คำตอบสั้น ๆ
ซูกินียังไม่มีตัวเลขต้นทุนและรายได้ต่อไร่ที่รัฐประกาศ บทความนี้ให้ปริมาณปัจจัยการผลิตจาก สวพส. ตารางกรอกต้นทุน และวิธีคิดจุดคุ้มทุน
คำตอบเร็ว: ยังไม่พบตัวเลขต้นทุนและรายได้ต่อไร่ของซูกินีที่หน่วยงานรัฐประกาศไว้เป็นมาตรฐานกลาง ดังนั้นบทความนี้จะไม่ใส่ตัวเลขกำไรให้ แต่จะให้ปริมาณปัจจัยการผลิตที่ตรวจสอบได้จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) แล้วสอนวิธีคิดจุดคุ้มทุนด้วยตัวเอง ว่าต้องขายได้กี่กิโลกรัมต่อต้น ก่อนตัดสินใจลงทุน ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
คนที่เห็นซูกินีราคาดีในซูเปอร์มาร์เก็ตมักถามเป็นข้อแรกว่า "ปลูกไร่หนึ่งได้เงินเท่าไร" คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้อย่างซื่อสัตย์ เพราะต้นทุนขึ้นกับพื้นที่ปลูก ฤดู วิธีเตรียมแปลง และค่าแรง ส่วนรายได้ขึ้นกับว่าขายผลได้กี่กิโลกรัมและราคาวันนั้นเท่าไร บทความนี้จึงแยกสิ่งที่ยืนยันได้ออกจากสิ่งที่ต้องกรอกเอง แล้วทำเป็นตารางให้คำนวณได้ในกระดาษแผ่นเดียว
หากอยากรู้เรื่องวิธีปลูกช่วงหนาวและปัญหาดอกไม่ติดผล ให้อ่านบทความ ปลูกซูกินีช่วงหน้าหนาว ดอกเยอะแต่ไม่ติดลูก ต้องช่วยผสมเกสรอย่างไร ส่วนบทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องเงิน คือต้นทุนมีอะไรบ้าง และต้องขายเท่าไรจึงคุ้ม
ทำไมจึงไม่มีตัวเลขต้นทุนซูกินีต่อไร่ที่เชื่อถือได้
ในการรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ไม่พบตารางต้นทุนการผลิตซูกินีต่อไร่ที่หน่วยงานรัฐประกาศเป็นทางการ ส่วนหน้าเว็บที่ขายเมล็ดพันธุ์หรือเขียนทั่วไปมักไม่ระบุที่มาของตัวเลข จึงไม่นำมาใช้
ผลคือเราไม่มีข้อมูลกลางที่บอกได้ว่าซูกินีหนึ่งไร่ให้ผลผลิตกี่กิโลกรัม ใครที่บอกตัวเลขตายตัวโดยไม่บอกที่มา ควรถามกลับว่าวัดจากแปลงไหน ปีไหน พันธุ์อะไร ในบทความนี้ ตัวเลขทางเทคนิคมาจากหน้าองค์ความรู้ซุกินีของ สวพส. ซึ่งอ้างอิงหนังสือการปลูกผักบนพื้นที่สูง และคู่มือการจัดชั้นคุณภาพผักของกองพัฒนาเกษตรที่สูง ส่วนราคาและผลผลิตให้ผู้อ่านกรอกจากตลาดที่ตนขายจริง
ข้อมูลการผลิตที่ตรวจสอบได้จาก สวพส.
ก่อนคำนวณเงิน ต้องรู้ก่อนว่าปลูกซูกินีหนึ่งไร่ใช้ปัจจัยอะไรบ้าง ข้อมูลต่อไปนี้มาจากหน้าองค์ความรู้ซุกินีของ สวพส. (เผยแพร่ 8 พ.ย. 2558)
| หัวข้อ | ข้อมูลที่ระบุในแหล่ง |
|---|---|
| สภาพอากาศ | ต้องการอากาศอบอุ่น ปลูกได้ดีในพื้นที่สูงตั้งแต่ 600 เมตรขึ้นไป อุณหภูมิเหมาะสม 18-30 องศาเซลเซียส ถ้าสูงหรือต่ำกว่านี้ต้นชะงักการเจริญเติบโต |
| ดิน | ร่วนซุย หน้าดินลึก อุดมสมบูรณ์ ระบายน้ำดี ความเป็นกรดด่าง 6.0-6.5 ได้น้ำสม่ำเสมอและแสงแดดเต็มที่ |
| กล้า | เพาะในถาดหลุม อายุกล้า 6-8 วัน |
| เตรียมดิน | ไถลึก 15-20 เซนติเมตร ตากแดด 7-10 วัน เก็บเศษวัชพืช ใส่ปุ๋ยคอก 1.5-3 ตันต่อไร่ และปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ |
| ระยะปลูก | แถวเดี่ยว ระหว่างต้น 0.7-1 เมตร ระหว่างแถว 1 เมตร ขึ้นกับสายพันธุ์และฤดูปลูก |
| ปุ๋ยหลังย้ายปลูก | ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ และแคลเซียมไนเตรต 50 กิโลกรัมต่อไร่ |
| เก็บเกี่ยว | หลังดอกบาน 5-7 วัน หรือตามขนาดที่ตลาดต้องการ ใช้กรรไกรหรือมีดตัด |
| เก็บรักษา | 7 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95 เปอร์เซ็นต์ เก็บได้ 1-2 สัปดาห์ |
สิ่งที่ตารางนี้บอกเราเรื่องต้นทุนมี 3 ข้อ ข้อแรก ปุ๋ยคอกปริมาณ 1.5-3 ตันต่อไร่ เป็นรายการที่กินเงินและค่าขนส่งไม่น้อย ข้อสอง ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 รวมสองครั้งเป็น 150 กิโลกรัมต่อไร่ และมีแคลเซียมไนเตรตอีก 50 กิโลกรัม ข้อสาม แหล่งนี้เขียนจากมุมพื้นที่สูง ถ้าปลูกในที่ราบที่อากาศร้อนกว่า 30 องศาเซลเซียส ตัวเลขผลผลิตและความเสี่ยงอาจต่างออกไป และไม่มีเอกสารกลางที่ให้ตัวเลขที่ราบมาเทียบ
นับจำนวนต้นต่อไร่ก่อน เพราะทุกอย่างคูณจากตรงนี้
พื้นที่ 1 ไร่เท่ากับ 1,600 ตารางเมตร เมื่อใช้ระยะปลูกตามแหล่งข้างต้น คือแถวห่างกัน 1 เมตร ต้นห่างกัน 0.7-1 เมตร จะได้จำนวนต้นโดยประมาณดังนี้ (คำนวณเองจากตัวเลขในแหล่ง ยังไม่ได้หักทางเดินและหัวแปลง)
| ระยะระหว่างต้น | ระยะระหว่างแถว | พื้นที่ต่อต้น (ตารางเมตร) | จำนวนต้นต่อไร่ โดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| 1.0 เมตร | 1 เมตร | 1.0 | 1,600 ต้น |
| 0.7 เมตร | 1 เมตร | 0.7 | ประมาณ 2,286 ต้น |
ต้นกล้าควรเผื่อไว้ปลูกซ่อมอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งสัดส่วนที่เผื่อให้ตัดสินใจตามอัตรารอดในแปลงของตน ยังไม่มีตัวเลขกลางที่ตรวจสอบได้ จำนวนต้นนี้คือฐานที่ใช้คูณค่าเมล็ด ค่าถาดเพาะ ค่าแรงย้ายปลูก และใช้หารตอนคิดว่าต้นหนึ่งต้องให้ผลกี่กิโลกรัมจึงคุ้ม
รายการต้นทุนที่ต้องกรอก (กรอบเปล่า ใช้ได้กับทุกแปลง)
ตารางนี้เป็นกรอบสำหรับกรอกเอง ช่องปริมาณมาจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ ช่องราคาต้องกรอกจากใบเสร็จหรือราคาที่ร้านในพื้นที่ของตนเสนอ เพราะราคาวัสดุเปลี่ยนตามฤดูและพื้นที่
| รายการ | ปริมาณต่อไร่ (ที่มา) | ราคาต่อหน่วย | รวม (บาท) |
|---|---|---|---|
| ค่าเตรียมดิน ไถ ตากดิน | ลึก 15-20 เซนติเมตร ตาก 7-10 วัน (สวพส.) | กรอกเอง | กรอกเอง |
| ปุ๋ยคอก | 1.5-3 ตัน (สวพส.) | กรอกเอง | กรอกเอง |
| ปุ๋ย 15-15-15 รองพื้น | 50 กิโลกรัม (สวพส.) | กรอกเอง | กรอกเอง |
| ปุ๋ย 15-15-15 หลังย้ายปลูก | 100 กิโลกรัม (สวพส.) | กรอกเอง | กรอกเอง |
| แคลเซียมไนเตรต | 50 กิโลกรัม (สวพส.) | กรอกเอง | กรอกเอง |
| เมล็ดพันธุ์และค่าเพาะกล้า | 1,600-2,286 ต้น บวกส่วนเผื่อซ่อม (คำนวณเอง) | กรอกเอง | กรอกเอง |
| ระบบน้ำ ค่าไฟหรือน้ำมันสูบน้ำ | ให้น้ำสม่ำเสมอ (สวพส.) ปริมาณขึ้นกับแปลง | กรอกเอง | กรอกเอง |
| สารป้องกันโรคแมลงและชีวภัณฑ์ | ตามที่สำรวจพบจริง อ่านฉลาก | กรอกเอง | กรอกเอง |
| ค่าแรงดูแลและเก็บเกี่ยว | เก็บหลังดอกบาน 5-7 วัน จึงต้องเก็บบ่อย | กรอกเอง | กรอกเอง |
| ค่าบรรจุภัณฑ์และขนส่ง | ห่อทีละผลหรือใส่ถุงเจาะรู ใส่ตะกร้าพลาสติก (สวพส.) | กรอกเอง | กรอกเอง |
| ค่าเช่าที่ดินหรือดอกเบี้ยเงินกู้ | ถ้ามี | กรอกเอง | กรอกเอง |
ข้อสังเกตจากตาราง ค่าแรงเก็บเกี่ยวเป็นต้นทุนที่คนมือใหม่ลืมบ่อยที่สุด เพราะเมื่อต้องเก็บหลังดอกบาน 5-7 วัน ผลจะทยอยโตทุกวัน แปลงที่ปล่อยเลยขนาดตลาดจะขายยาก และยังกินแรงต้นทำให้ผลถัดไปโตช้า (ข้อสรุปหลังนี้เป็นหลักทั่วไปของพืชตระกูลแตง ไม่ได้มาจากแหล่งในตาราง) ต้องจัดคนเก็บแทบทุกวันหรือวันเว้นวัน และต้องมีคนคัดขนาดตามชั้นคุณภาพด้วย
ชั้นคุณภาพมีผลต่อรายได้มากกว่าที่คิด
คู่มือจัดชั้นคุณภาพผักของกองพัฒนาเกษตรที่สูง ที่ สวพส. อ้างไว้ ระบุว่าชั้นหนึ่งต้องเป็นผลเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 เซนติเมตร ยาว 12-20 เซนติเมตร ไม่มีตำหนิ ชั้นสองเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 เซนติเมตร ยาว 9-18 เซนติเมตร รูปร่างผิดปกติได้เล็กน้อย ส่วนชั้น U คือผลที่เล็กหรือใหญ่กว่าเกณฑ์ และมีตำหนิได้ไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนในภาชนะ คุณภาพขั้นต่ำคือผลเรียบเป็นมัน สด สะอาด แข็ง ไม่นิ่ม และไม่มีร่องรอยแมลงเข้าทำลาย
ความหมายทางเงินคือ ผลผลิตที่เก็บได้ทั้งหมดไม่ได้ขายในราคาเดียวกัน ถ้าตลาดที่ขายรับเฉพาะชั้นหนึ่ง ผลชั้นสองและชั้น U อาจต้องหาตลาดอื่นหรือขายราคาต่ำกว่า ให้ถามผู้รับซื้อล่วงหน้าว่าใช้เกณฑ์ขนาดอย่างไร แล้วนับสัดส่วนผลที่เข้าเกณฑ์จากแปลงทดลองเล็กก่อน อย่าใช้สัดส่วนที่คาดเดา
วิธีคิดจุดคุ้มทุน ขายกี่กิโลกรัมจึงไม่ขาดทุน
สูตรจากแนวทางมาตรฐานคือ ต้นทุนรวม = ต้นทุนคงที่ + ต้นทุนผันแปร และ ต้นทุนต่อหน่วย = ต้นทุนรวม ÷ ปริมาณขาย จากนั้นจุดคุ้มทุนคือปริมาณที่ต้องขายให้ได้ = ต้นทุนรวม ÷ ราคาขายต่อกิโลกรัม แล้วนำไปหารด้วยจำนวนต้นเพื่อดูว่าแต่ละต้นต้องให้ผลกี่กิโลกรัม
ตัวอย่างสมมติเพื่อสาธิตการคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริงและไม่ใช่ผลผลิตที่คาดการณ์: สมมติว่าต้นทุนรวมต่อรอบของแปลง 1 ไร่ เท่ากับ 40,000 บาท (ตัวเลขสมมติ) และสมมติว่าปลูก 2,000 ต้น (อยู่ในช่วง 1,600-2,286 ต้นที่คำนวณข้างต้น) ตารางนี้แสดงผลเมื่อราคาขายต่างกัน
| ราคาขายสมมติ (บาท/กก.) | ต้องขายให้ได้ (กก.) = 40,000 ÷ ราคา | เฉลี่ยต่อต้น (กก./ต้น) เมื่อมี 2,000 ต้น |
|---|---|---|
| 10 | 4,000 | 2.00 |
| 15 | ประมาณ 2,667 | ประมาณ 1.33 |
| 20 | 2,000 | 1.00 |
| 25 | 1,600 | 0.80 |
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าซูกินีหนึ่งต้นให้ผลกี่กิโลกรัม เพราะไม่มีแหล่งที่ตรวจสอบได้ แต่บอกวิธีใช้งานจริง ให้ทดลองปลูกจำนวนน้อย เช่น 20-30 ต้น ชั่งผลที่ขายได้จริงตลอดอายุการเก็บ แล้วนำค่าเฉลี่ยกิโลกรัมต่อต้นไปเทียบกับแถวสุดท้ายที่ราคาขายจริงของตนตรงกับแถวไหน ถ้าค่าเฉลี่ยจริงต่ำกว่าเลขในตาราง แปลงนั้นยังไม่คุ้ม ควรปรับลดต้นทุนหรือหาตลาดราคาสูงกว่าก่อนขยาย
ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนจริงเพี้ยนจากแผน
- อุณหภูมิ แหล่งข้อมูลระบุช่วงเหมาะสม 18-30 องศาเซลเซียส นอกช่วงนี้ต้นชะงัก ถ้าปลูกในที่ราบช่วงร้อน ควรเผื่อว่าผลผลิตอาจต่ำกว่าแผน
- โรคและแมลง กรมวิชาการเกษตรเคยออกเตือนภัยว่าพืชตระกูลแตง ซึ่งระบุซูกินีไว้ด้วย พบโรคราแป้งเมื่ออากาศเย็นมีหมอก และพบเพลี้ยไฟฝ้ายในช่วงอากาศแห้งแล้ง ตัวเลขค่าสารและแรงงานควรเผื่อไว้สำหรับรอบที่ต้องป้องกัน
- การผสมเกสร สวพส. ระบุว่าซูกินีมีดอกตัวเมียและตัวผู้แยกกัน ผสมโดยแมลงเช่นผึ้ง ถ้าแมลงน้อย ผลอาจไม่ติด จึงอาจต้องมีค่าแรงช่วยผสม
- ตลาดและขนส่ง ผลเก็บได้ที่ 7 องศาเซลเซียส เพียง 1-2 สัปดาห์ ถ้าไม่มีห้องเย็นหรือรถห้องเย็น ต้องขายเร็ว ราคาต่อรองได้น้อยลง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนคิดต้นทุนซูกินี
- เอาราคาขายปลีกในซูเปอร์มาร์เก็ตมาคิดเป็นรายได้ ทั้งที่ผู้ปลูกขายส่งให้พ่อค้าในราคาที่ต่ำกว่ามาก
- ลืมนับค่าแรงของตัวเอง ทำให้ดูเหมือนกำไรสูงกว่าความจริง
- ใช้ผลผลิตสูงสุดของต้นที่ดีที่สุดมาคูณทั้งไร่ ทั้งที่ต้นที่ตาย โตช้า หรือผลมีตำหนิก็ต้องหักออก
- ไม่แยกผลชั้นหนึ่งกับชั้นสองกับชั้น U ในการคำนวณรายได้
- ลงทุนปลูกทั้งไร่ในรอบแรกโดยไม่เคยทดลองขายผลจริงแม้แต่ครั้งเดียว
- ลืมค่าบรรจุภัณฑ์ ถุง ตะกร้า และค่าขนส่งไปจุดรับซื้อ
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจลงทุน
- มีผู้รับซื้อที่ตกลงเบื้องต้นแล้วหรือยัง และเขารับเกณฑ์ขนาดแบบไหน
- พื้นที่ปลูกอุณหภูมิช่วงที่จะปลูกอยู่ในช่วง 18-30 องศาเซลเซียสหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ ให้ทดลองจำนวนน้อย
- มีน้ำให้สม่ำเสมอตลอดรอบหรือไม่
- ได้ทดลองปลูก 20-30 ต้นและชั่งผลที่ขายได้จริงแล้วหรือยัง
- กรอกตารางต้นทุนครบทุกแถว รวมค่าแรงตนเองแล้วหรือยัง
- คำนวณจุดคุ้มทุนที่ราคาขายต่ำสุดที่เป็นไปได้ ไม่ใช่เฉพาะราคาสูงสุดแล้วหรือยัง
- ได้ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องโรคแมลงที่พบในพื้นที่แล้วหรือยัง
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าควรปลูกพืชตระกูลแตงชนิดไหน อาจเทียบกับพืชอื่น เช่น วิธีปลูกแตงกวา ซึ่งมีข้อมูลการดูแลพื้นฐานของพืชตระกูลเดียวกัน หรือดูแนวคิดการวางแผนปลูกในโรงเรือนจากบทความ ปลูกพริกหยวกในโรงเรือนส่งซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อประเมินการลงทุนส่วนโรงเรือนและการส่งตลาด
สรุป
ซูกินีคุ้มหรือไม่ ตอบจากตัวเลขกลางไม่ได้ เพราะยังไม่พบต้นทุนและผลผลิตต่อไร่ที่หน่วยงานรัฐประกาศ สิ่งที่ทำได้คือใช้ปริมาณปัจจัยการผลิตที่ตรวจสอบได้จาก สวพส. กรอกราคาจริงของตนเอง แล้วคำนวณว่าต้องขายกี่กิโลกรัมต่อต้นจึงคุ้มทุน ทดลองปลูกจำนวนน้อยและหาผู้รับซื้อก่อน จะปลอดภัยกว่าการลงทั้งไร่ตั้งแต่รอบแรก ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) — องค์ความรู้ซุกินี: สภาพอากาศ ดิน ระยะปลูก อัตราปุ๋ย การเก็บเกี่ยว ชั้นคุณภาพ และการเก็บรักษา https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/35
- กรมวิชาการเกษตร — เตือนภัยการเกษตร 3-15 มกราคม 2566 เรื่องโรคราแป้งในพืชตระกูลแตง https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2023/03/เตือนภัยการเกษตรช่วงวันที่-3-15-มกราคม-2566.pdf
- กรมวิชาการเกษตร — เตือนภัยการเกษตร 1-15 ธันวาคม 2567 เรื่องเพลี้ยไฟฝ้ายในพืชตระกูลแตง https://www.doa.go.th/hort/wp-content/uploads/2024/11/เตือนภัยการเกษตรช่วงวันที่-1-15-ธันวาคม-2567.pdf
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…
บอร์ดวางแผนงาน
ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกซูกินี 1 ไร่ ได้กี่กิโลกรัม
ไม่พบตัวเลขที่ประกาศจากหน่วยงานรัฐที่ตรวจสอบได้ ผู้ปลูกควรทดลองปลูกจำนวนน้อยแล้วชั่งน้ำหนักที่ขายได้จริงของตนเอง
ซูกินีเก็บเกี่ยวได้เมื่อไร
แหล่งของ สวพส. ระบุให้เก็บหลังดอกบาน 5-7 วัน หรือตามขนาดที่ตลาดต้องการ จึงต้องออกสำรวจแปลงบ่อย
ต้องใช้ปุ๋ยปริมาณเท่าไรต่อไร่
ตามแหล่ง สวพส. ใช้ปุ๋ยคอก 1.5-3 ตัน และปุ๋ย 15-15-15 อีก 50 กิโลกรัมตอนเตรียมดิน หลังย้ายปลูกใส่ 15-15-15 อีก 100 กิโลกรัม และแคลเซียมไนเตรต 50 กิโลกรัม ปริมาณจริงควรปรับตามผลวิเคราะห์ดินและคำแนะนำของเกษตรอำเภอ
ปลูกซูกินีในที่ราบร้อนได้ไหม
แหล่งข้อมูลระบุช่วงอุณหภูมิเหมาะสม 18-30 องศาเซลเซียส และระบุว่าปลูกได้ดีที่พื้นที่สูงตั้งแต่ 600 เมตรขึ้นไป ยังไม่พบเอกสารกลางที่ให้ตัวเลขผลผลิตในที่ราบ จึงควรทดลองเล็กก่อน
เก็บซูกินีไว้ได้นานแค่ไหน
ที่อุณหภูมิ 7 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95 เปอร์เซ็นต์ เก็บได้ราว 1-2 สัปดาห์ตามแหล่งข้อมูล
ควรตรวจราคาซูกินีจากที่ไหน
ควรถามผู้รับซื้อหรือตลาดที่ตนจะขายโดยตรง และจดวันที่ที่ได้ราคา เพราะราคาผันผวนตามฤดูและพื้นที่ บทความนี้จึงไม่ใส่ราคาตลาดเป็นตัวเลข
