ดิน น้ำ ปุ๋ยเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

ไถกลบตอซังข้าวหลังเกี่ยวด้วยจุลินทรีย์ย่อยสลาย ต้องรอกี่วันก่อนเตรียมแปลง

รวมตัวเลขวันรอย่อยตอซังจากกรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยข้าว และ TDRI ตั้งแต่ 5-7 วันถึง 15-30 วัน พร้อมวิธีเลือกวันรอให้เหมาะกับแปลงของคุณ

ไถกลบตอซังข้าวหลังเกี่ยวด้วยจุลินทรีย์ย่อยสลาย ต้องรอกี่วันก่อนเตรียมแปลง

คำตอบสั้น ๆ

หน่วยงานรัฐให้ตัวเลขวันรอย่อยตอซังไม่เท่ากัน ตั้งแต่ 5-7 วันถึง 15-30 วัน บทความนี้วางตัวเลขแต่ละแหล่งเทียบกัน แล้วบอกวิธีตัดสินใจตามปริมาณฟาง น้ำ และเวลาที่มี

คำตอบเร็ว: ไม่มีตัวเลขเดียวที่ทุกหน่วยงานตรงกัน แหล่งที่เปิดอ่านจริงให้ไว้ตั้งแต่ 5-7 วัน (กรมวิชาการเกษตร ข่าวปี 2569) ถึง 7-15 วัน (เอกสารกรมพัฒนาที่ดิน) และ 15-20 วัน (ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี) ส่วนการหมักแบบแห้งไม่ใส่จุลินทรีย์ TDRI ระบุว่าต้องใช้ 15-30 วัน วิธีเลือกอย่างปลอดภัยคือดูปริมาณฟาง ความชื้นในแปลง และชนิดพืชที่จะปลูกต่อ แล้วเผื่อวันให้ฟางนิ่มก่อนลงมือเตรียมแปลง (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)

ทำไมต้องรอ ไม่ไถแล้วทำเทือกทันที

ภาพประกอบ ทำไมต้องรอ ไม่ไถแล้วทำเทือกทันที

หลังรถเกี่ยวผ่านไป แปลงนาจะเหลือตอซังและฟางข้าวจำนวนมาก ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี (กองวิจัยและพัฒนาข้าว) ระบุว่าข้าวหนึ่งไร่ทิ้งฟางและตอซังราว 650 กิโลกรัมต่อปี และฟางมีอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนสูงมาก ประมาณ 99 ต่อ 1 จุลินทรีย์ในดินต้องใช้ไนโตรเจนจากดินมาย่อยฟาง ถ้าไถกลบแล้วรีบปลูกต่อทันที ต้นข้าวรุ่นใหม่จะแย่งไนโตรเจนกับจุลินทรีย์ และได้รับสารที่เกิดจากการเน่าของฟางที่ยังย่อยไม่หมด

เอกสารของสถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี (กรมพัฒนาที่ดิน) อธิบายว่าการพ่นสารเร่งจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายและลดปัญหา "ข้าวเมาหัวซัง" กับ "แก๊สไข่เน่า" ส่วนบทความ TDRI ที่เผยแพร่เมื่อ 27 พ.ค. 2568 เล่าเรื่องเดียวกันผ่านเหตุผลอีกทาง คือถ้าขังน้ำลึกแบบเดิม 10-15 ซม. จะเกิดสภาพไร้อากาศ มีไฮโดรเจนซัลไฟด์และมีเทนซึ่งไม่ดีต่อรากข้าว การรอจึงไม่ใช่แค่ให้เวลาผ่านไป แต่เพื่อให้ฟางนิ่มและสลายก่อนพืชชุดใหม่ลงราก

จุดที่ชาวนาถามกันมากที่สุดคือ "รอกี่วัน" ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบด้วยตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะแต่ละหน่วยงานทดลองในสภาพแปลง ชนิดสารเร่ง และปริมาณฟางต่างกัน ส่วนถัดไปจึงวางตัวเลขทุกแหล่งไว้ในตารางเดียวให้เห็นว่าต่างกันตรงไหน

ตัวเลขวันรอจากแต่ละแหล่งที่เปิดอ่านจริง

ตารางนี้สรุปเฉพาะตัวเลขที่อ่านพบในเอกสารหรือข่าวต้นฉบับ ไม่ได้เฉลี่ยหรือปรับตัวเลขเอง ลิงก์ต้นฉบับอยู่ในหัวข้อแหล่งข้อมูลอ้างอิงท้ายบทความ

แหล่งข้อมูลเงื่อนไขที่ระบุวันรอก่อนเตรียมแปลงหรือปลูก
สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี (กรมพัฒนาที่ดิน) เอกสารไม่ระบุปีที่ตรวจสอบได้พ่นสารเร่ง พด.2 แบบน้ำ อัตรา 5 ลิตรต่อไร่ แล้วไถกลบตอซังและฟาง7-15 วัน แล้วไถอีกครั้งและทำเทือก
อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน (ข่าวไทยรัฐ 4 มิ.ย. 2567)ปล่อยน้ำให้ท่วมฟาง เทน้ำหมักชีวภาพ 5 ลิตรผสมน้ำ 100 ลิตรต่อไร่ราว 2 สัปดาห์ แล้วปั่นดินทำเทือก
กรมวิชาการเกษตร (ข่าวเดลินิวส์ 15 มิ.ย. 2569)หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยตอซัง 1-1.5 กก.ต่อไร่ ผสมปุ๋ยหมักหรือยูเรีย หว่านทั่วแปลงหลังเกี่ยว5-7 วัน (หัวข่าวใช้ 7 วัน) เกษตรกรที่ทดลองรายงานว่าแปลงพร้อมปลูกข้าวโพดหรืออ้อยหลังราว 7 วัน
กรมวิชาการเกษตร (ข่าวแนวหน้า 10 ส.ค. 2569)หัวเชื้อ 1-1.5 กก.ต่อไร่ ร่วมกับยูเรีย 46-0-0 อัตรา 3-5 กก.ต่อไร่หรือปุ๋ยหมักหมัก 5-7 วัน หรือ 7-15 วันถ้ามีเวลา
ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี (กองวิจัยและพัฒนาข้าว)ฟางน้อย ใช้สารเร่งและยูเรียแล้วไม่ให้แปลงแห้ง / ฟางมากให้ขังน้ำพอท่วม เหยียบตอให้ราบแล้วหมัก15 วัน (ฟางน้อย) และ 15-20 วัน (ฟางมาก) ก่อนเตรียมดินตามปกติ
TDRI (บทความ 27 พ.ค. 2568)หมักแบบแห้งไม่ใส่จุลินทรีย์ / แช่น้ำแบบเดิม / พ่นจุลินทรีย์ย่อยเซลลูโลสขณะไถกลบอย่างน้อย 15-30 วัน / อย่างน้อย 15 วัน / ร่นเหลือ 5-7 วัน

เมื่ออ่านรวมกันจะเห็นแบบแผนว่าวันรอสั้นที่สุด (5-7 วัน) เป็นผลทดลองของกรมวิชาการเกษตรที่ใช้หัวเชื้อรุ่นใหม่ผสมแหล่งไนโตรเจน และข่าวระบุว่าเป็นผลจากฤดูนาปี 2568 ที่กำลังขยายผลในปี 2569 ส่วนตัวเลขช่วง 15-20 วันมาจากการใช้สารเร่งพื้นฐานกับแปลงที่ฟางมาก หรือการหมักแบบไม่เร่ง ผู้อ่านจึงไม่ควรนำ 5-7 วันไปใช้กับทุกแปลงโดยอัตโนมัติ

ข้อสังเกตเรื่องความไม่ตรงกันนี้มีที่มาที่ตรวจสอบได้อีกข้อ ข่าวแนวหน้าฉบับ ส.ค. 2569 รายงานว่าเกษตรกรอุตรดิตถ์อยากให้ย่อยได้ภายใน 3 วัน แต่กรมวิชาการเกษตรระบุว่ายังวิจัยอยู่และไม่ยืนยันว่าทำได้ ดังนั้นหากมีใครโฆษณาว่าย่อยเสร็จใน 3 วัน ให้ถือว่ายังไม่มีหน่วยงานรัฐยืนยัน

เลือกวันรอตามสถานการณ์ของแปลงตัวเอง

หลักคิดแบบเจ้าหน้าที่ส่งเสริมคือ อย่าถามว่าตัวเลขไหนถูก ให้ถามว่าแปลงเราอยู่ในกรณีไหนของแต่ละแหล่ง โดยดู 4 เรื่อง

1. ปริมาณฟางและความสูงตอ

ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีแยกคำแนะนำตามปริมาณฟาง ถ้าฟางน้อยให้ไถกลบตอนดินแห้ง หรือแช่น้ำ 2-3 วันแล้วไถกลบ จากนั้นหมัก 15-20 วันก่อนเตรียมดินปกติ ถ้าฟางมากให้ปล่อยน้ำพอท่วมฟาง ใช้รถเหยียบตอให้ราบแล้วหมัก 15-20 วันจึงไถกลบ เอกสารเดียวกันแนะนำปรับอัตราหว่านที่ 15-20 กก.ต่อไร่เพื่อไม่ให้ต้นข้าวหนาแน่นจนฟางมากเกินไป และระบุว่าพันธุ์ข้าวบางพันธุ์มีตอซังระดับ 900-1,300 กก.ต่อไร่

2. ปล่อยน้ำหรือไม่ และระดับเท่าไร

สามแหล่งพูดตรงกันว่าอย่าปล่อยให้แปลงแห้งจนจุลินทรีย์หยุดทำงาน กรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้น้ำท่วมฟางพอเปียก ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีย้ำว่าอย่าให้แห้ง ส่วน TDRI ให้ระดับน้ำสูงราว 5 ซม. เหนือผิวดินแทนที่จะขัง 10-15 ซม. เพราะน้ำลึกทำให้ออกซิเจนต่ำ และบทความ TDRI ระบุว่าการใช้ พด.2 ร่วมกับ พด.6 ในสภาพที่มีอากาศทำให้ฟางนิ่มภายใน 7 วัน

3. พืชที่จะปลูกต่อ

เอกสารกรมพัฒนาที่ดินแยกไว้ว่า ถ้าปลูกข้าวต่อ ให้รอ 7-15 วันหลังไถกลบก่อนเตรียมเทือก ถ้าปลูกพืชไร่หลังนา ใช้อัตราสารเร่งเท่ากันแล้วรอ 7-15 วันก่อนปลูก และถ้าจะไถอีกครั้งเพื่อปลูกข้าว ให้เว้นประมาณ 15 วันก่อนหว่านข้าว ในกรณีข่าวกรมวิชาการเกษตร ผลที่รายงานคือพร้อมปลูกข้าวโพดหรืออ้อย ไม่ใช่ข้าวนาปรังรอบถัดไป จึงไม่ควรเทียบตรง ๆ

4. เวลาและงบที่มี

ถ้าลงทุนเรื่องเวลาได้ รอนานขึ้น (15-20 วัน) เสี่ยงน้อยกว่า ถ้าต้องเร่งรอบปลูกต่อให้ใช้หัวเชื้อและแหล่งไนโตรเจนที่ผู้ผลิตระบุ และสังเกตสภาพฟางก่อนลงมือ ไม่ใช่ดูปฏิทินอย่างเดียว

ขั้นตอนทำจริงหลังเกี่ยวข้าว

  1. เกี่ยวแล้วเข้าแปลงให้เร็ว TDRI แนะนำให้เก็บเกี่ยวตอนข้าวอยู่ระยะพลับพลึงแล้วไถกลบทันที เพราะเก็บช้าฟางจะเหนียวและพันใบพัดของโรตารี
  2. ประเมินปริมาณฟาง ฟางบางเห็นดินชัดใช้แนวทางฟางน้อย ฟางหนาปกคลุมมิดใช้แนวทางฟางมาก
  3. ปล่อยน้ำเข้าแปลง ให้พอท่วมฟางหรือให้ดินชื้นทั่ว ไม่ปล่อยให้แห้ง
  4. หว่านหรือพ่นสารเร่ง ตามอัตราบนฉลากหรือเอกสารที่ใช้ เช่น พด.2 5 ลิตรต่อไร่ผสมน้ำตามที่เอกสารกรมพัฒนาที่ดินระบุ หรือหัวเชื้อ 1-1.5 กก.ต่อไร่ตามข่าวกรมวิชาการเกษตร
  5. เติมแหล่งไนโตรเจนตามที่แหล่งข้อมูลกำหนด ข่าวกรมวิชาการเกษตรระบุยูเรีย 3-5 กก.ต่อไร่หรือปุ๋ยหมัก 5 กก.ต่อไร่ ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีระบุยูเรีย 5 กก.ต่อไร่หลังแช่น้ำ
  6. ไถกลบหรือเหยียบตอให้ฟางจมดิน ตามปริมาณฟางของแปลง
  7. รอและตรวจสภาพ ตามวันที่เลือกในหัวข้อก่อนหน้า
  8. เตรียมแปลงตามปกติ ไถ ปั่นดินหรือทำเทือก แล้วปลูกพืชต่อ

เช็กลิสต์ก่อนเตรียมแปลงหลังรอครบวัน

  • ฟางที่ขุดดูใต้ผิวดินเริ่มนิ่ม ฉีกขาดง่าย สีคล้ำกว่าเดิม
  • ไม่มีกลิ่นไข่เน่าแรงลอยจากแปลงที่ขังน้ำ ถ้ามีให้ระบายน้ำและรอเพิ่ม
  • ดินยังชื้น ไม่แห้งแตกระแหงจนจุลินทรีย์หยุดทำงาน
  • ตอซังไม่ตั้งแข็งเป็นกอจนพันใบพัดโรตารี
  • ตัดสินใจเรื่องปุ๋ยเคมีรอบถัดไปใหม่ เพราะ TDRI ประเมินว่าฟางและตอซัง 650 กก.ต่อไร่ช่วยลดค่าปุ๋ยได้เพียงราว 160 บาทต่อไร่

ต้นทุนและความคุ้ม ตัวอย่างจากแหล่งที่เปิดอ่านได้

ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่นำมาจากแหล่งต้นฉบับ ไม่ใช่งบจริงของแปลงคุณ ต้นทุนแต่ละรายการมีฐานต่างกัน

รายการตัวเลขฐานของตัวเลข
ค่าจ้างโดรนหว่านหัวเชื้อ50-60 บาทต่อไร่ข่าวแนวหน้า 10 ส.ค. 2569 ราคาที่รายงานในข่าว
ปุ๋ยเคมีที่ประหยัดได้จากฟางและตอซัง 650 กก.ต่อไร่ราว 160 บาทต่อไร่TDRI บทความ 27 พ.ค. 2568
ต้นทุนเพิ่มจากการจัดการฟางตามวิธีที่ TDRI อธิบายสูงสุดราว 250 บาทต่อไร่TDRI บทความเดียวกัน

ผลคือการย่อยตอซังไม่ได้คืนทุนด้วยค่าปุ๋ยอย่างเดียว ประโยชน์ที่ตามมาคือหลีกเลี่ยงการเผา ลดฝุ่น และรักษาอินทรียวัตถุในดิน กรมพัฒนาที่ดินระบุในเอกสารว่าดินไทยจำนวนมาก (ราว 191 ล้านไร่ หรือ 60% ของพื้นที่) มีอินทรียวัตถุประมาณ 1% หรือน้อยกว่า การคืนฟางลงดินจึงเป็นส่วนหนึ่งของการบำรุงดินระยะยาว

ถ้าไม่ใช้จุลินทรีย์ มีทางเลือกอะไร

ทางที่เอกสารกรมพัฒนาที่ดินแนะนำคือปลูกพืชปุ๋ยสด เช่น ปอเทือง ถั่วพร้า แล้วไถกลบตอนออกดอก ได้ปริมาณปุ๋ยเทียบเท่าปุ๋ยหมักราว 800-2,800 กก.ต่อไร่ เมื่อใช้มวลสดพืช 2-7 ตันต่อไร่ ก่อนปลูกพืชหลักต่อภายใน 7-15 วัน เหมาะกับแปลงที่ไม่เร่งรอบและมีความชื้นเหลือหลังเกี่ยว หากดินเป็นกรดควรใส่ปูนก่อน อ่านต่อได้ในบทความเรื่อง ย่อยฟางด้วยสารเร่ง พด.2 และ ไถกลบตอซังข้าวแบบลึก

ส่วนข้อกฎหมายและมาตรการห้ามเผา ดูได้ที่ ข่าวห้ามเผาตอซัง และ กฎหมายห้ามเผาตอซังข้าวโพด เหตุผลด้านดินของการไม่เผาเทียบกับการไถกลบมีอยู่ใน ข้อผิดพลาดเรื่องเผาตอซังกับไถกลบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ตัวเลข 5-7 วันกับทุกแปลง ทั้งที่เป็นผลทดลองของกรมวิชาการเกษตรกับหัวเชื้อและแหล่งไนโตรเจนที่ระบุ ไม่ใช่ค่ากลางของทุกสภาพแปลง
  • ปล่อยน้ำลึกเกินไปและขังนานจนเกิดกลิ่นไข่เน่า TDRI ระบุว่าระดับ 10-15 ซม. ทำให้เกิดสภาพไร้อากาศ
  • ปล่อยให้แปลงแห้งหลังพ่นสารเร่ง จุลินทรีย์ต้องการความชื้น ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีย้ำให้อย่าปล่อยให้แห้ง
  • เก็บเกี่ยวช้าแล้วค่อยไถกลบ ฟางเหนียวและพันใบพัดโรตารี TDRI จึงแนะนำให้ไถกลบทันทีหลังเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม
  • เชื่อโฆษณาว่าย่อยเสร็จใน 3 วัน กรมวิชาการเกษตรระบุว่ายังวิจัยอยู่และไม่ยืนยัน
  • ลืมเผื่อวันรอในปฏิทินปลูก ทำให้ต้องรีบทำเทือกตอนฟางยังไม่นิ่ม

สรุป

วันรอก่อนเตรียมแปลงหลังย่อยตอซังไม่มีตัวเลขเดียว แหล่งรัฐที่อ่านจริงให้ช่วง 5-7 วัน 7-15 วัน และ 15-20 วัน ขึ้นกับสารเร่ง ปริมาณฟาง และน้ำในแปลง แนวทางที่ปลอดภัยคือเริ่มจากช่วงกลาง เก็บฟางให้นิ่ม รักษาความชื้น และตรวจกลิ่นกับสภาพฟางก่อนลงมือ ถ้าตัวเลขของแหล่งต่าง ๆ ยังไม่ชัดสำหรับพื้นที่ของคุณ ให้โทรสอบถามกรมพัฒนาที่ดินสายด่วน 1760 หรือเกษตรอำเภอก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรี กรมพัฒนาที่ดิน (เอกสารไม่ระบุปีที่ตรวจสอบได้) — อัตรา พด.2 และวันรอ 7-15 วัน, ระยะย่อยฟางข้าวราว 20 วัน, พืชปุ๋ยสด https://r01.ldd.go.th/spb/New55/20120404tor/tai.pdf
  • 📄ไทยรัฐออนไลน์ อ้างอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน 4 มิ.ย. 2567 — น้ำหมักชีวภาพ 5 ลิตรต่อไร่ ปล่อยน้ำท่วมฟาง รอราว 2 สัปดาห์ https://www.thairath.co.th/agriculture/agricultural-technology/2790681
  • 📄เดลินิวส์ อ้างกรมวิชาการเกษตร 15 มิ.ย. 2569 — หัวเชื้อย่อยตอซัง 1-1.5 กก.ต่อไร่ ย่อยใน 5-7 วัน https://www.dailynews.co.th/news/5946218/
  • 📄แนวหน้า อ้างกรมวิชาการเกษตร 10 ส.ค. 2569 — หมัก 5-7 หรือ 7-15 วัน ค่าโดรน 50-60 บาทต่อไร่ ยังไม่ยืนยันย่อยใน 3 วัน https://www.naewna.com/lady/982482
  • 📄TDRI บทความการจัดการชีวมวลข้าวและอ้อย 27 พ.ค. 2568 — ระดับน้ำ 5 ซม. หมักแห้ง 15-30 วัน ต้นทุน 160 และ 250 บาทต่อไร่ https://tdri.or.th/2025/05/sustainable-biomass-management-rice-sugarcane-part2/
  • 📄ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว — ฟางและตอซัง 650 กก.ต่อไร่ ระยะหมัก 15-20 วัน อัตราหว่าน 15-20 กก.ต่อไร่ https://files.ricethailand.go.th/files/51/documents/page_doc/files-rice-1755836989984.pdf

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ใส่จุลินทรีย์แล้วต้องรอกี่วันก่อนทำเทือกหรือปลูกต่อ

แหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านให้ตัวเลขไม่เท่ากัน เอกสารกรมพัฒนาที่ดินให้รอ 7-15 วัน อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินในข่าวเดือน มิ.ย. 2567 พูดถึงราว 2 สัปดาห์ กรมวิชาการเกษตรในข่าวปี 2569 พูด 5-7 วัน (7-15 วันถ้ามีเวลา) ส่วนเอกสารศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีให้หมัก 15-20 วัน หากไม่แน่ใจให้ยึดฉลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และสอบถามเกษตรอำเภอหรือสถานีพัฒนาที่ดินใกล้บ้าน

ต้องปล่อยน้ำขังแปลงตอนย่อยตอซังหรือไม่

เอกสารศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีและบทความกรมพัฒนาที่ดินแนะนำให้ปล่อยน้ำเข้าแปลงพอท่วมฟางหรือให้ดินชื้นสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้แห้ง ส่วนบทความ TDRI แนะนำให้ระดับน้ำสูงประมาณ 5 ซม. ไม่ใช่ 10-15 ซม. เพราะน้ำลึกทำให้เกิดสภาพไร้อากาศและก๊าซที่ไม่ดีต่อข้าว

ข้าวเมาตอซังคืออะไร และเกี่ยวกับการรอกี่วัน

เป็นอาการข้าวต้นเล็กชะงักหรือใบเหลืองเมื่อปักดำหรือหว่านทับตอซังที่ยังย่อยไม่เสร็จ เอกสารกรมพัฒนาที่ดินและ TDRI ระบุตรงกันว่าการย่อยฟางก่อนปลูกช่วยลดปัญหานี้ จึงไม่ควรรีบเตรียมแปลงตอนฟางยังเป็นเส้นแข็ง

ไม่ใส่จุลินทรีย์ ไถกลบอย่างเดียวได้ไหม

ได้ แต่ต้องรอนานขึ้น บทความ TDRI ระบุว่าการแช่น้ำตามวิธีดั้งเดิมใช้เวลาอย่างน้อย 15 วัน และการหมักแบบแห้งอย่างน้อย 15-30 วัน เอกสารกรมพัฒนาที่ดินระบุว่าฟางข้าวและตอซังย่อยยาก ใช้เวลาราว 20 วัน

การเผาตอซังเร็วกว่าไหม ทำไมไม่แนะนำ

การเผาไม่ได้ช่วยให้ดินดีขึ้นและก่อฝุ่น PM2.5 กรมวิชาการเกษตรในข่าว ส.ค. 2569 ระบุชัดว่าการเผาไม่ใช่ทางออก ดูรายละเอียดข้อกฎหมายได้ในบทความเรื่องห้ามเผาตอซังของเว็บนี้

ใช้โดรนหว่านจุลินทรีย์ต้นทุนเท่าไร

ข่าวกรมวิชาการเกษตรวันที่ 10 ส.ค. 2569 ระบุค่าจ้างโดรนหว่านราว 50-60 บาทต่อไร่ ตัวเลขเป็นราคาตามที่รายงานในข่าว ราคาจริงในพื้นที่ของคุณอาจต่างออกไป ควรสอบถามผู้ให้บริการก่อน