คำตอบสั้น ๆ
เกษตรกรจำนวนไม่น้อยมีทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) อยู่แล้วเพราะเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่หน่วยงานรัฐใช้ยืนยันตัวตนคนทำเกษตรมานาน แต่พอเริ่มรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านท
คำตอบเร็ว: ทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) คือทะเบียนรายบุคคลที่ยืนยันว่าคุณประกอบอาชีพเกษตรกรรมจริง ใช้รับสิทธิ์ช่วยเหลือรายบุคคล เช่น เงินเยียวยาภัยพิบัติ ส่วนทะเบียนวิสาหกิจชุมชนคือการรวมกลุ่มตั้งแต่ 7 คนขึ้นไปเพื่อดำเนินกิจการร่วมกันในนามกลุ่ม มีสิทธิประโยชน์เฉพาะ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้บางกรณีและการเข้าถึงแหล่งทุน/ตลาดในนามกลุ่ม ทั้งสองทะเบียนไม่ใช่สิ่งเดียวกันและไม่ได้แทนกันได้ เกษตรกรที่ทำเกษตรส่วนตัวควรมี ทบก. อยู่แล้ว ส่วนคนที่รวมกลุ่มแปรรูปหรือขายสินค้าในนามกลุ่มควรขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเพิ่ม และหลายกรณีจำเป็นต้องมีทั้งสองใบพร้อมกัน
เกษตรกรจำนวนไม่น้อยมีทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) อยู่แล้วเพราะเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่หน่วยงานรัฐใช้ยืนยันตัวตนคนทำเกษตรมานาน แต่พอเริ่มรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านทำแปรรูปผลผลิต เช่น กลุ่มแม่บ้านทำกล้วยฉาบ หรือกลุ่มผู้ปลูกกาแฟที่อยากแปรรูปเป็นกาแฟคั่วบดขายในนามกลุ่ม ก็เริ่มได้ยินคำว่า "วิสาหกิจชุมชน" ผ่านหูจากเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลหรือเพื่อนเกษตรกรกลุ่มอื่น แล้วเกิดคำถามว่าต้องขึ้นทะเบียนใหม่อีกหรือ ทั้งที่มี ทบก. อยู่แล้ว บทความนี้จะช่วยแยกให้เห็นภาพชัดว่าสองทะเบียนนี้ทำหน้าที่คนละอย่าง และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง
ทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) คืออะไร ทำไมต้องมี
ทะเบียนเกษตรกรเป็นฐานข้อมูลรายบุคคลหรือรายครัวเรือนที่กรมส่งเสริมการเกษตรจัดเก็บไว้ เพื่อยืนยันว่าผู้ขึ้นทะเบียนประกอบอาชีพเกษตรกรรมจริง ระบุชนิดกิจกรรม เช่น ปลูกข้าว ปลูกผลไม้ เลี้ยงสัตว์ พื้นที่เพาะปลูก และรอบการผลิต ข้อมูลนี้เป็นฐานที่หน่วยงานรัฐใช้อ้างอิงเวลาจะช่วยเหลือเกษตรกรเป็นรายบุคคล เช่น เงินเยียวยาเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ มาตรการช่วยเหลือต้นทุนการผลิตในบางปี หรือการคัดกรองผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พูดง่าย ๆ คือ ทบก. เป็น "บัตรประจำตัวเกษตรกร" ระดับบุคคล ไม่ใช่นิติบุคคลหรือกลุ่ม
วิสาหกิจชุมชนคืออะไร ต่างจาก ทบก. ตรงไหน
วิสาหกิจชุมชนคือการรวมตัวกันของคนในชุมชนตั้งแต่ 7 คนขึ้นไปเพื่อดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต แปรรูป หรือจำหน่ายสินค้า/บริการ โดยจดทะเบียนภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนอยู่ที่กรมส่งเสริมการเกษตรเช่นกัน แต่เป็นคนละระบบทะเบียนกับ ทบก. อย่างสิ้นเชิง ความต่างหลักคือสถานะทางกฎหมาย ทบก. เป็นทะเบียน "รายบุคคล/รายครัวเรือน" ส่วนวิสาหกิจชุมชนเป็นทะเบียนของ "กลุ่ม/องค์กรชุมชน" ที่มีสมาชิกร่วมกันดำเนินกิจการภายใต้ชื่อกลุ่มเดียว มีคณะกรรมการบริหารกลุ่ม มีการแบ่งผลประโยชน์และความรับผิดชอบร่วมกันตามข้อตกลงของสมาชิก
| ประเด็น | ทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) | ทะเบียนวิสาหกิจชุมชน |
|---|---|---|
| สถานะ | รายบุคคล/รายครัวเรือน | กลุ่ม/องค์กรชุมชน ตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป |
| หน่วยงานรับขึ้นทะเบียน | กรมส่งเสริมการเกษตร (สำนักงานเกษตรอำเภอ) | สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอเช่นกัน) |
| วัตถุประสงค์หลัก | ยืนยันตัวตนคนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพื่อรับสิทธิ์รายบุคคล | รับรองสถานะกลุ่มเพื่อดำเนินกิจการร่วมกัน เข้าถึงแหล่งทุนและสิทธิประโยชน์ในนามกลุ่ม |
| สิทธิประโยชน์เด่น | เงินเยียวยาภัยพิบัติ มาตรการช่วยเหลือรายบุคคล | สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บางกรณี เข้าถึงแหล่งทุนกลุ่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับหน่วยงานรัฐ |
สิทธิประโยชน์เฉพาะของวิสาหกิจชุมชนที่ ทบก. ไม่มีให้
เมื่อกลุ่มเกษตรกรจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนแล้ว จะได้รับสิทธิประโยชน์เฉพาะที่ทะเบียนเกษตรกรรายบุคคลไม่มีให้ ที่สำคัญคือกรณีการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกิจการวิสาหกิจชุมชนที่เข้าเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งช่วยลดภาระภาษีให้กลุ่มที่มีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์แปรรูปในนามกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์เข้าถึงแหล่งทุนสนับสนุนที่เปิดให้เฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เช่น งบสนับสนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรแปรรูปขนาดเล็ก หรือการฝึกอบรมพัฒนาทักษะกลุ่มจากหน่วยงานรัฐและองค์กรพัฒนาชุมชน รวมถึงโอกาสเข้าร่วมงานแสดงสินค้าหรือช่องทางตลาดที่เปิดเฉพาะผู้ประกอบการที่มีทะเบียนวิสาหกิจชุมชนรับรอง ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่เกษตรกรรายบุคคลที่มีแค่ ทบก. เข้าไม่ถึง
อีกจุดที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้เปรียบคือการขอเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักกำหนดให้ผู้ยื่นขอต้องมีสถานะเป็นกลุ่มที่จดทะเบียนถูกต้องก่อน ไม่รับพิจารณาจากผู้ผลิตรายบุคคลที่ไม่มีการรวมกลุ่ม การมีเครื่องหมายรับรองนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้สินค้าเวลานำไปวางขายในห้างสรรพสินค้าหรือช่องทางออนไลน์ที่ผู้บริโภคมองหาสินค้าชุมชนที่มีมาตรฐานรองรับ อีกทั้งบางโครงการของหน่วยงานรัฐยังจัดสรรพื้นที่ขายในงานแสดงสินค้าระดับจังหวัดและระดับประเทศให้เฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น เกษตรกรรายบุคคลที่ผลิตสินค้าคนเดียวแม้คุณภาพดีเพียงใดก็ยังเข้าไม่ถึงโอกาสเหล่านี้หากไม่รวมกลุ่มและจดทะเบียนให้ถูกต้องก่อน
ขั้นตอนขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่กรมส่งเสริมการเกษตร
- รวมกลุ่มสมาชิกให้ได้ตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป กำหนดชื่อกลุ่ม วัตถุประสงค์ และกิจกรรมหลักที่จะทำร่วมกันให้ชัดเจน เช่น แปรรูปผลไม้ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ หรือรวบรวมผลผลิตขายส่ง
- จัดประชุมสมาชิกเพื่อเลือกประธานกลุ่มและคณะกรรมการบริหาร กำหนดบทบาทหน้าที่ให้ชัดเจน เช่น ผู้ดูแลการเงิน ผู้ดูแลการผลิต และผู้ประสานงานกับหน่วยงานภายนอก
- จัดทำเอกสารประกอบ เช่น รายชื่อสมาชิกพร้อมสำเนาบัตรประชาชน ข้อบังคับกลุ่ม และแผนการดำเนินกิจการเบื้องต้นที่ระบุเป้าหมายรายได้และการแบ่งผลประโยชน์ระหว่างสมาชิก
- ยื่นคำขอจดทะเบียนที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่กลุ่มตั้งอยู่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยรับเรื่องของสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มและเอกสาร อาจมีการลงพื้นที่ตรวจสอบกิจกรรมจริงของกลุ่มก่อนอนุมัติ หากครบถ้วนจะออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนให้
- หลังได้ทะเบียนแล้ว กลุ่มควรบันทึกบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญเมื่อต้องยื่นขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือแหล่งทุนในภายหลัง
- ต่ออายุ/ยืนยันสถานะกลุ่มตามรอบเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิ์ในระบบให้ต่อเนื่อง เพราะหากไม่แจ้งต่ออายุอาจถูกตัดออกจากทะเบียนที่ยังดำเนินกิจการอยู่
กลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นมักพลาดตรงขั้นตอนจัดทำแผนการดำเนินกิจการ เพราะคิดว่าเป็นแค่พิธีการ แต่ในทางปฏิบัติแผนนี้คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ใช้ประเมินว่ากลุ่มมีความพร้อมดำเนินกิจการจริงหรือไม่ กลุ่มที่เขียนแผนคลุมเครือ ไม่ระบุปริมาณการผลิตหรือช่องทางขายที่ชัดเจน มักถูกขอให้แก้ไขเอกสารซ้ำหลายรอบ ทำให้กระบวนการล่าช้ากว่าที่ควร
กรณีไหนที่ต้องมีทั้งสองทะเบียนพร้อมกัน
ใช้หลักตัดสินใจง่าย ๆ ดังนี้: ถ้าคุณทำเกษตรเป็นรายบุคคลหรือรายครัวเรือนโดยไม่ได้รวมกลุ่มกับใคร มี ทบก. อย่างเดียวก็เพียงพอสำหรับรับสิทธิ์รายบุคคล แต่ถ้าคุณเป็นทั้งเกษตรกรที่ปลูก/เลี้ยงเองในนามตัวเอง และในเวลาเดียวกันก็เป็นสมาชิกกลุ่มที่รวมตัวกันแปรรูปหรือขายสินค้าในนามกลุ่ม กรณีนี้จำเป็นต้องมีทั้งสองทะเบียนพร้อมกัน เพราะสิทธิ์แต่ละแบบแยกกันโดยสิ้นเชิง เช่น สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วยฉาบ ที่ในเวลาเดียวกันก็ปลูกกล้วยเองในที่ดินของตัวเอง ควรมี ทบก. ไว้เพื่อรับสิทธิ์ช่วยเหลือรายบุคคลเมื่อสวนกล้วยเสียหายจากภัยธรรมชาติ และต้องมีทะเบียนวิสาหกิจชุมชนไว้เพื่อให้กลุ่มแปรรูปเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีและแหล่งทุนในนามกลุ่มได้ด้วย การมีทะเบียนใดทะเบียนหนึ่งเพียงอย่างเดียวจะทำให้พลาดสิทธิ์อีกฝั่งไปโดยไม่จำเป็น
อีกกรณีที่พบบ่อยคือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหลายกลุ่มพร้อมกัน เช่น เป็นสมาชิกกลุ่มแปรรูปผลไม้กลุ่มหนึ่ง และเป็นสมาชิกกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์อีกกลุ่มหนึ่งในเวลาเดียวกัน กรณีนี้ไม่มีข้อห้ามที่จะเป็นสมาชิกหลายกลุ่ม เพราะแต่ละกลุ่มมีทะเบียนวิสาหกิจชุมชนแยกกันตามกิจกรรมของตัวเอง สิ่งที่ต้องระวังคือบทบาทและความรับผิดชอบในแต่ละกลุ่มต้องชัดเจน ไม่ให้เกิดความสับสนเรื่องการแบ่งเวลาหรือทรัพยากรระหว่างกลุ่ม และควรมี ทบก. ส่วนตัวไว้ควบคู่กันเสมอไม่ว่าจะเป็นสมาชิกกี่กลุ่มก็ตาม เพราะสิทธิ์รายบุคคลไม่ได้ผูกกับจำนวนกลุ่มที่เข้าร่วม
ตัวอย่างสถานการณ์จริงที่ต้องตัดสินใจ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้ ซึ่งแต่ละกรณีนำไปสู่คำตอบที่ต่างกัน ไม่ใช่สูตรสำเร็จเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน
- เกษตรกรปลูกมะม่วงส่งขายพ่อค้าคนกลางคนเดียว ไม่ได้รวมกลุ่มกับใคร: มี ทบก. อย่างเดียวก็เพียงพอ เพราะยังไม่มีกิจกรรมร่วมในนามกลุ่มที่ต้องขอสิทธิ์ทางภาษีหรือแหล่งทุนของวิสาหกิจชุมชน
- กลุ่มแม่บ้าน 12 คนรวมตัวกันแปรรูปมะม่วงเป็นมะม่วงกวนขายในนามกลุ่ม: ควรขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้กลุ่มมีสถานะรับรอง เข้าถึงงบสนับสนุนเครื่องจักรแปรรูปและช่องทางตลาดที่เปิดเฉพาะกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนแล้ว โดยสมาชิกแต่ละคนที่ปลูกมะม่วงเองในสวนของตัวเองก็ยังควรมี ทบก. ส่วนตัวควบคู่ไปด้วย
- เกษตรกรรายเดียวที่อยากขอสินเชื่อขยายโรงเรือนของตัวเอง: ใช้ ทบก. เป็นหลักฐานยืนยันอาชีพประกอบการยื่นกู้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีทะเบียนวิสาหกิจชุมชนหากไม่มีการรวมกลุ่มดำเนินกิจการร่วมกับใคร
หลักคิดง่าย ๆ คือดูที่ "หน่วยดำเนินกิจการ" เป็นตัวตั้ง ถ้ากิจกรรมนั้นทำในนามตัวเองคนเดียวให้ยึด ทบก. เป็นหลัก แต่ถ้ากิจกรรมนั้นทำร่วมกับคนอื่นในนามกลุ่มที่มีการแบ่งรายได้และความรับผิดชอบร่วมกัน ต้องขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเพิ่มเสมอ ไม่ว่าสมาชิกแต่ละคนจะมี ทบก. อยู่แล้วหรือไม่ก็ตาม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจผิดว่าขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนแล้วไม่ต้องมี ทบก. อีก ทั้งที่เป็นคนละสิทธิ์ คนละวัตถุประสงค์
- รวมกลุ่มกันทำกิจการแต่ไม่จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ทำให้พลาดสิทธิ์ยกเว้นภาษีและแหล่งทุนที่เปิดเฉพาะกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนแล้ว
- ตั้งกลุ่มแล้วไม่มีข้อบังคับหรือการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ทำให้ตอนยื่นเอกสารขึ้นทะเบียนล่าช้าหรือถูกตีกลับให้แก้ไข
- ลืมต่ออายุ/ยืนยันสถานะกลุ่มตามรอบเวลา ทำให้สถานะวิสาหกิจชุมชนหลุดจากระบบทั้งที่ยังดำเนินกิจการอยู่จริง
- คิดว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มต้องสละสิทธิ์รายบุคคลของตัวเองเมื่อเข้าร่วมกลุ่ม ทั้งที่แต่ละคนยังคงมี ทบก. ส่วนตัวควบคู่ไปได้ตามปกติ
สรุป
ทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) และทะเบียนวิสาหกิจชุมชนเป็นคนละระบบที่ทำหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทบก. ยืนยันตัวตนรายบุคคลเพื่อรับสิทธิ์ช่วยเหลือส่วนตัว ส่วนวิสาหกิจชุมชนรับรองสถานะกลุ่มเพื่อเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีและแหล่งทุนในนามกลุ่ม เกษตรกรที่ทำเกษตรส่วนตัวและรวมกลุ่มทำกิจการไปพร้อมกันจำเป็นต้องมีทั้งสองทะเบียน เพราะขาดใบใดใบหนึ่งจะพลาดสิทธิ์ของอีกฝั่งไปโดยไม่จำเป็น ก่อนตัดสินใจควรติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เพื่อยืนยันเงื่อนไขและเอกสารล่าสุด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมส่งเสริมการเกษตร (สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน) — ข้อมูลหลักเกณฑ์และขั้นตอนการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน และทะเบียนเกษตรกร (ทบก.)
- กรมสรรพากร — เงื่อนไขสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกิจการวิสาหกิจชุมชนที่เข้าหลักเกณฑ์
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลกฎหมายและมาตรฐานเกษตรอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่หมวด ข่าว กฎหมาย และมาตรฐานเกษตร
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ไทม์ไลน์ธนาคารที่ดิน ตั้งแต่ตั้ง บจธ. จนถึงยุบเลิก 1 ต.ค. 2569
บจธ. ตั้งปี 2554 เป็นกลไกชั่วคราว ต่ออายุสี่รอบ แล้วถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เรียงเหตุการณ์ตามปีพร้อมตัวเลขที่แหล่งข่าวรายงานต่างกัน
ธนาคารที่ดิน FAQ รวมคำถามที่คนค้นบ่อย ตั้งแต่ บจธ. คือ ยื่นอย่างไร จนถึงถูกยุบแล้วทำไงต่อ
บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้รวมคำถามที่คนค้นบ่อยตั้งแต่ บจธ. คืออะไร ยื่นอย่างไร จนถึงผู้เช่าเดิมต้องทำอย่างไร แยกสิ่งที่ยืนยันได้จากสิ่งที่ยังไม่ชัด
ทำไมรัฐบาลยุบธนาคารที่ดิน เหตุผลภาครัฐ ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจ
เหตุผลของรัฐบาล ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจไป พอช. เรียงตามผู้พูดและวันที่จากแหล่งข่าวที่เปิดอ่านได้ พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่ชัด
สคทช. คืออะไร ทำไมรับช่วงภารกิจธนาคารที่ดิน และเกษตรกรติดต่อเรื่องอะไรได้บ้าง
สคทช. คือหน่วยงานกลางด้านนโยบายที่ดินตามกฎหมายปี 2562 ที่สื่อรายงานว่ากำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง บจธ. ถูกยุบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังต้องรอประกาศ
การกระจายการถือครองที่ดินคืออะไร ธนาคารที่ดินเคยแก้ปัญหาที่ดินเกษตรกรได้แค่ไหน
การกระจายการถือครองที่ดินคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงที่ทำกินอย่างเป็นธรรม บทความนี้รวมตัวเลข สศก. ผลงาน บจธ. และท่าทีของแต่ละฝ่ายหลังถูกยุบ
ธนาคารที่ดินต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร ฝากที่ดินหรือให้เช่าได้จริงไหม
ธนาคารที่ดินเป็นตัวกลางเรื่องที่ดิน ไม่ได้รับฝากเงินแบบธนาคารทั่วไป และ บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เทียบความต่างและทางเลือกที่เหลือ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ช้อนส้อมพรวนดิน ช้อนพรวนดิน ส้อมพรวนดิน พลั่วพรวนดิน อุปกรณ์พรวนดิน อุปกรณ์จัดสวน อุปกรณ์เกษตร น้ำหนักเบา
ดูรายละเอียด
Account Book || Cash Book สมุดบัญชีรายรับรายจ่าย สมุดบันทึกรายรับรายจ่าย จดได้มากถึง 1,040 รายการ
ดูรายละเอียด
(2แบบ)สมุดบัญชี รายรับ-รายจ่าย สมุดรายรับรายจ่าย A5 A4(100 หน้า)
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ต้องมีสมาชิกกี่คนถึงจะขึ้นทะเบียนวิสาหกิจชุมชนได้
ตามหลักเกณฑ์ต้องรวมกลุ่มสมาชิกอย่างน้อย 7 คนขึ้นไปที่อาศัยหรือดำเนินกิจการอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน และเห็นพ้องร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้ชื่อกลุ่มเดียวกัน
ทะเบียนวิสาหกิจชุมชนมีค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนไหม
โดยทั่วไปการยื่นขอจดทะเบียนที่สำนักงานเกษตรอำเภอไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับขั้นตอนพื้นฐาน ควรสอบถามรายละเอียดล่าสุดกับเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอในพื้นที่โดยตรง เพราะเงื่อนไขอาจปรับเปลี่ยนได้
สมาชิกวิสาหกิจชุมชนแต่ละคนต้องมี ทบก. ของตัวเองด้วยหรือไม่
ไม่บังคับ แต่แนะนำให้สมาชิกที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วยตัวเองมี ทบก. ควบคู่ไปด้วย เพื่อไม่พลาดสิทธิ์ช่วยเหลือรายบุคคลที่แยกจากสิทธิ์ของกลุ่ม
วิสาหกิจชุมชนต่างจากสหกรณ์การเกษตรอย่างไร
วิสาหกิจชุมชนมีขั้นตอนจดทะเบียนที่เรียบง่ายกว่า ใช้สมาชิกเริ่มต้นน้อยกว่า ไม่มีโครงสร้างทางกฎหมายซับซ้อนเท่าสหกรณ์การเกษตรซึ่งต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายสหกรณ์และมีระบบบัญชีที่เข้มงวดกว่า
ถ้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลิกดำเนินกิจการ ต้องแจ้งอะไรบ้าง
กลุ่มควรแจ้งยกเลิกสถานะกับสำนักงานเกษตรอำเภอที่จดทะเบียนไว้ เพื่อให้ข้อมูลในระบบเป็นปัจจุบันและไม่ถูกนับรวมเป็นกลุ่มที่ยังดำเนินกิจการอยู่
ทะเบียนวิสาหกิจชุมชนใช้ขอสินเชื่อจากธนาคารได้ไหม
ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินบางแห่งที่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโดยเฉพาะ ควรสอบถามเงื่อนไขกับธนาคารที่สนใจโดยตรง
