คำตอบสั้น ๆ
ยังไม่พบต้นทุนและรายได้ต่อไร่ของดอกขจรจากแหล่งทางการ บทความนี้ให้สูตรคำนวณ ตารางกรอกเอง ตัวอย่างสมมติที่ระบุชัด และผลทดลองที่ตรวจสอบได้
คำตอบเร็ว: ดอกขจรคุ้มหรือไม่ขึ้นกับสามตัวเลขที่ต้องหาเอง คือต้นทุนต่อไร่ ปริมาณดอกที่เก็บได้จริงต่อสัปดาห์ และราคาที่ผู้ซื้อในพื้นที่จ่ายจริง ผู้เขียนค้นหาแล้วยังไม่พบแหล่งทางการที่ประกาศต้นทุนและรายได้ต่อไร่ของดอกขจร บทความนี้จึงให้สูตรคำนวณ ตารางกรอกเอง และตัวอย่างสมมติที่ระบุชัดว่าเป็นตัวเลขสมมติ รวมถึงผลทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เรื่องระยะปลูกและปุ๋ยไนโตรเจนที่เป็นข้อมูลจริงเพียงชุดเดียวที่เปิดตรวจสอบได้ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
ดอกขจร หรือผักขจร ที่แม่ค้าขายเป็นกำหรือถุงในตลาดสด เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักกันดี แต่ถ้าถามว่าปลูกขายคุ้มไหม คำตอบที่เจอตามสื่อมักเป็นประสบการณ์ของเกษตรกรรายเดียวในปีเดียว ซึ่งนำมาใช้กับแปลงของคุณตรง ๆ ไม่ได้ บทความนี้เลยช่วยให้คุณคำนวณเองด้วยตัวเลขของคุณ และบอกชัดว่าส่วนไหนมีหลักฐาน ส่วนไหนต้องไปหาเพิ่ม
ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่ม ขั้นตอนการปลูกอยู่ในบทความ วิธีปลูกดอกขจร ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว บทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องต้นทุนและความคุ้ม ไม่ซ้ำกัน
สิ่งที่มีหลักฐานจริงเกี่ยวกับผลผลิตดอกขจร
ข้อมูลทางวิชาการที่เปิดตรวจสอบได้คือผลวิจัยของ ขวัญศิริ แสงมณี และ ปริยานุช จุลกะ ภาควิชาพืชสวน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2552) ซึ่งศึกษาผลของระยะปลูกและปุ๋ยไนโตรเจนต่อผลผลิตและคุณภาพของผักขจร (ชื่อวิทยาศาสตร์ในรายงานคือ Telosma minor Craib) ปลูกที่วิทยาเขตบางเขน ตั้งแต่สิงหาคม 2550 ถึงกันยายน 2551 บทคัดย่อรายงานผลดังนี้
| ปัจจัยที่ทดลอง | ระดับที่ให้ผลผลิตสูงสุดตามบทคัดย่อ | ค่าที่รายงาน |
|---|---|---|
| ระยะปลูกในแถว (25, 50, 75 ซม.) | 25 ซม. ได้ผลผลิตสูงสุดและช่อดอกต่อกิ่งมากสุด | 205.94 กรัมต่อตารางเมตร และ 9.69 ช่อต่อกิ่ง |
| ปุ๋ยไนโตรเจน (5, 10, 15, 20 กรัมต่อต้น) | 10 กรัมต่อต้น ได้ผลผลิตสูงสุด | 237.77 กรัมต่อตารางเมตร |
| คุณภาพ (สารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี) | ระยะ 75 ซม. และไนโตรเจน 20 กรัมต่อต้น ให้ค่าสูงในบางตัวชี้วัด | วิตามินซี 58.24 และ 67.86 มก. ต่อ 100 กรัมน้ำหนักสด ตามลำดับ |
การทดลองพบว่าต้นเริ่มออกดอกเดือนกุมภาพันธ์ 2551 และผลผลิตสูงสุดช่วงพฤษภาคม 2551 ข้อควรระวังในการอ่านตัวเลข บทคัดย่อไม่ระบุว่าหน่วยกรัมต่อตารางเมตรเป็นผลรวมตลอดการทดลองหรือต่อช่วงเวลาใด และเป็นแปลงทดลองที่ดูแลโดยนักวิจัย จึงใช้เปรียบเทียบเชิงแนวโน้มว่าปลูกถี่ขึ้นและใส่ไนโตรเจนระดับกลางทำให้ผลผลิตดีกว่าได้ แต่ไม่ควรนำไปคูณเป็นกิโลกรัมต่อไร่แล้วคิดรายได้ ข้อมูลนี้ยังบอกด้วยว่าผลผลิตมีรอบตามฤดู ถ้ารายได้ที่คิดไว้ถือว่าเก็บได้สม่ำเสมอตลอดปี ตัวเลขจะคลาดเคลื่อน
มีข่าวเกษตรบางชิ้นที่ระบุจำนวนต้นต่อไร่ ราคาต้นพันธุ์ และราคาดอกสด แต่ผู้เขียนเปิดอ่านต้นฉบับไม่ได้ (เว็บไซต์ปฏิเสธการเข้าถึง) จึงไม่นำตัวเลขนั้นมาใช้ ถ้าคุณพบตัวเลขที่ไหน ให้ตรวจวันที่ พื้นที่ และเงื่อนไขของแหล่งนั้นก่อน
สูตรคิดต้นทุนดอกขจร ใช้ตัวเลขของคุณเอง
ดอกขจรเป็นไม้เลื้อยที่ต้องมีค้าง และปลูกครั้งเดียวอยู่ได้หลายปี ต้นทุนจึงแบ่งเป็นก้อนลงทุนครั้งแรกที่ต้องกระจายออกไปตามจำนวนปีที่ใช้งาน กับต้นทุนผันแปรที่เกิดทุกฤดู สูตรที่ใช้คือ
- ต้นทุนรวมต่อปี เท่ากับ ต้นทุนลงทุนครั้งแรกหารจำนวนปีที่คาดว่าใช้ บวกต้นทุนผันแปรต่อปี
- รายได้ต่อปี เท่ากับ ปริมาณดอกที่ขายได้จริง (กก.) คูณราคาที่ผู้ซื้อจ่ายจริง
- กำไรสุทธิ เท่ากับ รายได้ต่อปี ลบ ต้นทุนรวมต่อปี
- ต้นทุนต่อกิโลกรัม เท่ากับ ต้นทุนรวมต่อปี หารปริมาณดอกที่ขายได้จริง
| หมวด | รายการ | จำนวนเงิน (กรอกเอง) | วิธีหาตัวเลข |
|---|---|---|---|
| ลงทุนครั้งแรก | ต้นพันธุ์หรือกิ่งปักชำ | กรอกเอง | ใบเสร็จ คูณจำนวนต้นที่ตั้งใจปลูก |
| ลงทุนครั้งแรก | ค้างและเสา (ไม้ไผ่ ลวด เสาปูน) | กรอกเอง | วัสดุที่มีอยู่แล้วนับต้นทุนเป็นศูนย์ได้ แต่ต้องคิดอายุใช้งาน |
| ลงทุนครั้งแรก | เตรียมแปลง ระบบน้ำ | กรอกเอง | ค่าแรงหรือค่าเครื่องจักรจริง |
| ผันแปรต่อปี | ปุ๋ย ค่าน้ำ ค่าไฟ | กรอกเอง | บันทึกต่อฤดู |
| ผันแปรต่อปี | ค่าแรงตัดแต่ง เก็บดอก ล้าง บรรจุ | กรอกเอง | จับเวลาทำจริงหนึ่งสัปดาห์แล้วคูณ |
| ผันแปรต่อปี | ถุง ยาง ฉลาก ค่าขนส่ง | กรอกเอง | ใบเสร็จ |
| ผลผลิต | น้ำหนักดอกที่ขายได้จริงต่อปี | กรอกเอง | ชั่งตอนขาย แยกฤดู |
| ราคา | ราคาที่ผู้ซื้อจ่ายจริง | กรอกเอง | บันทึกวันที่และผู้ซื้อ |
ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด (ไม่ใช่ราคาและต้นทุนจริง)
ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติทั้งหมด ตัวเลขทุกตัวผู้เขียนตั้งขึ้นเพื่อสาธิตการคำนวณ ไม่ได้มาจากแหล่งใด ห้ามนำไปเป็นข้อมูลการลงทุนจริง ให้แทนตัวเลขของคุณเอง
| รายการ (ตัวอย่างสมมติ) | ตัวเลขสมมติ | ที่มาของตัวเลข |
|---|---|---|
| ลงทุนครั้งแรกรวม | 30,000 บาท | ตั้งสมมติเพื่อให้คำนวณง่าย |
| จำนวนปีที่ใช้ค้างและต้น | 4 ปี | สมมติ ต้องหาข้อมูลจริงจากผู้ปลูกในพื้นที่ |
| ลงทุนครั้งแรกเฉลี่ยต่อปี | 7,500 บาท | 30,000 หาร 4 |
| ต้นทุนผันแปรต่อปี | 20,000 บาท | สมมติ |
| ต้นทุนรวมต่อปี | 27,500 บาท | 7,500 บวก 20,000 |
| ปริมาณที่ขายได้ต่อปี | 300 กก. | สมมติ |
| ต้นทุนต่อกิโลกรัม | ประมาณ 91.7 บาท | 27,500 หาร 300 |
| ราคาขายที่สมมติ | 80 บาทต่อ กก. | สมมติ ไม่ใช่ราคาตลาด |
| รายได้ต่อปี | 24,000 บาท | 300 คูณ 80 |
| ผลต่างต่อปี | ขาดทุน 3,500 บาท | 24,000 ลบ 27,500 |
ตัวอย่างนี้ตั้งใจให้ผลเป็นขาดทุน เพื่อให้เห็นว่าเมื่อต้นทุนต่อกิโลกรัมสูงกว่าราคาที่ผู้ซื้อยอมจ่าย ธุรกิจก็ไม่คุ้ม และมีทางแก้อยู่สามทาง คือลดต้นทุนผันแปร (เช่นใช้ค้างเดิม ทำเอง) เพิ่มปริมาณที่ขายได้ (ขยายพื้นที่หรือจัดการให้เก็บได้ต่อเนื่อง) หรือเพิ่มราคาด้วยช่องทางที่ให้ราคาดีกว่า (ขายตรง ร้านอาหาร) ลองเปลี่ยนตัวเลขทีละตัวแล้วดูว่าตัวไหนกระทบมากที่สุด จะได้รู้ว่าควรเก็บข้อมูลจริงเรื่องอะไรก่อน
จุดที่ทำให้รายได้ต่างจากที่คิดไว้
ข้อมูลทดลองของเกษตรศาสตร์ชี้ว่าผลผลิตมีรอบตามฤดู คือออกดอกเริ่มกุมภาพันธ์ และสูงสุดพฤษภาคม ในการทดลองนั้น ผู้เขียนจึงแนะนำให้คุณแยกบันทึกปริมาณเป็นรายเดือน เพราะถ้าผลผลิตสูงกระจุกเป็นบางเดือน สิ่งที่ต้องคิดคือจะขายส่วนเกินอย่างไร และเดือนที่ดอกน้อยจะยังมีผู้ซื้อประจำที่รอได้หรือไม่ ผู้เขียนไม่พบข้อมูลราคาที่มีวันที่ของดอกขจรจากแหล่งทางการ ทำให้บอกไม่ได้ว่าราคาขึ้นลงตามฤดูอย่างไร จึงขอแนะนำให้บันทึกราคาที่ผู้ซื้อจ่ายจริงทุกครั้งเอง
- ค่าแรงเก็บ: ดอกขจรเก็บด้วยมือและต้องคัด ค่าแรงมักเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ ถ้าไม่นับค่าแรงตัวเอง จะรู้สึกว่าคุ้มทั้งที่จริงได้ค่าแรงต่ำ
- อายุค้าง: ค้างไม้ไผ่ผุเร็วกว่าเสาปูน อายุใช้งานที่คิดไว้ส่งผลต่อต้นทุนเฉลี่ยต่อปี
- ปริมาณที่ขายได้จริง: ดอกเหลือที่เหี่ยวก่อนขายไม่ใช่รายได้
- ช่องทางขาย: ขายส่งให้แม่ค้ากับขายตรงผู้บริโภคได้ราคาต่างกันและมีงานต่างกัน
ตัดสินใจก่อนลงทุน ด้วยลำดับคำถามเหล่านี้
- มีผู้ซื้อในพื้นที่สนใจดอกขจรหรือไม่ โทรหรือไปถามตลาดสดและร้านอาหารใกล้บ้านอย่างน้อยสามราย
- มีวัสดุทำค้างอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามี ต้นทุนลงทุนครั้งแรกจะลดลงมาก
- มีแรงงานเก็บดอกสม่ำเสมอหรือไม่ รวมถึงตัวคุณเอง
- ทดลองปลูกเล็ก ๆ ก่อน เช่นไม่กี่แถว เก็บข้อมูลหนึ่งฤดูแล้วค่อยขยาย
- เทียบกับพืชผักอื่นในพื้นที่เดียวกันที่คุณปลูกได้ ด้วยสูตรกำไรสุทธิต่อพื้นที่และต่อชั่วโมงแรงงานเดียวกัน
ถ้าพื้นที่ที่คุณมีใกล้เคียงกับการเลี้ยงสัตว์ที่ต้องคุมต้นทุนอาหารด้วยหลักเดียวกัน อ่านวิธีคิดต้นทุนผันแปรได้ในบทความ คุมค่าอาหารสัตว์ ต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของคนเลี้ยง ส่วนการเปรียบเทียบการลงทุนไม้ดอกตัดแบบอื่นอ่านได้ที่ ต้นทุนเปิดฟาร์มกล้วยไม้ตัดดอกขาย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาคิดความคุ้ม
- นำรายได้ในข่าวของเกษตรกรรายเดียวมาใช้เป็นรายได้ที่คาดหวังของแปลงตัวเอง
- ไม่นับค่าแรงตัวเองและครอบครัว
- ลืมแบ่งต้นทุนค้างและต้นพันธุ์ออกตามปีที่ใช้
- ใช้ราคาช่วงที่ดอกขาดตลาดเป็นราคาทั้งปี
- ไม่แยกดอกเหี่ยวหรือเสียออกจากน้ำหนักที่ขายได้
- นำผลทดลองกรัมต่อตารางเมตรไปคูณเป็นกิโลกรัมต่อไร่โดยไม่เข้าใจเงื่อนไข
- ขยายพื้นที่ก่อนมีข้อมูลหนึ่งฤดูเต็ม
สรุป
ความคุ้มของดอกขจรตอบได้จากตัวเลขสามตัวที่คุณต้องเก็บเองคือ ต้นทุนต่อปีหลังแบ่งค่าค้างและต้นพันธุ์ ปริมาณที่ขายได้จริง และราคาที่ผู้ซื้อจ่ายจริง ข้อมูลทางการเรื่องต้นทุนต่อไร่ยังไม่พบ ผลทดลองของเกษตรศาสตร์ใช้ดูแนวโน้มเรื่องระยะปลูกและปุ๋ยไนโตรเจนเท่านั้น เริ่มเล็ก จดบันทึก แล้วค่อยตัดสินใจ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- FAO AGRIS: ขวัญศิริ แสงมณี และปริยานุช จุลกะ (2552) ผลของระยะปลูกและปุ๋ยไนโตรเจนต่อผลผลิตและคุณภาพของผักขจร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ — ผลทดลองระยะปลูก 25-75 ซม. และไนโตรเจน 5-20 กรัมต่อต้น https://agris.fao.org/search/en/records/64724b8d08fd68d54600bc72
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

Account Book Cash สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย…
สมุดบัญชีฟาร์ม
ใช้จดรายรับ-รายจ่ายและต้นทุนแต่ละรอบการผลิตแบบกระดาษ

เครื่องชั่งดิจิตอล สูงสุด 40 กก ใช้ได้ทั้งแบตเตอรี่…
เครื่องชั่งผลผลิต
ใช้ชั่งผลผลิต อาหารสัตว์ หรือปุ๋ย เพื่อจดน้ำหนักจริงลงบันทึก

ก3 ไวท์บอร์ดแม่เหล็กแห้งลบปฏิทินชุดไวท์บอร์ดวางแผนราย…
บอร์ดวางแผนงาน
ใช้วางแผนงานรายสัปดาห์และนัดหมายงานฟาร์มให้เห็นพร้อมกัน

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…
ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช
ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกดอกขจรต่อไร่ได้กี่กิโลกรัม
ไม่พบตัวเลขต่อไร่จากแหล่งทางการที่เปิดตรวจสอบได้ ผลทดลองของเกษตรศาสตร์รายงานเป็นกรัมต่อตารางเมตรในแปลงทดลอง ใช้เปรียบเทียบเชิงแนวโน้มเท่านั้น
ดอกขจรขายกิโลกรัมละเท่าไร
ไม่มีแหล่งทางการที่ประกาศราคากลางพร้อมวันที่ ให้ถามผู้ซื้อในพื้นที่และบันทึกราคาจริงพร้อมวันที่
ปลูกถี่แล้วได้ผลผลิตมากกว่าจริงหรือ
ในการทดลองของเกษตรศาสตร์ ระยะ 25 ซม. ให้ผลผลิตสูงกว่าระยะ 50 และ 75 ซม. แต่ระยะ 75 ซม. ได้วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า และปลูกถี่เพิ่มค่าต้นพันธุ์กับแรงงาน
ปลูกครั้งเดียวเก็บได้กี่ปี
บทความนี้ไม่ยืนยันจำนวนปี เพราะไม่พบแหล่งทางการที่เปิดอ่านได้ ให้สอบถามผู้ปลูกในพื้นที่และเกษตรอำเภอ
ควรปลูกดอกขจรเป็นอาชีพหลักไหม
ควรเริ่มเป็นรายได้เสริมจากพื้นที่เล็กก่อน เก็บข้อมูลหนึ่งฤดูเต็ม เปรียบเทียบกับพืชอื่นด้วยสูตรเดียวกัน แล้วจึงขยาย
