คำตอบเร็ว: ข้อผิดพลาดที่เกษตรกรพบบ่อยที่สุดตอนเซ็นสัญญาเกษตรพันธสัญญากับบริษัทคือไม่อ่านเงื่อนไขราคารับซื้อและเกณฑ์คัดคุณภาพให้ละเอียด ไม่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 กำหนด และไม่ขอเวลาศึกษาสัญญาก่อนตัดสินใจเซ็น กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งรายละเอียดสำคัญของสัญญาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนเซ็นสัญญาจริง และต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีข้อมูลครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด หากเกษตรกรถูกเอาเปรียบหรือบริษัทผิดสัญญา มีสิทธิ์ร้องเรียนต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาหรือสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โดยตรง ก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้งควรขอสำเนาสัญญากลับไปอ่านที่บ้าน ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือคนที่มีประสบการณ์ทำสัญญากับบริษัทนั้นมาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
ระบบเกษตรพันธสัญญาพบมากในภาคปศุสัตว์ เช่น สัญญาเลี้ยงไก่เนื้อ สุกรขุน หรือพืชเศรษฐกิจที่มีโรงงานรับซื้อแปรรูปโดยตรง เช่น ข้าวโพดหวาน มันฝรั่ง และผักส่งออกบางชนิด
เกษตรพันธสัญญาเป็นรูปแบบการทำเกษตรที่บริษัทตกลงรับซื้อผลผลิตล่วงหน้ากับเกษตรกร บางครั้งมาพร้อมการสนับสนุนพันธุ์ อาหารสัตว์ หรือปัจจัยการผลิตให้ก่อน แล้วหักลบตอนรับซื้อผลผลิต ระบบนี้ช่วยให้เกษตรกรมีตลาดรองรับแน่นอนและลดความเสี่ยงเรื่องราคาผันผวน แต่ในทางกลับกันก็มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่เจอปัญหาภายหลัง ตั้งแต่ถูกหักราคาที่ไม่เข้าใจ ผลผลิตถูกตีตกเกินคาด ไปจนถึงบริษัทไม่รับซื้อตามที่ตกลงไว้ บทความนี้รวบรวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการเซ็นสัญญาเกษตรพันธสัญญา พร้อมอธิบายสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองเกษตรกรไว้ เพื่อให้เจ้าของฟาร์มและเจ้าของแปลงเช็คให้ครบก่อนเซ็นชื่อในสัญญาครั้งต่อไป
สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560
กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อคุ้มครองเกษตรกรที่ทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้ากับผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร โดยกำหนดหลักการสำคัญไว้หลายข้อ
- ต้องแจ้งรายละเอียดสัญญาล่วงหน้า ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งเงื่อนไขสำคัญของสัญญาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก่อนเซ็นสัญญาจริง เพื่อให้เกษตรกรมีเวลาศึกษาและตัดสินใจ ไม่ใช่ต้องเซ็นทันทีในวันที่พบกันครั้งแรก
- สัญญาต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุรายละเอียดชัดเจน เช่น ชนิดผลผลิต ปริมาณ ราคาหรือวิธีคำนวณราคารับซื้อ เกณฑ์คุณภาพที่ใช้คัดแยก ระยะเวลาสัญญา และเงื่อนไขการยกเลิกสัญญา สัญญาปากเปล่าหรือข้อตกลงที่ไม่มีเอกสารรองรับทำให้เกษตรกรเสียเปรียบเวลาเกิดข้อพิพาท
- ต้องมีกลไกไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาท กฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาทำหน้าที่กำกับดูแลระบบเกษตรพันธสัญญาทั้งหมด รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนและช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบธุรกิจ
- คุ้มครองเกษตรกรจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หากพบว่าสัญญามีข้อกำหนดที่เอาเปรียบเกินสมควร เกษตรกรมีสิทธิ์ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบและขอความเป็นธรรมได้ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
ข้อผิดพลาดที่เกษตรกรพบบ่อยที่สุดตอนเซ็นสัญญา
ไม่อ่านเงื่อนไขราคารับซื้อและเกณฑ์คุณภาพให้ละเอียด
หลายกรณีที่เกษตรกรร้องเรียนภายหลังเกิดจากไม่เข้าใจวิธีคำนวณราคารับซื้อตั้งแต่ต้น เช่น สัญญาระบุว่าราคาอ้างอิงตามราคาตลาด ณ วันส่งมอบ แต่ไม่ได้ระบุว่าใช้ราคาตลาดจากแหล่งไหนเป็นเกณฑ์ หรือเกณฑ์คุณภาพที่ใช้คัดเกรดผลผลิตเขียนกว้าง ๆ ไม่มีตัวเลขชัดเจน ทำให้บริษัทมีดุลยพินิจตัดสินคุณภาพฝ่ายเดียวเวลารับซื้อจริง เกษตรกรควรขอให้ระบุตัวเลขหรือเกณฑ์ที่วัดผลได้ชัดเจน เช่น เปอร์เซ็นต์ความชื้น ขนาด หรือเกรดตามมาตรฐานที่อ้างอิงได้จริง
ไม่มีเอกสารสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
บางกรณีเกษตรกรตกลงด้วยวาจากับตัวแทนบริษัทโดยไม่มีการเซ็นสัญญาเป็นทางการ หรือเซ็นสัญญาที่ไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อเกิดปัญหาภายหลัง เช่น บริษัทไม่มารับซื้อผลผลิตตามนัด เกษตรกรจึงไม่มีหลักฐานยืนยันข้อตกลงเดิมเพื่อใช้ร้องเรียนหรือฟ้องร้อง
รีบเซ็นสัญญาโดยไม่ขอเวลาศึกษาก่อน
ตัวแทนบริษัทบางรายเร่งให้เกษตรกรเซ็นสัญญาในวันเดียวกับที่มาเสนองาน โดยอ้างว่าโควตาใกล้เต็มหรือราคาพิเศษมีจำกัดเวลา ทำให้เกษตรกรไม่ได้อ่านรายละเอียดสัญญาอย่างถี่ถ้วน หรือไม่ได้ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ ทั้งที่กฎหมายให้สิทธิ์เกษตรกรได้รับแจ้งรายละเอียดล่วงหน้าก่อนเซ็นสัญญาจริง
ไม่ตรวจสอบภาระผูกพันด้านปัจจัยการผลิตที่บริษัทให้มาก่อน
สัญญาบางแบบบริษัทให้พันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ หรือปัจจัยการผลิตมาก่อนแล้วหักลบตอนรับซื้อผลผลิต เกษตรกรบางรายไม่ได้อ่านรายละเอียดว่าราคาปัจจัยเหล่านี้คำนวณอย่างไร หักลบตามราคาใด และถ้าผลผลิตออกมาน้อยกว่าที่คาดจะต้องรับผิดชอบส่วนต่างหรือไม่
ไม่ระบุเงื่อนไขกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยให้ชัดเจนพอ
สัญญาที่ไม่ระบุชัดว่าจะทำอย่างไรหากเกิดภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือเหตุสุดวิสัยอื่นที่ทำให้ผลผลิตเสียหายหรือส่งมอบไม่ได้ตามกำหนด อาจทำให้เกษตรกรต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดฝ่ายเดียว ทั้งที่ในทางปฏิบัติควรมีข้อตกลงแบ่งความเสี่ยงหรือขยายเวลาที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ตัวอย่างเช่น กรณีน้ำท่วมฉับพลันทำให้ส่งมอบผลผลิตล่าช้ากว่ากำหนดสองสัปดาห์ สัญญาที่ดีควรระบุกรอบเวลาผ่อนผันที่ชัดเจนแทนการปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของบริษัทฝ่ายเดียว
ไม่รู้ว่ามีสิทธิ์ร้องเรียนได้ถ้าถูกเอาเปรียบ
เกษตรกรจำนวนมากยอมรับสภาพเมื่อถูกกดราคาหรือตัดคุณภาพเกินจริง เพราะไม่รู้ว่ามีหน่วยงานกลางที่รับเรื่องร้องเรียนและช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกษตรพันธสัญญาโดยเฉพาะ ทำให้ปัญหาสะสมและเสียเปรียบต่อเนื่องในสัญญารอบถัดไป
ไม่ตรวจสอบเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาก่อนล่วงหน้า
บางสัญญากำหนดค่าปรับหรือบทลงโทษหากเกษตรกรต้องการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด โดยไม่ได้ระบุเงื่อนไขที่เป็นธรรมสำหรับกรณีที่เกิดจากฝ่ายบริษัทเองด้วย เช่น บริษัทปรับเปลี่ยนเงื่อนไขรับซื้อกลางคันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เกษตรกรที่ไม่อ่านส่วนนี้ก่อนเซ็นอาจถูกเรียกค่าปรับสูงเกินสมควรหากจำเป็นต้องยกเลิกสัญญาในภายหลัง แม้จะมีเหตุผลอันสมควรก็ตาม
ทำไมเกษตรกรจึงมักเสียเปรียบตั้งแต่ขั้นตอนต่อรอง
ในทางปฏิบัติ เกษตรกรรายย่อยมักอยู่ในสถานะต่อรองที่อ่อนกว่าบริษัทคู่สัญญาตั้งแต่ต้น เพราะบริษัทมีทีมกฎหมายร่างสัญญาที่เอื้อประโยชน์ฝ่ายตนเป็นหลัก ขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายประจำตัวคอยตรวจสัญญาให้ ประกอบกับแรงกดดันเรื่องต้นทุนการผลิตที่ต้องหาตลาดรองรับแน่นอน ทำให้หลายคนยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมเพียงเพราะอยากให้มีที่ขายผลผลิตแน่นอน กฎหมายฉบับนี้จึงพยายามลดช่องว่างของอำนาจต่อรองนี้ ด้วยการบังคับให้มีขั้นตอนแจ้งรายละเอียดล่วงหน้าและทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรที่ตรวจสอบได้ แทนที่จะปล่อยให้เป็นไปตามอำนาจต่อรองของแต่ละฝ่ายเพียงอย่างเดียว เกษตรกรที่เข้าใจกลไกนี้และกล้าใช้สิทธิ์ขอเวลาศึกษาสัญญาหรือขอเจรจาแก้ไขข้อกำหนดที่ไม่เป็นธรรม จะมีโอกาสได้เงื่อนไขที่ดีกว่าเกษตรกรที่เซ็นสัญญาทันทีโดยไม่ต่อรองเลย
สิทธิที่เกษตรกรมีตามกฎหมายหากถูกเอาเปรียบหรือผิดสัญญา
- สิทธิ์ได้รับแจ้งรายละเอียดสัญญาล่วงหน้าก่อนเซ็นสัญญาจริง เพื่อมีเวลาศึกษาเงื่อนไขให้เข้าใจถ่องแท้
- สิทธิ์ขอสำเนาสัญญาที่มีรายละเอียดครบถ้วนเป็นลายลักษณ์อักษรเก็บไว้เป็นหลักฐาน
- สิทธิ์ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา หากพบว่าสัญญามีข้อกำหนดที่ไม่เป็นธรรมหรือถูกละเมิดสัญญา
- สิทธิ์ขอให้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทผ่านกลไกที่กฎหมายกำหนด ก่อนต้องไปถึงขั้นตอนฟ้องร้องทางศาล
- สิทธิ์ปฏิเสธการเซ็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือขอเจรจาแก้ไขเงื่อนไขก่อนเซ็น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดโอกาสทำสัญญาในอนาคตหากเหตุผลสมเหตุสมผล
ช่องทางร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาก่อนเซ็นสัญญา
เกษตรกรที่ต้องการปรึกษาก่อนเซ็นสัญญาหรือต้องการร้องเรียนหลังเกิดปัญหา สามารถติดต่อสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลระบบเกษตรพันธสัญญาตามกฎหมาย หรือสอบถามที่สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัดในพื้นที่ให้ช่วยประสานงานต่อ นอกจากนี้ควรปรึกษาเกษตรกรรุ่นพี่ที่เคยทำสัญญากับบริษัทเดียวกันมาก่อน เพื่อสอบถามประสบการณ์จริงว่าบริษัทนั้นปฏิบัติตามสัญญาสม่ำเสมอหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาระยะยาว
| สิ่งที่ต้องเช็คก่อนเซ็น | คำถามที่ควรถามตัวเอง |
|---|---|
| ราคารับซื้อ | คำนวณจากอะไร อ้างอิงราคาตลาดแหล่งไหน ระบุตัวเลขชัดเจนหรือไม่ |
| เกณฑ์คุณภาพ | มีตัวเลขวัดผลได้จริงหรือเขียนกว้าง ๆ ให้บริษัทตัดสินฝ่ายเดียว |
| เอกสารสัญญา | เป็นลายลักษณ์อักษรครบถ้วนหรือยัง มีสำเนาเก็บไว้เองหรือไม่ |
| ปัจจัยการผลิตที่บริษัทให้มา | หักลบราคาอย่างไร ถ้าผลผลิตน้อยกว่าคาดต้องรับผิดชอบส่วนต่างหรือไม่ |
| เหตุสุดวิสัย | สัญญาระบุวิธีจัดการกรณีภัยธรรมชาติหรือโรคระบาดหรือไม่ |
| ระยะเวลาศึกษาสัญญา | ได้รับแจ้งรายละเอียดล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนดหรือถูกเร่งให้เซ็นทันที |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เซ็นสัญญาโดยไม่อ่านวิธีคำนวณราคารับซื้อให้ครบ ทำให้ไม่รู้ล่วงหน้าว่าราคาจริงจะอิงจากอะไร เมื่อถึงเวลาส่งมอบผลผลิตแล้วราคาต่ำกว่าคาดจึงรู้สึกถูกเอาเปรียบ
- ไม่เก็บสำเนาสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เมื่อเกิดข้อพิพาทไม่มีหลักฐานยืนยันเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ทำให้เสียเปรียบเวลาต้องร้องเรียนหรือเจรจา
- รีบเซ็นสัญญาเพราะกลัวพลาดโควตาหรือราคาพิเศษ โดยไม่ได้ใช้สิทธิ์ขอเวลาศึกษาสัญญาตามที่กฎหมายให้ไว้ ทำให้พลาดจุดสำคัญในสัญญาที่ควรต่อรองก่อนเซ็น
- ไม่ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ก่อนเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ ทำให้ไม่รู้ประวัติการปฏิบัติตามสัญญาของบริษัทนั้นจากเกษตรกรรายอื่นที่เคยทำมาก่อน
- ไม่รู้ช่องทางร้องเรียนเมื่อถูกเอาเปรียบ ปล่อยผ่านปัญหาเพราะคิดว่าไม่มีหน่วยงานช่วยเหลือ ทั้งที่กฎหมายกำหนดกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทไว้ชัดเจน
- ไม่ระบุเงื่อนไขเหตุสุดวิสัยในสัญญา ทำให้เมื่อเกิดภัยธรรมชาติหรือโรคระบาดจนผลผลิตเสียหาย เกษตรกรต้องรับภาระทั้งหมดโดยไม่มีข้อตกลงแบ่งความเสี่ยงกับบริษัทไว้ล่วงหน้า
สรุป
ก่อนเซ็นสัญญาครั้งต่อไป ให้จำหลักสามข้อนี้ไว้เสมอ อ่านวิธีคำนวณราคารับซื้อและเกณฑ์คุณภาพจนเข้าใจทุกตัวเลข ยืนยันว่าสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรครบถ้วนและมีสำเนาเก็บไว้เอง และอย่ากลัวที่จะขอเวลาศึกษาสัญญาหรือปรึกษาผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ แม้จะเสี่ยงพลาดโควตาหรือราคาพิเศษที่บริษัทเร่งเสนอ เพราะความเสียหายจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมมักมีมูลค่าสูงกว่าโอกาสที่พลาดไปมาก
เกษตรพันธสัญญาไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัว แต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเซ็นชื่อทุกครั้ง จุดที่พลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่ตัวระบบเกษตรพันธสัญญาเอง แต่เป็นความรีบร้อนและการไม่อ่านรายละเอียดสัญญาให้ครบ กฎหมายส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาให้สิทธิ์เกษตรกรได้รับแจ้งเงื่อนไขล่วงหน้า มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และมีช่องทางร้องเรียนเมื่อถูกเอาเปรียบ การใช้สิทธิ์เหล่านี้อย่างเต็มที่ก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาซ้ำรอยเดิมในฤดูกาลถัดไป
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ข้อมูล พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. 2560 และช่องทางร้องเรียน
- คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา — กลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบธุรกิจ
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลข่าวสาร กฎหมาย และมาตรฐานเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ หมวดข่าว กฎหมาย มาตรฐาน
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

คู่มือ ยางพารา สอนการปลูก ยาง หนังสือ เกษตร การคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์ การกรีดยาง การแปรรูป การทำยางแผ่น US.Station
ดูรายละเอียด
เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด Zebra ZD220 พิมพ์สติกเกอร์ ฉลากยา ใบปะหน้า พิมพ์ได้ 2 ระบบ DTและTT เชื่อมต่อ USB
ดูรายละเอียด
Zebra รุ่น ZD220 พอร์ต USB เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด พิมพ์สติกเกอร์ ฉลากยา ใบปะหน้า พิมพ์ได้ 2 ระบบ DTและTT
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
บริษัทให้เซ็นสัญญาทันทีในวันที่มาเสนองาน ทำได้หรือไม่
ตามหลักการของกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งรายละเอียดสัญญาล่วงหน้าให้เกษตรกรมีเวลาศึกษาก่อนเซ็นสัญญาจริง หากถูกเร่งให้เซ็นทันที เกษตรกรมีสิทธิ์ขอเลื่อนและขอสำเนาสัญญากลับไปศึกษาก่อนได้
ถ้าบริษัทไม่มารับซื้อผลผลิตตามสัญญา ต้องทำอย่างไร
เกษตรกรควรรวบรวมหลักฐานสัญญาและการติดต่อที่ผ่านมาให้ครบ แล้วยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาหรือสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอความช่วยเหลือ
สัญญาปากเปล่ากับตัวแทนบริษัทมีผลผูกพันทางกฎหมายหรือไม่
มีความเสี่ยงสูงที่จะพิสูจน์ยาก เพราะกฎหมายกำหนดให้สัญญาเกษตรพันธสัญญาต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีรายละเอียดครบถ้วน ควรยืนกรานขอสัญญาเป็นเอกสารทุกครั้งก่อนเริ่มดำเนินการ
ถ้าไม่เข้าใจข้อความในสัญญาบางจุด ควรทำอย่างไรก่อนเซ็น
ควรสอบถามตัวแทนบริษัทให้อธิบายจนเข้าใจ หรือขอสำเนาสัญญากลับไปให้เกษตรอำเภอหรือผู้มีความรู้ด้านกฎหมายช่วยตรวจสอบก่อน ไม่ควรเซ็นสัญญาที่ยังไม่เข้าใจข้อความสำคัญ
เกษตรพันธสัญญาแบบไม่มีบริษัทให้ปัจจัยการผลิต ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
ยังต้องระวังเงื่อนไขราคารับซื้อและเกณฑ์คุณภาพเช่นเดิม เพราะเกษตรกรลงทุนเองทั้งหมด หากบริษัทตีตกคุณภาพเกินจริงหรือกดราคา ความเสียหายจะตกอยู่กับเกษตรกรเต็มจำนวน
