนโอกาสของที่ดิน1 ฤดู ประมาณ 95-110 วันรายได้ที่เคยได้จากพืชเดิมในช่วงเดียวกัน

ตัวเลขปริมาณที่ใช้ เช่น เมล็ดพันธุ์ราว 500 กรัมต่อไร่ ระยะระหว่างแถว 70-100 เซนติเมตร จำนวนต้นที่เหมาะสมราว 32,000 ต้นต่อไร่ และธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นผลจากงานวิจัยของ มก. กับโครงการหลวง ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ใช้เท่ากัน ดินและฤดูที่ต่างกันอาจต้องปรับ ควรตรวจดินก่อนเพื่อลดการใส่ปุ๋ยเกินจำเป็น ดูแนวทางตรวจดินและน้ำได้ในบทความ ตรวจดินและน้ำที่ห้องปฏิบัติการ

ตัวอย่างสมมติ คำนวณจุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัม

ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อสอนวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ต้นทุนจริงของใคร สมมติว่ารวมทุกรายการในตารางก่อนหน้าแล้วเป็นเงิน 20,000 บาทต่อไร่ (ตัวเลขนี้ตั้งขึ้นเอง ไม่ได้มาจากแหล่งใด) จุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัมคำนวณจากต้นทุนรวมหารด้วยผลผลิต แล้วเทียบกับราคาที่ผู้ซื้อยืนยัน

ผลผลิตต่อไร่ (สมมติ)ต้นทุนรวม (สมมติ)จุดคุ้มทุนเทียบกับราคา 100-150 บาท/กก. ที่ มก. ระบุ
180 กก. (ค่าเฉลี่ยชิลีที่ข่าวอ้าง)20,000 บาทราว 111 บาท/กก.ใกล้กับราคาต่ำของช่วงนั้น ส่วนต่างบางมาก
400 กก.20,000 บาท50 บาท/กก.ต่ำกว่าช่วงราคาที่อ้าง
600 กก. (ผลของเกษตรกรกลุ่มที่เข้าโครงการ)20,000 บาทราว 33 บาท/กก.ต่ำกว่าช่วงราคาที่อ้างมาก
100 กก. (ผลผลิตเสียหายจากโรคหรือฝนช่วงออกดอก)20,000 บาท200 บาท/กก.สูงกว่าช่วงราคาที่อ้าง ขาดทุน

จะเห็นว่าผลผลิตมีน้ำหนักต่อความคุ้มมากกว่าที่คิด ผลผลิตแปรผันถึงหกเท่าระหว่าง 100 กับ 600 กิโลกรัม ทำให้จุดคุ้มทุนต่างกันตั้งแต่ราว 33 ถึง 200 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนแถวผลผลิต 400 และ 100 กิโลกรัมเป็นตัวเลขสมมติที่ตั้งขึ้นเองเพื่อแสดงช่วง ไม่มีแหล่งอ้างอิงรองรับ เมื่อกลับมาที่ข้อมูลจริง ผู้ปลูกรายใหม่ไม่ควรตั้งสมมติฐานว่าจะได้ 600 กิโลกรัมเหมือนกลุ่มแรก เพราะไม่ทราบว่ากลุ่มนั้นอยู่ที่ใด ดินและฤดูแบบไหน และตัวเลขนั้นเป็นของปีเดียว

ปัจจัยที่ทำให้ผลผลิตและต้นทุนต่างกันมาก

เพราะผลผลิตเป็นตัวแปรใหญ่ที่สุดของความคุ้ม ควรรู้ว่าอะไรที่แหล่งอ้างอิงระบุว่ากระทบผลผลิต ตามบทความของ มก. ควินัวชอบอากาศเย็น ช่วงปลูกที่ทดลองคือปลายฤดูฝนถึงต้นหนาว ราว ตุลาคมถึงมกราคมหรือกุมภาพันธ์ โดยแหล่งผลิตหลักอยู่ที่เชียงใหม่และลำพูน มีการกระจายเมล็ดไปสกลนคร นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานีด้วย ความชื้นสูงช่วงต้นกล้าไม่เป็นปัญหา แต่ไม่เหมาะเมื่อเข้าสู่ระยะออกดอกจนพร้อมเก็บเกี่ยว

  • ฤดูปลูก ถ้าปลูกผิดช่วงไปโดนฝนตอนออกดอกและสุกแก่ ผลผลิตเสี่ยงลดลง เพราะแหล่งอ้างอิงบอกว่าควินัวต้องการสภาพแห้งระยะเมล็ดสุกแก่และเก็บเกี่ยว
  • การให้น้ำ ใช้น้ำไม่มาก แต่ขาดไม่ได้ช่วงงอกและช่วงผสมเกสร หากน้ำขังหรือให้น้ำมากเกินไปผลผลิตลดลง
  • โรคราน้ำค้างและรากเน่า มก. รายงานว่าราน้ำค้างระบาดรุนแรงในระยะต้นกล้าถึงอายุราว 1 เดือนในที่ความชื้นสูง และโรครากและลำต้นเน่าแพร่ไปกับเมล็ดพันธุ์ได้ จึงควรใช้เมล็ดจากแหล่งที่ไม่มีโรค ส่วนชนิดและอัตราสารป้องกันกำจัด ให้ปฏิบัติตามฉลากและสอบถามเกษตรอำเภอ
  • แมลง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ช่วงฝนทิ้งช่วง หนอนม้วนใบและหนอนเจาะลำต้นกินยอดและช่อดอก หากผลผลิตเสียหายจะกระทบรายได้โดยตรง
  • ลำต้นหัก ช่วงอายุราว 60-70 วันหลังปลูก รวงหนักเมื่อสะสมเมล็ด แหล่งอ้างอิงแนะนำปักไม้หรือขึงเชือกพยุง ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่ม
  • การเก็บเกี่ยว อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95-110 วันตาม มก. (ข่าวระบุ 90-100 วัน) การใช้เครื่องจักรอาจทำให้เสียหายจึงยังไม่นิยม ต้องมีแรงงานคน

ภาพรวมวิธีปลูกและการเลือกพันธุ์ที่ละเอียดขึ้น อ่านได้ที่บทความ ปลูกควินัวให้ได้ผลดี เลือกพันธุ์ ดูแลน้ำปุ๋ย และจัดการโรคแมลงอย่างไร บทความนี้จะไม่ลงลึกเรื่องเทคนิคซ้ำ

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจลงทุนปลูกควินัว

ถ้าอ่านแล้วอยากลอง ให้ไล่ตามลำดับนี้ก่อนซื้อเมล็ดพันธุ์

  1. หาผู้ซื้อก่อน ถามว่ารับซื้อไหม ราคาเท่าไร ณ วันนี้ เงื่อนไขความชื้นและความสะอาดเป็นอย่างไร และขอเป็นหนังสือหรือข้อความที่เก็บไว้ได้
  2. ตรวจสอบพันธุ์ พันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรตามที่ มก. รายงานคือแดงห้วยต้มและเหลืองปางดะ ขอทราบว่าเมล็ดที่จะซื้อเป็นพันธุ์ใด และมาจากแหล่งที่ปลอดโรคหรือไม่
  3. เช็กฤดูกับพื้นที่ ถามศูนย์โครงการหลวงหรือเกษตรอำเภอว่าพื้นที่ของคุณเคยทดลองปลูกหรือไม่ และช่วงใดที่เหมาะ
  4. ตรวจดิน เพื่อกำหนดปุ๋ยพอดี และดูว่าน้ำระบายได้ดีหรือไม่
  5. กรอกตารางต้นทุน ด้วยราคาจริงในพื้นที่ แล้วคำนวณจุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัมที่ผลผลิตต่ำ กลาง สูง
  6. เริ่มจากแปลงทดลอง เพียงส่วนเล็กของพื้นที่ จดผลผลิตจริง
  7. เตรียมแผนสำรอง ถ้าขายเมล็ดไม่ได้ จะแปรรูปหรือบริโภคเองหรือไม่

ผู้ที่คิดจะลาออกจากงานประจำมาทำเกษตรเพราะเห็นตัวเลขรายได้สูงของพืชใหม่ ควรอ่านบทความ ก่อนลาออกมาทำเกษตร เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านรายได้ในช่วงแรก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อคิดต้นทุนควินัว

  • ใช้ราคาปีแรกของโครงการเป็นราคาตลาด ราคา 500 บาทต่อกิโลกรัมเป็นราคารับซื้อของโครงการในปีแรก และลดเหลือ 150 บาทในปีถัดมา
  • คูณผลผลิตสูงสุดกับราคาสูงสุดแล้วเรียกว่ากำไร ตัวเลข 3 แสนบาทต่อไร่ในข่าวเป็นรายได้ก่อนหักต้นทุน และเป็นของปีแรกเท่านั้น
  • ลืมต้นทุนแรงงานและการตาก ควินัวเก็บเกี่ยวด้วยแรงงานคนเป็นหลักและต้องทำให้แห้งก่อนแยกเมล็ด
  • ซื้อเมล็ดจากแหล่งที่มีโรค โรคบางชนิดติดไปกับเมล็ด ทำให้เสียทั้งฤดู
  • ปลูกผิดช่วงฝน ฝนตอนออกดอกและสุกแก่ทำให้ผลผลิตเสี่ยง
  • ขยายพื้นที่ก่อนมีสัญญา ตลาดควินัวไทยยังเล็ก ผู้ซื้อรายเดียวเปลี่ยนเงื่อนไขก็กระทบทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อยเรื่องต้นทุนและรายได้ควินัว

ปลูกควินัวไร่หนึ่งได้เงินเท่าไร

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกกรณี ข่าวปี 2565 รายงานรายได้สูงถึง 3 แสนบาทต่อไร่ในปีแรกจากผลผลิต 600 กิโลกรัมที่ราคา 500 บาท และใกล้หลักแสนบาทในปีถัดมาที่ราคา 150 บาท ทั้งสองตัวเลขเป็นรายได้ก่อนหักต้นทุน และราคาปัจจุบันไม่พบแหล่งยืนยัน

ต้นทุนควินัวต่อไร่เท่าไร

ไม่พบรายงานต้นทุนการผลิตควินัวไทยจากหน่วยงานรัฐที่เปิดอ่านได้ ควรกรอกตารางต้นทุนด้วยราคาท้องถิ่นเอง หรือสอบถามเกษตรอำเภอและโครงการหลวงที่ส่งเสริมในพื้นที่

ปลูกควินัวนานแค่ไหนถึงเก็บเกี่ยว

บทความ มก. ระบุอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95-110 วัน ส่วนข่าวผู้จัดการออนไลน์ระบุ 90-100 วัน ขึ้นกับพันธุ์และสภาพแวดล้อม

ควินัวปลูกได้ทั้งปีไหม

แหล่งอ้างอิงรายงานช่วงปลูกที่ทดลองคือปลายฤดูฝนถึงปลายฤดูหนาว ราวตุลาคมถึงมกราคมหรือกุมภาพันธ์ ไม่ได้แนะนำให้ปลูกตลอดปี และระบุว่าความชื้นสูงช่วงออกดอกถึงเก็บเกี่ยวไม่เหมาะ

ควรขายควินัวให้ใคร

ข่าวระบุว่ามูลนิธิโครงการหลวงรับซื้อจากเกษตรกรที่เข้าโครงการและจำหน่ายเมล็ดควินัวไทยที่ร้านของมูลนิธิ ณ ข่าวเมื่อมิถุนายน 2565 ผู้สนใจควรติดต่อมูลนิธิโครงการหลวงหรือสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อทราบเงื่อนไขปัจจุบัน

ควินัวมีโรคและแมลงอะไรที่ต้องระวัง

แหล่งอ้างอิงรายงานโรคราน้ำค้าง โรครากและลำต้นเน่า และแมลงอย่างเพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ หนอนม้วนใบ หนอนเจาะลำต้น และมวน การใช้สารเคมีต้องเป็นไปตามฉลากและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

สรุป

ควินัวมีข้อมูลงานวิจัยไทยที่น่าสนใจ แต่ข้อมูลการเงินที่เปิดตรวจสอบได้ยังเป็นของช่วงปี 2565 ราคารับซื้อเคยลดจาก 500 เหลือ 150 บาทต่อกิโลกรัมในปีเดียว และไม่พบต้นทุนหรือราคาปัจจุบันจากแหล่งทางการ ก่อนลงทุนจึงควรกรอกต้นทุนจริง คำนวณจุดคุ้มทุนที่ผลผลิตหลายระดับ ยืนยันผู้ซื้อ และทดลองในพื้นที่เล็กก่อน ข้อมูล ณ พ.ย. 2569 ผู้สนใจสามารถสอบถามเพิ่มได้ที่มูลนิธิโครงการหลวง คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเกษตรอำเภอ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — ควินัว (Quinoa) พืชอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ เทคนิคการปลูก พันธุ์ ฤดู ปุ๋ย น้ำ โรคแมลง และราคาประมาณ 100-150 บาท/กก. (ไม่ระบุปี) https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/62835f3a6ba4095e418012ce
  • 📄ผู้จัดการออนไลน์ — ต่อยอดควินัวสายพันธุ์ไทย พัฒนาสู่ตลาดอาหารสุขภาพ เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2565 ราคารับซื้อ ผลผลิต และราคาปลีกควินัวนำเข้า https://mgronline.com/smes/detail/9650000057575

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

สมุดบัญชีฟาร์ม

ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งผลผลิต

ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

บอร์ดวางแผนงาน

ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ปลูกควินัวไร่หนึ่งได้เงินเท่าไร

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกกรณี ข่าวปี 2565 รายงานรายได้สูงถึง 3 แสนบาทต่อไร่ในปีแรกจากผลผลิต 600 กิโลกรัมที่ราคา 500 บาท และใกล้หลักแสนบาทในปีถัดมาที่ราคา 150 บาท ทั้งสองตัวเลขเป็นรายได้ก่อนหักต้นทุน และราคาปัจจุบันไม่พบแหล่งยืนยัน

ต้นทุนควินัวต่อไร่เท่าไร

ไม่พบรายงานต้นทุนการผลิตควินัวไทยจากหน่วยงานรัฐที่เปิดอ่านได้ ควรกรอกตารางต้นทุนด้วยราคาท้องถิ่นเอง หรือสอบถามเกษตรอำเภอและโครงการหลวงที่ส่งเสริมในพื้นที่

ปลูกควินัวนานแค่ไหนถึงเก็บเกี่ยว

บทความ มก. ระบุอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95-110 วัน ส่วนข่าวผู้จัดการออนไลน์ระบุ 90-100 วัน ขึ้นกับพันธุ์และสภาพแวดล้อม

ควินัวปลูกได้ทั้งปีไหม

แหล่งอ้างอิงรายงานช่วงปลูกที่ทดลองคือปลายฤดูฝนถึงปลายฤดูหนาว ราวตุลาคมถึงมกราคมหรือกุมภาพันธ์ ไม่ได้แนะนำให้ปลูกตลอดปี และระบุว่าความชื้นสูงช่วงออกดอกถึงเก็บเกี่ยวไม่เหมาะ

ควรขายควินัวให้ใคร

ข่าวระบุว่ามูลนิธิโครงการหลวงรับซื้อจากเกษตรกรที่เข้าโครงการและจำหน่ายเมล็ดควินัวไทยที่ร้านของมูลนิธิ ณ ข่าวเมื่อมิถุนายน 2565 ผู้สนใจควรติดต่อมูลนิธิโครงการหลวงหรือสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อทราบเงื่อนไขปัจจุบัน

ควินัวมีโรคและแมลงอะไรที่ต้องระวัง

แหล่งอ้างอิงรายงานโรคราน้ำค้าง โรครากและลำต้นเน่า และแมลงอย่างเพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ หนอนม้วนใบ หนอนเจาะลำต้น และมวน การใช้สารเคมีต้องเป็นไปตามฉลากและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่