คำตอบสั้น ๆ
สรุปโรคและแมลงของถั่วแดงหลวงแยกตามระยะการเจริญเติบโต พร้อมแนวป้องกันที่ทำได้ก่อนใช้สารเคมี อิงข้อมูลสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
คำตอบเร็ว: ข้อมูลทางการที่เปิดอ่านได้ของถั่วแดงหลวง (Phaseolus vulgaris) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ระบุโรคสำคัญ 2 ช่วง คือช่วงต้นอ่อนถึงออกดอก (โคนเน่า รากเน่า จุดเหลี่ยม) และช่วงออกดอกถึงติดฝัก (แอนแทรกโนส ใบจุดเหลี่ยม ราสนิม ราแป้ง โคนเน่า รากปมจากไส้เดือนฝอย) กับแมลง 3 กลุ่ม คือหนอนเจาะลำต้น หนอนเจาะฝัก และหนอนม้วนใบ การป้องกันเริ่มจากเลือกพื้นที่ ระบายน้ำ ไม่ปลูกชิด หมุนเวียนพืช และถอนต้นที่เป็นโรคหนักทิ้ง ส่วนสารเคมีให้ถามเกษตรอำเภอและทำตามฉลาก ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
ถั่วแดงที่คนไทยถามถึงมักหมายถึงถั่วแดงหลวง หรือ red kidney bean ซึ่งโครงการหลวงส่งเสริมบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ แหล่งข้อมูลทางการที่ผู้เขียนเปิดอ่านได้และลงรายละเอียดเรื่องโรคและแมลงของพืชชนิดนี้ในสภาพไทยคือหน้าองค์ความรู้ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ซึ่งอ้างอิงมาจากข้อมูลของมูลนิธิโครงการหลวง บทความนี้จึงเรียบเรียงตามหน้านั้น และบอกตรง ๆ ว่าข้อมูลเป็นของพื้นที่สูง ถ้าปลูกในที่ราบหรือภาคอื่น ผู้เขียนไม่พบข้อมูลทางการที่ยืนยันว่าโรคและแมลงชุดเดียวกันจะเกิดในสัดส่วนเดียวกัน ควรให้เกษตรอำเภอดูอาการจริง
ส่วนการปลูก ต้นทุน และช่วงเวลาโดยรวมของถั่วแดง อ่านได้ในบทความ ถั่วแดงปลูกอย่างไร ใช้เวลากี่เดือน ต้นทุนและปัญหาที่พบบ่อย บทความนี้ลงลึกเฉพาะโรค แมลง และการป้องกัน
เริ่มจากเลือกที่ปลูก เพราะแหล่งทางการระบุว่าที่อับลมทำให้โรคระบาดมาก
หน้าข้อมูลของ สวพส. ระบุว่าพื้นที่ที่เหมาะกับถั่วแดงหลวงควรเป็นพื้นที่ราบ ถ้าปลูกบนไหล่เขาไม่ควรชันมาก ระดับความสูงประมาณ 800-1,200 เมตร ดินร่วนเหนียวที่เก็บความชื้นดีและอุดมสมบูรณ์ ค่า pH ประมาณ 5.5-6.5 และบนที่สูงควรเลือกพื้นที่ที่ไม่อับลมและแดดส่องถึง เพราะต้นถั่วจะโตช้าและมีโรคระบาดมาก (แหล่งที่ 1) ประโยคสุดท้ายตรงกับหลักทั่วไปของโรคพืชที่ว่าความชื้นสะสมในทรงพุ่มช่วยให้เชื้อรา แต่ผู้เขียนอ้างได้เฉพาะสิ่งที่แหล่งข้อมูลเขียนไว้ คือที่อับลมและแดดไม่ถึงทำให้โรคระบาดมาก
ข้อมูลด้านความสูง 800-1,200 เมตรเป็นของการปลูกในโครงการหลวง ส่วนการปลูกในพื้นที่ต่ำกว่านั้น ผู้เขียนไม่พบเกณฑ์จากหน่วยงานทางการที่เปิดอ่านได้ ใครอยู่นอกพื้นที่สูงควรถามสำนักงานเกษตรอำเภอก่อนว่ามีเกษตรกรปลูกสำเร็จในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่
ช่วงปลูกกับช่วงที่โรคและแมลงเข้า
แหล่งข้อมูลแบ่งฤดูปลูกเป็น 3 ช่วง ซึ่งมีผลต่อชนิดปัญหาที่จะเจอ เพราะฝนและความชื้นต่างกัน
| ช่วงปลูก | เดือนปลูก | เดือนเก็บเกี่ยว | อายุเก็บเกี่ยว | หมายเหตุจากแหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|---|
| ต้นฤดูฝน | ประมาณพฤษภาคม | กรกฎาคม-สิงหาคม | 75-80 วัน | — |
| ปลายฤดูฝน | ประมาณกันยายน | พฤศจิกายน-ธันวาคม | 85-90 วัน | — |
| ฤดูหนาว | พฤศจิกายน-ธันวาคม | กุมภาพันธ์-มีนาคม | — | ปลูกริมฝั่งแม่น้ำหลังน้ำลด ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม ต้องให้น้ำโดยสูบจากแม่น้ำหรือบ่อบาดาล |
ณ พ.ย. 2569 เป็นช่วงต้นของฤดูหนาวตามตารางนี้ ใครที่คิดจะปลูกรอบนี้ต้องมีน้ำให้ได้เอง เพราะแหล่งข้อมูลบอกว่าช่วงฤดูหนาวต้องให้น้ำ และดินร่วนเหนียวให้น้ำประมาณ 10 วันต่อครั้ง ถ้าเป็นดินทรายมากให้ถี่ขึ้นเป็น 7-10 วันต่อครั้ง ถั่วที่ขาดน้ำบ่อย ๆ ไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคเสมอไป แต่ผู้เขียนไม่มีข้อมูลทางการที่เปิดอ่านได้ว่าความเครียดน้ำเพิ่มความเสี่ยงโรคชนิดใด จึงไม่เขียนเกินกว่านี้
โรคที่แหล่งข้อมูลระบุ แยกตามระยะการเจริญเติบโต
| ระยะ | โรคที่ระบุ | ส่วนที่เห็นอาการ (ตามชื่อโรค) |
|---|---|---|
| ต้นอ่อนถึงออกดอก | โรคโคนเน่า โรครากเน่า โรคจุดเหลี่ยม | โคนต้นและราก ใบ |
| ออกดอกถึงติดฝัก | โรคแอนแทรกโนส โรคใบจุดเหลี่ยม โรคราสนิม โรคราแป้ง โรคโคนเน่า โรครากปมที่เกิดจากไส้เดือนฝอย | ใบ ฝัก โคนต้น ราก |
แหล่งข้อมูลไม่ได้อธิบายลักษณะแผลของแต่ละโรคไว้ในหน้านั้น ผู้เขียนจึงไม่บรรยายสีหรือขนาดแผลเอง เพื่อไม่ให้เกิดการวินิจฉัยผิด ถ้าเห็นอาการ ให้เก็บตัวอย่างต้นหรือใบที่เป็นโรคใส่ถุงกระดาษ ถ่ายภาพ แล้วนำไปให้เกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดดู จะแม่นกว่าเทียบจากภาพในอินเทอร์เน็ต
สิ่งที่แหล่งข้อมูลแนะนำเป็นลำดับแรก
- ถอนต้นที่เป็นโรคมากและนำทิ้งออกนอกแปลง (แหล่งที่ 1 ระบุเป็นวิธีแรก)
- โรคโคนเน่าและรากเน่า มีการคลุกเมล็ดด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มาก่อนปลูก ซึ่งเป็นชีวภัณฑ์ มีขายตามร้านเกษตรและบางหน่วยงานผลิตแจก สอบถามได้ที่เกษตรอำเภอ
- โรครากปมที่เกิดจากไส้เดือนฝอย แหล่งข้อมูลระบุการใช้เชื้อราชนิดหนึ่งรองก้นหลุมหรือหว่านในแปลงก่อนปลูก ซึ่งเป็นชีวภัณฑ์เช่นกัน
- แหล่งข้อมูลระบุสารเคมีควบคุมโรคอื่น ๆ พร้อมอัตราผสม ผู้เขียนไม่นำชื่อการค้าและอัตรามาเขียน เพราะเอกสารระบุเป็นข้อมูลที่ตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อน (หน้านี้ลงวันที่ 27 ม.ค. 2559) และชื่อสารกับสถานะการอนุญาตให้ใช้อาจเปลี่ยนไป ให้ถามเกษตรอำเภอและอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนปัจจุบัน
แมลงที่แหล่งข้อมูลระบุ 3 ชนิด และสัญญาณสังเกต
| แมลง | ช่วงที่พบตามแหล่งข้อมูล | ลักษณะความเสียหาย | เงื่อนไขที่ทำให้ระบาด |
|---|---|---|---|
| หนอนเจาะลำต้นถั่ว | ระยะต้นอ่อนถึงก่อนออกดอก ต้นแก่แล้วพบน้อย | เจาะภายในลำต้น กัดท่อน้ำเลี้ยง ใบเหี่ยวเฉา | ไม่ระบุเงื่อนไขเฉพาะ |
| หนอนเจาะฝักถั่ว | ช่วงติดฝักจนฝักใกล้แก่ | ทำลายฝัก | ระบาดมากถ้าฝนแล้ง |
| หนอนม้วนใบถั่ว | ช่วงทางลำต้นจนถึงออกดอกและติดฝัก | ม้วนใบ | ปลูกต้นชิดกันมากพบทำลายมากกว่าปลูกห่าง |
ข้อมูลสองบรรทัดสุดท้ายของตารางเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับคนที่ยังไม่ได้ปลูก เพราะแก้ได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี คือเรื่องระยะปลูก และเรื่องตามน้ำหน้าแล้ง แหล่งข้อมูลแนะนำระยะระหว่างแถว 50-60 เซนติเมตร ระหว่างหลุม 20-25 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10-12 กิโลกรัมต่อไร่ และปลูกเป็นแถวเป็นแนวเพื่อให้เดินเข้าไปใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช และถอนต้นพันธุ์ปนได้ (แหล่งที่ 1) แถวที่เดินเข้าได้คือแถวที่เราตรวจโรคและแมลงได้ถึง
หนอนเจาะฝักระบาดมากถ้าฝนแล้งตามที่แหล่งข้อมูลระบุ จึงควรตรวจฝักช่วงติดฝักให้ถี่ขึ้นในปีที่ฝนทิ้งช่วง ผู้เขียนไม่มีเกณฑ์ว่าเจอฝักเสียกี่เปอร์เซ็นต์จึงควรลงมือจัดการ จากแหล่งข้อมูลทางการของไทยที่เปิดอ่านได้ ให้นับฝักที่ถูกเจาะต่อฝักที่สุ่มดู 50-100 ฝักเป็นรอบ ๆ แล้วนำตัวเลขไปปรึกษาเกษตรอำเภอ ตัวเลขที่มีหลักฐานช่วยให้ได้คำแนะนำที่ตรงกว่าเล่าด้วยปาก
การป้องกันที่ทำได้ก่อนเกิดโรค ตามข้อมูลของแหล่งที่ 1
- เตรียมแปลงให้น้ำไหลผ่านได้ แหล่งข้อมูลให้เจาะร่องน้ำในแปลงและรอบแปลง เพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดินและให้น้ำไหลออก ปลูกริมแม่น้ำฤดูหนาวให้ยกร่องเพื่อระบายน้ำเข้าแปลงสะดวก
- ถ้าเป็นที่ลาดชัน แหล่งข้อมูลแนะนำให้ปลูกโดยไม่ต้องขุดหน้าดินหรือพรวนดิน เพราะดินจะถูกชะล้างเมื่อฝนหนัก
- กำจัดวัชพืชอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกอายุประมาณ 12-15 วัน ก่อนใส่ปุ๋ย 15-15-15 และพูนโคน ครั้งที่สองอายุประมาณ 35-40 วัน ก่อนใส่ปุ๋ยไนโตรเจน
- หมุนเวียนพืช แหล่งข้อมูลระบุว่าโครงการหลวงใช้ถั่วแดงหลวงเป็นพืชเสริมหมุนเวียนกับพืชไร่อื่นเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินและลดปัญหาการสะสมโรคและแมลงในแปลงปลูก
- คัดเมล็ดพันธุ์ แหล่งข้อมูลระบุสายพันธุ์ที่โครงการหลวงผลิตส่งเสริม ได้แก่หมอกจ๋าม ส่วนสายพันธุ์ MKS#8 อยู่ระหว่างการทดสอบ ณ วันที่เขียนข้อมูลนั้น ผู้เขียนไม่พบข้อมูลทางการที่ยืนยันความต้านทานโรคของแต่ละสายพันธุ์ จึงไม่อ้างว่าพันธุ์ใดต้านโรคอะไรได้
- ตรวจแปลงเป็นรอบ เดินตามแถวทุก 3-4 วันช่วงต้นอ่อนถึงออกดอก และถี่ขึ้นช่วงติดฝัก (ความถี่นี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียนให้จดได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขจากแหล่งข้อมูล)
เรื่องปุ๋ย แหล่งข้อมูลระบุสูตร 15-15-15 อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ครั้งเดียวหลังกำจัดวัชพืชครั้งแรกตอนอายุ 12-15 วันหลังงอก แล้วพูนโคน และใส่ไนโตรเจนสูตร 21-0-0 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ตอนอายุ 35-40 วัน ตัวเลขนี้เป็นของโครงการหลวงในพื้นที่สูง ถ้าดินของคุณต่างไป ให้ตรวจดินหรือถามเกษตรอำเภอก่อนใช้ตามนี้ ข้อสังเกตเชิงโรคพืชคือถั่วที่ใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความจำเป็นมักได้ต้นอวบ ใบหนา ซึ่งผู้เขียนไม่มีแหล่งทางการยืนยันว่าเพิ่มโรคชนิดใด จึงเสนอเพียงว่า อย่าเพิ่มอัตราจากที่เอกสารระบุเอง
เมื่อเกิดโรคหรือแมลงแล้ว ควรทำอย่างไรตามลำดับ
| ลำดับ | สิ่งที่ทำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| 1 | ถ่ายภาพต้นและบันทึกวันที่ ตำแหน่งในแปลง และอายุต้น | ให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยได้เร็วและเทียบรอบถัดไปได้ |
| 2 | ถอนต้นที่เป็นโรคหนักออกจากแปลง | เป็นวิธีแรกที่แหล่งข้อมูลระบุ |
| 3 | ตรวจการระบายน้ำ ร่องน้ำ และความชื้นอับในทรงพุ่ม | แหล่งข้อมูลระบุที่อับลมโรคระบาดมาก |
| 4 | ส่งตัวอย่างหรือภาพให้เกษตรอำเภอ | ยืนยันชนิดโรคหรือแมลงก่อนเลือกวิธี |
| 5 | เลือกชีวภัณฑ์หรือสารเคมีตามคำแนะนำล่าสุดและฉลาก | เอกสารเก่า ชื่อสารและอัตราอาจเปลี่ยน |
| 6 | จดผลหลังจัดการ 5-7 วัน | เพื่อรู้ว่าวิธีนั้นได้ผลหรือไม่ |
ถ้าจะใช้สารเคมีใด ให้อ่านฉลากเรื่องระยะปลอดภัยก่อนเก็บเกี่ยว (PHI) และอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือ หน้ากาก แว่นครอบตา เครื่องพ่นต้องล้างหลังใช้ ถ้าจะพ่นสารควรใช้เครื่องพ่นแบบสะพายหลัง (เครื่องพ่นยา) ที่ไม่รั่ว หัวฉีดไม่ตัน และสอบเทียบปริมาณน้ำต่อไร่ก่อน เพื่อให้พ่นสม่ำเสมอ
ถ้าจะเก็บเมล็ดไว้ใช้เป็นพันธุ์ ต้องระวังเรื่องความชื้น
แหล่งข้อมูลระบุว่าการเก็บเกี่ยวเพื่อทำเมล็ดพันธุ์ ให้เก็บตอนฝักแห้งสนิททั้งต้น ใบแห้งและร่วงเป็นส่วนใหญ่ ตัดต้นแล้วตากแดดต่ออีกประมาณ 2-3 วัน ให้ความชื้นเมล็ดเหลือราว 14-16 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นนวดด้วยไม้ทุบ อย่าทุบแรงเพราะเมล็ดจะแตกร้าวและความงอกเสีย ฝัดเศษออก แล้วตากต่ออีก 2-3 วัน ให้ความชื้นเหลือราว 12-14 เปอร์เซ็นต์ (แหล่งที่ 1) การตากไม่แห้งเป็นช่องทางให้เชื้อราในที่เก็บ แต่ผู้เขียนไม่มีแหล่งทางการที่เปิดอ่านได้เรื่องโรคในโรงเก็บของถั่วแดง จึงเสนอเพียงให้เก็บเมล็ดในภาชนะแห้งสนิทและตรวจเป็นระยะ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อดูแลถั่วแดง
- เลือกแปลงอับลมหรือแดดส่องไม่ถึง แล้วเจอโรคระบาดมากตามที่แหล่งข้อมูลเตือน
- ปลูกชิดเกินไปเพราะหวังได้ต้นมาก ทำให้หนอนม้วนใบทำลายมากกว่าปลูกห่างตามข้อมูลของแหล่งที่ 1
- เห็นต้นเหี่ยวแล้วเหมาว่าขาดน้ำ ทั้งที่อาจเป็นหนอนเจาะลำต้นหรือโรคโคนเน่า ควรดึงต้นและผ่าดูก่อนตัดสินใจให้น้ำเพิ่ม
- ใช้เอกสารเก่าเรื่องอัตราสารเคมีโดยไม่เช็กสถานะล่าสุด
- ปลูกถั่วซ้ำที่เดิมหลายรอบติดกัน ทั้งที่โครงการหลวงใช้การหมุนเวียนเพื่อลดการสะสมโรคและแมลง
- ไม่จดวันปลูกและวันที่พบโรค ทำให้รอบหน้าไม่รู้ว่าควรเลื่อนช่วงปลูกหรือไม่
คำถามที่พบบ่อยเรื่องโรคและแมลงถั่วแดง
โรคที่พบบ่อยของถั่วแดงมีอะไรบ้าง
แหล่งข้อมูลของ สวพส. ระบุโรคโคนเน่า รากเน่า และจุดเหลี่ยมในช่วงต้นอ่อน กับแอนแทรกโนส ใบจุดเหลี่ยม ราสนิม ราแป้ง โคนเน่า และรากปมจากไส้เดือนฝอยในช่วงออกดอกถึงติดฝัก
แมลงศัตรูหลักของถั่วแดงคืออะไร
แหล่งเดียวกันระบุหนอนเจาะลำต้น หนอนเจาะฝัก และหนอนม้วนใบ โดยหนอนเจาะฝักระบาดมากถ้าฝนแล้ง และหนอนม้วนใบทำลายมากถ้าปลูกชิดกัน
ถั่วแดงปลูกในที่ราบภาคกลางได้ไหม มีโรคแมลงต่างจากพื้นที่สูงหรือไม่
ผู้เขียนไม่พบข้อมูลทางการที่เปิดอ่านได้ที่ยืนยันทั้งความเหมาะสมและชนิดโรคแมลงในที่ราบ แหล่งข้อมูลเป็นของพื้นที่สูงระดับ 800-1,200 เมตร ให้ถามเกษตรอำเภอก่อนลงทุน
ใช้ชีวภัณฑ์แทนสารเคมีได้ไหม
แหล่งข้อมูลระบุการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาคลุกเมล็ดสำหรับโรคโคนเน่าและรากเน่า และเชื้อราอีกชนิดสำหรับรากปม แต่ไม่ได้ระบุผลเปรียบเทียบกับสารเคมี จึงบอกไม่ได้ว่าได้ผลเท่ากันหรือไม่ ควรถามเกษตรอำเภอเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ในพื้นที่
ควรหมุนเวียนถั่วแดงกับพืชอะไร
แหล่งข้อมูลระบุเพียงว่าใช้หมุนเวียนกับพืชไร่อื่น ๆ โดยไม่ระบุชนิด ผู้เขียนไม่ขอฟันธงชนิดพืช ให้ถามเกษตรอำเภอ และเลี่ยงพืชตระกูลถั่วชนิดอื่นที่อาจแบ่งโรคร่วมกัน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถ้าไม่มีคำแนะนำยืนยัน (ข้อนี้เป็นข้อควรระวังของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อมูลทางการ) ดูการดูแลถั่วอื่นที่เคยเขียนไว้ได้ที่ ดูแลถั่วเหลืองหลังปลูก ดูแลถั่วเขียวหลังปลูก และ ดูแลถั่วลิสงหลังปลูก
เมล็ดถั่วแดงที่ตากแล้วควรเหลือความชื้นเท่าไร
แหล่งข้อมูลระบุราว 14-16 เปอร์เซ็นต์หลังตากต้นและฝัก และราว 12-14 เปอร์เซ็นต์หลังนวดและตากเมล็ดต่ออีก 2-3 วัน สำหรับเมล็ดพันธุ์
สรุป
โรคและแมลงของถั่วแดงที่มีข้อมูลทางการยืนยันได้ในเอกสารที่เปิดอ่านคือชุดของ สวพส. และโครงการหลวง โรคแยกเป็นสองช่วง คือช่วงต้นอ่อนถึงออกดอก และช่วงออกดอกถึงติดฝัก ส่วนแมลงมีสามกลุ่ม ซึ่งสองในสามมีเงื่อนไขที่คุมได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี คือเว้นระยะปลูกและเฝ้าระวังช่วงฝนแล้ง เริ่มต้นที่เลือกแปลงไม่อับลม ร่องน้ำดี ปลูกเป็นแถว หมุนเวียนพืช และถอนต้นที่เป็นโรคหนักทิ้ง ส่วนสารเคมี ให้ถามเกษตรอำเภอและยึดฉลากที่ขึ้นทะเบียนปัจจุบัน ไม่ใช้ชื่อสารและอัตราจากเอกสารปี 2559 โดยไม่ตรวจซ้ำ ส่วนที่ไม่มีข้อมูลทางการ เช่น ความเหมาะสมในที่ราบ พันธุ์ที่ต้านโรค และเกณฑ์ระดับการระบาด ผู้เขียนระบุไว้ว่าไม่ทราบ และให้ถามหน่วยงานในพื้นที่ ถ้าอยากรู้ต้นทุนและช่วงเวลาปลูกก่อนตัดสินใจ ดู บทความถั่วแดงปลูกอย่างไร ประกอบ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน): ถั่วแดงหลวง (แหล่งที่ 1) — องค์ความรู้พื้นที่สูง หมวดพืช ลงวันที่ 27 ม.ค. 2559 อ้างอิงข้อมูลมูลนิธิโครงการหลวง — https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/205
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

10ชิ้น กาวดักแมลงวันทอง แมลงวันที่แข็งแกร่งดักแมลงสองด้านสี…
กับดักแมลง
ใช้ติดตามและดักแมลงศัตรูพืชแบบไม่ใช้สาร

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…
ชีวภัณฑ์
ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…
เครื่องพ่น/ถังพ่น
ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม
เช็กก่อนซื้อ
- ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
- ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี
อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน
ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
โรคที่พบบ่อยของถั่วแดงมีอะไรบ้าง
แหล่งข้อมูลของ สวพส. ระบุโรคโคนเน่า รากเน่า และจุดเหลี่ยมในช่วงต้นอ่อน กับแอนแทรกโนส ใบจุดเหลี่ยม ราสนิม ราแป้ง โคนเน่า และรากปมจากไส้เดือนฝอยในช่วงออกดอกถึงติดฝัก
แมลงศัตรูหลักของถั่วแดงคืออะไร
แหล่งเดียวกันระบุหนอนเจาะลำต้น หนอนเจาะฝัก และหนอนม้วนใบ โดยหนอนเจาะฝักระบาดมากถ้าฝนแล้ง และหนอนม้วนใบทำลายมากถ้าปลูกชิดกัน
ถั่วแดงปลูกในที่ราบภาคกลางได้ไหม มีโรคแมลงต่างจากพื้นที่สูงหรือไม่
ผู้เขียนไม่พบข้อมูลทางการที่เปิดอ่านได้ที่ยืนยันทั้งความเหมาะสมและชนิดโรคแมลงในที่ราบ แหล่งข้อมูลเป็นของพื้นที่สูงระดับ 800-1,200 เมตร ให้ถามเกษตรอำเภอก่อนลงทุน
ใช้ชีวภัณฑ์แทนสารเคมีได้ไหม
แหล่งข้อมูลระบุการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาคลุกเมล็ดสำหรับโรคโคนเน่าและรากเน่า และเชื้อราอีกชนิดสำหรับรากปม แต่ไม่ได้ระบุผลเปรียบเทียบกับสารเคมี จึงบอกไม่ได้ว่าได้ผลเท่ากันหรือไม่ ควรถามเกษตรอำเภอเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ในพื้นที่
ควรหมุนเวียนถั่วแดงกับพืชอะไร
แหล่งข้อมูลระบุเพียงว่าใช้หมุนเวียนกับพืชไร่อื่น ๆ โดยไม่ระบุชนิด ผู้เขียนไม่ขอฟันธงชนิดพืช ให้ถามเกษตรอำเภอ และเลี่ยงพืชตระกูลถั่วชนิดอื่นที่อาจแบ่งโรคร่วมกัน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถ้าไม่มีคำแนะนำยืนยัน (ข้อนี้เป็นข้อควรระวังของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อมูลทางการ) ดูการดูแลถั่วอื่นที่เคยเขียนไว้ได้ที่ ดูแลถั่วเหลืองหลังปลูก ดูแลถั่วเขียวหลังปลูก และ ดูแลถั่วลิสงหลังปลูก
เมล็ดถั่วแดงที่ตากแล้วควรเหลือความชื้นเท่าไร
แหล่งข้อมูลระบุราว 14-16 เปอร์เซ็นต์หลังตากต้นและฝัก และราว 12-14 เปอร์เซ็นต์หลังนวดและตากเมล็ดต่ออีก 2-3 วัน สำหรับเมล็ดพันธุ์
