คำตอบสั้น ๆ
ข้อมูลเฉพาะถั่วแขกที่ยืนยันได้คือโรคเน่าคอดินและหนอนเจาะลำต้นช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ส่วนโรคและแมลงอื่นใช้ข้อมูลถั่วฝักยาวเป็นตัวอย่างเทียบ บทความนี้บอกวิธีสังเกต ป้องกัน และเมื่อใดควรปรึกษาเกษตรอำเภอ
คำตอบเร็ว: ข้อมูลที่เปิดอ่านได้ของถั่วแขกในไทยระบุโรคเน่าคอดินและหนอนเจาะลำต้น (ช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม) ไว้ชัดเจน ส่วนรายชื่อโรคและแมลงรายตัวอื่น ๆ ผู้เขียนค้นแล้วไม่พบหน้าทางการเฉพาะถั่วแขกที่เปิดอ่านได้ครบ จึงใช้ข้อมูลของถั่วฝักยาวที่เป็นญาติใกล้ชิดเป็นตัวอย่างเทียบ โดยบอกชัดว่าไม่ใช่ข้อสรุปของถั่วแขก บทความนี้แยกอาการที่ควรสังเกตตามส่วนของต้น จัดลำดับการป้องกันจากการจัดการแปลง และบอกว่าเมื่อไรควรเรียกเกษตรอำเภอ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
ถั่วแขกปลูกง่าย อายุสั้น และขายได้เร็ว แต่ฝักเป็นผักสดที่คนกินทั้งฝัก เมื่อเกิดโรคหรือแมลงจึงมีสองเรื่องที่ต้องคิดคู่กัน คือผลผลิตเสียหายและสารตกค้าง คนที่เจอใบด่างหรือต้นเหี่ยวมักรีบหาสารพ่น ทั้งที่หลายอาการเริ่มจากแปลงที่ระบายน้ำไม่ดีหรือปลูกซ้ำพื้นที่เดิม บทความนี้เน้นสิ่งที่ผู้ปลูกทำได้ก่อน คือสังเกตให้ถูกจุด ป้องกันตั้งแต่เตรียมแปลง และตัดสินใจจัดการอย่างมีหลักฐาน
ข้อมูลที่ยืนยันได้และข้อมูลที่ยังไม่มี
แหล่งหลักคือองค์ความรู้พื้นที่สูงของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ HRDI เรื่องถั่วแขก (Phaseolus vulgaris L. ชื่อสามัญ Bush bean) ซึ่งระบุข้อควรระวังด้านโรคและแมลงเพียงสองรายการ คือโรคเน่าคอดินและหนอนเจาะลำต้น ที่เหลือเป็นข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพต้น
| หัวข้อ | ที่ระบุในแหล่งข้อมูล | สถานะ |
|---|---|---|
| โรคเน่าคอดิน | HRDI ระบุเป็นข้อควรระวัง และกล่าวถึงเชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นแนวทางหนึ่ง | มีแหล่งโดยตรง |
| หนอนเจาะลำต้น | HRDI ระบุช่วงเสี่ยงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม | มีแหล่งโดยตรง |
| สภาพที่เสี่ยงต่อต้น | ฝนตกชุก อุณหภูมิต่ำ ความชื้นสัมพัทธ์สูงไม่เหมาะ ช่วงดอกบานร้อนจัด แล้ง หรือฝนชุกทำให้ติดฝักต่ำและดอกร่วง | มีแหล่งโดยตรง |
| ไนโตรเจนและความชื้นมาก | ทำให้ฝักแก่ช้า | มีแหล่งโดยตรง |
| โรคใบ โรคไวรัส ราสนิม แมลงปากดูด หนอนชอนใบ | ไม่พบหน้าทางการเฉพาะถั่วแขกที่เปิดอ่านได้ | ไม่ได้ยืนยัน ใช้ข้อมูลถั่วฝักยาวเทียบ |
| เกณฑ์การพ่นสาร ชื่อสารและอัตราใช้ | ไม่ระบุในบทความนี้ | ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอและอ่านฉลาก |
ผู้เขียนพยายามเปิดเอกสารกรมวิชาการเกษตรที่น่าจะมีรายละเอียดเฉพาะถั่วแขก แต่การเชื่อมต่อแจ้งใบรับรองความปลอดภัยไม่ผ่าน จึงข้ามแหล่งนั้นไป ไม่ได้ใช้และไม่อ้างอิง เมื่อมีโอกาส ผู้อ่านสามารถถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรโดยตรงเพื่อขอเอกสารฉบับล่าสุด
อาการที่ต้องสังเกต แยกตามส่วนของต้น
ช่วงต้นกล้า: โคนเน่าและกล้าล้ม
HRDI ระบุโรคเน่าคอดินเป็นข้อควรระวัง คำว่าเน่าคอดินหมายถึงอาการเน่าตรงบริเวณคอรากติดผิวดิน อาการที่ผู้ปลูกมักเห็นคือต้นกล้าล้มพับหรือเหี่ยวทั้งที่ดินยังชื้น เมื่อจับโคนต้นจะนิ่มหรือเป็นแผลช้ำสีคล้ำ (คำอธิบายอาการนี้เป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคนี้ ไม่ได้มาจากหน้า HRDI ซึ่งระบุเพียงชื่อโรคและเชื้อราไตรโคเดอร์มา) ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงโดยทั่วไป คือดินแฉะ น้ำขัง และปลูกซ้ำที่เดิม HRDI แนะนำตากดินไม่ต่ำกว่า 14 วัน เก็บเศษวัชพืชให้สะอาดก่อนปลูก และให้ปลูกซ่อมใน 7-10 วันหลังหยอดเมล็ด ทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงช่วงต้นกล้า
ช่วงเจริญเติบโต: ลำต้นและกิ่ง
หนอนเจาะลำต้นมีช่วงเสี่ยงตามแหล่งข้อมูลคือกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายหนาวต่อเนื่องร้อน ถ้าปลูกถั่วแขกเดือนเหล่านี้ ให้เพิ่มรอบสำรวจลำต้น อาการที่ควรหาคือต้นเหี่ยวเฉาเป็นบางต้นโดยรากยังดี ลำต้นมีรูเล็กหรือขี้ผงละเอียดตรงโคน และต้นหักง่าย (รายละเอียดอาการเป็นความรู้ทั่วไปของหนอนเจาะลำต้น ผู้เขียนไม่พบในหน้า HRDI ที่ระบุเพียงช่วงเวลาและชื่อศัตรู) ถ้าพบ ให้ถอนต้นที่เป็นออกจากแปลงและทำลายนอกแปลง แล้วปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องวิธีควบคุมที่ขึ้นทะเบียน
ช่วงออกดอก: ดอกร่วงและติดฝักต่ำ
HRDI ระบุว่าอุณหภูมิสูง อากาศแห้งแล้ง หรือฝนตกชุกช่วงดอกบานทำให้อัตราการติดฝักต่ำและดอกร่วง โดยเฉพาะถั่วแขกค้าง ซึ่งต้องการอุณหภูมิต่ำกว่าถั่วแขกพุ่ม อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตอยู่ราว 20-25 องศาเซลเซียส อาการนี้จึงมักเป็นปัญหาจากสภาพอากาศมากกว่าโรค ควรเทียบวันที่ดอกบานกับสภาพอากาศช่วงนั้น ก่อนจะสรุปว่ามีแมลงหรือโรค
ช่วงติดฝัก: ฝักแก่ช้าและฝักมีตำหนิ
แปลงที่ชื้นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากทำให้ฝักแก่ช้า ตามแหล่งเดียวกัน ส่วนการคัดเกรดระบุให้คัดฝักที่มีตำหนิจากโรคและแมลงออก ชั้นหนึ่งต้องฝักยาวตรง ยาวตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป ชั้นสองยาว 8-10 เซนติเมตร มีฝักโค้งปะปนได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ และต้องไม่มีฝักคด ถ้ามีฝักตำหนิมาก ราคาจะตกเกรดลง
ข้อมูลของญาติใกล้ชิด: ถั่วฝักยาว ใช้เป็นตัวอย่างเท่านั้น
ถั่วฝักยาวเป็นพืชตระกูลถั่วที่คนปลูกบ่อย และมีงานสำรวจเปิดเผย ผู้เขียนนำมาเป็นภาพตัวอย่างของโรคและแมลงที่พืชตระกูลนี้เผชิญ ไม่ใช่การยืนยันว่าถั่วแขกต้องมีทั้งหมด
- สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ระบุโรคของถั่วฝักยาว ได้แก่ ใบไหม้ เน่าเปียก ใบจุด ราสนิม ราเขม่าดำ โรคจากไวรัส รากเน่าโคนเน่า มักเกิดในช่วงอากาศร้อนชื้นและฝนตกชุก และแมลงสำคัญ คือ แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอนผีเสื้อเจาะฝักถั่ว หนอนแมลงวันเจาะต้นถั่ว หนอนม้วนใบ ตามผลสำรวจในราชบุรี ปี 2565
- งานทดสอบ 7 พันธุ์ถั่วฝักยาวที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2557 พบการเข้าทำลายของหนอนชอนใบ 98.62-100 เปอร์เซ็นต์ เพลี้ยอ่อนถั่ว 77.49-86.13 เปอร์เซ็นต์ ราสนิม 31.77-51.51 เปอร์เซ็นต์ โรคใบด่าง 39.21-52.10 เปอร์เซ็นต์ หนอนเจาะฝักถั่ว 3.23-7.50 เปอร์เซ็นต์ และโรคโคนเน่า 5.63-18.13 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขการเข้าทำลายในแปลงทดสอบและช่วงเวลาที่กำหนด
สิ่งที่นำไปใช้ได้คือแนวสังเกต เช่น ช่วงฝนชุกควรดูโรคราและโรคเน่า ช่วงแล้งร้อนควรดูเพลี้ยและหนอนชอนใบ แต่ไม่ควรนำเปอร์เซ็นต์ข้างต้นมาเทียบกับแปลงถั่วแขกของตัวเอง เพราะเป็นคนละพืช คนละพื้นที่ และคนละปี
ป้องกันจากแปลงก่อนคิดถึงสารพ่น
แนวทางที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพต้นในแหล่ง HRDI และ สท. สรุปเป็นข้อปฏิบัติได้ดังนี้
- ตากดินและกำจัดเศษพืช HRDI ให้ไถดินตากแดดไม่ต่ำกว่า 14 วัน เก็บเศษวัชพืชให้สะอาด
- เลือกดินและค่าความเป็นกรดด่าง ดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี pH 6.0-6.5 ตามแหล่งเดียวกัน
- รองพื้นด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2,000 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ตามที่ HRDI ระบุ ส่วนปุ๋ยไนโตรเจนอย่าเกินจำเป็น เพราะทำให้ฝักแก่ช้า
- หยอดเมล็ด 2-3 เมล็ดต่อหลุม ลึก 2-3 เซนติเมตร และปลูกซ่อมในช่วง 7-10 วัน
- ให้น้ำสม่ำเสมอช่วง 30 วันแรก หลังจากนั้นทุก 2-3 วัน ขึ้นกับความชื้นดิน ไม่ให้แฉะ
- ทำค้างสูงประมาณ 2 เมตร ให้เสร็จก่อนต้นเลื้อย เพื่อให้อากาศถ่ายเท
- ใช้ชีวภัณฑ์ตามคำแนะนำ HRDI กล่าวถึงเชื้อไตรโคเดอร์มาสำหรับโรคเน่าคอดิน และ สท. สวทช. อธิบายว่าไตรโคเดอร์มาคลุกกับดินช่วงเตรียมแปลงเป็นแนวทางป้องกันโรคในดินสำหรับถั่วฝักยาว ให้ตรวจว่าผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร
- เก็บฝักตามระยะ HRDI ระบุเก็บเมื่อฝักเริ่มโตสีเขียวอ่อน ไม่แก่ หรือ 12-14 วันหลังดอกบาน หรือตามตลาดต้องการ ฝักที่ทิ้งไว้แก่จะลดคุณภาพ
เรื่องเมล็ดพันธุ์ HRDI ระบุคลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันแมลงก่อนปลูก ผู้เขียนไม่ระบุชื่อสารหรือวิธีใช้ ให้ถามเกษตรอำเภอและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน
ชีวภัณฑ์กับสารเคมี หลักคิดก่อนใช้
เอกสาร สท. สวทช. อธิบายว่าชีวภัณฑ์แต่ละชนิดมีความจำเพาะต่อแมลงหรือโรคเป้าหมายต่างกัน ต้องเลือกให้ตรง และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร ถ้าใช้ร่วมกับสารเคมีต้องสลับวันฉีดเพื่อไม่ให้สารเคมียับยั้งชีวภัณฑ์ ตัวอย่างในเอกสารนั้นเป็นของถั่วฝักยาว เช่น ราบิวเวอเรียและราเมตาไรเซียมสำหรับแมลง ไตรโคเดอร์มาสำหรับโรคในดินและโรคใบ และแบคทีเรียบีทีสำหรับหนอน ผู้อ่านนำหลักการ "ต้องเลือกให้ตรงเป้า" ไปใช้ได้ แต่ตารางวันฉีดไม่ควรลอกไปใช้กับถั่วแขกตรง ๆ
สำหรับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช บทความนี้ไม่ระบุชื่อสารและอัตราใช้ เพราะไม่มีแหล่งทางการเฉพาะถั่วแขกที่เปิดอ่านได้ครบ ถั่วแขกเก็บฝักสดบ่อยและบริโภคทั้งฝัก ระยะเวลาก่อนเก็บเกี่ยวจึงสำคัญ ก่อนใช้ทุกครั้งให้ตรวจว่าผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนใช้กับพืชนี้ อ่านฉลากเรื่องระยะเว้นก่อนเก็บเกี่ยว และสวมอุปกรณ์ป้องกันตามฉลาก
ตารางสำรวจแปลงแบบกรอกเอง
สำรวจสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เดินตามแนวทแยง สุ่มอย่างน้อย 10 ต้นต่อแปลง แล้วจดผล ตัวเลขเกณฑ์ตัดสินใจพ่นสารไม่มีแหล่งทางการให้ในที่นี้ จึงเว้นให้กรอกร่วมกับเกษตรอำเภอ
| วันที่ | อายุต้น (วัน) | ต้นที่เหี่ยวหรือล้ม | ต้นที่พบหนอนหรือรูที่ลำต้น | ใบมีจุดหรือด่าง | ฝักมีตำหนิ | สภาพอากาศ 7 วันก่อน |
|---|---|---|---|---|---|---|
ปัญหาที่ดูเหมือนโรคแต่เป็นเรื่องการจัดการ
- ต้นล้มหลังฝนตกหนัก เกิดจากน้ำขังหรือดินแฉะ ไม่ใช่โรคเสมอไป ตรวจร่องระบายน้ำ
- ดอกร่วงช่วงร้อนจัด HRDI ระบุผลของอุณหภูมิสูงและแล้งต่อการติดฝัก
- ฝักแก่ช้าและใบเขียวเข้มมาก อาจมาจากไนโตรเจนมากเกินไป ตามที่ HRDI ระบุ
- ฝักโค้งงอหรือคด เป็นเกณฑ์ตกเกรดที่ HRDI ระบุ สาเหตุของฝักคดไม่มีระบุในแหล่งนั้น
- ฝักช้ำหลังเก็บ ตามคู่มือจัดชั้นคุณภาพที่ HRDI อ้างถึง ให้บรรจุตะกร้าพลาสติกหรือกล่องกระดาษรองด้วยกระดาษขาว ลดอุณหภูมิเหลือ 5 องศาเซลเซียส และขนส่งด้วยรถห้องเย็น การเก็บรักษาที่ 7-10 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95-100 เปอร์เซ็นต์ เก็บได้ 7-10 วัน และต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียสเกิดอาการสะท้านหนาว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจัดการโรคและแมลงถั่วแขก
- ปลูกซ้ำแปลงเดิมติดกันหลายรอบโดยไม่ตากดินและไม่หมุนเวียนพืช
- รดน้ำถี่เกินไปจนดินแฉะ ทำให้โคนเน่า
- เอาข้อมูลโรคแมลงของถั่วฝักยาวมาสรุปว่าถั่วแขกเป็นเหมือนกันทุกอย่าง
- พ่นสารเมื่อเห็นแมลงตัวเดียว โดยไม่สำรวจจำนวนและไม่ดูระยะเก็บเกี่ยว
- ปล่อยต้นเป็นโรคไว้ในแปลง ไม่ถอนทำลาย
- ปล่อยให้ฝักแก่คาต้นจนฝักเหนียวและตกเกรด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนปลูกตั้งแต่เตรียมแปลงถึงเก็บเกี่ยวอยู่ใน วิธีปลูกถั่วแขก ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว ส่วนถั่วอื่นที่มีปฏิทินงานรายเดือน ดู ปฏิทินปลูกถั่วเหลือง: ช่วงปลูก เก็บเกี่ยว และงานดูแลรายเดือน และ ปฏิทินปลูกถั่วเขียว: ช่วงปลูก เก็บเกี่ยว และงานดูแลรายเดือน และเรื่องข้อผิดพลาดของมือใหม่กับถั่วที่ส่งขาย ดู 10 ข้อผิดพลาดที่มือใหม่พบบ่อยเมื่อปลูกถั่วแระญี่ปุ่นส่งออก
สรุป
ณ พ.ย. 2569 ข้อมูลโรคและแมลงเฉพาะถั่วแขกที่ยืนยันได้จากแหล่งที่เปิดอ่านมีเพียงโรคเน่าคอดินและหนอนเจาะลำต้นช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ร่วมกับปัจจัยด้านอุณหภูมิและความชื้นที่กระทบการติดฝัก ส่วนโรคใบ ไวรัส และแมลงอื่นต้องอาศัยข้อมูลของถั่วฝักยาวเป็นตัวอย่างเทียบ โดยไม่นำมาสรุปแทนถั่วแขก การป้องกันที่ทำได้จริงเริ่มจากตากดิน ระบายน้ำ ไม่ใส่ไนโตรเจนเกิน ทำค้างให้อากาศถ่ายเท และสำรวจแปลงสม่ำเสมอ เมื่อพบปัญหาที่อธิบายไม่ได้ให้เก็บรูปและตัวอย่างไปให้เกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรช่วยวินิจฉัยก่อนใช้สารใด ๆ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) องค์ความรู้: ถั่วแขก (Phaseolus vulgaris L.) — สภาพแวดล้อม ปุ๋ย ระยะปลูก ข้อควรระวังโรคเน่าคอดินและหนอนเจาะลำต้น การเก็บเกี่ยว เกณฑ์เกรด และการเก็บรักษา: https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/63
- สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. จัดการศัตรูพืชในถั่วฝักยาวด้วยชีวภัณฑ์แบบผสมผสาน — รายชื่อโรคแมลงและหลักการเลือกชีวภัณฑ์ของถั่วฝักยาว (ใช้เป็นตัวอย่างเทียบ ไม่ใช่ถั่วแขก): https://www.nstda.or.th/agritec/sop-cowpea/
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การประเมินโรคและแมลงศัตรูถั่วฝักยาว 7 พันธุ์ (วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับพิเศษ ปี 2559) — เปอร์เซ็นต์การเข้าทำลายในแปลงทดสอบถั่วฝักยาว: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tstj/article/view/61423
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

10ชิ้น กาวดักแมลงวันทอง แมลงวันที่แข็งแกร่งดักแมลงสองด้านสี…
กับดักแมลง
ใช้ติดตามและดักแมลงศัตรูพืชแบบไม่ใช้สาร

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…
ชีวภัณฑ์
ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…
เครื่องพ่น/ถังพ่น
ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม
เช็กก่อนซื้อ
- ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
- ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี
อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน
ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ถั่วแขกมีโรคอะไรที่ต้องระวัง
HRDI ระบุโรคเน่าคอดินเป็นข้อควรระวัง โรคอื่นยังไม่มีหน้าทางการเฉพาะถั่วแขกที่เปิดอ่านได้ ถ้าพบอาการอื่นให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ
หนอนเจาะลำต้นถั่วแขกระบาดเดือนไหน
HRDI ระบุช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม พื้นที่อื่นอาจต่างกัน ควรสำรวจต่อเนื่อง
ดอกร่วงไม่ติดฝักแก้อย่างไร
HRDI ระบุว่าอุณหภูมิสูง แล้ง หรือฝนชุกช่วงดอกบานทำให้ติดฝักต่ำ ควรเลือกช่วงปลูกให้ดอกบานตรงช่วงอุณหภูมิราว 20-25 องศาเซลเซียส และให้น้ำสม่ำเสมอ
ใช้ชีวภัณฑ์อะไรกับถั่วแขกได้บ้าง
HRDI กล่าวถึงเชื้อไตรโคเดอร์มาสำหรับเน่าคอดิน ชีวภัณฑ์อื่นมีข้อมูลในเอกสารถั่วฝักยาวของ สท. สวทช. ใช้เป็นหลักการเลือกให้ตรงเป้า ต้องตรวจทะเบียนและอ่านฉลาก
ควรพ่นสารเมื่อไร
ไม่มีเกณฑ์ตัวเลขทางการเฉพาะถั่วแขกในแหล่งที่เปิดอ่านได้ ให้สำรวจแปลงและปรึกษาเกษตรอำเภอก่อนตัดสินใจ
เก็บถั่วแขกได้กี่วันหลังดอกบาน
HRDI ระบุ 12-14 วันหลังดอกบาน หรือเก็บเมื่อฝักเริ่มโตสีเขียวอ่อนและไม่แก่ หรือตามตลาดต้องการ
