ปลูกพืชเผยแพร่ 1 พฤศจิกายน 2569

ถั่วแดงปลูกอย่างไร ใช้เวลากี่เดือน ต้นทุนและปัญหาที่พบบ่อย

ถั่วแดงหลวงใช้เวลาราว 75-90 วันตามฤดูปลูก สรุปพื้นที่สูงที่เหมาะ ระยะปลูก ปุ๋ย โรค แมลง การเก็บเมล็ด และตารางตัวอย่างต้นทุนที่ติดป้ายสมมติ อ้างข้อมูล สวพส.

ถั่วแดงปลูกอย่างไร ใช้เวลากี่เดือน ต้นทุนและปัญหาที่พบบ่อย

คำตอบสั้น ๆ

ถั่วแดงหลวงปลูกถึงเก็บเกี่ยวราว 2.5-3 เดือนในพื้นที่สูง บทความนี้สรุปฤดูปลูก ระยะปลูก ปุ๋ย โรคแมลง และการเก็บเมล็ดตามข้อมูล สวพส. พร้อมตัวอย่างต้นทุนที่ระบุว่าเป็นสมมติ

คำตอบเร็ว: ถั่วแดงหลวง (Phaseolus vulgaris L.) ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ที่อ้างโครงการหลวง ใช้เวลาตั้งแต่ปลูกถึงเก็บเกี่ยวราว 75-80 วัน ถ้าปลูกต้นฤดูฝน และราว 85-90 วัน ถ้าปลูกปลายฤดูฝน หรือประมาณ 2.5-3 เดือน ถั่วชนิดนี้เหมาะกับพื้นที่สูงอากาศเย็น ต้นทุนจริงต่างกันมากตามพื้นที่และแรงงาน บทความนี้จึงให้ตารางตัวอย่างฝึกคำนวณ ไม่ใช่ตัวเลขรับรองกำไร (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

คำถามว่า "ถั่วแดงปลูกกี่เดือน" ฟังง่าย แต่คำตอบขึ้นกับว่าคุณถามถึงถั่วแดงชนิดไหน และปลูกที่ระดับความสูงเท่าไร ในไทยคำว่า "ถั่วแดง" ที่ขายเป็นเมล็ดแห้งสำหรับทำขนมและอาหาร มักหมายถึงถั่วแดงหลวง ซึ่งเป็นพืชที่โครงการหลวงนำเข้ามาส่งเสริมบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือ บทความนี้อ้างข้อมูลหลักจากหน้าความรู้ของ สวพส. (เผยแพร่ 27 ม.ค. 2559 โดยอ้างมูลนิธิโครงการหลวง) ซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้เขียนเปิดอ่านจริง ส่วนข้อมูลต้นทุนและราคาตลาดปัจจุบัน ผู้เขียนไม่พบแหล่งทางการที่ลงวันที่ จึงไม่ขอยกตัวเลขเป็นข้อเท็จจริง

ถั่วแดงหลวงคืออะไร และมาปลูกในไทยได้อย่างไร

ภาพประกอบ ถั่วแดงหลวงคืออะไร และมาปลูกในไทยได้อย่างไร

ถั่วแดงหลวงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า red kidney bean ชื่อวิทยาศาสตร์ Phaseolus vulgaris L. ตาม สวพส. โครงการหลวงนำพันธุ์ถั่วชนิดนี้มาส่งเสริมให้เป็นพืชทดแทนฝิ่นในพื้นที่สูงอากาศเย็น ครอบคลุมเชียงใหม่ เชียงราย น่าน และแม่ฮ่องสอน สายพันธุ์ที่เคยนำเข้ามาในระยะแรกมี Darkred, Redcote, Manitow, Purple red และ Canadian wonder ต่อมามีพันธุ์ "หมอกจ๋าม" ที่ส่งเสริมให้ปลูกกัน และมีสายพันธุ์ปรับปรุงภายใต้การทดสอบ เช่น หมอกจ๋ามสายพันธุ์ปรับปรุง และสายพันธุ์ MKS#8 ที่ได้จากการฉายรังสีแกมมา

จุดนี้สำคัญสำหรับคนที่สนใจ คือถั่วแดงชนิดนี้ไม่ใช่ถั่วเขตร้อนที่ปลูกง่ายทั่วประเทศแบบถั่วเขียว ข้อมูลของ สวพส. ระบุพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมอยู่ที่ระดับความสูงราว 800-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถ้าคุณอยู่ที่ราบต่ำ ผู้เขียนไม่พบแหล่งทางการที่ยืนยันผลผลิตของถั่วแดงหลวงในที่ราบ ให้สอบถามเกษตรอำเภอก่อนว่าพื้นที่ของคุณมีผู้ปลูกสำเร็จหรือไม่ และเปรียบเทียบกับพืชตระกูลถั่วที่เหมาะกับพื้นที่ราบอย่าง ปฏิทินปลูกถั่วเขียว หรือ ปฏิทินปลูกถั่วเหลือง

พื้นที่และดินที่เหมาะ

ตามข้อมูล สวพส. แปลงปลูกควรเป็นที่ราบหรือพื้นที่ลาดเอียงน้อย ดินร่วนเหนียวที่เก็บความชื้นได้ดี ค่าความเป็นกรด-ด่างของดินประมาณ 5.5-6.5 พื้นที่ริมแม่น้ำหลังน้ำลดถือว่าเหมาะมาก และควรเลี่ยงที่กำบังที่ไม่มีลมพัดผ่านและได้แดดน้อย เพราะโรคใบและโรคฝักจะรุนแรงขึ้นเมื่ออากาศอับชื้น

  • วัดค่าความเป็นกรด-ด่างของดินก่อนปลูกด้วยชุดตรวจหรือส่งสำนักงานพัฒนาที่ดิน ถ้าอยู่นอกช่วง 5.5-6.5 ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องการปรับสภาพดิน
  • เลือกแปลงที่น้ำไม่ขังหลังฝน ถั่วแดงรากเน่าได้ง่ายถ้าน้ำท่วมขัง
  • บนพื้นที่ลาดชัน สวพส. แนะนำไม่ขุดหรือพรวนหน้าดินเพื่อลดการชะล้าง ให้ถางวัชพืชก่อนปลูก 2-3 วัน แล้วขุดร่องระบายน้ำ

ปลูกช่วงไหนและใช้เวลากี่เดือน

สวพส. แบ่งฤดูปลูกถั่วแดงหลวงเป็นสามช่วง ซึ่งตอบคำถามเรื่องระยะเวลาโดยตรง

ช่วงปลูกเดือนปลูกเดือนเก็บเกี่ยวอายุถึงเก็บเกี่ยว
ต้นฤดูฝนราวพฤษภาคมกรกฎาคม-สิงหาคมประมาณ 75-80 วัน
ปลายฤดูฝนราวกันยายนพฤศจิกายน-ธันวาคมประมาณ 85-90 วัน
ฤดูหนาว (ริมแม่น้ำ มีระบบให้น้ำ)พฤศจิกายน-ธันวาคมกุมภาพันธ์-มีนาคมตามช่วงเก็บเกี่ยวที่ระบุ ราว 3 เดือน

แปลเป็นภาษาชาวบ้านคือ ถั่วแดงใช้เวลาประมาณ 2.5-3 เดือนจากวันหยอดเมล็ดถึงวันตัดต้น ปลูกต้นฝนเก็บได้เร็วกว่า เพราะอากาศอุ่นกว่า ส่วนปลายฝนใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย ข้อควรระวังคือฝนตกชุกช่วงเก็บเกี่ยวเมล็ดแห้ง ซึ่งทำให้ฝักเปียกและเมล็ดเสียได้ จึงต้องดูพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกอบกับวันตัด สำหรับแปลงฤดูหนาว สวพส. ระบุว่าทำที่ริมแม่น้ำบริเวณหมอกจ๋าม และต้องมีน้ำให้เมื่อไม่มีฝน

ขั้นตอนปลูกตั้งแต่เตรียมแปลงถึงหยอดเมล็ด

  1. เตรียมแปลง: ถางวัชพืช 2-3 วันก่อนปลูก ขุดร่องระบายน้ำ ถ้าปลูกฤดูหนาวริมแม่น้ำให้ยกแปลง ตามที่ สวพส. ระบุ
  2. เตรียมเมล็ด: ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น หน่วยงานส่งเสริมหรือศูนย์ของมูลนิธิโครงการหลวงในพื้นที่ เอกสารต้นทางกล่าวถึงการคลุกเมล็ดด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มาเพื่อลดโรค ให้สอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องวิธีและอัตราที่เหมาะกับเชื้อที่คุณมี
  3. ระยะปลูก: แถวห่างกัน 50-60 เซนติเมตร หลุมห่างกัน 20-25 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 10-12 กิโลกรัมต่อไร่ ตามข้อมูล สวพส.
  4. ดูแลหลังงอก: ถอนแยกต้นที่อ่อนแอ เหลือหลุมละต้นที่แข็งแรง และซ่อมหลุมที่ไม่งอกภายในไม่กี่วันแรก

ปุ๋ยและการกำจัดวัชพืช

สวพส. ระบุแนวทางการใส่ปุ๋ยและกำจัดวัชพืชไว้ชัดเจน ดังนี้

ช่วงเวลางานที่ทำรายละเอียดตามแหล่งข้อมูล
12-15 วันหลังงอกกำจัดวัชพืชครั้งที่ 1 ใส่ปุ๋ย แล้วพูนโคนปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25-30 กก./ไร่ ใส่ครั้งเดียว
35-40 วันหลังงอกกำจัดวัชพืชครั้งที่ 2 ใส่ปุ๋ยเสริมไนโตรเจนปุ๋ยสูตร 21-0-0 อัตรา 25 กก./ไร่

เกษตรกรที่ต้องการลดต้นทุนปุ๋ยเคมี ควรตรวจดินก่อนเพื่อดูว่าขาดธาตุอะไร ปุ๋ยพืชสดจากพืชตระกูลถั่วอย่างถั่วพุ่มเป็นทางเลือกที่ใช้ปรับปรุงดินก่อนฤดูปลูก ดูแนวคิดได้ที่ วิธีปลูกถั่วพุ่ม ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว แต่ตัวเลขอัตราปุ๋ยข้างต้นเป็นของ สวพส. สำหรับถั่วแดงหลวงเท่านั้น หากดินของคุณต่างจากแปลงทดลองมาก ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอก่อนปรับ

เรื่องวัชพืช เอกสารระบุให้กำจัดอย่างน้อยสองครั้ง คือที่ 12-15 วันและ 35-40 วันหลังงอก เพราะถั่วแดงในระยะแรกโตช้า วัชพืชแย่งน้ำและแสงได้ง่าย การกำจัดครั้งแรกควบคู่กับการพูนโคนช่วยให้ต้นยึดดินแน่นขึ้นด้วย

การให้น้ำ

ฤดูฝนไม่ต้องให้น้ำเพิ่มถ้าฝนสม่ำเสมอ ส่วนฤดูหนาวที่ปลูกริมแม่น้ำและต้องพึ่งการให้น้ำ สวพส. แนะนำให้น้ำประมาณทุก 10 วันในดินร่วนเหนียว และทุก 7-10 วันในดินร่วนทราย หลักการคือให้ดินชื้นสม่ำเสมอ ไม่แฉะ โดยเฉพาะช่วงออกดอกและติดฝัก เพราะถั่วขาดน้ำช่วงนี้จะร่วงดอกและฝักลีบ ถ้าต้องสูบน้ำจากแหล่งน้ำไกลแปลง ให้คำนวณต้นทุนพลังงานของระบบสูบน้ำไว้ก่อน และถ้าสนใจพืชตระกูลถั่วชนิดอื่นที่ปลูกในช่วงปีเดียวกัน ดูเทียบได้ที่ ปฏิทินปลูกถั่วลิสง

โรคที่พบบ่อย: ระยะไหนเจออะไร

ตามที่ สวพส. สรุป โรคของถั่วแดงหลวงแบ่งตามระยะการเติบโต ดังตาราง

ระยะโรคที่พบแนวทางเบื้องต้น
ต้นกล้าถึงออกดอกโรคลำต้นเน่า โรครากเน่า โรคใบจุดเหลี่ยมถอนต้นที่เป็นหนักทิ้งนอกแปลง ระบายน้ำ ลดความชื้นสะสม
ออกดอกถึงติดฝักโรคแอนแทรคโนส โรคใบจุดเหลี่ยม โรคราสนิม โรคราแป้ง โรคลำต้นเน่า และไส้เดือนฝอยรากปมเฝ้าดูใบและฝักทุก 2-3 วัน ปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องสารที่อนุญาต

เอกสารต้นทางระบุทั้งการถอนต้นที่เป็นโรคหนักและการคลุกเมล็ดด้วยเชื้อไตรโคเดอร์มา รวมถึงสารเคมีและเชื้อราที่ใช้ควบคุมไส้เดือนฝอย แต่บทความนี้ไม่ระบุชื่อการค้าหรืออัตราการใช้สารเคมี เพราะต้องเลือกตามชนิดโรคที่วินิจฉัยได้จริง ให้ถ่ายรูปอาการส่งเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยพืชไร่ใกล้บ้าน อ่านฉลากทุกครั้ง และสวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อพ่น

แมลงศัตรูที่ต้องเฝ้าระวัง

  • หนอนเจาะลำต้น (bean stem borer): พบตั้งแต่ต้นกล้าถึงก่อนออกดอก ต้นที่ถูกทำลายจะเหี่ยวและหักง่าย
  • หนอนเจาะฝัก: พบมากช่วงติดฝัก และรุนแรงขึ้นเมื่อฝนทิ้งช่วง ฝักที่ถูกเจาะจะมีรูและเมล็ดเสียหาย
  • หนอนม้วนใบ: ระบาดมากเมื่อปลูกหนาแน่น ใบถูกม้วนเป็นกระบอกเพื่อให้หนอนอยู่ข้างใน

สามชนิดข้างต้นมาจากข้อมูลของ สวพส. วิธีเบื้องต้นที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้สารคือปลูกตามระยะที่แนะนำเพื่อไม่ให้ทรงพุ่มทึบ เดินสำรวจแปลงตอนเช้า เก็บหนอนหรือตัดใบที่ม้วนทิ้งเมื่อพบน้อย ถ้าระบาดมากให้ถามเกษตรอำเภอว่าสารใดอนุญาตให้ใช้กับถั่วชนิดนี้ในช่วงนั้น

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาเมล็ด

สวพส. ระบุขั้นตอนเก็บเกี่ยวเมล็ดไว้ละเอียด ซึ่งใช้ได้ทั้งเก็บขายและเก็บเป็นพันธุ์

  1. รอจนฝักแห้งสนิทและใบส่วนใหญ่ร่วง จึงตัดต้นหรือถอนต้นมา
  2. ตากแดดต่ออีก 2-3 วัน ให้ความชื้นเมล็ดเหลือประมาณ 14-16 เปอร์เซ็นต์
  3. นวดเบา ๆ ด้วยไม้ ถ้าตีแรงเกินไปเมล็ดจะแตกร้าว ซึ่งเสียทั้งการขายและการงอก
  4. ฝัดแยกเศษใบและเปลือกฝักออก
  5. ตากเมล็ดอีก 2-3 วันจนความชื้นเหลือประมาณ 12-14 เปอร์เซ็นต์ จึงบรรจุเก็บ

ความชื้นเมล็ดเป็นเรื่องที่คนมักมองข้าม เมล็ดที่ชื้นเกินเก็บในกระสอบแล้วขึ้นราหรือมอดกิน เสียหายทั้งล็อต ถ้ามีเครื่องวัดความชื้นเมล็ดพืชให้ใช้ หากไม่มีให้ตากจนเมล็ดแข็งกัดแล้วแตกเสียงกรอบ แต่เครื่องวัดแม่นกว่าการกะด้วยมือมาก เมื่อต้องการนวดจำนวนมาก การใช้เครื่องนวดถั่วช่วยทุ่นแรง แต่ต้องปรับรอบให้ช้าเพื่อไม่ให้เมล็ดแตก

ตัวอย่างต้นทุนต่อไร่ (ตัวอย่างฝึกคำนวณ ไม่ใช่ต้นทุนจริง)

ผู้เขียนไม่พบข้อมูลต้นทุนหรือราคาตลาดถั่วแดงหลวงต่อไร่จากหน่วยงานทางการที่ลงวันที่ ตารางด้านล่างจึงเป็นแม่แบบให้คุณเติมตัวเลขของตัวเอง ส่วนที่มาจากแหล่งจริงมีเพียงปริมาณเมล็ดพันธุ์ (10-12 กก./ไร่) และปริมาณปุ๋ย (25-30 กก. และ 25 กก./ไร่) จาก สวพส. ส่วนราคาและแรงงานเป็นตัวเลขสมมติทั้งหมด

รายการปริมาณ (ตามแหล่งข้อมูล)ราคาต่อหน่วย (สมมติ)รวม (สมมติ บาท/ไร่)
เมล็ดพันธุ์ประมาณ 11 กก. (กลาง 10-12)สมมติ 60 บาท/กก.660
ปุ๋ย 15-15-15ประมาณ 28 กก. (กลาง 25-30)สมมติ 25 บาท/กก.700
ปุ๋ย 21-0-025 กก.สมมติ 20 บาท/กก.500
แรงงานเตรียมแปลง หยอด ดูแลสมมติ 8 วันงานสมมติ 350 บาท/วัน2,800
แรงงานกำจัดวัชพืช 2 ครั้งสมมติ 4 วันงานสมมติ 350 บาท/วัน1,400
แรงงานเก็บเกี่ยว ตาก นวด ฝัดสมมติ 6 วันงานสมมติ 350 บาท/วัน2,100
สารป้องกันโรคแมลงและอุปกรณ์ตามที่ใช้จริงสมมติเหมาจ่าย600
ต้นทุนรวมสมมติ8,760

ผลผลิตต่อไร่ ผู้เขียนมีเพียงตัวเลขจากบทสรุปการค้นหาว่าการทดลองหนึ่งได้ประมาณ 111 กก./ไร่ แต่ยังไม่ได้เปิดอ่านเอกสารต้นทาง จึงไม่ยืนยันเป็นข้อเท็จจริงและไม่ใช้ในตารางนี้ ให้ใช้ผลผลิตจากแปลงของคุณเองหรือสอบถามศูนย์โครงการหลวงในพื้นที่ จากนั้นคำนวณจุดคุ้มทุนดังนี้ ต้นทุนรวม หารด้วย ราคาขายต่อ กก. ได้ปริมาณเมล็ดที่ต้องขายให้เท่าทุน ตัวอย่างสมมติราคาขาย 60 บาท/กก. ต้องขายให้ได้ 8,760 ÷ 60 ประมาณ 146 กก./ไร่ ถึงจะเท่าทุน นี่เป็นเพียงวิธีคิด ราคาจริงให้เช็กจากพ่อค้าท้องถิ่นหรือตลาดในวันที่ขาย ไม่ควรอ้างอิงราคาจากโพสต์เก่า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ปลูกถั่วแดงหลวงในที่ราบต่ำร้อนแล้วคาดหวังผลผลิตเท่าพื้นที่สูง ทั้งที่แหล่งข้อมูลยืนยันเฉพาะช่วง 800-1,200 เมตร
  • ปลูกในที่อับลมและน้ำขัง ทำให้โรคราและโรคเน่าระบาดเร็ว
  • ข้ามการกำจัดวัชพืชครั้งแรกที่ 12-15 วัน แล้วต้นถั่วอ่อนแอตั้งแต่ต้น
  • ตีนวดเมล็ดแรงเกินไปจนเมล็ดแตก ขายได้ราคาต่ำ งอกไม่ดีถ้าเก็บเป็นพันธุ์
  • เก็บเมล็ดที่ความชื้นยังสูงเกิน 14 เปอร์เซ็นต์ เกิดรา และมอดเข้า
  • เก็บเกี่ยวช่วงฝนตกชุกโดยไม่เตรียมที่ตากกันฝน
  • คิดต้นทุนไม่รวมแรงงานตัวเอง ทำให้ดูเหมือนมีกำไรทั้งที่เหนื่อยฟรี

สรุป

ถั่วแดงหลวงเป็นถั่วพื้นที่สูงที่ใช้เวลาราว 2.5-3 เดือนต่อรอบ ปลูกต้นฝนเร็วกว่าปลายฝน ต้องได้ดินร่วนเหนียวที่ระบายน้ำดี กำจัดวัชพืชสองครั้ง ใส่ปุ๋ยสองช่วง และเฝ้าระวังโรคราและหนอนเจาะ จุดที่ตัดสินว่าได้ราคาหรือไม่คือการเก็บเกี่ยวและการตากเมล็ดให้ความชื้นลงถึงช่วง 12-14 เปอร์เซ็นต์ ส่วนต้นทุนและราคา ให้ใช้ตัวเลขจริงของคุณและราคารับซื้อวันที่ขาย (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569) พร้อมปรึกษาเกษตรอำเภอก่อนเริ่มหากอยู่นอกพื้นที่สูง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หน้าความรู้ ถั่วแดงหลวง (เผยแพร่ 27 ม.ค. 2559 อ้างอิงมูลนิธิโครงการหลวง) — พันธุ์ ฤดูปลูก ระยะปลูก อัตราเมล็ด ปุ๋ย โรค แมลง และการเก็บเกี่ยว — https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/205
  • 📄ศิรินันทา ละอองศรี, ต้นทุนและผลตอบแทนจากการปลูกถั่วแดงหลวง (วิทยานิพนธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) — มีงานวิจัยด้านต้นทุนและผลตอบแทนของถั่วแดงหลวงโดยเฉพาะ แต่ผู้เขียนเปิดอ่านได้เฉพาะหน้าบรรณานุกรม ไม่มีตัวเลขในบทความนี้อ้างจากงานนี้ — https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:67106

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว 500g. / 900g. (จากเปลือกมะพร้าว)…

อุปกรณ์เพาะกล้า

ใช้เพาะเมล็ดและอนุบาลกล้าก่อนย้ายลงแปลง

เช็กก่อนซื้อ

  • จำนวนหลุมหรือขนาดถาด/ถุงต่อแพ็ก
  • เนื้อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือใช้ครั้งเดียว
หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

หินภูเขาไฟลาวา หินลาวาดำ หินลาวาแดง (Lava Stone)…

ดินปลูก/วัสดุปลูก

ดินผสมพร้อมใช้สำหรับปลูกลงกระถาง ถุง หรือกระบะ

เช็กก่อนซื้อ

  • เหมาะกับพืชแบบไหน (ไม้อวบน้ำ ผัก ไม้ดอก)
  • น้ำหนักหรือปริมาตรต่อถุง
100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

100ชิ้น ป้ายชื่อพืชสวนรูปตัวที พลาสติกหนากันน้ำ…

ป้ายแปลง/ป้ายชื่อพืช

ใช้ปักระบุพันธุ์ วันปลูก หรือรอบปลูกในแปลงและถาดเพาะ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…

เครื่องมือทำสวน

เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว

เช็กก่อนซื้อ

  • วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
  • ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ถั่วแดงใช้เวลากี่เดือนจากปลูกถึงเก็บเกี่ยว

ตามข้อมูล สวพส. ราว 75-80 วัน (ประมาณ 2.5 เดือน) ถ้าปลูกต้นฤดูฝน และราว 85-90 วัน (ประมาณ 3 เดือน) ถ้าปลูกปลายฤดูฝน ระยะเวลาจริงอาจต่างไปตามพันธุ์และอุณหภูมิ

ถั่วแดงปลูกที่ราบภาคกลางได้หรือไม่

แหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านระบุพื้นที่เหมาะที่ระดับความสูงราว 800-1,200 เมตร ผู้เขียนไม่พบแหล่งทางการที่ยืนยันการปลูกถั่วแดงหลวงในที่ราบ ให้ถามเกษตรอำเภอและทดลองแปลงเล็กก่อน

ใช้เมล็ดพันธุ์กี่กิโลกรัมต่อไร่

ตาม สวพส. ประมาณ 10-12 กิโลกรัมต่อไร่ ปลูกแถวห่าง 50-60 เซนติเมตร หลุมห่าง 20-25 เซนติเมตร หลุมละ 2-3 เมล็ด

ใส่ปุ๋ยอะไรและตอนไหน

ตาม สวพส. ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 25-30 กก./ไร่ ที่ 12-15 วันหลังงอกหลังกำจัดวัชพืชครั้งแรก แล้วพูนโคน และใส่ 21-0-0 อัตรา 25 กก./ไร่ ที่ 35-40 วัน หากดินต่างจากแปลงทดลองให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ

เก็บเมล็ดอย่างไรไม่ให้เสียหาย

รอฝักแห้งสนิท ตัดต้นแล้วตากแดด 2-3 วัน ให้ความชื้นราว 14-16 เปอร์เซ็นต์ นวดเบา ๆ ด้วยไม้ ฝัด แล้วตากอีก 2-3 วันจนความชื้นราว 12-14 เปอร์เซ็นต์ จึงบรรจุเก็บ