คำตอบสั้น ๆ
ถั่วพูไม่ค่อยมีโรครบกวน ศัตรูที่พบคือเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และหนอนกระทู้ผัก ตามแหล่งของ มก. บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรมีแหล่งรองรับ อะไรยังไม่มีข้อมูลเฉพาะถั่วพู และควรตรวจแปลงอย่างไร
คำตอบเร็ว: แหล่งที่เปิดอ่านได้ (ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มก.) ระบุว่าถั่วพูโดยปกติมีโรคพืชรบกวนไม่มาก ศัตรูที่พบคือเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และหนอนกระทู้ผัก ส่วนปัญหาอื่นที่เกษตรกรถามบ่อย เช่น ไม่ติดฝัก ใบเหลือง หรือเถาไม่ขึ้นค้าง ผู้เขียนไม่พบงานวิจัยเฉพาะถั่วพูที่ยืนยันสาเหตุได้ จึงไม่ฟันธง บทความนี้แยกให้เห็นว่าอะไรมีแหล่งรองรับ อะไรเป็นเพียงข้อสังเกตจากพืชตระกูลถั่วใกล้เคียง และอะไรต้องให้เกษตรอำเภอหรือมหาวิทยาลัยช่วยตรวจที่แปลงจริง (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
เวลาถั่วพูมีปัญหา คนปลูกมักค้นหาคำตอบสำเร็จรูปว่า "ใบเป็นแบบนี้คือโรคอะไร ฉีดอะไรหาย" แต่ความจริงคือเอกสารวิชาการภาษาไทยที่พูดถึงถั่วพูโดยตรงมีน้อยมาก ต่างจากถั่วฝักยาวที่มีงานสำรวจโรคและแมลงชัดเจน บทความนี้จึงเขียนแบบตรงไปตรงมา คือบอกเฉพาะสิ่งที่มีแหล่งที่มา แยกส่วนที่ต้องระวังไม่ให้เหมารวมจากพืชอื่น และบอกว่าถ้าเจอปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบทางการ ควรเอาตัวอย่างไปให้ใครช่วยดู
ข้อมูลที่ยืนยันได้เกี่ยวกับถั่วพูและศัตรูพืช
ข้อมูลหลักมาจากสองหน้าของห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หน้าแรกเป็นข่าว "ถั่วพู พืชบำรุงและอนุรักษ์ดิน" ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2561 (อ้างแหล่งเดิมจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า) หน้าที่สองเป็นคำถามคำตอบเรื่องโรคและแมลงของถั่วพู ถามเมื่อ 30 เมษายน 2567 ทั้งสองหน้าตรงกันว่าถั่วพูไม่ค่อยมีโรคพืชรบกวนมากนัก และศัตรูที่พบคือเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และหนอนกระทู้ผัก
| หัวข้อ | ที่ระบุในแหล่งข้อมูล | ข้อควรระวังในการใช้ |
|---|---|---|
| โรคพืช | ถั่วพูไม่ค่อยมีโรคพืชรบกวน | เป็นภาพรวม ไม่ได้บอกว่าไม่มีโรคเลย และไม่ได้ระบุชื่อโรครายตัว |
| แมลงศัตรู | เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอนกระทู้ผัก | ไม่ระบุช่วงเวลาระบาดหรือระดับความเสียหาย |
| ชีวภัณฑ์ที่แนะนำ | เชื้อราบิวเวอเรีย บาสเซียนา สำหรับเพลี้ยไฟและเพลี้ยอ่อน และแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis สำหรับหนอนกระทู้ผัก | ผู้เขียนไม่ได้ระบุอัตราใช้ ต้องอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน |
| อายุเก็บเกี่ยว | 70-80 วัน | จากข่าวเดียวกัน ขึ้นกับพันธุ์และการดูแล |
| ระยะปลูก | ระหว่างแถว ประมาณ 2 เมตร ระหว่างต้น 1 เมตร หลุมละ 2-3 เมล็ด | ยืนยันจากแหล่งเดียว |
| ขนาดฝัก | พันธุ์ฝักเล็กยาวราว 10-15 ซม. พันธุ์ฝักใหญ่ราว 20-30 ซม. (ส่วนมากเป็นพันธุ์พื้นเมือง) | เป็นการแบ่งแบบกว้าง ไม่ใช่ชื่อพันธุ์รับรอง |
ประเด็นสำคัญคือ ไม่ว่าแหล่งไหนก็ไม่ได้บอกสาเหตุของอาการยอดนิยมอย่าง "ดอกร่วงไม่ติดฝัก" "ใบเหลืองทั้งต้น" หรือ "ฝักบิดงอ" ดังนั้นสิ่งที่เหลือในบทความนี้คือการช่วยให้คุณแยกอาการ เก็บหลักฐานจากแปลง และตัดตัวแปรที่เป็นความผิดพลาดในการจัดการออกไปก่อนที่จะสรุปว่าเป็นโรค
ปัญหาที่เป็นไปได้ของถั่วพู แยกตามระดับความมั่นใจของข้อมูล
กลุ่มที่ 1 มีแหล่งรองรับโดยตรง
เพลี้ยไฟและเพลี้ยอ่อน เป็นสองชื่อที่คำถามคำตอบของ มก. ระบุไว้ เพลี้ยทั้งสองกลุ่มมักอยู่ที่ยอดอ่อน ใต้ใบ และตาดอก ลักษณะที่ควรสังเกตด้วยตาและแว่นขยายคือ ใบอ่อนหงิกหรือม้วน ยอดแคระ และมีแมลงตัวเล็กมากเกาะเป็นกลุ่ม แหล่งข้อมูลแนะนำเชื้อราบิวเวอเรีย บาสเซียนา ซึ่งเป็นชีวภัณฑ์ และกรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยขึ้นทะเบียน ผู้อ่านควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุเลขทะเบียนบนฉลากและอ่านวิธีใช้ก่อนทุกครั้ง บทความนี้ไม่ระบุชื่อการค้าหรืออัตราผสม
หนอนกระทู้ผัก ในแหล่งเดียวกันแนะนำแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis (บีที) สำหรับป้องกันกำจัด จุดสังเกตคือใบมีรูแหว่งเป็นหย่อม หรือใบเหลือแต่เส้นใบ และอาจพบมูลหนอนสีดำบนใบล่าง ควรเดินสำรวจตอนเช้าหรือเย็น เพราะหนอนกระทู้มักหลบแดดในเวลากลางวัน
กลุ่มที่ 2 ไม่มีแหล่งเฉพาะถั่วพู ต้องตัดสินจากหน้างาน
อาการต่อไปนี้ผู้เขียนค้นแล้วไม่พบเอกสารเฉพาะถั่วพูที่อธิบายสาเหตุ จึงเสนอเป็น "รายการตรวจสอบ" ที่ใช้คัดสาเหตุจากการจัดการก่อน มิใช่คำวินิจฉัย
- เถาเลื้อยแต่ไม่ขึ้นค้างหรือล้ม ตรวจว่าค้างสูงพอและมั่นคงหรือไม่ ข่าว มก. ระบุรูปแบบค้างที่ทำได้ คือค้างเดี่ยวไม้เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาว 2 เมตร ค้างคู่ หรือขึงตาข่าย ถ้าค้างเตี้ยหรือหลวม เถาจะพันกันบนพื้น เกิดความชื้นสะสมและดูแลยาก
- เมล็ดไม่งอก ข่าวเดียวกันแนะนำให้เลือกเมล็ดที่แข็ง แช่น้ำอุ่นไม่ร้อนมาก ห่อผ้าขาวบางทิ้งไว้ในที่ชื้น 3 คืน ถ้าข้ามขั้นตอนนี้หรือใช้เมล็ดเก่า อาจงอกช้าและไม่สม่ำเสมอ
- ต้นเตี้ยแคระ ใบซีด ตรวจดินก่อน ว่าถูกน้ำขังหรือไม่ ปมรากมีหรือไม่ (ดูหัวข้อถัดไป) และมีเพลี้ยที่ยอดหรือไม่
- ใบมีรอยกัดแต่ไม่เห็นตัวแมลง สำรวจตอนเช้ามืดหรือเย็น และดูใต้ใบ เพราะหนอนมักไม่อยู่บนใบตอนแดดจัด
กลุ่มที่ 3 ที่ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะถั่วพู ระวังการเหมารวม
ถั่วฝักยาว (Vigna unguiculata) และถั่วแขก (Phaseolus vulgaris) เป็นพืชตระกูลถั่วที่ชาวบ้านรู้จักดี และมีข้อมูลโรคแมลงมากกว่า แต่ไม่ใช่ถั่วพูซึ่งเป็นพืชต่างชนิดกัน ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลของพืชใกล้เคียงที่ผู้เขียนเปิดอ่านจริง ใช้เป็นแนวทางสังเกต ไม่ใช่ข้อสรุปว่าถั่วพูเป็นเหมือนกัน
- สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. ระบุโรคที่พบในถั่วฝักยาว ได้แก่ ใบไหม้ เน่าเปียก ใบจุด ราสนิม ราเขม่าดำ โรคจากไวรัส รากเน่าโคนเน่า และแมลงสำคัญ เช่น แมลงหวี่ขาว เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอนเจาะฝักถั่ว หนอนแมลงวันเจาะต้นถั่ว และหนอนม้วนใบ ซึ่งสรุปจากการสำรวจในจังหวัดราชบุรี ปี 2565
- งานทดสอบในคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (เผยแพร่ในวารสารของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับพิเศษ ปี 2559) ทดสอบถั่วฝักยาว 7 พันธุ์ ช่วงกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2557 พบหนอนชอนใบ 98.62-100 เปอร์เซ็นต์ เพลี้ยอ่อนถั่ว 77.49-86.13 เปอร์เซ็นต์ ราสนิม 31.77-51.51 เปอร์เซ็นต์ โรคใบด่าง 39.21-52.10 เปอร์เซ็นต์ หนอนเจาะฝักถั่ว 3.23-7.50 เปอร์เซ็นต์ และโรคโคนเน่า 5.63-18.13 เปอร์เซ็นต์ (ตัวเลขนี้เป็นเปอร์เซ็นต์การเข้าทำลาย ในพื้นที่หาดใหญ่ ช่วงเวลาและพันธุ์ที่ทดสอบ ไม่ใช่ความเสียหายต่อผลผลิต)
- ข้อมูลถั่วแขกจากหน้าความรู้ HRDI ระบุว่าอุณหภูมิสูง อากาศแห้ง หรือฝนตกชุกช่วงดอกบาน ทำให้ติดฝักต่ำและดอกร่วง ซึ่งเป็นข้อมูลของถั่วแขก ไม่ได้ยืนยันกับถั่วพู
วิธีใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกต้องคือ เมื่อพบอาการที่ตรงกับตัวอย่าง เช่น ใบมีจุดสีสนิมด้านล่าง หรือใบด่างเหลืองเขียวสลับ ให้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แล้วนำไปปรึกษาเกษตรอำเภอ เพราะอาการภายนอกคล้ายกันได้จากหลายสาเหตุ และการพ่นสารผิดชนิดมีต้นทุนทั้งเงินและเวลา
ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว: จุดที่ปัญหามักเกิดจากการจัดการ
ระยะปลูกและการเตรียมแปลง
ข่าว มก. ระบุไถดินลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินราว 7 วัน ยกร่องเป็นแปลงให้มีทางเดิน พรวนดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักรองพื้นในหลุม ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 2 เมตร ระหว่างต้น 1 เมตร และหยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด ผู้เขียนยืนยันระยะนี้ได้จากแหล่งเดียว หากปลูกถี่กว่านี้ ให้ถือเป็นการตัดสินใจของผู้ปลูกเอง และควรสำรวจศัตรูพืชบ่อยขึ้นเพราะอากาศถ่ายเทน้อยลง
น้ำและความชื้น
ข่าวเดียวกันระบุให้น้ำสม่ำเสมอและเพียงพอตามความต้องการ และระบุว่าถั่วพูขึ้นได้ดีในที่ชื้นสูง แต่ไม่ได้บอกว่าชื้นแค่ไหนเกินไป เมื่อเห็นต้นโทรมหลังฝนตกต่อเนื่อง ให้ตรวจก่อนว่าน้ำขังรอบโคนหรือไม่ ร่องระบายน้ำตันหรือไม่ ถ้าดินแฉะเป็นประจำ ควรยกร่องให้สูงขึ้นในรอบปลูกถัดไป
ปุ๋ยและบทบาทของปมราก
ข่าวระบุว่าถั่วพูตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ โดยสร้างปมที่รากตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องเพาะเชื้อไรโซเบียม ดังนั้นการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนหนักอาจไม่จำเป็น ข่าวแนะนำปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ มากน้อยขึ้นกับความสมบูรณ์ของดิน ถ้าต้นดูเหลืองซีด ให้ขุดรากขึ้นมาดูก่อนว่ามีปมรากหรือรากเน่าหรือไม่ ผู้เขียนไม่พบเอกสารเฉพาะถั่วพูที่อธิบายลักษณะปมรากปกติหรือผิดปกติ ถ้าไม่มั่นใจให้เก็บตัวอย่างรากไปให้เกษตรอำเภอหรือมหาวิทยาลัยตรวจ
การเก็บเกี่ยว
ข่าว มก. ระบุเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 70-80 วัน ควรเก็บตอนเช้าหรือเย็น เพราะเก็บตอนแดดร้อนมากทำให้กลีบถั่วพูช้ำ และให้ใช้ใบตองหรือถุงพลาสติกรองตะกร้าเพื่อกันช้ำ ปัญหาฝักช้ำและเสื่อมสภาพเร็วจึงเริ่มจากเวลาเก็บและภาชนะ ไม่ได้มาจากโรคเสมอไป
ลำดับตรวจแปลงเมื่อพบปัญหา
- ถ่ายรูปอาการ 3 มุม คือทั้งต้น ใบใกล้ ๆ และด้านล่างของใบ พร้อมจดวันที่และสภาพอากาศช่วง 7 วันก่อนหน้า (ฝนตก ร้อนจัด หรือแล้งต่อเนื่อง)
- ตรวจกายภาพก่อน คือน้ำขังไหม ค้างล้มไหม ปลูกถี่ไหม ใส่ปุ๋ยหนักเกินไปไหม
- ส่องใต้ใบและยอดอ่อนด้วยแว่นขยาย หาเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และไข่หรือตัวหนอน
- ขุดรากหนึ่งถึงสองต้นดู ว่ามีปมรากปกติหรือรากเน่าสีน้ำตาลหรือไม่
- ถ้าพบเพลี้ยหรือหนอนตามที่แหล่งข้อมูลระบุ เลือกชีวภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร อ่านฉลาก และใช้ตามวิธีบนฉลาก
- ถ้าอาการไม่ตรงกับรายการข้างต้น ห้ามเดาและห้ามพ่นสารหลายตัวรวมกัน ให้เอาตัวอย่างและรูปไปที่เกษตรอำเภอหรือภาควิชาโรคพืชของมหาวิทยาลัยใกล้บ้าน
- จดผลหลังจัดการ 5-7 วัน ว่าอาการดีขึ้น เท่าเดิม หรือลุกลาม
ชีวภัณฑ์: ใช้แค่ไหน ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
สถาบัน สท. สวทช. อธิบายหลักการว่า ชีวภัณฑ์แต่ละชนิดมีความจำเพาะต่อแมลงหรือโรคเป้าหมายต่างกัน ต้องเลือกใช้ให้เหมาะ และควรใช้ชีวภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรอย่างถูกต้อง ในเอกสารถั่วฝักยาวชุดเดียวกัน ระบุว่าถ้าใช้ชีวภัณฑ์ร่วมกับสารเคมีต้องสลับวันฉีด เพื่อป้องกันสารเคมียับยั้งการเจริญของชีวภัณฑ์ ข้อนี้นำมาเป็นหลักการทั่วไปได้ แต่ตารางวันฉีดของถั่วฝักยาวเฉพาะเจาะจงกับพืชนั้น ไม่ควรลอกไปใช้กับถั่วพู
ส่วนสารเคมีกำจัดแมลง บทความนี้ไม่ระบุชื่อสารหรืออัตราใช้ เพราะไม่มีแหล่งทางการที่เปิดอ่านได้ซึ่งออกคำแนะนำเฉพาะถั่วพู ถ้าจำเป็นต้องใช้ ควรสอบถามเกษตรอำเภอเรื่องสารที่ขึ้นทะเบียนใช้กับพืชตระกูลถั่วฝักสดและระยะเวลาก่อนเก็บเกี่ยว ถั่วพูเป็นผักฝักสดที่คนกินสด ความเสี่ยงสารตกค้างจึงสำคัญ
ตารางสังเกตอาการแบบกรอกเอง
ตารางนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย เป็นแบบฟอร์มบันทึกเพื่อให้การปรึกษาเกษตรอำเภอได้ข้อมูลครบ คอลัมน์ "ที่พบ" ให้กรอกเอง
| จุดตรวจ | สิ่งที่ดู | ที่พบ (กรอกเอง) |
|---|---|---|
| ยอดอ่อน | หงิก ม้วน มีแมลงตัวเล็กเกาะเป็นกลุ่ม | |
| ใต้ใบ | ไข่ หนอน มูลสีดำ จุดสนิม | |
| ใบแก่ | รูแหว่ง จุดสีน้ำตาล เหลืองเป็นหย่อม | |
| ดอกและฝัก | ดอกร่วง ฝักบิด ฝักช้ำ | |
| โคนต้น | เน่า น้ำขัง แผลสีน้ำตาล | |
| ราก | ปมรากปกติหรือผิดปกติ รากเน่า | |
| ค้างและเถา | ค้างมั่นคง เถาพันกันหนาแน่น | |
| สภาพอากาศ 7 วันก่อน | ฝน แดดจัด แล้ง |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อแก้ปัญหาถั่วพู
- เห็นใบเหลืองแล้วสรุปว่าเป็นโรค ทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจน้ำขัง ค้าง ปมราก และเพลี้ยที่ยอด
- เอาตารางโรคแมลงของถั่วฝักยาวหรือถั่วแขกมาใช้กับถั่วพูทั้งชุด โดยไม่บอกตัวเองว่าเป็นพืชต่างชนิด
- พ่นสารหลายอย่างพร้อมกันเพราะกลัวพลาด ทำให้สิ้นเปลืองและเสี่ยงสารตกค้างในฝักสด
- ใช้ชีวภัณฑ์โดยไม่ตรวจเลขทะเบียนและวันหมดอายุบนฉลาก
- ปลูกถี่และไม่ทำค้างให้พอ ทำให้เถาพันกัน ความชื้นสูง และตรวจสำรวจยาก
- เก็บฝักตอนแดดจัดแล้วใส่ตะกร้าเปล่า ฝักช้ำแล้วโทษว่าเป็นโรค
ถ้าจะเทียบกับบทความอื่นในเว็บ
ถ้ายังไม่เคยปลูกถั่วพูมาก่อน ควรอ่านเรื่องช่วงเวลาปลูกในบทความ ปลูกถั่วพูนอกฤดูต้องเริ่มเดือนไหน ให้มีฝักขายช่วงที่ราคาดี ส่วนพืชตระกูลถั่วที่ปลูกง่ายอีกชนิดและมีขั้นตอนครบ ดู วิธีปลูกถั่วพุ่ม ตั้งแต่เตรียมแปลง ดูแล จนเก็บเกี่ยว และถ้าสนใจใช้ถั่วเป็นพืชบำรุงดิน ดู ปลูกพืชปุ๋ยสดปรับปรุงดิน: ปอเทือง ถั่วพร้า และการไถกลบ
สรุป
ณ พ.ย. 2569 ข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าถั่วพูมีโรคพืชรบกวนไม่มาก และศัตรูหลักที่พบคือเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และหนอนกระทู้ผัก ส่วนสาเหตุของอาการอย่างไม่ติดฝัก ใบเหลือง หรือฝักบิดยังไม่มีเอกสารเฉพาะถั่วพูที่ยืนยันได้ ผู้ปลูกควรตรวจเรื่องการจัดการ ได้แก่ น้ำ ค้าง ระยะปลูก และเวลาเก็บ ก่อนสรุปว่าเป็นโรค และเมื่อพบอาการที่อธิบายไม่ได้ ให้ถ่ายรูปและนำตัวอย่างไปปรึกษาเกษตรอำเภอหรือมหาวิทยาลัย แทนการเอาข้อมูลของถั่วชนิดอื่นมาใช้ตรง ๆ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ข่าว "ถั่วพู พืชบำรุงและอนุรักษ์ดิน" (28 สิงหาคม 2561) — วิธีปลูก ระยะปลูก ค้าง อายุเก็บเกี่ยว 70-80 วัน และศัตรูพืชที่พบ: https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/news/5b84c61fda394122f586af95
- ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มก. ถามตอบ "ถั่วพู มีโรคและแมลงศัตรูพืชอะไรบ้าง" (30 เมษายน 2567) — ถั่วพูไม่ค่อยมีโรค ศัตรูที่พบ และชีวภัณฑ์ที่แนะนำ: https://thaifarmer.lib.ku.ac.th/question/66308d3b09724dff0f318a3a
- สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) สวทช. จัดการศัตรูพืชในถั่วฝักยาวด้วยชีวภัณฑ์แบบผสมผสาน — ใช้เป็นตัวอย่างพืชตระกูลถั่วใกล้เคียง (ไม่ใช่ถั่วพู) และหลักการเลือกชีวภัณฑ์: https://www.nstda.or.th/agritec/sop-cowpea/
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การประเมินโรคและแมลงศัตรูถั่วฝักยาว 7 พันธุ์ (วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับพิเศษ ปี 2559) — ตัวเลขการเข้าทำลายของถั่วฝักยาว ใช้เป็นตัวอย่างเทียบเท่านั้น: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tstj/article/view/61423
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) องค์ความรู้: ถั่วแขก — ข้อมูลอุณหภูมิกับการติดฝักของถั่วแขก (พืชต่างชนิดจากถั่วพู): https://hkm.hrdi.or.th/knowledge/detail/63
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
คำถามที่พบบ่อย
ถั่วพูมีโรคอะไรบ้าง
แหล่งของ มก. ระบุเพียงว่าถั่วพูไม่ค่อยมีโรคพืชรบกวน โดยไม่ระบุชื่อโรครายตัว ถ้าพบอาการผิดปกติให้ปรึกษาเกษตรอำเภอ
แมลงอะไรที่พบในถั่วพู
เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน และหนอนกระทู้ผัก ตามที่ห้องสมุดเพื่อเกษตรกรไทย มก. ระบุ
ใช้ชีวภัณฑ์อะไรได้บ้าง
มก. แนะนำเชื้อราบิวเวอเรีย บาสเซียนา สำหรับเพลี้ย และ Bacillus thuringiensis สำหรับหนอนกระทู้ผัก ให้เลือกที่ขึ้นทะเบียนและทำตามฉลาก
ถั่วพูไม่ติดฝักเกิดจากอะไร
ยังไม่พบเอกสารเฉพาะถั่วพู ข้อมูลถั่วแขกระบุอุณหภูมิสูง แล้ง หรือฝนชุกช่วงดอกบานทำให้ติดฝักต่ำ แต่เป็นคนละพืช ควรถามเกษตรอำเภอ
ถั่วพูอายุกี่วันเก็บได้
ข่าว มก. ระบุ 70-80 วัน เป็นกรอบคร่าว ๆ ควรดูขนาดและความอ่อนของฝักจริง
จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยไนโตรเจนไหม
แหล่งเดียวกันระบุว่าถั่วพูตรึงไนโตรเจนได้เองด้วยปมราก และแนะนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ตามความสมบูรณ์ของดิน ควรตรวจดินประกอบ
