คำตอบสั้น ๆ
เกษตรกรที่ซื้อสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชมาใช้ในไร่นามักสงสัยว่าสารที่ตัวเองใช้อยู่ในกลุ่มไหนตามกฎหมาย ต้องมีใบอนุญาตพิเศษหรือไม่ และเมื่อใช้หมดแล้วขว
คำตอบเร็ว: พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แบ่งสารเคมีเกษตรออกเป็น 4 ชนิดตามระดับความเข้มงวดในการควบคุม ตั้งแต่ชนิดที่ 1 (แจ้งข้อเท็จจริง ควบคุมน้อยที่สุด) ไปจนถึงชนิดที่ 4 (ห้ามผลิต นำเข้า หรือครอบครองโดยเด็ดขาด) สารกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่ที่เกษตรกรใช้ทั่วไปจัดอยู่ในชนิดที่ 3 ซึ่งผู้ขายต้องมีใบอนุญาตขายวัตถุอันตราย ส่วนเกษตรกรผู้ซื้อไปใช้ต้องเก็บรักษาให้ปลอดภัยและทิ้งภาชนะบรรจุตามวิธีที่ถูกต้อง ไม่ทิ้งลงแหล่งน้ำหรือเผาใกล้ที่อยู่อาศัย
เกษตรกรที่ซื้อสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชมาใช้ในไร่นามักสงสัยว่าสารที่ตัวเองใช้อยู่ในกลุ่มไหนตามกฎหมาย ต้องมีใบอนุญาตพิเศษหรือไม่ และเมื่อใช้หมดแล้วขวด/ถุงบรรจุต้องจัดการอย่างไรให้ถูกต้อง บทความนี้อธิบายภาพรวมการแบ่งกลุ่มวัตถุอันตรายทางการเกษตรตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และแนวปฏิบัติที่ถูกต้องในฟาร์ม
วัตถุอันตรายกลุ่ม 1-4 กับสารเคมีเกษตรหมายถึงอะไร
| ชนิด | ระดับควบคุม | ตัวอย่างลักษณะการใช้ในภาคเกษตร |
|---|---|---|
| ชนิดที่ 1 | ควบคุมน้อยที่สุด ผู้ผลิต/นำเข้าต้องแจ้งข้อเท็จจริงให้หน่วยงานทราบตามหลักเกณฑ์ ไม่ต้องขอใบอนุญาต | วัตถุอันตรายความเสี่ยงต่ำที่ใช้ในการเกษตรบางประเภท |
| ชนิดที่ 2 | ต้องแจ้งการดำเนินการก่อนเริ่มผลิต/นำเข้า/ขาย และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด | วัตถุอันตรายเกษตรบางชนิดที่มีความเสี่ยงปานกลาง |
| ชนิดที่ 3 | ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย | สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและวัชพืชที่ใช้แพร่หลายในภาคเกษตรส่วนใหญ่จัดอยู่กลุ่มนี้ |
| ชนิดที่ 4 | ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองโดยเด็ดขาด (ยกเว้นเพื่อการวิจัยที่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ) | สารที่ถูกประกาศห้ามใช้แล้วในภาคเกษตรไทยเนื่องจากอันตรายสูงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม |
สำหรับภาคการเกษตร กรมวิชาการเกษตรเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบวัตถุอันตรายที่นำไปใช้ทางการเกษตรโดยตรง เกษตรกรจึงควรตรวจสอบสถานะล่าสุดของสารที่จะซื้อจากฉลากผลิตภัณฑ์และร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง เนื่องจากรายชื่อสารในแต่ละกลุ่มมีการทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะตามข้อมูลความปลอดภัยใหม่ ๆ
สารชนิดไหนต้องมีใบอนุญาตซื้อ-ครอบครอง
สำหรับผู้ประกอบการร้านขายสารเคมีเกษตร (วัตถุอันตรายชนิดที่ 3) ต้องมีใบอนุญาตขายวัตถุอันตรายทางการเกษตรจากกรมวิชาการเกษตรก่อนเปิดร้าน และต้องมีผู้ควบคุมการขายที่ผ่านการอบรมประจำร้าน ส่วนเกษตรกรทั่วไปที่ซื้อไปใช้ในแปลงของตัวเองโดยไม่ได้ขายต่อ โดยทั่วไปไม่ต้องขอใบอนุญาตครอบครองเป็นรายบุคคล แต่ต้องซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น และปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้บนฉลากอย่างเคร่งครัด สำหรับวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 กฎหมายห้ามครอบครองโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นผู้ขายหรือเกษตรกร หากพบเห็นการซื้อขายสารกลุ่มนี้ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอหรือกรมวิชาการเกษตรทันที
เนื่องจากรายชื่อสารเคมีเฉพาะที่จัดอยู่ในแต่ละกลุ่มอาจมีการประกาศเปลี่ยนแปลง เกษตรกรควรตรวจสอบสถานะสารที่ต้องการซื้อจากประกาศล่าสุดของกรมวิชาการเกษตรหรือสอบถามร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาตก่อนซื้อทุกครั้ง แทนที่จะยึดตามความเคยชินเดิม
วิธีเก็บรักษาสารเคมีเกษตรที่ถูกต้องในฟาร์ม
- เก็บในภาชนะเดิมที่มีฉลากครบถ้วน ห้ามถ่ายใส่ขวดน้ำดื่มหรือภาชนะบรรจุอาหารเด็ดขาด
- เก็บในที่แยกต่างหาก มีตู้หรือห้องเก็บเฉพาะ ล็อกกุญแจ ห่างจากบ้านพักอาศัย ห้องครัว และแหล่งน้ำใช้/น้ำดื่ม
- เก็บให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่วางปะปนกับปุ๋ยหรืออาหารสัตว์
- ระบายอากาศดี ไม่โดนแดดจัดหรือความชื้นสูงที่ทำให้ภาชนะเสื่อมสภาพเร็ว
- ทำบันทึกรายการสารเคมีที่เก็บไว้ วันหมดอายุ และปริมาณคงเหลือ เพื่อป้องกันการใช้สารเสื่อมสภาพ
การทิ้งภาชนะบรรจุสารเคมีอย่างถูกวิธี
ภาชนะบรรจุสารเคมีเกษตรที่ใช้หมดแล้วยังมีสารตกค้าง หากทิ้งไม่ถูกวิธีจะปนเปื้อนดินและแหล่งน้ำได้ในระยะยาว หลักปฏิบัติทั่วไปที่แนะนำคือ ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อยสามครั้ง (triple rinse) แล้วเทน้ำล้างลงในถังผสมสารเพื่อใช้ประโยชน์ต่อ ไม่เทลงดินหรือแหล่งน้ำโดยตรง จากนั้นเจาะหรือบุบภาชนะให้ใช้ซ้ำไม่ได้ และนำไปทิ้งหรือส่งคืนตามจุดรับคืนภาชนะบรรจุสารเคมีเกษตรที่หน่วยงานในพื้นที่จัดไว้ (บางพื้นที่มีโครงการรับคืนภาชนะร่วมกับร้านค้าหรือสำนักงานเกษตรอำเภอ) ห้ามเผาภาชนะใกล้ที่อยู่อาศัยหรือแหล่งน้ำ และห้ามนำภาชนะไปใช้ซ้ำเก็บน้ำหรืออาหารเด็ดขาด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ซื้อสารเคมีจากร้านที่ไม่มีใบอนุญาตหรือพ่อค้าเร่ ทำให้ไม่แน่ใจว่าสารถูกกฎหมายและมีคุณภาพจริง
- ถ่ายสารเคมีใส่ขวดน้ำดื่มเก่าเพื่อความสะดวก เสี่ยงต่อการหยิบผิดและเป็นอันตรายถึงชีวิต
- เก็บสารเคมีปะปนกับปุ๋ยหรือเมล็ดพันธุ์ในโรงเก็บเดียวกันโดยไม่มีการแยกพื้นที่
- ล้างถังพ่นยาแล้วเทน้ำล้างทิ้งลงคลองหรือแหล่งน้ำใกล้แปลง
- เผาหรือฝังภาชนะบรรจุสารเคมีในที่ดินของตัวเองโดยไม่ผ่านกระบวนการล้างที่ถูกต้องก่อน
- ใช้สารเคมีตามความเคยชินโดยไม่ตรวจสอบว่าสารดังกล่าวยังไม่ถูกยกเลิกทะเบียนหรือปรับกลุ่มควบคุม
สรุป
วัตถุอันตรายทางการเกษตรแบ่งเป็น 4 ชนิดตามระดับความเข้มงวด สารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่อยู่ในชนิดที่ 3 ซึ่งผู้ขายต้องมีใบอนุญาต ส่วนเกษตรกรผู้ใช้ต้องซื้อจากร้านที่ถูกกฎหมาย เก็บรักษาแยกจากที่อยู่อาศัยและแหล่งน้ำ และทิ้งภาชนะบรรจุตามขั้นตอนล้างสามครั้งก่อนส่งคืนจุดรับ ไม่เผาหรือทิ้งลงแหล่งน้ำ การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ช่วยป้องกันอันตรายต่อสุขภาพผู้ใช้และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร (กลุ่มควบคุมวัตถุอันตราย) — การแบ่งกลุ่มวัตถุอันตรายทางการเกษตรและการควบคุมการขายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
- กรมส่งเสริมการเกษตร — คำแนะนำการเก็บรักษาและการจัดการภาชนะบรรจุสารเคมีเกษตรอย่างปลอดภัย
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูบทความอื่นในหมวด ข่าว กฎหมาย มาตรฐาน เพิ่มเติม
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ไทม์ไลน์ธนาคารที่ดิน ตั้งแต่ตั้ง บจธ. จนถึงยุบเลิก 1 ต.ค. 2569
บจธ. ตั้งปี 2554 เป็นกลไกชั่วคราว ต่ออายุสี่รอบ แล้วถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เรียงเหตุการณ์ตามปีพร้อมตัวเลขที่แหล่งข่าวรายงานต่างกัน
ธนาคารที่ดิน FAQ รวมคำถามที่คนค้นบ่อย ตั้งแต่ บจธ. คือ ยื่นอย่างไร จนถึงถูกยุบแล้วทำไงต่อ
บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้รวมคำถามที่คนค้นบ่อยตั้งแต่ บจธ. คืออะไร ยื่นอย่างไร จนถึงผู้เช่าเดิมต้องทำอย่างไร แยกสิ่งที่ยืนยันได้จากสิ่งที่ยังไม่ชัด
ทำไมรัฐบาลยุบธนาคารที่ดิน เหตุผลภาครัฐ ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจ
เหตุผลของรัฐบาล ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจไป พอช. เรียงตามผู้พูดและวันที่จากแหล่งข่าวที่เปิดอ่านได้ พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่ชัด
สคทช. คืออะไร ทำไมรับช่วงภารกิจธนาคารที่ดิน และเกษตรกรติดต่อเรื่องอะไรได้บ้าง
สคทช. คือหน่วยงานกลางด้านนโยบายที่ดินตามกฎหมายปี 2562 ที่สื่อรายงานว่ากำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง บจธ. ถูกยุบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังต้องรอประกาศ
การกระจายการถือครองที่ดินคืออะไร ธนาคารที่ดินเคยแก้ปัญหาที่ดินเกษตรกรได้แค่ไหน
การกระจายการถือครองที่ดินคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงที่ทำกินอย่างเป็นธรรม บทความนี้รวมตัวเลข สศก. ผลงาน บจธ. และท่าทีของแต่ละฝ่ายหลังถูกยุบ
ธนาคารที่ดินต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร ฝากที่ดินหรือให้เช่าได้จริงไหม
ธนาคารที่ดินเป็นตัวกลางเรื่องที่ดิน ไม่ได้รับฝากเงินแบบธนาคารทั่วไป และ บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เทียบความต่างและทางเลือกที่เหลือ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
คำถามที่พบบ่อย
เกษตรกรทั่วไปที่ซื้อสารเคมีเกษตรไปใช้เอง ต้องขอใบอนุญาตครอบครองไหม
โดยทั่วไปไม่ต้องขอใบอนุญาตครอบครองเป็นรายบุคคล แต่ต้องซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาตขายวัตถุอันตรายถูกต้องเท่านั้น
วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 คืออะไร ทำไมถึงห้ามเด็ดขาด
คือกลุ่มสารที่หน่วยงานประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะควบคุมด้วยใบอนุญาตได้อย่างปลอดภัย จึงห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือครอบครองโดยเด็ดขาด
ล้างถังพ่นสารเคมีแล้วน้ำล้างต้องทิ้งที่ไหน
ควรเทน้ำล้างกลับเข้าถังผสมเพื่อใช้พ่นในแปลงต่อ ไม่เทลงดินเปล่าใกล้แหล่งน้ำหรือคลองชลประทาน
ภาชนะบรรจุสารเคมีที่ล้างแล้วเอาไปทำอะไรได้บ้าง
ไม่ควรนำกลับมาใช้บรรจุน้ำหรืออาหารอีก ควรเจาะ/บุบให้เสียสภาพแล้วนำส่งจุดรับคืนภาชนะของหน่วยงานในพื้นที่
ถ้าไม่แน่ใจว่าสารที่ซื้อมาอยู่ในกลุ่มไหน ควรทำอย่างไร
ตรวจสอบจากฉลากผลิตภัณฑ์ซึ่งระบุเลขทะเบียนวัตถุอันตราย หรือสอบถามร้านค้าที่มีใบอนุญาต หรือติดต่อกรมวิชาการเกษตร



