ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 25 ตุลาคม 2569

สินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรรวบรวมข้าว ดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.5% คืออะไร และชาวนาได้ประโยชน์ตรงไหน

สินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร ดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.5% วงเงิน 15,656.25 ล้านบาท ผู้กู้คือสหกรณ์ ชาวนาได้ประโยชน์ตรงไหนบ้าง และสถานะล่าสุด ต.ค. 2569

สินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรรวบรวมข้าว ดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.5% คืออะไร และชาวนาได้ประโยชน์ตรงไหน

คำตอบสั้น ๆ

สินเชื่อรวบรวมข้าวเป็นเงินกู้ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ไม่ใช่ของชาวนารายบุคคล สถาบันจ่ายดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.50% ตามข่าว 20 ต.ค. 2569 บทความอธิบายกลไก สถานะ และสิ่งที่สมาชิกควรถามสหกรณ์

คำตอบเร็ว: สินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกรคือเงินกู้ที่รัฐสนับสนุนให้ "สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร" นำไปรับซื้อและเก็บรวบรวมข้าวเปลือกช่วงผลผลิตออกพร้อมกัน ตามรายงานของรัฐบาลเมื่อ 20 ต.ค. 2569 สถาบันเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ย 1% ต่อปี ส่วนอีก 3.50% ต่อปีรัฐชดเชยให้ วงเงิน 15,656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก ชาวนาไม่ได้กู้เงินก้อนนี้เอง แต่ได้ประโยชน์เมื่อสหกรณ์หรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกมีเงินทุนไปรับซื้อข้าว ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 โครงการอยู่ในขั้นอนุมัติในหลักการ ยังไม่พบประกาศวันเปิดรับคำขอ

ช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ข้าวนาปีเริ่มออกสู่ตลาดพร้อมกัน ชาวนาหลายบ้านมีปัญหาเดียวกันคือต้องใช้เงินหลังเก็บเกี่ยว ทั้งใช้หนี้ ซื้อปัจจัยการผลิตรอบหน้า จ่ายค่าเกี่ยวและค่ารถ แต่ถ้าทุกคนเร่งขายในสัปดาห์เดียวกัน ข้าวก็ล้นตลาดและราคามักถูกกดดัน เมื่อมีข่าวว่ารัฐจะให้สินเชื่อสถาบันเกษตรกรรวบรวมข้าว ดอกเบี้ย 1% หลายคนจึงถามว่าชาวนาต้องไปกู้ที่ไหน กู้ได้เท่าไร คำตอบสั้น ๆ คือโครงการนี้ไม่ได้ปล่อยกู้ให้ชาวนารายบุคคล เนื้อหาด้านล่างจะอธิบายว่ากลไกเป็นอย่างไร ใครคือผู้กู้ และสมาชิกสหกรณ์ควรเตรียมอะไร

สถานะของโครงการ ณ วันที่ 25 ต.ค. 2569

ภาพประกอบ สถานะของโครงการ ณ วันที่ 25 ต.ค. 2569

ก่อนลงรายละเอียด ต้องแยกให้ชัดว่าข้อมูลส่วนไหนยืนยันได้ และส่วนไหนยังไม่มีประกาศ เพราะมาตรการลักษณะนี้มักถูกเล่าปนกันระหว่าง "ข้อเสนอ" กับ "อนุมัติแล้ว"

เรื่องที่พบจากแหล่งข้อมูลสถานะ
กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อ 20 ต.ค. 2569 ว่ากระทรวงพาณิชย์เสนอ ครม. พิจารณามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 รวม 5 โครงการ กรอบวงเงิน 58,912.64 ล้านบาทข่าวทำเนียบรัฐบาล 20 ต.ค. 2569
มติ ครม. 20 ต.ค. 2569สำนักข่าวเกาหุ้นรายงานว่า ครม. อนุมัติในหลักการ 2 โครงการสินเชื่อ กรอบวงเงิน 56,584.64 ล้านบาท รวมโครงการรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร และให้รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่ออนุมัติในหลักการ (ตามรายงานข่าว)
ผู้ให้สินเชื่อและวันเปิดรับคำขอข่าว 20 ต.ค. 2569 ที่เปิดอ่านไม่ระบุผู้ให้สินเชื่อและไม่ระบุวันเปิดรับคำขอยังไม่พบประกาศ
เงื่อนไขรายละเอียดของปี 2569/70ยังไม่พบเอกสารมติ ครม. ฉบับเต็มหรือประกาศของกรมการค้าภายใน ธ.ก.ส. หรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังไม่พบประกาศ

สรุปจากตารางคือ มีการอนุมัติในหลักการแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรถือว่ารายละเอียดปฏิบัติ เช่น วันเริ่มปล่อยกู้ ระยะเวลาเบิกเงิน และเงื่อนไขของสถาบันที่จะเข้าร่วม ยังรอประกาศอย่างเป็นทางการ ในรายงานข่าวบางชิ้นยังใช้คำว่า "เสนอ" กับโครงการนี้ ขณะที่อีกชิ้นใช้คำว่า "อนุมัติในหลักการ" ซึ่งสอดคล้องกันได้เพราะวันเดียวกันนั้นกระทรวงเสนอเรื่องเข้า ครม. แล้ว ครม. จึงมีมติในหลักการ

ตัวเลขหลักของโครงการ

ภาพประกอบ ตัวเลขหลักของโครงการ

ตัวเลขต่อไปนี้มาจากข่าวทำเนียบรัฐบาลวันที่ 20 ต.ค. 2569 ซึ่งรายงานว่าเป็นโครงการลำดับที่ 2 จากทั้งหมด 5 โครงการของมาตรการข้าวนาปี 2569/70

รายการข้อมูลที่รายงาน
ชื่อโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร
วงเงินรวม15,656.25 ล้านบาท
เป้าหมายข้าวเปลือก1.5 ล้านตัน
ดอกเบี้ยที่สถาบันเกษตรกรจ่าย1% ต่อปี
ส่วนที่รัฐชดเชย3.50% ต่อปี
วัตถุประสงค์ตามข่าวรวบรวมข้าวเพื่อจำหน่ายหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่า เพิ่มสภาพคล่องและอำนาจต่อรองในการขาย

ส่วนการแบ่งวงเงินเป็น "สินเชื่อ" 15,000 ล้านบาท กับ "จ่ายขาด" 656.25 ล้านบาท พบในรายงานการประชุม นบข. ที่เผยแพร่ผ่านไทยพีบีเอสเมื่อ 11 มิ.ย. 2569 ซึ่งระบุว่าใช้งบมาตรา 28 และให้กรมการค้าภายในทำงานร่วมกับ ธ.ก.ส. ส่วนข่าววันที่ 20 ต.ค. ที่เปิดอ่านไม่ได้แยกตัวเลขสองก้อนนี้ไว้ จึงควรอ่านว่า 15,656.25 ล้านบาทคือกรอบวงเงินรวม ไม่ใช่เงินที่จะปล่อยกู้ทั้งก้อน

เรื่องดอกเบี้ย 1% กับ 3.50% รวมกันเป็น 4.50% ต่อปี ซึ่งตรงกับรูปแบบที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เคยเล่าไว้สำหรับโครงการปี 2567/68 คือ ธ.ก.ส. คิดอัตรา 4.5% ต่อปี สถาบันเกษตรกรจ่าย 1% และรัฐชดเชยให้ ธ.ก.ส. อีก 3.5% แต่ข้อมูลส่วนนี้เป็นของปีก่อน ปี 2569/70 ต้องรอประกาศว่าใช้โครงสร้างเดียวกันหรือไม่ และใครเป็นผู้ปล่อยกู้

ใครคือผู้กู้ และชาวนาอยู่ตรงไหนของกลไก

นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด คำว่า "สถาบันเกษตรกร" ในโครงการปีการผลิต 2568/69 ที่สำนักประชาสัมพันธ์เขตเผยแพร่เมื่อ 20 ส.ค. 2568 หมายถึงสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เท่านั้น ชาวนาที่ไม่ได้อยู่ในสถาบันเหล่านี้ไม่ใช่ผู้กู้โดยตรง ลำดับการไหลของเงินและข้าวตามที่โครงการปีก่อนอธิบายไว้เป็นดังนี้

  1. สถาบันเกษตรกรที่พร้อมเข้าร่วมยื่นคำขอสินเชื่อตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนด
  2. เมื่อได้รับอนุมัติ สถาบันนำเงินไปรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกหรือเกษตรกรในพื้นที่ ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์อธิบายว่าเป็นการกู้ "เพื่อรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร"
  3. สถาบันเก็บรวบรวมข้าวไว้ แล้วจำหน่ายหรือแปรรูปเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม
  4. สถาบันชำระเงินกู้คืนตามกำหนดของโครงการ

ชาวนาจึงอยู่ที่ขั้นที่สอง คือเป็นผู้ขายข้าวเปลือกให้สถาบันของตนในช่วงเก็บเกี่ยว ประโยชน์ที่เกิดขึ้นได้จริงมีสองทาง ทางแรกคือมีผู้ซื้อในพื้นที่ที่ไม่ต้องรอพ่อค้าหรือโรงสีเพียงอย่างเดียว ทางที่สองคือสหกรณ์ที่มีทุนพอจะรับซื้อได้มากขึ้นและไม่ต้องเร่งปล่อยข้าวเมื่อราคาตกต่ำ ซึ่งตรงกับคำอธิบายของโครงการว่าช่วย "สภาพคล่องและอำนาจต่อรอง" แต่ต้องย้ำว่าไม่พบข้อความจากแหล่งทางการที่ระบุว่าโครงการนี้ตั้งราคารับซื้อขั้นต่ำให้ชาวนา ราคาที่สหกรณ์รับซื้อจึงขึ้นกับสถาบันและตลาดในแต่ละช่วง

ต่างจากสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกอย่างไร

ภาพประกอบ ต่างจากสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกอย่างไร

โครงการที่ถูกเขียนถึงบ่อยในข่าวชุดเดียวกันคือสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ซึ่งเว็บไซต์นี้มีบทความอธิบายแยกไว้แล้วที่ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง บทความนี้ไม่ซ้ำเนื้อหานั้น แต่ขอเทียบสั้น ๆ เพื่อให้เห็นว่าสองโครงการอยู่คนละฝั่งของห่วงโซ่

หัวข้อสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกสินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร
วงเงินตามข่าว 20 ต.ค. 256940,928.39 ล้านบาท15,656.25 ล้านบาท
เป้าหมาย3 ล้านตัน1.5 ล้านตัน
ภาพรวมกลไกเกษตรกรเก็บข้าวไว้เองแล้วรอขายในจังหวะที่เหมาะสม รัฐรับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรสถาบันเกษตรกรกู้เงินไปรับซื้อและรวบรวมข้าว สถาบันจ่ายดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.50%
ใครเป็นผู้ขอสินเชื่อตามรายละเอียดของโครงการ ซึ่งผู้อ่านควรตรวจประกาศ ธ.ก.ส.สถาบันเกษตรกร ไม่ใช่ชาวนารายบุคคล
ชาวนาต้องทำอะไรตรวจเงื่อนไขการเก็บข้าวและการขอสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.ติดต่อสหกรณ์หรือกลุ่มที่เป็นสมาชิก ว่าเข้าร่วมโครงการหรือไม่

ข้อมูลฝั่งสินเชื่อชะลอการขายในตารางนี้ยกมาจากข่าวทำเนียบรัฐบาลวันเดียวกันเพื่อเทียบเท่านั้น รายละเอียดเพดานเงินต่อตันและเงื่อนไขการเก็บข้าวควรอ่านจากบทความเฉพาะของโครงการนั้น

ตัวอย่างคำนวณ: รัฐช่วยดอกเบี้ยให้สถาบันประมาณเท่าไร

ภาพประกอบ ตัวอย่างคำนวณ: รัฐช่วยดอกเบี้ยให้สถาบันประมาณเท่าไร

ตัวเลขด้านล่างเป็น ตัวอย่างสมมติ เพื่อให้เห็นภาพว่าส่วนต่างดอกเบี้ย 3.50% มีผลแค่ไหน ไม่ใช่ข้อมูลของสหกรณ์ใดจริง ฐานคิดคือดอกเบี้ยอย่างง่าย โดยสมมติว่าเงินกู้คงค้างเต็มจำนวนตลอดช่วงที่ถือ ซึ่งในทางปฏิบัติจะต่างไปตามการเบิกและการชำระจริง

สมมติฐาน (ตัวอย่าง)วิธีคิดผลลัพธ์
สหกรณ์กู้ 10 ล้านบาท ถือเงินกู้ 3 เดือนดอกเบี้ยที่สหกรณ์จ่ายที่ 1% ต่อปี = 10,000,000 × 1% × 3 ÷ 1225,000 บาท
กรณีไม่มีรัฐช่วย ที่อัตรารวม 4.50% ต่อปี10,000,000 × 4.50% × 3 ÷ 12112,500 บาท
ส่วนที่รัฐชดเชย 3.50% ต่อปี10,000,000 × 3.50% × 3 ÷ 1287,500 บาท

ถ้าสหกรณ์นี้ซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกมาเก็บไว้ ต้นทุนเงินกู้ที่ต่ำมากทำให้ไม่ต้องรีบขายเพื่อเลี่ยงดอกเบี้ย นี่คือเหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์ที่รัฐใช้อธิบายว่าช่วย "ดึงข้าวออกจากตลาดช่วงผลผลิตล้น" แต่อย่าลืมว่าต้นทุนจริงของสหกรณ์ยังมีค่าโกดัง ค่าแรง ค่าความชื้นและน้ำหนักที่สูญเสีย และความเสี่ยงเรื่องราคาที่อาจลดลงอีกก็ยังเป็นของสถาบัน ตัวอย่างข้างต้นจึงแสดงเฉพาะดอกเบี้ย

สมาชิกสหกรณ์ควรเตรียมอะไรก่อนเก็บเกี่ยว

เมื่อยังไม่มีประกาศวันเปิดรับคำขอ สิ่งที่ชาวนาทำได้ตอนนี้คือเตรียมตัวและถามให้ถูกคน ข้อต่อไปนี้เป็นแนวปฏิบัติจากประสบการณ์การขายผ่านสหกรณ์ทั่วไป ไม่ใช่เงื่อนไขของโครงการที่ประกาศอย่างเป็นทางการ

  • ถามเจ้าหน้าที่สหกรณ์หรือประธานกลุ่มตรง ๆ ว่าปีนี้สถาบันจะเข้าร่วมสินเชื่อรวบรวมข้าวหรือไม่ และตอนนี้อยู่ขั้นไหน อย่ารอฟังจากข่าว
  • ถามว่าสหกรณ์รับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกอย่างเดียวหรือรับจากบุคคลภายนอกด้วย เพราะบางแห่งให้สิทธิ์สมาชิกก่อน
  • ถามเกณฑ์ราคา ความชื้น และสิ่งเจือปนที่สหกรณ์ใช้ตรวจ เขียนไว้ให้ชัดก่อนส่งข้าว เพราะความชื้นและสิ่งเจือปนมักเป็นเรื่องที่ตกลงกันไม่ตรงตอนชั่งข้าว
  • ถามกำหนดจ่ายเงิน ว่าจ่ายทันทีหรือรอเป็นรอบ และให้ขอใบรับข้าวหรือใบชั่งที่มีน้ำหนักและวันที่ทุกครั้ง
  • ตรวจว่าตนเองเป็นสมาชิกที่ถูกต้องตามระเบียบของสถาบัน เช่น ค่าหุ้นหรือค่าสมัครที่ค้างอยู่ จะได้ไม่ติดขัดตอนรับซื้อ
  • ดูทางเลือกอื่นเทียบกันไว้ เช่น ขายให้โรงสีโดยตรง หรือเก็บข้าวไว้เองเพื่อใช้สินเชื่อชะลอการขาย โดยอ่านเปรียบเทียบได้ที่ รวมกลุ่มเกษตรกรขายผ่านสหกรณ์: ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเริ่มต้น

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าสหกรณ์ใกล้บ้านต่างจากสถาบันอื่นอย่างไร ลองอ่าน สกต. ต่างจากสหกรณ์การเกษตรทั่วไปอย่างไร ประกอบ และถ้ากังวลเรื่องภาระหนี้ของตนเองจาก ธ.ก.ส. ให้เทียบกับ บัตรเกษตรสุขใจกับสินเชื่อ ธ.ก.ส. ปกติ แยกต่างหาก เพราะสินเชื่อของสถาบันไม่ได้ลดหนี้รายบุคคลของสมาชิก

ปีก่อน ๆ โครงการนี้ทำงานอย่างไร

ภาพประกอบ ปีก่อน ๆ โครงการนี้ทำงานอย่างไร

เพื่อไม่ให้คาดหวังเกินจริง ลองดูสิ่งที่เปิดเผยจากปีก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น

  • ปีการผลิต 2567/68: กรมส่งเสริมสหกรณ์รายงานว่า นบข. เห็นชอบมาตรการเมื่อ 8 พ.ย. 2567 โดยให้ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ให้สถาบันเกษตรกรเพื่อรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร เบิกเงินได้ถึง 30 ก.ย. 2568 และชำระคืนภายใน 31 ธ.ค. 2568 และได้ให้สหกรณ์จังหวัดเตรียมความพร้อมสหกรณ์ที่จะเข้าร่วมล่วงหน้า
  • ปีการผลิต 2568/69: เอกสารที่สำนักประชาสัมพันธ์เผยแพร่เมื่อ 20 ส.ค. 2568 ระบุวงเงินรวม 15,656.25 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อ 15,000 ล้านบาทและจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน ระยะสินเชื่อ 1 ต.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2569 โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบหลายแห่ง ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และ ธ.ก.ส.

ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์คือ ในปี 2567/68 หน่วยงานให้สหกรณ์เตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนมติ ครม. ออก ดังนั้นสหกรณ์ที่ตอบสนองเร็วจึงมักอยู่ในจังหวะที่ดีกว่า ส่วนตัวเลขผลการดำเนินงานจริงของปี 2568/69 เช่น จำนวนสถาบันที่กู้และปริมาณข้าวที่รับซื้อ ผู้เขียนไม่พบเอกสารทางการที่เปิดอ่านได้ จึงไม่นำตัวเลขใด ๆ จากข่าวที่ยืนยันไม่ได้มาลงในบทความนี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่ออ่านข่าวสินเชื่อข้าว

ภาพประกอบ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่ออ่านข่าวสินเชื่อข้าว
  • คิดว่าชาวนาไปกู้ที่ ธ.ก.ส. ได้ดอกเบี้ย 1%: อัตรา 1% เป็นของสถาบันเกษตรกรตามข่าว ไม่ใช่ของชาวนารายบุคคล การไปขอกู้ด้วยตนเองโดยอ้างโครงการนี้อาจไม่ได้สิทธิ์
  • เอาวงเงิน 15,656.25 ล้านบาทไปคิดต่อหัว: เป็นกรอบวงเงินของทั้งโครงการที่กระจายผ่านสถาบัน ไม่ใช่เงินแจกต่อครัวเรือน
  • สับสนกับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท: เป็นคนละมาตรการ และสถานะก็ไม่เหมือนกัน ดูสถานะล่าสุดได้ที่บทความ เงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ตอนนี้อยู่ขั้นไหน และใครมีสิทธิ์
  • เชื่อว่ารัฐประกันราคาซื้อให้สหกรณ์: ข่าวที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุราคารับซื้อขั้นต่ำ สหกรณ์ตั้งราคาตามตลาดและต้นทุนของตน
  • รอโครงการจนเลยจังหวะขาย: ถ้าต้องใช้เงินเร่งด่วน ควรเทียบราคาที่ได้จริงจากหลายแหล่งก่อน อย่ารอเฉพาะประกาศที่ยังไม่ออก
  • ส่งข้าวโดยไม่เก็บหลักฐาน: ไม่มีใบชั่งหรือใบรับข้าว หากมีข้อโต้แย้งเรื่องน้ำหนักหรือความชื้นจะตามเรื่องได้ยาก

สรุป

สินเชื่อรวบรวมข้าวที่ดอกเบี้ย 1% เป็นเงินกู้ของ "สถาบันเกษตรกร" ไม่ใช่ของชาวนารายบุคคล รัฐชดเชยอีก 3.50% ต่อปี วงเงิน 15,656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน และตามรายงานข่าวเมื่อ 20 ต.ค. 2569 ครม. อนุมัติในหลักการแล้ว แต่ยังไม่พบประกาศผู้ให้สินเชื่อ วันเปิดรับคำขอ และเงื่อนไขรายละเอียด ชาวนาได้ประโยชน์ทางอ้อมเมื่อสหกรณ์หรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกมีทุนรับซื้อข้าว จึงควรถามสหกรณ์ตรง ๆ เตรียมหลักฐานการขาย และเทียบทางขายอื่นไว้ก่อน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄รัฐบาลไทย (ข่าวทำเนียบรัฐบาล) 20 ต.ค. 2569 — แถลงข้อเสนอมาตรการพยุงราคาข้าวนาปี 2569/70 5 โครงการ และรายละเอียดโครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว: https://www.thaigov.go.th/th/news/170348
  • 📄รัฐบาลไทย สรุปข่าวการประชุม ครม. 20 ต.ค. 2569 — ระเบียบวาระ "มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70": https://www.thaigov.go.th/th/news/170354
  • 📄สำนักข่าวเกาหุ้น 20 ต.ค. 2569 — รายงานมติ ครม. อนุมัติในหลักการ 2 โครงการสินเชื่อ 56,584.64 ล้านบาท (ตามรายงานข่าว): https://www.kaohoon.com/news/local/873415
  • 📄ไทยพีบีเอส 11 มิ.ย. 2569 — รายงานมติ นบข. แบ่งวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท และจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท งบมาตรา 28: https://www.thaipbs.or.th/news/content/506981
  • 📄กรมประชาสัมพันธ์ (สำนักประชาสัมพันธ์เขต) 20 ส.ค. 2568 — รายละเอียดโครงการสินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร ปี 2568/69 ผู้กู้ที่เข้าข่าย ระยะสินเชื่อ และหน่วยงานรับผิดชอบ: https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/36/iid/416591
  • 📄กรมส่งเสริมสหกรณ์ — ข่าวโครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว ปี 2567/68 บทบาท ธ.ก.ส. และโครงสร้างดอกเบี้ย 1% และ 3.5%: https://cpd.go.th/activity-news-external/item/8313-News_Cpd_External-261167.html

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ชาวนารายบุคคลกู้เงินก้อนนี้ได้ไหม

จากข่าวและเอกสารปีก่อน ผู้กู้คือสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน ชาวนารายบุคคลไม่ใช่ผู้กู้ตามโครงการนี้ หากต้องการสินเชื่อของตนเองให้สอบถาม ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้านเรื่องสินเชื่อชะลอการขายหรือสินเชื่ออื่นที่เปิดอยู่

ดอกเบี้ย 1% กับ 3.5% หมายความว่าอย่างไร

ตามข่าว 20 ต.ค. 2569 สถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย 1% ต่อปี และรัฐชดเชยอีก 3.50% ต่อปี รวมเป็น 4.50% ต่อปี ตรงกับโครงสร้างที่เคยใช้ในปี 2567/68 แต่ผู้ให้สินเชื่อและรายละเอียดของปี 2569/70 ยังไม่พบประกาศ

ตอนนี้โครงการอนุมัติแล้วหรือยัง

ตามรายงานข่าวเมื่อ 20 ต.ค. 2569 ครม. อนุมัติในหลักการ 2 โครงการสินเชื่อ ซึ่งรวมโครงการนี้ และให้รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ยังไม่พบประกาศเปิดรับคำขอ จึงควรตรวจกับกรมการค้าภายใน ธ.ก.ส. หรือสหกรณ์จังหวัด

เป้าหมาย 1.5 ล้านตันเท่ากับข้าวทั้งประเทศหรือไม่

ไม่ใช่ เป็นเป้าหมายปริมาณข้าวเปลือกที่โครงการตั้งไว้ให้สถาบันเกษตรกรรวบรวม ไม่ได้บอกว่าข้าวนาปีทั้งประเทศมีกี่ตัน และไม่ได้รับรองว่าจะรวบรวมได้ตามเป้า

ถ้าสหกรณ์ของผมไม่เข้าร่วมโครงการ ผมเสียสิทธิ์อะไรไหม

ชาวนาไม่ได้เสียสิทธิ์รับเงินจากโครงการอื่น เพียงแต่จะไม่ได้ประโยชน์จากสหกรณ์ที่มีเงินทุนรับซื้อตามโครงการนี้ ควรเทียบทางขายอื่นและตรวจสิทธิ์ในมาตรการแยกต่างหาก เช่น ทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร

จะรู้ได้อย่างไรว่าสหกรณ์ใกล้บ้านเข้าร่วม

ถามที่สหกรณ์โดยตรง หรือสอบถามสำนักงานสหกรณ์จังหวัด/อำเภอ ในปี 2567/68 กรมส่งเสริมสหกรณ์แจ้งให้สหกรณ์จังหวัดเตรียมความพร้อมสหกรณ์ที่จะเข้าร่วม จึงเป็นช่องทางที่ถามได้

ราคารับซื้อของสหกรณ์จะสูงกว่าตลาดไหม

ไม่พบข้อมูลทางการที่ระบุเช่นนั้น ราคาขึ้นกับสถาบัน คุณภาพข้าว ความชื้น และราคาตลาดในวันรับซื้อ ควรสอบถามเกณฑ์ราคาก่อนส่งข้าวและเทียบกับราคาของโรงสีหรือผู้ซื้อรายอื่นในวันเดียวกัน