ปลูกพืชเผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569

กะหล่ำดอกต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง คุ้มไหมก่อนตัดสินใจลงทุน

ต้นทุนและรายได้ตัวอย่างของกะหล่ำดอก กรณีเกษตรกรรายเดียว ตารางกรอกเอง และสูตรจุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัม เพื่อใช้ตัดสินใจก่อนลงทุนจริงในแปลงของคุณ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

กะหล่ำดอกต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง คุ้มไหมก่อนตัดสินใจลงทุน

คำตอบสั้น ๆ

อธิบายวิธีคิดต้นทุนและรายได้ของกะหล่ำดอกจากกรณีตัวอย่างที่เปิดอ่านได้ พร้อมตารางกรอกเอง และสูตรจุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัม

คำตอบเร็ว: ตัวเลขต้นทุนกะหล่ำดอกที่หาอ่านได้ส่วนใหญ่เป็นกรณีเกษตรกรรายเดียว ตัวอย่างที่เปิดอ่านได้คือ ต้นทุนราว 8,000-10,000 บาทต่อไร่ ผลผลิตที่เกษตรกรเล่าว่าได้ 4 ตันต่อไร่ ขายเฉลี่ยราว 8-10 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นคำบอกเล่าจากบทความของบริษัทปุ๋ย ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของประเทศหรือตัวเลขจากหน่วยงานรัฐ ดังนั้นการตัดสินใจลงทุนควรใช้ตารางกรอกเองและคำนวณจุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัมจากแปลงของคุณ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

กะหล่ำดอกเป็นผักที่ราคาขึ้นลงแรง บางช่วงขายได้ราคาดี บางช่วงผลผลิตออกพร้อมกันจนราคาตกต่ำกว่าต้นทุน การถามว่า "คุ้มไหม" จึงไม่ควรตอบด้วยตัวเลขกำไรสำเร็จรูป บทความนี้ตอบเฉพาะมุมต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง ใครที่ต้องการขั้นตอนปลูกตั้งแต่เตรียมแปลงจนห่อดอก ให้อ่าน วิธีปลูกกะหล่ำดอกหน้าหนาวในพื้นที่ราบ ตั้งแต่เตรียมแปลงจนห่อดอก ส่วนบทความนี้เน้นวิธีคิดตัวเลข

ข้อสำคัญ ผู้เขียนค้นหาต้นทุนกะหล่ำดอกต่อไร่จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงแล้ว ไม่พบตัวเลขที่เปิดอ่านได้ จึงไม่ใส่ตัวเลขทางการใด ๆ และจะระบุเสมอเมื่อตัวเลขมาจากกรณีเดียวหรือเป็นตัวอย่างสมมติ

ตัวเลขที่ตรวจสอบได้ และใครเป็นผู้พูด

ภาพประกอบ ตัวเลขที่ตรวจสอบได้ และใครเป็นผู้พูด
รายการตัวเลขที่มาและข้อควรระวัง
ฤดูปลูกที่บทความระบุฤดูหนาว พ.ย.-ก.พ. (พันธุ์ "พอลล่า") และฤดูร้อน-ฝน มี.ค.-ต.ค. (พันธุ์ "สตาร์")บทความเจียไต๋ (7 ก.ย. 2566) กรณีเกษตรกร จ.เพชรบูรณ์ ไม่ระบุว่าพันธุ์เป็นของผู้ใด
กล้าต่อไร่3,500 ต้น (รายอื่นที่บทความอ้าง 4,000-5,000 ต้น)ระยะระหว่างต้น 30 ซม. ยกร่องกว้าง 1 ม. สูงราว 50 ซม.
อายุเก็บเกี่ยวหลังย้ายกล้าพอลล่า 55-60 วัน, สตาร์ 45-55 วันกรณีเดียวกัน
ผลผลิต4 ตัน/ไร่ น้ำหนักเฉลี่ย 2 กก./หัว (บทความเทียบรายอื่นที่ได้ 2-3 ตัน/ไร่ และ 1 กก./หัว)เกษตรกรรายเดียว พื้นที่ 2 ไร่
ราคาขายเฉลี่ยราว 8-10 บาท/กก. และสูงสุด 25 บาท/กก. ในปี 2564เป็นคำบอกเล่าในบทความ ไม่ใช่ราคาตลาดปัจจุบัน
ต้นทุนประมาณ 8,000-10,000 บาท/ไร่บทความไม่ได้แจกแจงว่ารวมค่าแรง ค่าที่ดิน ค่าน้ำหรือไม่
กล้าที่ใช้ระยะ 40x60 ซม. (กะหล่ำดอกเขียว)ระยะต้น 40 ซม. แถว 60 ซม.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (HRDI) องค์ความรู้พื้นที่สูง เผยแพร่ 25 พ.ย. 2558
น้ำหนักดอกและอายุเก็บ (กะหล่ำดอกเขียว)0.5-1.2 กก./ดอก และเก็บ 60-90 วัน (ส่วนหนึ่ง) หรือ 75-90 วันหลังย้ายปลูก (อีกส่วน)หน้าเดียวกัน ตัวเลขอายุเก็บภายในหน้าไม่ตรงกันเอง
ปุ๋ย 13-13-21 หรือ 15-15-15 (กะหล่ำดอกเขียว)50-100 กก./ไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้งHRDI หน้าเดียวกัน

แหล่งแรก (เจียไต๋) เป็นบทความของบริษัทที่ขายปุ๋ยตราของตนเอง ตัวเลขผลผลิต ราคา และต้นทุนมาจากการเล่าของเกษตรกรรายเดียว ผู้เขียนจึงใช้เป็น "ตัวอย่างหนึ่งกรณี" เท่านั้น แหล่งที่สองคือ HRDI ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ แต่หน้านั้นพูดถึงกะหล่ำดอกเขียวและไม่ได้ให้ต้นทุนหรือผลผลิตต่อไร่ ใช้ได้เฉพาะข้อมูลทางเทคนิค

ความหนาแน่นของต้น: ตัวเลขสองแหล่งต่างกันมาก

จำนวนต้นต่อไร่เป็นตัวกำหนดต้นทุนกล้า ปุ๋ย และผลผลิตรวม ลองคำนวณจากระยะที่แต่ละแหล่งให้ (ผู้เขียนคำนวณเอง โดย 1 ไร่ = 1,600 ตารางเมตร และไม่หักทางเดินระหว่างร่อง)

  • ระยะ 40 x 60 ซม. = 0.24 ตร.ม. ต่อต้น ได้ราว 6,667 ต้น/ไร่ (ถ้าไม่หักทางเดินเลย)
  • กรณีเกษตรกรเพชรบูรณ์ใช้กล้า 3,500 ต้น/ไร่ ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขข้างบน เพราะทำร่องยกและเว้นทางเดิน และปลูกห่าง 30 ซม. ในแถวบนร่องกว้าง 1 ม. ตามที่บทความระบุ

จุดที่ควรสังเกตคือ ความหนาแน่นสูงขึ้น กล้าและปุ๋ยเพิ่มตาม แต่ดอกอาจเล็กลงและโรคอาจพบมากขึ้นถ้าอากาศในแปลงไม่ถ่ายเท บทความของเจียไต๋อ้างว่าปลูกห่างขึ้นช่วยลดโรคและแมลง ซึ่งเป็นข้ออ้างของบทความ ไม่มีงานวิจัยกำกับ ผู้อ่านควรดูที่ผลในแปลงของตัวเอง

ตัวอย่างการคิดรายได้จากกรณีเกษตรกร (ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย)

นำตัวเลขของเกษตรกรรายเดียวมาคำนวณให้เห็นขั้นตอน ข้อสังเกตคือตัวเลขของบทความไม่สอดคล้องกัน 100 เปอร์เซ็นต์ในตัวเอง เช่น กล้า 3,500 ต้นหัวละ 2 กก. ควรได้ 7 ตัน แต่บทความระบุผลผลิต 4 ตัน/ไร่ ส่วนต่างอาจเกิดจากต้นตาย ดอกคัดทิ้ง หรือหัวเฉลี่ยเล็กกว่า 2 กก. บทความไม่ได้อธิบาย

รายการฐานตัวเลขคำนวณ (ผู้เขียนคิดเอง)
รายได้ (ตามราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรเล่า)4,000 กก. x 8-10 บาท32,000-40,000 บาท/ไร่
ต้นทุนตามที่เกษตรกรเล่า8,000-10,000 บาท/ไร่-
ส่วนต่าง (ยังไม่รวมสิ่งที่บทความไม่ระบุ เช่น ค่าแรงตัวเอง ค่าที่)รายได้ - ต้นทุนประมาณ 22,000-32,000 บาท/ไร่ (คำนวณจากตัวเลขในบทความ)

ตัวเลขส่วนต่างนี้ไม่ควรเอาไปคูณจำนวนไร่เพื่อประมาณรายได้ของตัวเอง เพราะเป็นกรณีเดียว พื้นที่ 2 ไร่ ราคาขายและผลผลิตต่างกันได้มากตามฤดู ตลาด และฝีมือ และบทความเองก็บอกว่าปี 2564 ขายได้สูงสุด 25 บาท/กก. แปลว่าราคาแกว่งกว้างมาก

จุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัม: เครื่องมือที่ใช้ได้ทุกแปลง

สูตรหลัก ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร และ ต้นทุนต่อกิโลกรัม = ต้นทุนรวม / ปริมาณที่ขายได้จริง ลองเอาต้นทุน 8,000-10,000 บาท/ไร่ ของกรณีตัวอย่างมาเป็นฐาน แล้วเปลี่ยนปริมาณที่ขายได้ เป็นสถานการณ์สมมติ

ปริมาณที่ขายได้ (สมมติ)ต้นทุน 8,000 บาทต้นทุน 10,000 บาท
4,000 กก./ไร่2.0 บาท/กก.2.5 บาท/กก.
2,000 กก./ไร่4.0 บาท/กก.5.0 บาท/กก.
1,000 กก./ไร่8.0 บาท/กก.10.0 บาท/กก.

จากตารางจะเห็นว่า ถ้าขายได้เพียง 1,000 กก./ไร่ จุดคุ้มทุนจะขึ้นมาเท่ากับราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรรายนั้นเล่า (8-10 บาท) แปลว่าทุกกิโลที่ขายต่ำกว่าราคานั้นคือขาดทุน ความเสี่ยงหลักจึงอยู่ที่ปริมาณที่ขายได้ ไม่ได้อยู่ที่ราคาอย่างเดียว ตัวเลขทั้งหมดในตารางนี้เป็นการคำนวณสมมติ ไม่ได้บอกว่าแปลงของใครจะได้ปริมาณเท่านั้น

ตารางต้นทุนฉบับกรอกเอง

หมวดฐานคิดจำนวนราคา/หน่วยรวม (บาท)
กล้ากะหล่ำดอกจำนวนต้นต่อไร่ตามระยะปลูกที่เลือก + เผื่อซ่อม (ตัวอย่าง 3,500-6,667 ต้น ตามการคำนวณข้างต้น)__ ต้น____
เตรียมแปลง ยกร่อง ปุ๋ยคอกค่าแรงหรือค่าเครื่องจักร + วัสดุ______
ปุ๋ยเคมีHRDI ระบุกรอบ 50-100 กก./ไร่ สำหรับกะหล่ำดอกเขียว ใช้เทียบเบื้องต้น ส่วนกรณีเพชรบูรณ์ใช้ตามรอบหลายครั้ง__ กก.____
คลุมแปลง ฟาง หรือพลาสติกคลุมแปลงตามพื้นที่ที่ใช้จริง______
ระบบน้ำสายยางน้ำหยด หรือสปริงเกลอร์ หรือค่าสูบน้ำต่อรอบ______
สารป้องกันศัตรูพืชตามฉลากและคำแนะนำเจ้าหน้าที่ ไม่ระบุยี่ห้อ______
แรงงานเก็บเกี่ยว ตัดแต่ง คัดเกรดจำนวนคน x วัน______
บรรจุ ขนส่ง เก็บความเย็น (ถ้ามี)ตะกร้า น้ำแข็ง ค่าขนส่งไปจุดรับซื้อ______
ต้นทุนรวม__

เมื่อกรอกครบ ให้หารด้วยกิโลกรัมที่คุณคาดว่าขายได้ในสามระดับ (ต่ำ กลาง สูง) เหมือนตารางจุดคุ้มทุน แล้วเอาไปเทียบกับราคาที่ผู้ซื้อในพื้นที่เสนอจริง ผู้เขียนไม่ได้ใส่ราคาตลาดปัจจุบันเพราะไม่พบแหล่งที่มีวันที่เปิดตรวจได้

ปัจจัยที่ทำให้รายได้ต่างจากตัวอย่าง

  • ฤดูและพันธุ์: บทความเจียไต๋แยกพันธุ์ปลูกหน้าหนาวและหน้าร้อน-ฝนต่างกัน ปลูกผิดฤดูมีความเสี่ยงต่อการเกิดดอก ซึ่งแหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้ลงรายละเอียด ให้ถามศูนย์วิจัยพืชผักหรือเกษตรอำเภอ
  • คุณภาพดอก: HRDI ระบุเกณฑ์ชั้นหนึ่งของกะหล่ำดอกเขียวว่าเส้นผ่านศูนย์กลางดอกไม่ต่ำกว่า 7 ซม. ดอกแน่น สีสม่ำเสมอ ก้านยาว 8 ซม. ถ้าผู้ซื้อคัดเกรดแบบนี้ ดอกที่ไม่ผ่านจะขายไม่ได้ราคา เกณฑ์นี้ระบุสำหรับกะหล่ำดอกเขียว ไม่ใช่ทุกสี ควรถามผู้รับซื้อเกี่ยวกับเกณฑ์ของตน
  • การคลุมดอก: HRDI อธิบายการรวบใบคลุมดอกเมื่อดอกเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 ซม. เพื่อให้ดอกขาวนวลและกันแดด ซึ่งเป็นแรงงานเพิ่ม ส่วนบางพันธุ์ไม่ต้องคลุม ให้ตรวจข้อมูลพันธุ์ที่ซื้อ
  • การเก็บรักษา: HRDI ระบุเก็บที่ 0 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95-98 เปอร์เซ็นต์ ได้ 1-2 สัปดาห์ ถ้าไม่มีห้องเย็น ต้องขายเร็ว และมีผลต่อการต่อรองราคา
  • โรคและแมลง: หน้า HRDI ที่เปิดอ่านระบุเฉพาะโรคโคนเน่าคอดินและเน่าเละ ส่วนศัตรูพืชของตระกูลกะหล่ำ ให้ดู แปลงกะหล่ำมีรูพรุนทั้งใบตอนกลางคืน คือหนอนใยผักหรือหนอนกระทู้ผัก และปรึกษาเกษตรอำเภอก่อนใช้สารใด ๆ ตามฉลาก

กะหล่ำดอกกับกะหล่ำปลี ต้นทุนมองต่างกันอย่างไร

ผู้ที่เคยดูแปลงกะหล่ำปลีอาจเทียบตัวเลขได้ แต่ต้องระวัง ตัวเลขผลผลิต 9,000 กก./ไร่ ที่พบในข่าวจังหวัดตากเป็นของกะหล่ำปลี ไม่ใช่กะหล่ำดอก (ผู้เขียนไม่ได้เปิดอ่านข่าวนั้น จึงไม่ใช้เป็นหลักฐาน) ตัวเลขของพืชสองชนิดไม่ควรเอามาปนกัน ถ้าสนใจกะหล่ำปลี ดู วิธีปลูกกะหล่ำปลีให้หัวแน่นสำหรับมือใหม่ และ กะหล่ำปลีหัวแตกก่อนเก็บ

ข้อผิดพลาดด้านต้นทุนที่พบบ่อย

  • เอาตัวเลขกำไรของเกษตรกรรายเดียวไปคูณจำนวนไร่ของตัวเอง
  • ใช้ราคาสูงสุดของปีที่ผ่านมา (เช่น 25 บาท/กก. ปี 2564 ที่บทความกล่าวถึง) เป็นราคาที่คาดว่าจะได้
  • ไม่แยกปริมาณที่ปลูกกับปริมาณที่ขายได้ ทำให้ต้นทุนต่อกิโลต่ำเกินจริง
  • ไม่นับต้นทุนห้องเย็น น้ำแข็ง และขนส่งทั้งที่ผู้ซื้อต้องการดอกสด
  • ไม่ได้ถามผู้ซื้อเรื่องเกณฑ์คัดเกรด แล้วพบว่าดอกจำนวนมากไม่ผ่าน
  • ปลูกพร้อมเพื่อนบ้านทั้งหมดในช่วงเดียวกัน ทำให้ผลผลิตออกพร้อมกันและราคาตก (เป็นหลักการทั่วไป ไม่ใช่ตัวเลขจากแหล่งใด)
  • ลืมค่าแรงตัวเอง ค่าน้ำ ค่าไฟ

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจลงทุน

  • ถามผู้รับซื้อหรือแม่ค้า 2-3 รายเรื่องราคาล่าสุดพร้อมวันที่ เกณฑ์ขนาดและคุณภาพ และวิธีรับซื้อ
  • เลือกพันธุ์และฤดูตามที่ศูนย์วิจัยหรือเกษตรอำเภอแนะนำสำหรับพื้นที่ของคุณ
  • กรอกตารางต้นทุนครบ และคำนวณจุดคุ้มทุนต่อกิโลที่ปริมาณ 3 ระดับ
  • ตัดสินใจก่อนว่ามีที่เก็บเย็นหรือไม่ หรือต้องขายภายในวันเก็บ
  • เริ่มทดลองจากไม่กี่ร่อง จดผลทุกขั้น ก่อนขยายเป็นหลายไร่
  • มีเงินสำรองถ้าราคาตกหรือผลผลิตเสียหาย

สรุป

ตัวเลขต้นทุนและรายได้กะหล่ำดอกที่ตรวจได้ในตอนนี้เป็นกรณีเกษตรกรรายเดียว ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย จึงควรใช้เป็นตัวอย่างวิธีคิด ไม่ใช่เป้าหมาย สิ่งที่ควรทำคือกรอกต้นทุนของตัวเอง คำนวณจุดคุ้มทุนต่อกิโลกรัมที่ปริมาณขายหลายระดับ ถามผู้ซื้อเรื่องราคาและเกณฑ์คัดเกรด แล้วเริ่มทดลองจากแปลงเล็กก่อนขยาย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…

สมุดบัญชีฟาร์ม

ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…

เครื่องชั่งผลผลิต

ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…

บอร์ดวางแผนงาน

ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ปลูกกะหล่ำดอก 1 ไร่ ต้นทุนเท่าไร

ตัวอย่างหนึ่งกรณีจากเกษตรกรใน จ.เพชรบูรณ์ ที่เล่าในบทความเจียไต๋ (2566) ระบุราว 8,000-10,000 บาท/ไร่ แต่ไม่ได้บอกว่ารวมอะไรบ้าง และไม่ใช่ตัวเลขจากหน่วยงานรัฐ ให้ใช้ตารางกรอกเองสำหรับแปลงของคุณ

กะหล่ำดอกปลูกกี่วันเก็บได้

บทความเจียไต๋ระบุ 55-60 วันหลังย้ายกล้าสำหรับพันธุ์พอลล่า และ 45-55 วันสำหรับพันธุ์สตาร์ ส่วนหน้า HRDI ของกะหล่ำดอกเขียวระบุ 60-90 วันในส่วนหนึ่ง และ 75-90 วันหลังย้ายปลูกในอีกส่วนหนึ่ง ตัวเลขต่างกันตามพันธุ์และฤดู

ปลูกกะหล่ำดอกให้ได้กี่ตันต่อไร่

เกษตรกรในบทความเจียไต๋เล่าว่าได้ 4 ตัน/ไร่ เทียบกับรายอื่นที่ได้ 2-3 ตัน/ไร่ ตัวเลขของ HRDI ไม่ได้ระบุผลผลิตต่อไร่ ผู้เขียนจึงไม่ระบุค่ากลาง ให้ทดลองแปลงเล็กเพื่อวัดค่าจริง

ราคากะหล่ำดอกตอนนี้เท่าไร

ไม่พบราคาที่มีวันที่และเปิดตรวจได้ใน พ.ย. 2569 ราคาผันผวนตามฤดูและพื้นที่ ให้สอบถามผู้รับซื้อในพื้นที่โดยตรง

ควรปลูกหน้าหนาวหรือหน้าฝน

บทความเจียไต๋ใช้พันธุ์แยกตามฤดู (พ.ย.-ก.พ. และ มี.ค.-ต.ค.) แต่เป็นกรณีเกษตรกรรายเดียว ควรถามเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชผักในพื้นที่ว่าฤดูและพันธุ์ใดเหมาะกับที่ของคุณ

ต้องมีห้องเย็นไหม

ไม่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ขายทันทีหลังเก็บ แต่ HRDI ระบุว่าเก็บที่ 0 องศาเซลเซียสได้ 1-2 สัปดาห์ ถ้าต้องการเก็บรอราคา ต้องคิดต้นทุนการแช่เย็นเข้าไป