คำตอบสั้น ๆ
เกษตรกรมักโทรผิดหน่วยงานเวลาจะขอมาตรฐานหรือสอบถามเรื่องปัจจัยการผลิต บทความนี้แยกบทบาทมกอช.กับกรมวิชาการเกษตรให้ชัดว่าเรื่องไหนต้องติดต่อใคร
คำตอบเร็ว: มกอช. (สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ) มีหน้าที่ "กำหนดและรับรองมาตรฐาน" สินค้าเกษตร เช่น GAP พืชอาหาร มาตรฐาน Organic Thailand และเครื่องหมาย Q ส่วนกรมวิชาการเกษตรมีหน้าที่ "ตรวจสอบและขึ้นทะเบียน" ปัจจัยการผลิตที่เกษตรกรใช้จริงในแปลง เช่น ปุ๋ยเคมี วัตถุอันตรายทางการเกษตร และพันธุ์พืชควบคุม พูดสั้น ๆ คือมกอช.ตอบคำถามว่า "สินค้าที่ปลูกออกมาแล้วได้มาตรฐานอะไร" ส่วนกรมวิชาการเกษตรตอบคำถามว่า "ปัจจัยที่เอามาใช้ปลูกถูกกฎหมายและปลอดภัยหรือไม่" ถ้าจะขอใบรับรองแปลง GAP ติดต่อมกอช.หรือหน่วยตรวจรับรองที่มกอช.ให้การรับรอง แต่ถ้าจะขึ้นทะเบียนปุ๋ยสูตรใหม่หรือสอบถามว่าสารเคมีตัวไหนยังใช้ได้ ต้องติดต่อกรมวิชาการเกษตรโดยตรง
เกษตรกรจำนวนไม่น้อยโทรผิดหน่วยงานเวลาจะขอเอกสารรับรองหรือสอบถามเรื่องปัจจัยการผลิต บางคนโทรไปมกอช.เพื่อถามว่าปุ๋ยที่ซื้อมาขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ บางคนโทรไปกรมวิชาการเกษตรเพื่อขอใบรับรอง GAP ทั้งที่งานสองส่วนนี้แยกกันชัดเจนตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน การเข้าใจผิดแบบนี้ทำให้เสียเวลาโทรวนหลายรอบ หรือบางครั้งถึงขั้นไปยื่นเอกสารผิดที่แล้วต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด บทความนี้จะแยกบทบาทของทั้งสองหน่วยงานให้ชัดว่าใครดูแลเรื่องอะไร เพื่อให้เกษตรกรติดต่อถูกจุดตั้งแต่ครั้งแรก
มกอช. คือใคร ดูแลเรื่องอะไรบ้าง
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช. เป็นหน่วยงานระดับกรมสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทหลักคือการ "กำหนดมาตรฐาน" สินค้าเกษตรและอาหารของประเทศ ทั้งมาตรฐานบังคับและมาตรฐานทั่วไป รวมถึงทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางประสานงานด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรกับต่างประเทศ เพื่อให้สินค้าไทยส่งออกได้ตามเกณฑ์สากล มาตรฐานที่เกษตรกรทั่วไปคุ้นเคยที่สุดภายใต้ระบบของมกอช. มีสามกลุ่มหลัก
- มาตรฐาน GAP พืชอาหาร (Q GAP) คือมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งน้ำ ดิน การใช้สารเคมี การเก็บเกี่ยว จนถึงบรรจุภัณฑ์ เกษตรกรที่ผ่านการตรวจประเมินจะได้รับใบรับรองและใช้เครื่องหมาย Q บนสินค้าได้
- มาตรฐาน Organic Thailand สำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ กำหนดเกณฑ์ตั้งแต่การงดใช้สารเคมีสังเคราะห์ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด การจัดการดินและแหล่งน้ำ ไปจนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ
- มาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) เป็นเอกสารมาตรฐานเฉพาะรายสินค้า เช่น มาตรฐานทุเรียน มาตรฐานข้าวหอมมะลิ มาตรฐานไข่ไก่สด ที่กำหนดเกณฑ์คุณภาพ การคัดเกรด และฉลาก ซึ่งบางรายการเป็นมาตรฐานบังคับตามกฎหมายและบางรายการเป็นมาตรฐานทั่วไปที่สมัครใจ
นอกจากงานกำหนดมาตรฐาน มกอช.ยังทำหน้าที่รับรองระบบงานให้หน่วยตรวจรับรอง (Certification Body) ที่ได้รับอนุญาตออกใบรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ในนามมกอช. ดังนั้นเกษตรกรที่อยากขอ GAP หรือ Organic Thailand จะติดต่อผ่านหน่วยตรวจรับรองในพื้นที่ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด ซึ่งจะประสานกับระบบของมกอช.ต่อ
กรมวิชาการเกษตร คือใคร ดูแลเรื่องอะไรบ้าง
กรมวิชาการเกษตรก็เป็นหน่วยงานระดับกรมสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่นกัน แต่ภารกิจหลักคือการ "วิจัย ตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพปัจจัยการผลิตทางการเกษตร" ก่อนที่ปัจจัยเหล่านั้นจะถึงมือเกษตรกร งานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรโดยตรงมากที่สุดมีสามกลุ่ม
- ขึ้นทะเบียนและควบคุมปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ ตามพระราชบัญญัติปุ๋ย ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าปุ๋ยต้องขึ้นทะเบียนสูตรปุ๋ยกับกรมวิชาการเกษตรก่อนวางขาย เกษตรกรตรวจสอบเลขทะเบียนปุ๋ยบนฉลากได้เพื่อยืนยันว่าสูตรที่ระบุตรงกับที่ขึ้นทะเบียนจริง
- ขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ยาฆ่าแมลง สารกำจัดวัชพืช และสารป้องกันกำจัดโรคพืชทุกชนิดต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย รวมถึงเป็นหน่วยงานที่ประกาศยกเลิกหรือจำกัดการใช้สารบางชนิดเมื่อพบความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือสิ่งแวดล้อม
- คุ้มครองพันธุ์พืชและควบคุมพันธุ์พืชนำเข้า ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชและพระราชบัญญัติกักพืช กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้ออกใบรับรองพันธุ์พืชใหม่ที่ขอจดทะเบียนคุ้มครอง และเป็นด่านตรวจสอบพันธุ์พืชหรือเมล็ดพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ
กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ ก่อนที่เกษตรกรจะซื้อปุ๋ยหรือสารเคมีมาใช้ ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรมาก่อนแล้ว ส่วนหลังจากปลูกจนได้ผลผลิตออกมา ถ้าเกษตรกรอยากยกระดับสินค้าให้มีมาตรฐานรับรองเพื่อขายในราคาหรือช่องทางที่ดีขึ้น จึงค่อยไปติดต่อระบบมาตรฐานของมกอช.
ตัวอย่างมาตรฐาน/ใบรับรองที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง
เพื่อไม่ให้สับสนเวลาเห็นเอกสารหรือตราสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตร ให้จำหลักว่าเอกสารที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "มาตรฐานสินค้า" หรือ "ใบรับรองแปลง" ส่วนใหญ่มาจากระบบของมกอช. ส่วนเอกสารที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ทะเบียน" หรือ "ใบอนุญาต" ของปัจจัยการผลิต มาจากกรมวิชาการเกษตร
ตัวอย่างที่มกอช.รับผิดชอบโดยตรง
- มาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) รายสินค้า เช่น มาตรฐานทุเรียนสด มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย มาตรฐานลำไยสด ซึ่งกำหนดเกณฑ์คัดเกรดและการติดฉลากไว้ชัดเจน เกษตรกรที่ต้องการขายผ่านช่องทางส่งออกหรือโมเดิร์นเทรดควรศึกษาเกณฑ์ของสินค้าตัวเองก่อนเก็บเกี่ยว
- ใบรับรองแหล่งผลิต GAP พืชอาหาร ใช้ยืนยันว่าแปลงปลูกผ่านเกณฑ์การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี มีอายุใบรับรองจำกัดและต้องต่ออายุตามรอบที่กำหนด
- ใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic Thailand ใช้แสดงบนบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผ่านการตรวจประเมินครบทุกขั้นตอน
ตัวอย่างที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบโดยตรง
- เลขทะเบียนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ ต้องปรากฏบนฉลากบรรจุภัณฑ์ทุกถุงที่วางขาย เกษตรกรใช้ตรวจสอบว่าสูตรและปริมาณธาตุอาหารตรงตามที่ขึ้นทะเบียนไว้จริง
- เลขทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร (วอ.) สำหรับยาฆ่าแมลง สารกำจัดวัชพืช และสารป้องกันกำจัดโรคพืช ถ้าไม่มีเลขนี้บนฉลากถือว่าผิดกฎหมาย ห้ามซื้อมาใช้
- ใบรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน/พันธุ์พืชคุ้มครอง สำหรับเกษตรกรหรือผู้ปรับปรุงพันธุ์ที่พัฒนาพันธุ์ใหม่และต้องการสิทธิคุ้มครองตามกฎหมาย
| ประเด็น | มกอช. | กรมวิชาการเกษตร |
|---|---|---|
| บทบาทหลัก | กำหนดและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร | ตรวจสอบและขึ้นทะเบียนปัจจัยการผลิต |
| ตัวอย่างงานที่เกี่ยวข้อง | GAP พืชอาหาร, Organic Thailand, เครื่องหมาย Q, มาตรฐานมกษ.รายสินค้า | ทะเบียนปุ๋ย, ทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร, การคุ้มครองพันธุ์พืช |
| ช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกร | หลังผลิต หรือช่วงเตรียมยื่นขอรับรองแปลง/สินค้า | ก่อนผลิต ตอนเลือกซื้อปัจจัยการผลิต |
| เอกสาร/ใบรับรองที่ออก | ใบรับรอง GAP, ใบรับรอง Organic Thailand, ตราสัญลักษณ์ Q | เลขทะเบียนปุ๋ย, เลขทะเบียนวัตถุอันตราย, ใบรับรองพันธุ์พืช |
| หน่วยที่เกษตรกรติดต่อในพื้นที่ | สำนักงานเกษตรจังหวัด/หน่วยตรวจรับรองที่ได้รับการรับรองจากมกอช. | ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรประจำจังหวัด/สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช |
ตัวอย่างเรื่องไหนต้องติดต่อหน่วยงานไหน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองไล่ตามสถานการณ์จริงที่เกษตรกรมักเจอ
สถานการณ์ที่ต้องติดต่อมกอช. (หรือหน่วยตรวจรับรองในระบบมกอช.)
- อยากขอใบรับรองแปลง GAP เพื่อขายผลผลิตเข้าโมเดิร์นเทรดที่กำหนดสเปกต้องมี Q
- อยากเปลี่ยนแปลงแบบปลูกเป็นเกษตรอินทรีย์และขอใบรับรอง Organic Thailand
- สงสัยว่าฉลากสินค้าที่ระบุ "มาตรฐานมกษ." ตรงตามเกณฑ์จริงหรือไม่
- ต้องการทราบเกณฑ์การคัดเกรดตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของพืชที่ปลูก เช่น เกณฑ์เกรดทุเรียนส่งออก
สถานการณ์ที่ต้องติดต่อกรมวิชาการเกษตร
- ต้องการตรวจสอบว่าปุ๋ยที่ซื้อมามีเลขทะเบียนถูกต้องหรือสงสัยว่าเป็นปุ๋ยปลอม
- ต้องการทราบว่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตัวใดยังได้รับอนุญาตให้ใช้ หรือถูกยกเลิกทะเบียนไปแล้ว
- ต้องการนำเข้าเมล็ดพันธุ์หรือพันธุ์พืชจากต่างประเทศ ต้องผ่านการตรวจโรคและกักกันพืชก่อน
- อยากจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่พัฒนาขึ้นเองในไร่
ทำไมสองหน่วยงานนี้ต้องประสานงานกัน
แม้ภารกิจจะแยกกันชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติสองหน่วยงานนี้เชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่การผลิต ตัวอย่างที่เห็นชัดคือเกณฑ์ตรวจสารตกค้างในมาตรฐาน GAP ของมกอช. จะอ้างอิงบัญชีรายชื่อสารเคมีที่กรมวิชาการเกษตรขึ้นทะเบียนไว้เป็นฐานข้อมูล หากเกษตรกรใช้สารที่ไม่อยู่ในทะเบียนหรือใช้เกินอัตราที่กำหนด ผลตรวจสารตกค้างในขั้นตอนขอ GAP ก็จะไม่ผ่านตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่วางแผนขอมาตรฐาน GAP หรือ Organic Thailand ควรตรวจสอบก่อนว่าปุ๋ยและสารเคมีที่ใช้อยู่ในแปลงทั้งหมดขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมินแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ในขั้นตอนสุดท้าย อีกจุดที่เชื่อมโยงกันคือกรณีส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ ประเทศปลายทางมักกำหนดทั้งมาตรฐานคุณภาพสินค้า (ซึ่งอิงมาตรฐานมกษ.) และเกณฑ์สารตกค้างสูงสุด (ซึ่งอิงบัญชีสารของกรมวิชาการเกษตรและมาตรฐานสากล) พร้อมกัน ผู้ส่งออกจึงต้องผ่านทั้งสองระบบควบคู่กันเสมอ ไม่สามารถผ่านระบบใดระบบหนึ่งแล้วถือว่าครบเงื่อนไขทั้งหมด
ช่องทางติดต่อสอบถามของแต่ละหน่วยงาน
เนื่องจากเบอร์โทรและช่องทางออนไลน์ของหน่วยงานราชการมีการปรับปรุงอยู่เป็นระยะ วิธีที่แม่นยำที่สุดคือค้นหาชื่อหน่วยงานพร้อมคำว่า "ติดต่อ" ผ่านเว็บไซต์ทางการ หรือโทรสอบถามที่สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัดใกล้บ้านให้ช่วยประสานงานต่อ ซึ่งเป็นช่องทางที่เกษตรกรส่วนใหญ่คุ้นเคยและได้รับความช่วยเหลือเร็วที่สุด สำหรับมกอช.ควรติดต่อผ่านเว็บไซต์ acfs.go.th หรือสอบถามที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเรื่องหน่วยตรวจรับรอง GAP ในพื้นที่ ส่วนกรมวิชาการเกษตรติดต่อผ่านเว็บไซต์ doa.go.th หรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรประจำจังหวัดซึ่งมีอยู่เกือบทุกภูมิภาค กรณีเร่งด่วนเรื่องปุ๋ยปลอมหรือสารเคมีผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสำนักงานเกษตรอำเภอเพื่อส่งต่อให้หน่วยตรวจสอบเฉพาะทางดำเนินการ เกษตรกรบางรายเลือกโทรสอบถามศูนย์บริการเกษตรกร (Call Center) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนเป็นด่านแรก แล้วให้เจ้าหน้าที่ช่วยต่อสายไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งช่วยลดโอกาสโทรผิดหน่วยงานได้มากในทางปฏิบัติ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- โทรผิดหน่วยงานตั้งแต่ต้น เกษตรกรจำนวนมากโทรหามกอช.เพื่อถามเรื่องทะเบียนปุ๋ยหรือสารเคมี ทั้งที่เรื่องนี้เป็นภารกิจของกรมวิชาการเกษตร ทำให้ต้องโอนสายหรือเริ่มติดต่อใหม่
- เข้าใจว่า GAP กับ Organic Thailand เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งสองมีเกณฑ์และเป้าหมายต่างกันชัดเจน GAP เน้นความปลอดภัยจากสารตกค้างและตรวจสอบย้อนกลับได้ ส่วน Organic Thailand เน้นการงดใช้สารเคมีสังเคราะห์ทั้งระบบ เกษตรกรที่สมัครผิดมาตรฐานอาจต้องเริ่มกระบวนการปรับแปลงใหม่ทั้งหมด
- ไม่ตรวจเลขทะเบียนปุ๋ยหรือวัตถุอันตรายก่อนซื้อ เชื่อคำโฆษณาของร้านค้าอย่างเดียวโดยไม่เช็คฉลากว่ามีเลขทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรจริง ทำให้เสี่ยงซื้อสินค้าปลอมหรือสูตรไม่ตรงตามที่ระบุ
- คิดว่าได้ใบรับรอง GAP แล้วแปลว่าปัจจัยการผลิตที่ใช้ถูกต้องตามกฎหมายเสมอ ความจริงคือ GAP ตรวจกระบวนการปลูกและสารตกค้างในผลผลิต แต่ไม่ได้แปลว่าเกษตรกรได้รับอนุญาตให้ใช้สารทุกชนิดที่ต้องการ ยังต้องตรวจสอบทะเบียนของกรมวิชาการเกษตรควบคู่กันไปทุกครั้งที่เปลี่ยนสูตรสารเคมี
- รอจนใกล้ฤดูขายผลผลิตค่อยยื่นขอมาตรฐาน กระบวนการตรวจประเมิน GAP หรือ Organic Thailand ใช้เวลาหลายเดือนถึงเป็นปี เกษตรกรที่ยื่นกระชั้นชิดมักไม่ทันรอบขาย ควรวางแผนยื่นล่วงหน้าตั้งแต่ต้นฤดูกาลผลิต
- ไม่อัปเดตข้อมูลเมื่อสารเคมีถูกยกเลิกทะเบียน บางสารที่เคยใช้ได้อาจถูกกรมวิชาการเกษตรประกาศยกเลิกในภายหลัง เกษตรกรที่ไม่ติดตามข่าวอาจใช้สารต่อโดยไม่รู้ว่าผิดกฎหมายแล้ว
สรุป
ถ้าจำแบบง่ายที่สุด มกอช.คือหน่วยงาน "ปลายทาง" ที่ดูแลว่าสินค้าเกษตรที่ผลิตออกมาได้มาตรฐานอะไรและมีใบรับรองอะไรติดไปกับสินค้า ส่วนกรมวิชาการเกษตรคือหน่วยงาน "ต้นทาง" ที่ควบคุมว่าปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ย สารเคมี และพันธุ์พืชที่เกษตรกรใช้ปลูกนั้นถูกกฎหมายและปลอดภัยหรือไม่ การแยกสองบทบาทนี้ให้ชัดจะช่วยให้เกษตรกรติดต่อถูกหน่วยงานตั้งแต่ครั้งแรก ประหยัดเวลาทั้งตอนซื้อปัจจัยการผลิตและตอนยื่นขอมาตรฐานรับรองสินค้า ก่อนโทรติดต่อครั้งหน้า ให้ถามตัวเองก่อนว่ากำลังจะถามเรื่อง "สิ่งที่จะเอาไปใช้ปลูก" หรือ "สิ่งที่ปลูกออกมาแล้ว" คำตอบนั้นจะบอกทันทีว่าควรโทรหาใคร และช่วยลดความเสี่ยงที่จะยื่นเอกสารผิดหน่วยงานจนต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้พลาดรอบขายผลผลิตที่วางแผนไว้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) — ข้อมูลมาตรฐาน GAP, Organic Thailand และระบบรับรองสินค้าเกษตร
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลทะเบียนปุ๋ย ทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร และการคุ้มครองพันธุ์พืช
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลข่าวสาร กฎหมาย และมาตรฐานเกษตรเพิ่มเติมได้ที่ หมวดข่าว กฎหมาย มาตรฐาน
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
ไทม์ไลน์ธนาคารที่ดิน ตั้งแต่ตั้ง บจธ. จนถึงยุบเลิก 1 ต.ค. 2569
บจธ. ตั้งปี 2554 เป็นกลไกชั่วคราว ต่ออายุสี่รอบ แล้วถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เรียงเหตุการณ์ตามปีพร้อมตัวเลขที่แหล่งข่าวรายงานต่างกัน
ธนาคารที่ดิน FAQ รวมคำถามที่คนค้นบ่อย ตั้งแต่ บจธ. คือ ยื่นอย่างไร จนถึงถูกยุบแล้วทำไงต่อ
บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้รวมคำถามที่คนค้นบ่อยตั้งแต่ บจธ. คืออะไร ยื่นอย่างไร จนถึงผู้เช่าเดิมต้องทำอย่างไร แยกสิ่งที่ยืนยันได้จากสิ่งที่ยังไม่ชัด
ทำไมรัฐบาลยุบธนาคารที่ดิน เหตุผลภาครัฐ ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจ
เหตุผลของรัฐบาล ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจไป พอช. เรียงตามผู้พูดและวันที่จากแหล่งข่าวที่เปิดอ่านได้ พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่ชัด
สคทช. คืออะไร ทำไมรับช่วงภารกิจธนาคารที่ดิน และเกษตรกรติดต่อเรื่องอะไรได้บ้าง
สคทช. คือหน่วยงานกลางด้านนโยบายที่ดินตามกฎหมายปี 2562 ที่สื่อรายงานว่ากำกับดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านหลัง บจธ. ถูกยุบ บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรยืนยันได้ อะไรยังต้องรอประกาศ
การกระจายการถือครองที่ดินคืออะไร ธนาคารที่ดินเคยแก้ปัญหาที่ดินเกษตรกรได้แค่ไหน
การกระจายการถือครองที่ดินคือการทำให้เกษตรกรเข้าถึงที่ทำกินอย่างเป็นธรรม บทความนี้รวมตัวเลข สศก. ผลงาน บจธ. และท่าทีของแต่ละฝ่ายหลังถูกยุบ
ธนาคารที่ดินต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร ฝากที่ดินหรือให้เช่าได้จริงไหม
ธนาคารที่ดินเป็นตัวกลางเรื่องที่ดิน ไม่ได้รับฝากเงินแบบธนาคารทั่วไป และ บจธ. ถูกยุบเลิกมีผล 1 ต.ค. 2569 บทความนี้เทียบความต่างและทางเลือกที่เหลือ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่
![[SKDRY] CLAY DEHYDUCTION PACKAGE ดูดซับความชื้นได้ดีสําหรับบรรจุภัณฑ์ของแห้ง สินค้าเกษตร และของว่าง](/_next/image?url=%2Fimages%2Fproducts%2F52756523753.webp&w=3840&q=55&dpl=dpl_F2oBEV47oB6RoBVzqn188zWoDYP2)
[SKDRY] CLAY DEHYDUCTION PACKAGE ดูดซับความชื้นได้ดีสําหรับบรรจุภัณฑ์ของแห้ง สินค้าเกษตร และของว่าง
ดูรายละเอียด
ขั้นต่ำ 5 แผ่น ฉลากสินค้า แบบฟรี เปลี่ยนข้อความได้ หมวดทุเรียน ฉลากผลไม้ ฉลากน่ารักๆ สติ๊กเกอร์โลโก้ สติ๊กเกอร์ติดสินค้า
ดูรายละเอียด
ฉลากสินค้า สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า โลโก้สลากสินค้า ราคาถูก สติ๊กเกอร์PP กันน้ำ แผ่นขนาดA3+
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ขอใบรับรอง GAP ต้องติดต่อมกอช.โดยตรงหรือไม่
ไม่จำเป็นต้องติดต่อมกอช.โดยตรงเสมอไป ส่วนใหญ่เกษตรกรจะติดต่อผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดหรือหน่วยตรวจรับรองที่ได้รับการรับรองระบบงานจากมกอช. ซึ่งจะดำเนินการตรวจประเมินแปลงและออกใบรับรองในนามระบบมาตรฐานของมกอช.
ปุ๋ยที่ซื้อมาไม่มีเลขทะเบียน ต้องแจ้งหน่วยงานไหน
แจ้งกรมวิชาการเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ เนื่องจากปุ๋ยทุกชนิดที่วางขายต้องขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรตามกฎหมาย หากไม่มีเลขทะเบียนถือว่าผิดกฎหมายและอาจเป็นปุ๋ยปลอมหรือสูตรไม่ตรงฉลาก
มาตรฐาน Q กับมาตรฐาน Organic Thailand ต่างกันอย่างไร
เครื่องหมาย Q เป็นสัญลักษณ์ที่ครอบคลุมมาตรฐานหลายกลุ่ม รวมถึง GAP ส่วน Organic Thailand เป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ต้องงดใช้สารเคมีสังเคราะห์ตามระยะเวลาที่กำหนดและมีระบบตรวจสอบย้อนกลับเข้มงวดกว่า
ถ้าอยากนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศต้องขออนุญาตจากใคร
ต้องผ่านกรมวิชาการเกษตรซึ่งดูแลการกักกันพืชและตรวจโรคของเมล็ดพันธุ์นำเข้า เพื่อป้องกันโรคและศัตรูพืชแปลกถิ่นเข้าสู่ประเทศ ควรติดต่อล่วงหน้าก่อนสั่งซื้อเพื่อตรวจสอบเงื่อนไขและเอกสารที่ต้องเตรียม
มกอช.กับกรมวิชาการเกษตร ขึ้นกับกระทรวงเดียวกันหรือไม่
ใช่ ทั้งสองหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เหมือนกัน แต่แยกภารกิจกันชัดเจน มกอช.ดูแลมาตรฐานสินค้า ส่วนกรมวิชาการเกษตรดูแลปัจจัยการผลิต ทั้งสองหน่วยงานมักประสานข้อมูลกัน เช่น มาตรฐาน GAP อ้างอิงบัญชีสารเคมีที่กรมวิชาการเกษตรขึ้นทะเบียนไว้
