คำตอบสั้น ๆ
ดินทรายที่ดอนเก็บน้ำน้อยเพราะอนุภาคใหญ่และอินทรียวัตถุต่ำ กรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้เติมปุ๋ยหมัก 2-3 ตันต่อไร่ ปลูกพืชปุ๋ยสดแล้วไถกลบ และคลุมดินด้วยฟาง
คำตอบเร็ว: ดินทรายเก็บน้ำน้อยเพราะเนื้อดินหยาบและอินทรียวัตถุต่ำ ทางแก้ที่หน่วยงานรัฐแนะนำคือเติมอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 2-3 ตันต่อไร่ (กรมพัฒนาที่ดิน กลุ่มชุดดินที่ 40) หรือปลูกพืชปุ๋ยสด เช่น ปอเทืองแล้วไถกลบตอนออกดอก ร่วมกับคลุมดินด้วยฟาง ทำคันดิน และหาแหล่งน้ำในพื้นที่ เช่นสระ ผลจะเห็นช้าและต้องทำซ้ำทุกปี ไม่มีวิธีเดียวที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
ทำไมดินทรายที่ดอนเก็บน้ำไม่อยู่
เอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 ของกรมพัฒนาที่ดินอธิบายลักษณะของดินกลุ่มนี้ไว้ว่า เนื้อดินเป็นทรายร่วนหรือทรายจัด อัตราการซึมของน้ำสูง ความสามารถอุ้มน้ำต่ำ ระดับน้ำใต้ดินต่ำมาก ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และค่า pH ประมาณ 4.5-5.5 บนพื้นที่ลาดยังมีปัญหาการชะล้างพังทลายของหน้าดิน เอกสารจัดความเหมาะสมไว้ว่าเหมาะกับพืชไร่และไม้ผลบางชนิด ค่อนข้างไม่เหมาะกับพืชผัก และไม่เหมาะกับการทำนา
เอกสารชุดดินพิชัย ของกรมพัฒนาที่ดินอีกฉบับ ระบุข้อจำกัดคล้ายกัน คือเนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เสี่ยงขาดน้ำในฤดูปลูก และมีการชะล้าง ระบายน้ำดี การซึมผ่านปานกลางถึงเร็ว ชาวบ้านจึงรู้สึกว่า "รดน้ำเท่าไรก็หาย" เพราะน้ำไหลลงลึกเกินรากพืชเร็ว ไม่ได้หายไปไหน ความเข้าใจข้อนี้สำคัญ เพราะเป้าหมายการปรับปรุงไม่ใช่ใส่น้ำให้มากขึ้น แต่ทำให้ดินชั้นบนจับน้ำและแร่ธาตุได้นานขึ้น
ดินทรายหลายแห่งในภาคอีสานมีอินทรียวัตถุต่ำและอยู่นอกเขตชลประทาน ตามที่ข่าวไทยรัฐ 5 พ.ย. 2569 รายงานโดยอ้างกรมพัฒนาที่ดิน ปัญหานี้จึงสัมพันธ์กับฤดูแล้ง เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาในฤดูฝนไม่ถูกเก็บไว้ใช้ต่อ
แนวทางปรับปรุงที่หน่วยงานรัฐแนะนำ
1. เติมอินทรียวัตถุ ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก
เอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 ระบุว่าสำหรับดินทรายที่อุ้มน้ำต่ำ ให้ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยหมักจากขยะเทศบาล 2-3 ตันต่อไร่ หรือปลูกพืชปุ๋ยสดแล้วไถกลบ ตามหลักทั่วไป อินทรียวัตถุช่วยให้ดินทรายจับน้ำและธาตุอาหารได้ดีขึ้น ตัวเลขรายละเอียด เช่น น้ำเพิ่มกี่มิลลิเมตรต่อการเพิ่มอินทรียวัตถุ 1% ผู้เขียนไม่ได้เปิดอ่านเอกสารที่ระบุ จึงไม่ขอยกตัวเลขนั้น
สำหรับไม้ผลและไม้ไผ่ เอกสารฉบับเดียวกันแนะนำให้ใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือใบไม้แห้ง 3-5 กก.ต่อหลุม ตอนเตรียมหลุมปลูก มะม่วงใช้ปุ๋ยคอก 20-50 กก.ต่อต้นร่วมกับปุ๋ยเคมี 15-15-15 ปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นและปลายฤดูฝน ส่วนมะม่วงหิมพานต์ให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 30-50 กก.ต่อต้นทุกปี
2. ปลูกพืชปุ๋ยสด แล้วไถกลบ
เอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 แนะนำพืชปุ๋ยสดสี่ชนิด คือ ปอเทือง ถั่วพุ่ม ถั่วดำ และโสน ไถกลบเมื่ออายุ 40-50 วัน หรือออกดอกประมาณ 50% ข่าวไทยรัฐที่อ้างกรมพัฒนาที่ดินให้รายละเอียดปอเทืองว่าใช้เมล็ด 5 กก.ต่อไร่ ได้มวลสด 1.5-5 ตันต่อไร่ ให้ไนโตรเจน 8.7-28.9 กก.ต่อไร่ และแนะนำให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยต่อประมาณ 2 สัปดาห์หลังไถกลบ
ผลทดลองที่ข่าวเดียวกันอ้างคือข้าวพันธุ์ กข39 ผลผลิต 351 กก.ต่อไร่เพิ่มเป็น 494 กก.ต่อไร่เมื่อใช้ปอเทือง และเมื่อใช้ปอเทืองร่วมกับปุ๋ยเคมีครึ่งอัตราได้ 710 กก.ต่อไร่ ใกล้เคียงการใส่ปุ๋ยเคมีเต็มอัตราที่ได้ 699 กก.ต่อไร่ ตัวเลขเหล่านี้มาจากแปลงทดลอง ผลในแปลงเกษตรกรขึ้นกับฝน ดิน และการจัดการ อย่าคาดหวังผลเท่ากันโดยอัตโนมัติ
สารปรับปรุงดินอย่างกรดฮิวมิกมักถูกเข้าใจว่าใช้แทนอินทรียวัตถุได้ ดูข้อเปรียบเทียบในบทความ กรดฮิวมิกปรับปรุงโครงสร้างดินต่างจากปุ๋ยอินทรีย์อย่างไร
3. คลุมดินด้วยฟางหรือเศษพืช
กรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้คลุมดินด้วยฟางข้าวหรือเศษเหลือใช้ทางการเกษตรในเอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 วัสดุคลุมช่วยลดความร้อนที่ผิวดินและลดการระเหยตามหลักทั่วไป แต่เอกสารฉบับนี้ไม่ได้ให้ตัวเลขปริมาณน้ำที่ประหยัดได้ ผู้อ่านควรเลือกใช้วัสดุที่หาได้ในพื้นที่ เช่น ฟางข้าว เปลือกถั่ว ใบไม้แห้ง และตรวจดูว่าวัสดุไม่มีเมล็ดวัชพืชมาก
4. ทำคันดิน ไถขวางความลาด และใช้หญ้าแฝก
บนที่ลาดชันเกิน 5% เอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 แนะนำให้ไถพรวนขวางความลาด ทำคันดิน ร่องระบายน้ำ และสระน้ำในไร่นา รวมถึงปลูกแถบหญ้าแฝก เพื่อกันการชะล้างและช่วยเก็บน้ำไว้ในพื้นที่ เอกสารชุดดินพิชัยแนะนำเลือกช่วงเวลาปลูก ไถพรวนน้อยที่สุด ปลูกพืชแซม และขุดสระหาแหล่งน้ำ
5. จัดการกรด
เอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 ระบุค่า pH 4.5-5.5 ซึ่งเป็นกรดจัด ถ้าจะใช้ปูนหรือโดโลไมต์ ให้ตรวจดินก่อนและสอบถามอัตราจากสถานีพัฒนาที่ดิน ไม่ควรเดาตัวเลขเอง ส่วนปัญหาดินเค็ม ซึ่งเป็นอีกเรื่อง ดูได้ที่ ปรับปรุงดินเค็มชายฝั่งด้วยยิปซัมและอินทรียวัตถุ
เทียบวิธีปรับปรุงดินทราย
| วิธี | ตัวเลขที่แหล่งระบุ | จุดแข็ง | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก | 2-3 ตันต่อไร่ (ชุดดินกลุ่ม 40) | ได้ผลทั้งธาตุอาหารและโครงสร้างดิน | ต้นทุนขนส่ง ต้องหาวัสดุปริมาณมาก |
| พืชปุ๋ยสดและไถกลบ | ไถกลบ 40-50 วันหรือออกดอก 50%; ปอเทืองเมล็ด 5 กก.ต่อไร่ | ต้นทุนเมล็ดต่ำ ทำได้เองในแปลง | ต้องมีความชื้นช่วงงอก ช่วงแล้งจัดทำไม่ได้ |
| คลุมดิน | ไม่ระบุปริมาณในเอกสาร | ใช้เศษพืชที่มี ทำได้ทันที | ต้องหาวัสดุต่อเนื่องและเติมใหม่ |
| คันดิน หญ้าแฝก สระน้ำ | ใช้เมื่อความลาดเกิน 5% | กันดินไหล เก็บน้ำไว้ในไร่ | ลงทุนครั้งแรกสูง ต้องใช้เวลาให้หญ้าแฝกโต |
ตัวอย่างลำดับทำงานในรอบปี สำหรับแปลงที่ดอน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นลำดับงานที่เรียบเรียงจากเอกสารรัฐที่เปิดอ่าน ไม่ใช่สูตรสำเร็จ เดือนและฝนจริงในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ควรปรับตามปฏิทินของจังหวัดคุณ
- ต้นฤดูฝน ไถเตรียมดินน้อยที่สุด ทำแนวคันดินขวางความลาด ปลูกพืชปุ๋ยสด เช่น ปอเทือง ตามอัตราที่แนะนำ
- ช่วงออกดอก (ประมาณ 40-50 วันหลังปลูก) ไถกลบพืชปุ๋ยสด และถ้าดินเป็นกรดมากให้ตรวจดินก่อนใส่ปูน
- ประมาณ 2 สัปดาห์หลังไถกลบ ปลูกพืชหลัก ที่ใช้น้ำน้อย เช่น พืชไร่ที่เหมาะกับดินกลุ่มนี้ตามเอกสารชุดดิน
- ระหว่างปลูก คลุมโคนต้นหรือระหว่างแถวด้วยฟางหรือเศษพืช ใส่ปุ๋ยหมักตามอัตราต่อหลุมหรือต่อต้นสำหรับไม้ผล
- หลังเก็บเกี่ยว เก็บเศษพืชคืนดิน ไม่เผา ปรับปรุงต่อเนื่องทุกปี
เช็กลิสต์ก่อนลงทุนปรับปรุงดินทราย
- ตรวจดินหาค่า pH และอินทรียวัตถุก่อน สอบถามสถานีพัฒนาที่ดินหรือหมอดินอาสา
- วางแผนแหล่งน้ำสำรอง เช่นขุดสระ เพราะน้ำใต้ดินในดินกลุ่มนี้ต่ำมาก
- เตรียมวัสดุปรับปรุงดินที่หาได้ใกล้แปลง เพื่อลดต้นทุนขนส่ง
- เลือกพืชที่เหมาะกับดินทรายตามเอกสารชุดดิน เช่นพืชไร่และไม้ผล ไม่ฝืนปลูกข้าวหรือผักที่ต้องการน้ำต่อเนื่อง
- เริ่มทำทีละแปลงเล็ก ๆ ก่อน ติดตามผลหนึ่งฤดู แล้วขยาย
ข้อมูลที่ยังยืนยันไม่ได้ และวิธีรับมือ
ผู้เขียนไม่ได้เปิดอ่านเอกสารหน่วยงานรัฐที่ระบุอัตราการใช้เบนโทไนต์ ดินเหนียว หรือสารอุ้มน้ำชนิดอื่นผสมดินทราย และไม่มีตัวเลขเปอร์เซ็นต์การอุ้มน้ำที่เพิ่มขึ้นจากวิธีต่าง ๆ จึงไม่ขอยืนยันตัวเลขเหล่านั้น หากมีผู้ขายอ้างตัวเลข ให้ถามที่มาและเทียบกับสถานีพัฒนาที่ดินใกล้บ้านหรือสายด่วนกรมพัฒนาที่ดิน 1760 ก่อนซื้อ
ดินทรายที่มีรายละเอียดต่างจากที่อธิบายไว้ เช่นเป็นกรดน้อยหรือมีชั้นดินดานด้านล่าง อาจต้องใช้วิธีต่างกัน อ่านเรื่องเลือกพืชบนดินทรายได้ใน ดินทรายปลูกอะไรดีและเพิ่มอินทรียวัตถุอย่างไรให้เก็บน้ำได้ และเรื่องภาคอีสานใน ปรับปรุงดินทรายจัดภาคอีสานด้วยอินทรียวัตถุ บทความฉบับนี้เน้นเรื่องทนแล้งและเก็บน้ำที่ดอน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- รดน้ำถี่และมากเกินไป น้ำซึมลึกเกินรากและพาปุ๋ยไปด้วย ควรเพิ่มอินทรียวัตถุและวัสดุคลุมก่อนเพิ่มน้ำ
- ใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวโดยไม่เติมอินทรียวัตถุ เอกสารกรมพัฒนาที่ดินแนะนำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกควบคู่เสมอ
- ไถกลบพืชปุ๋ยสดช้าเกินไปจนต้นแก่แข็ง เอกสารระบุควรไถที่ 40-50 วันหรือออกดอก 50%
- ไถพรวนมากและตีดินจนละเอียด ทำให้ดินทรายเสี่ยงชะล้างและสูญเสียความชื้น เอกสารชุดดินพิชัยแนะนำไถพรวนน้อยที่สุด
- ซื้อสารปรับปรุงดินราคาแพงตามคำโฆษณาโดยไม่มีผลตรวจดินรองรับ
สรุป
ดินทรายที่ดอนไม่ได้แก้ด้วยวิธีเดียว ต้องเติมอินทรียวัตถุ 2-3 ตันต่อไร่ปีแล้วปีเล่า ปลูกพืชปุ๋ยสดแล้วไถกลบเมื่ออายุ 40-50 วัน คลุมดิน และเก็บน้ำไว้ในไร่ด้วยคันดินหรือสระ ผลเห็นเป็นรายปี ไม่ใช่รายสัปดาห์ ถ้ามีตัวเลขหรือสารปรับปรุงดินที่แหล่งข้อมูลหาไม่เจอ ให้ถามสถานีพัฒนาที่ดินหรือโทร 1760 ก่อน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมพัฒนาที่ดิน เอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 — ลักษณะดินทราย pH 4.5-5.5 การจัดการ ปุ๋ยหมัก 2-3 ตันต่อไร่ พืชปุ๋ยสด https://r01.ldd.go.th/aya/Data/soilgroup/soilgroup40.pdf
- กรมพัฒนาที่ดิน ชุดดินพิชัย (Pch) — ข้อจำกัดดินทราย เสี่ยงขาดน้ำ ข้อแนะนำจัดการ http://iddindee.ldd.go.th/SoilSeries/Ph_2/23_Series_(Pch).pdf
- ไทยรัฐ อ้างกรมพัฒนาที่ดิน 5 พ.ย. 2569 — ปอเทือง เมล็ด 5 กก.ต่อไร่ มวลสด ไนโตรเจน ผลทดลอง กข39 https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2970712
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
จัดการกิ่งไม้ใบไม้และเศษพืชแทนการเผา ทำปุ๋ยหมักหรือถ่านชีวภาพแบบไหนเหมาะกับสวน
เปรียบเทียบทางจัดการกิ่งไม้ใบไม้และเศษพืชในสวนระหว่างปุ๋ยหมัก ถ่านชีวภาพ และการเผากอง พร้อมตารางและเกณฑ์ตัดสินใจจากแหล่งที่เปิดอ่านได้
ปลูกปอเทืองหรือถั่วพร้าเป็นปุ๋ยพืชสดช่วงปลายฝนต้นหนาว เริ่มเมื่อไรและไถกลบตอนไหน
ปอเทืองและถั่วพร้าไถกลบเมื่อออกดอกประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ตามเอกสารกรมพัฒนาที่ดิน บทความนี้เรียงตารางเวลา อัตราเมล็ด และบอกตรง ๆ ว่าวันหว่านตามภาคยังต้องถามเจ้าหน้าที่
ตรวจคุณภาพน้ำบาดาลและน้ำบ่อก่อนนำมารดพืชหน้าแล้ง ต้องดูค่าอะไรบ้าง
ก่อนใช้น้ำบาดาลหรือน้ำบ่อรดพืชหน้าแล้ง ควรขอผลตรวจค่าความเค็ม pH โซเดียม ไอออนเป็นพิษ และค่าที่ทำให้ระบบน้ำหยดอุดตัน บทความนี้อธิบายการอ่านค่าตามแนวทาง FAO
ไถกลบตอซังข้าวหลังเกี่ยวด้วยจุลินทรีย์ย่อยสลาย ต้องรอกี่วันก่อนเตรียมแปลง
หน่วยงานรัฐให้ตัวเลขวันรอย่อยตอซังไม่เท่ากัน ตั้งแต่ 5-7 วันถึง 15-30 วัน บทความนี้วางตัวเลขแต่ละแหล่งเทียบกัน แล้วบอกวิธีตัดสินใจตามปริมาณฟาง น้ำ และเวลาที่มี
แปลงที่น้ำท่วมขังนาน ตรวจดินอะไรก่อนปลูกพืชต่อ และเลือกพืชอายุสั้นอย่างไร
คู่มือตัดสินใจตามจำนวนวันที่น้ำท่วมขัง ตั้งแต่ระบายน้ำ ใส่ปูน ตรวจ pH และธาตุอาหารกับกรมพัฒนาที่ดิน จนถึงเลือกพืชอายุสั้นปลูกต่อ
ข้าวและผักดูดสารหนูจากน้ำและดินได้แค่ไหน เกษตรกรลดความเสี่ยงในแปลงได้อย่างไร
ข้าวและผักสะสมสารหนูต่างกันตามการจัดการน้ำและชนิดพืช สรุปงานวิจัยที่วัดได้จริง เกณฑ์อาหารของไทย และสิ่งที่เกษตรกรทำได้เองในแปลง
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

4-20mA เอาต์พุต RS485 เซ็นเซอร์ความชื้นดินอิเล็กทรอนิกส์…
เครื่องวัดดิน
ใช้ตรวจความชื้นหรือค่า pH ดินเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใส่ปุ๋ยหรือรดน้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- วัดค่าอะไรได้บ้าง (pH ความชื้น แสง) ตามที่ร้านระบุ
- ใช้ถ่านหรือไม่ต้องใช้ไฟ

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน…
เครื่องมือทำสวน
เครื่องมือมือสำหรับเตรียมดิน พรวน ตัดแต่ง และเก็บเกี่ยว
เช็กก่อนซื้อ
- วัสดุใบมีดและด้ามตามที่ร้านระบุ
- ขนาดและน้ำหนักเหมาะกับงานและแรงมือ

ชุดหมุดปักดิน แผ่นยึดหมุดปักดินสีดำ + หมุดปักดินตัวU 2.5mm…
วัสดุคลุมดิน
คลุมหน้าดินลดวัชพืชและการระเหยของน้ำ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ดินทรายเก็บน้ำไม่อยู่เพราะอะไร
กรมพัฒนาที่ดินอธิบายชุดดินทรายว่าเนื้อดินเป็นทรายร่วนหรือทรายจัด น้ำซึมผ่านเร็ว ความสามารถอุ้มน้ำต่ำ ระดับน้ำใต้ดินต่ำมาก ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และบางชุดดินเป็นกรดจัด ค่า pH ประมาณ 4.5-5.5
ใส่ปุ๋ยหมักเท่าไรต่อไร่สำหรับดินทราย
เอกสารกรมพัฒนาที่ดินเรื่องกลุ่มชุดดินที่ 40 แนะนำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยหมักจากขยะเทศบาล 2-3 ตันต่อไร่ หรือปลูกพืชปุ๋ยสดแล้วไถกลบ ปริมาณจริงควรปรับตามชนิดวัสดุและผลตรวจดิน
ปอเทืองช่วยดินทรายได้จริงไหม
ข่าวไทยรัฐ 5 พ.ย. 2569 อ้างกรมพัฒนาที่ดินว่าปอเทืองใช้เมล็ด 5 กก.ต่อไร่ ให้มวลสด 1.5-5 ตันต่อไร่ และไนโตรเจน 8.7-28.9 กก.ต่อไร่ ผลทดลองข้าว กข39 ในพื้นที่ทดลองเพิ่มจาก 351 เป็น 494 กก.ต่อไร่ ผลผลิตจริงในแปลงเกษตรกรขึ้นกับดินและฝน
ต้องไถกลบพืชปุ๋ยสดตอนอายุกี่วัน
กลุ่มชุดดินที่ 40 ระบุไถกลบเมื่ออายุ 40-50 วัน หรือออกดอกประมาณ 50% พืชปุ๋ยสดที่แนะนำคือ ปอเทือง ถั่วพุ่ม ถั่วดำ และโสน เมื่อไถกลบแล้วข่าวไทยรัฐระบุให้รอราว 2 สัปดาห์ก่อนปลูกพืชใช้น้ำน้อย
คลุมดินด้วยฟางช่วยได้อย่างไร
กรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้คลุมดินด้วยฟางข้าวหรือเศษพืชในเอกสารกลุ่มชุดดินที่ 40 เพื่อลดการสูญเสียน้ำและการชะล้างหน้าดินบนที่ลาด ปริมาณวัสดุคลุมที่เหมาะต่อพื้นที่ไม่มีตัวเลขในเอกสารฉบับนี้
ใช้เบนโทไนต์ผสมดินทรายได้ไหม
บทความนี้ไม่ระบุอัตราการใช้เบนโทไนต์ เพราะยังไม่ได้เปิดอ่านเอกสารหน่วยงานรัฐที่ยืนยันอัตราต่อไร่และผลผลิต หากสนใจควรสอบถามสถานีพัฒนาที่ดินหรือสายด่วน 1760
