คำตอบสั้น ๆ
สินเชื่อรวบรวมข้าวเป็นเงินกู้ของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ไม่ใช่ของชาวนารายบุคคล สถาบันจ่ายดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.50% ตามข่าว 20 ต.ค. 2569 บทความอธิบายกลไก สถานะ และสิ่งที่สมาชิกควรถามสหกรณ์
คำตอบเร็ว: สินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกรคือเงินกู้ที่รัฐสนับสนุนให้ "สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร" นำไปรับซื้อและเก็บรวบรวมข้าวเปลือกช่วงผลผลิตออกพร้อมกัน ตามรายงานของรัฐบาลเมื่อ 20 ต.ค. 2569 สถาบันเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ย 1% ต่อปี ส่วนอีก 3.50% ต่อปีรัฐชดเชยให้ วงเงิน 15,656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก ชาวนาไม่ได้กู้เงินก้อนนี้เอง แต่ได้ประโยชน์เมื่อสหกรณ์หรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกมีเงินทุนไปรับซื้อข้าว ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 โครงการอยู่ในขั้นอนุมัติในหลักการ ยังไม่พบประกาศวันเปิดรับคำขอ
ช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ข้าวนาปีเริ่มออกสู่ตลาดพร้อมกัน ชาวนาหลายบ้านมีปัญหาเดียวกันคือต้องใช้เงินหลังเก็บเกี่ยว ทั้งใช้หนี้ ซื้อปัจจัยการผลิตรอบหน้า จ่ายค่าเกี่ยวและค่ารถ แต่ถ้าทุกคนเร่งขายในสัปดาห์เดียวกัน ข้าวก็ล้นตลาดและราคามักถูกกดดัน เมื่อมีข่าวว่ารัฐจะให้สินเชื่อสถาบันเกษตรกรรวบรวมข้าว ดอกเบี้ย 1% หลายคนจึงถามว่าชาวนาต้องไปกู้ที่ไหน กู้ได้เท่าไร คำตอบสั้น ๆ คือโครงการนี้ไม่ได้ปล่อยกู้ให้ชาวนารายบุคคล เนื้อหาด้านล่างจะอธิบายว่ากลไกเป็นอย่างไร ใครคือผู้กู้ และสมาชิกสหกรณ์ควรเตรียมอะไร
สถานะของโครงการ ณ วันที่ 25 ต.ค. 2569
ก่อนลงรายละเอียด ต้องแยกให้ชัดว่าข้อมูลส่วนไหนยืนยันได้ และส่วนไหนยังไม่มีประกาศ เพราะมาตรการลักษณะนี้มักถูกเล่าปนกันระหว่าง "ข้อเสนอ" กับ "อนุมัติแล้ว"
| เรื่อง | ที่พบจากแหล่งข้อมูล | สถานะ |
|---|---|---|
| กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการ | รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อ 20 ต.ค. 2569 ว่ากระทรวงพาณิชย์เสนอ ครม. พิจารณามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 รวม 5 โครงการ กรอบวงเงิน 58,912.64 ล้านบาท | ข่าวทำเนียบรัฐบาล 20 ต.ค. 2569 |
| มติ ครม. 20 ต.ค. 2569 | สำนักข่าวเกาหุ้นรายงานว่า ครม. อนุมัติในหลักการ 2 โครงการสินเชื่อ กรอบวงเงิน 56,584.64 ล้านบาท รวมโครงการรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร และให้รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ | อนุมัติในหลักการ (ตามรายงานข่าว) |
| ผู้ให้สินเชื่อและวันเปิดรับคำขอ | ข่าว 20 ต.ค. 2569 ที่เปิดอ่านไม่ระบุผู้ให้สินเชื่อและไม่ระบุวันเปิดรับคำขอ | ยังไม่พบประกาศ |
| เงื่อนไขรายละเอียดของปี 2569/70 | ยังไม่พบเอกสารมติ ครม. ฉบับเต็มหรือประกาศของกรมการค้าภายใน ธ.ก.ส. หรือกรมส่งเสริมสหกรณ์ | ยังไม่พบประกาศ |
สรุปจากตารางคือ มีการอนุมัติในหลักการแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรถือว่ารายละเอียดปฏิบัติ เช่น วันเริ่มปล่อยกู้ ระยะเวลาเบิกเงิน และเงื่อนไขของสถาบันที่จะเข้าร่วม ยังรอประกาศอย่างเป็นทางการ ในรายงานข่าวบางชิ้นยังใช้คำว่า "เสนอ" กับโครงการนี้ ขณะที่อีกชิ้นใช้คำว่า "อนุมัติในหลักการ" ซึ่งสอดคล้องกันได้เพราะวันเดียวกันนั้นกระทรวงเสนอเรื่องเข้า ครม. แล้ว ครม. จึงมีมติในหลักการ
ตัวเลขหลักของโครงการ
ตัวเลขต่อไปนี้มาจากข่าวทำเนียบรัฐบาลวันที่ 20 ต.ค. 2569 ซึ่งรายงานว่าเป็นโครงการลำดับที่ 2 จากทั้งหมด 5 โครงการของมาตรการข้าวนาปี 2569/70
| รายการ | ข้อมูลที่รายงาน |
|---|---|
| ชื่อโครงการ | สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร |
| วงเงินรวม | 15,656.25 ล้านบาท |
| เป้าหมายข้าวเปลือก | 1.5 ล้านตัน |
| ดอกเบี้ยที่สถาบันเกษตรกรจ่าย | 1% ต่อปี |
| ส่วนที่รัฐชดเชย | 3.50% ต่อปี |
| วัตถุประสงค์ตามข่าว | รวบรวมข้าวเพื่อจำหน่ายหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่า เพิ่มสภาพคล่องและอำนาจต่อรองในการขาย |
ส่วนการแบ่งวงเงินเป็น "สินเชื่อ" 15,000 ล้านบาท กับ "จ่ายขาด" 656.25 ล้านบาท พบในรายงานการประชุม นบข. ที่เผยแพร่ผ่านไทยพีบีเอสเมื่อ 11 มิ.ย. 2569 ซึ่งระบุว่าใช้งบมาตรา 28 และให้กรมการค้าภายในทำงานร่วมกับ ธ.ก.ส. ส่วนข่าววันที่ 20 ต.ค. ที่เปิดอ่านไม่ได้แยกตัวเลขสองก้อนนี้ไว้ จึงควรอ่านว่า 15,656.25 ล้านบาทคือกรอบวงเงินรวม ไม่ใช่เงินที่จะปล่อยกู้ทั้งก้อน
เรื่องดอกเบี้ย 1% กับ 3.50% รวมกันเป็น 4.50% ต่อปี ซึ่งตรงกับรูปแบบที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เคยเล่าไว้สำหรับโครงการปี 2567/68 คือ ธ.ก.ส. คิดอัตรา 4.5% ต่อปี สถาบันเกษตรกรจ่าย 1% และรัฐชดเชยให้ ธ.ก.ส. อีก 3.5% แต่ข้อมูลส่วนนี้เป็นของปีก่อน ปี 2569/70 ต้องรอประกาศว่าใช้โครงสร้างเดียวกันหรือไม่ และใครเป็นผู้ปล่อยกู้
ใครคือผู้กู้ และชาวนาอยู่ตรงไหนของกลไก
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด คำว่า "สถาบันเกษตรกร" ในโครงการปีการผลิต 2568/69 ที่สำนักประชาสัมพันธ์เขตเผยแพร่เมื่อ 20 ส.ค. 2568 หมายถึงสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เท่านั้น ชาวนาที่ไม่ได้อยู่ในสถาบันเหล่านี้ไม่ใช่ผู้กู้โดยตรง ลำดับการไหลของเงินและข้าวตามที่โครงการปีก่อนอธิบายไว้เป็นดังนี้
- สถาบันเกษตรกรที่พร้อมเข้าร่วมยื่นคำขอสินเชื่อตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนด
- เมื่อได้รับอนุมัติ สถาบันนำเงินไปรับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกหรือเกษตรกรในพื้นที่ ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์อธิบายว่าเป็นการกู้ "เพื่อรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร"
- สถาบันเก็บรวบรวมข้าวไว้ แล้วจำหน่ายหรือแปรรูปเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม
- สถาบันชำระเงินกู้คืนตามกำหนดของโครงการ
ชาวนาจึงอยู่ที่ขั้นที่สอง คือเป็นผู้ขายข้าวเปลือกให้สถาบันของตนในช่วงเก็บเกี่ยว ประโยชน์ที่เกิดขึ้นได้จริงมีสองทาง ทางแรกคือมีผู้ซื้อในพื้นที่ที่ไม่ต้องรอพ่อค้าหรือโรงสีเพียงอย่างเดียว ทางที่สองคือสหกรณ์ที่มีทุนพอจะรับซื้อได้มากขึ้นและไม่ต้องเร่งปล่อยข้าวเมื่อราคาตกต่ำ ซึ่งตรงกับคำอธิบายของโครงการว่าช่วย "สภาพคล่องและอำนาจต่อรอง" แต่ต้องย้ำว่าไม่พบข้อความจากแหล่งทางการที่ระบุว่าโครงการนี้ตั้งราคารับซื้อขั้นต่ำให้ชาวนา ราคาที่สหกรณ์รับซื้อจึงขึ้นกับสถาบันและตลาดในแต่ละช่วง
ต่างจากสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกอย่างไร
โครงการที่ถูกเขียนถึงบ่อยในข่าวชุดเดียวกันคือสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ซึ่งเว็บไซต์นี้มีบทความอธิบายแยกไว้แล้วที่ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก เก็บข้าวไว้ในยุ้งแล้วได้อะไรบ้าง บทความนี้ไม่ซ้ำเนื้อหานั้น แต่ขอเทียบสั้น ๆ เพื่อให้เห็นว่าสองโครงการอยู่คนละฝั่งของห่วงโซ่
| หัวข้อ | สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก | สินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร |
|---|---|---|
| วงเงินตามข่าว 20 ต.ค. 2569 | 40,928.39 ล้านบาท | 15,656.25 ล้านบาท |
| เป้าหมาย | 3 ล้านตัน | 1.5 ล้านตัน |
| ภาพรวมกลไก | เกษตรกรเก็บข้าวไว้เองแล้วรอขายในจังหวะที่เหมาะสม รัฐรับภาระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร | สถาบันเกษตรกรกู้เงินไปรับซื้อและรวบรวมข้าว สถาบันจ่ายดอกเบี้ย 1% รัฐชดเชย 3.50% |
| ใครเป็นผู้ขอสินเชื่อ | ตามรายละเอียดของโครงการ ซึ่งผู้อ่านควรตรวจประกาศ ธ.ก.ส. | สถาบันเกษตรกร ไม่ใช่ชาวนารายบุคคล |
| ชาวนาต้องทำอะไร | ตรวจเงื่อนไขการเก็บข้าวและการขอสินเชื่อกับ ธ.ก.ส. | ติดต่อสหกรณ์หรือกลุ่มที่เป็นสมาชิก ว่าเข้าร่วมโครงการหรือไม่ |
ข้อมูลฝั่งสินเชื่อชะลอการขายในตารางนี้ยกมาจากข่าวทำเนียบรัฐบาลวันเดียวกันเพื่อเทียบเท่านั้น รายละเอียดเพดานเงินต่อตันและเงื่อนไขการเก็บข้าวควรอ่านจากบทความเฉพาะของโครงการนั้น
ตัวอย่างคำนวณ: รัฐช่วยดอกเบี้ยให้สถาบันประมาณเท่าไร
ตัวเลขด้านล่างเป็น ตัวอย่างสมมติ เพื่อให้เห็นภาพว่าส่วนต่างดอกเบี้ย 3.50% มีผลแค่ไหน ไม่ใช่ข้อมูลของสหกรณ์ใดจริง ฐานคิดคือดอกเบี้ยอย่างง่าย โดยสมมติว่าเงินกู้คงค้างเต็มจำนวนตลอดช่วงที่ถือ ซึ่งในทางปฏิบัติจะต่างไปตามการเบิกและการชำระจริง
| สมมติฐาน (ตัวอย่าง) | วิธีคิด | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|
| สหกรณ์กู้ 10 ล้านบาท ถือเงินกู้ 3 เดือน | ดอกเบี้ยที่สหกรณ์จ่ายที่ 1% ต่อปี = 10,000,000 × 1% × 3 ÷ 12 | 25,000 บาท |
| กรณีไม่มีรัฐช่วย ที่อัตรารวม 4.50% ต่อปี | 10,000,000 × 4.50% × 3 ÷ 12 | 112,500 บาท |
| ส่วนที่รัฐชดเชย 3.50% ต่อปี | 10,000,000 × 3.50% × 3 ÷ 12 | 87,500 บาท |
ถ้าสหกรณ์นี้ซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกมาเก็บไว้ ต้นทุนเงินกู้ที่ต่ำมากทำให้ไม่ต้องรีบขายเพื่อเลี่ยงดอกเบี้ย นี่คือเหตุผลเชิงเศรษฐศาสตร์ที่รัฐใช้อธิบายว่าช่วย "ดึงข้าวออกจากตลาดช่วงผลผลิตล้น" แต่อย่าลืมว่าต้นทุนจริงของสหกรณ์ยังมีค่าโกดัง ค่าแรง ค่าความชื้นและน้ำหนักที่สูญเสีย และความเสี่ยงเรื่องราคาที่อาจลดลงอีกก็ยังเป็นของสถาบัน ตัวอย่างข้างต้นจึงแสดงเฉพาะดอกเบี้ย
สมาชิกสหกรณ์ควรเตรียมอะไรก่อนเก็บเกี่ยว
เมื่อยังไม่มีประกาศวันเปิดรับคำขอ สิ่งที่ชาวนาทำได้ตอนนี้คือเตรียมตัวและถามให้ถูกคน ข้อต่อไปนี้เป็นแนวปฏิบัติจากประสบการณ์การขายผ่านสหกรณ์ทั่วไป ไม่ใช่เงื่อนไขของโครงการที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
- ถามเจ้าหน้าที่สหกรณ์หรือประธานกลุ่มตรง ๆ ว่าปีนี้สถาบันจะเข้าร่วมสินเชื่อรวบรวมข้าวหรือไม่ และตอนนี้อยู่ขั้นไหน อย่ารอฟังจากข่าว
- ถามว่าสหกรณ์รับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกอย่างเดียวหรือรับจากบุคคลภายนอกด้วย เพราะบางแห่งให้สิทธิ์สมาชิกก่อน
- ถามเกณฑ์ราคา ความชื้น และสิ่งเจือปนที่สหกรณ์ใช้ตรวจ เขียนไว้ให้ชัดก่อนส่งข้าว เพราะความชื้นและสิ่งเจือปนมักเป็นเรื่องที่ตกลงกันไม่ตรงตอนชั่งข้าว
- ถามกำหนดจ่ายเงิน ว่าจ่ายทันทีหรือรอเป็นรอบ และให้ขอใบรับข้าวหรือใบชั่งที่มีน้ำหนักและวันที่ทุกครั้ง
- ตรวจว่าตนเองเป็นสมาชิกที่ถูกต้องตามระเบียบของสถาบัน เช่น ค่าหุ้นหรือค่าสมัครที่ค้างอยู่ จะได้ไม่ติดขัดตอนรับซื้อ
- ดูทางเลือกอื่นเทียบกันไว้ เช่น ขายให้โรงสีโดยตรง หรือเก็บข้าวไว้เองเพื่อใช้สินเชื่อชะลอการขาย โดยอ่านเปรียบเทียบได้ที่ รวมกลุ่มเกษตรกรขายผ่านสหกรณ์: ข้อดี ข้อเสีย และวิธีเริ่มต้น
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าสหกรณ์ใกล้บ้านต่างจากสถาบันอื่นอย่างไร ลองอ่าน สกต. ต่างจากสหกรณ์การเกษตรทั่วไปอย่างไร ประกอบ และถ้ากังวลเรื่องภาระหนี้ของตนเองจาก ธ.ก.ส. ให้เทียบกับ บัตรเกษตรสุขใจกับสินเชื่อ ธ.ก.ส. ปกติ แยกต่างหาก เพราะสินเชื่อของสถาบันไม่ได้ลดหนี้รายบุคคลของสมาชิก
ปีก่อน ๆ โครงการนี้ทำงานอย่างไร
เพื่อไม่ให้คาดหวังเกินจริง ลองดูสิ่งที่เปิดเผยจากปีก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น
- ปีการผลิต 2567/68: กรมส่งเสริมสหกรณ์รายงานว่า นบข. เห็นชอบมาตรการเมื่อ 8 พ.ย. 2567 โดยให้ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ให้สถาบันเกษตรกรเพื่อรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร เบิกเงินได้ถึง 30 ก.ย. 2568 และชำระคืนภายใน 31 ธ.ค. 2568 และได้ให้สหกรณ์จังหวัดเตรียมความพร้อมสหกรณ์ที่จะเข้าร่วมล่วงหน้า
- ปีการผลิต 2568/69: เอกสารที่สำนักประชาสัมพันธ์เผยแพร่เมื่อ 20 ส.ค. 2568 ระบุวงเงินรวม 15,656.25 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อ 15,000 ล้านบาทและจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน ระยะสินเชื่อ 1 ต.ค. 2568 ถึง 31 ธ.ค. 2569 โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบหลายแห่ง ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และ ธ.ก.ส.
ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์คือ ในปี 2567/68 หน่วยงานให้สหกรณ์เตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนมติ ครม. ออก ดังนั้นสหกรณ์ที่ตอบสนองเร็วจึงมักอยู่ในจังหวะที่ดีกว่า ส่วนตัวเลขผลการดำเนินงานจริงของปี 2568/69 เช่น จำนวนสถาบันที่กู้และปริมาณข้าวที่รับซื้อ ผู้เขียนไม่พบเอกสารทางการที่เปิดอ่านได้ จึงไม่นำตัวเลขใด ๆ จากข่าวที่ยืนยันไม่ได้มาลงในบทความนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่ออ่านข่าวสินเชื่อข้าว
- คิดว่าชาวนาไปกู้ที่ ธ.ก.ส. ได้ดอกเบี้ย 1%: อัตรา 1% เป็นของสถาบันเกษตรกรตามข่าว ไม่ใช่ของชาวนารายบุคคล การไปขอกู้ด้วยตนเองโดยอ้างโครงการนี้อาจไม่ได้สิทธิ์
- เอาวงเงิน 15,656.25 ล้านบาทไปคิดต่อหัว: เป็นกรอบวงเงินของทั้งโครงการที่กระจายผ่านสถาบัน ไม่ใช่เงินแจกต่อครัวเรือน
- สับสนกับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท: เป็นคนละมาตรการ และสถานะก็ไม่เหมือนกัน ดูสถานะล่าสุดได้ที่บทความ เงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ตอนนี้อยู่ขั้นไหน และใครมีสิทธิ์
- เชื่อว่ารัฐประกันราคาซื้อให้สหกรณ์: ข่าวที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุราคารับซื้อขั้นต่ำ สหกรณ์ตั้งราคาตามตลาดและต้นทุนของตน
- รอโครงการจนเลยจังหวะขาย: ถ้าต้องใช้เงินเร่งด่วน ควรเทียบราคาที่ได้จริงจากหลายแหล่งก่อน อย่ารอเฉพาะประกาศที่ยังไม่ออก
- ส่งข้าวโดยไม่เก็บหลักฐาน: ไม่มีใบชั่งหรือใบรับข้าว หากมีข้อโต้แย้งเรื่องน้ำหนักหรือความชื้นจะตามเรื่องได้ยาก
สรุป
สินเชื่อรวบรวมข้าวที่ดอกเบี้ย 1% เป็นเงินกู้ของ "สถาบันเกษตรกร" ไม่ใช่ของชาวนารายบุคคล รัฐชดเชยอีก 3.50% ต่อปี วงเงิน 15,656.25 ล้านบาท เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน และตามรายงานข่าวเมื่อ 20 ต.ค. 2569 ครม. อนุมัติในหลักการแล้ว แต่ยังไม่พบประกาศผู้ให้สินเชื่อ วันเปิดรับคำขอ และเงื่อนไขรายละเอียด ชาวนาได้ประโยชน์ทางอ้อมเมื่อสหกรณ์หรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกมีทุนรับซื้อข้าว จึงควรถามสหกรณ์ตรง ๆ เตรียมหลักฐานการขาย และเทียบทางขายอื่นไว้ก่อน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- รัฐบาลไทย (ข่าวทำเนียบรัฐบาล) 20 ต.ค. 2569 — แถลงข้อเสนอมาตรการพยุงราคาข้าวนาปี 2569/70 5 โครงการ และรายละเอียดโครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว: https://www.thaigov.go.th/th/news/170348
- รัฐบาลไทย สรุปข่าวการประชุม ครม. 20 ต.ค. 2569 — ระเบียบวาระ "มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70": https://www.thaigov.go.th/th/news/170354
- สำนักข่าวเกาหุ้น 20 ต.ค. 2569 — รายงานมติ ครม. อนุมัติในหลักการ 2 โครงการสินเชื่อ 56,584.64 ล้านบาท (ตามรายงานข่าว): https://www.kaohoon.com/news/local/873415
- ไทยพีบีเอส 11 มิ.ย. 2569 — รายงานมติ นบข. แบ่งวงเงินสินเชื่อ 15,000 ล้านบาท และจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท งบมาตรา 28: https://www.thaipbs.or.th/news/content/506981
- กรมประชาสัมพันธ์ (สำนักประชาสัมพันธ์เขต) 20 ส.ค. 2568 — รายละเอียดโครงการสินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร ปี 2568/69 ผู้กู้ที่เข้าข่าย ระยะสินเชื่อ และหน่วยงานรับผิดชอบ: https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/36/iid/416591
- กรมส่งเสริมสหกรณ์ — ข่าวโครงการสินเชื่อรวบรวมข้าว ปี 2567/68 บทบาท ธ.ก.ส. และโครงสร้างดอกเบี้ย 1% และ 3.5%: https://cpd.go.th/activity-news-external/item/8313-News_Cpd_External-261167.html
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
สินเชื่อและพักหนี้หลังภัยพิบัติ ธ.ก.ส. สหกรณ์ เขตปฏิรูปที่ดิน และชาวสวนยาง เลือกทางไหนได้บ้าง
คู่มือเลือกทางพักหนี้และสินเชื่อหลังภัยพิบัติตามว่าท่านเป็นหนี้ใคร เปรียบเทียบ ธ.ก.ส. สหกรณ์ ส.ป.ก. และ กยท. ตามรายงานข่าว 20–24 ต.ค. 2569 พร้อมบอกสถานะที่ยังไม่ยืนยัน
ปฏิทินงานเกษตรกร พฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 งานในแปลง เอกสารที่ต้องยื่น และกำหนดที่ควรเช็ก
สรุปงานในแปลงและเอกสารที่ควรเช็กช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2569 โดยแยกกำหนดที่มีแหล่งทางการออกจากมาตรการที่ยังเป็นข้อเสนอ ข้อมูล ณ 25 ต.ค. 2569
ฤดูหนาว 2569 มาช้าและอุ่นกว่าปกติ พืชและสัตว์ในฟาร์มต้องปรับตัวอย่างไร
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดฤดูหนาว 2569 เริ่มช้าราว 1 สัปดาห์และหนาวน้อยกว่าปีก่อน สรุปตัวเลขจากเอกสารทางการ และสิ่งที่ผัก ไม้ผล และสัตว์เลี้ยงควรเตรียม
ชาวนาควรขายข้าวเปลือกทันทีหรือเก็บรอราคา คิดต้นทุนเก็บ ดอกเบี้ย และความชื้นอย่างไร
กรอบคิดแบบ ถ้า...ให้... สำหรับชาวนาที่ลังเลระหว่างขายข้าวเปลือกตอนนี้กับเก็บรอราคา พร้อมสูตรคิดน้ำหนักจากความชื้น ต้นทุนเก็บ และตัวอย่างคำนวณที่ระบุฐานตัวเลข
เงินช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ตอนนี้อยู่ขั้นไหน และใครมีสิทธิ์
ข้อมูล ณ 25 ต.ค. 2569 เงินไร่ละ 1,000 บาทของปี 2569/70 ยังเป็นข้อเสนอที่ผ่านอนุกรรมการ นบข. ยังไม่พบประกาศอนุมัติ บทความแยกให้เห็นความต่างจากเงินครัวเรือนตกหล่นปี 2568/69 และวิธีตรวจทะเบียนเกษตรกร
สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2569/70 วงเงินต่อตันแต่ละชนิดข้าวเท่าไร และใครยื่นได้
รวมวงเงินสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกต่อตันของแต่ละชนิดข้าวตามมติ ครม. 20 ต.ค. 2569 พร้อมแยกสถานะอนุมัติในหลักการ กับเงื่อนไขผู้ยื่นที่ยังไม่มีประกาศ
คำถามที่พบบ่อย
ชาวนารายบุคคลกู้เงินก้อนนี้ได้ไหม
จากข่าวและเอกสารปีก่อน ผู้กู้คือสถาบันเกษตรกร เช่น สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน ชาวนารายบุคคลไม่ใช่ผู้กู้ตามโครงการนี้ หากต้องการสินเชื่อของตนเองให้สอบถาม ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้านเรื่องสินเชื่อชะลอการขายหรือสินเชื่ออื่นที่เปิดอยู่
ดอกเบี้ย 1% กับ 3.5% หมายความว่าอย่างไร
ตามข่าว 20 ต.ค. 2569 สถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย 1% ต่อปี และรัฐชดเชยอีก 3.50% ต่อปี รวมเป็น 4.50% ต่อปี ตรงกับโครงสร้างที่เคยใช้ในปี 2567/68 แต่ผู้ให้สินเชื่อและรายละเอียดของปี 2569/70 ยังไม่พบประกาศ
ตอนนี้โครงการอนุมัติแล้วหรือยัง
ตามรายงานข่าวเมื่อ 20 ต.ค. 2569 ครม. อนุมัติในหลักการ 2 โครงการสินเชื่อ ซึ่งรวมโครงการนี้ และให้รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ยังไม่พบประกาศเปิดรับคำขอ จึงควรตรวจกับกรมการค้าภายใน ธ.ก.ส. หรือสหกรณ์จังหวัด
เป้าหมาย 1.5 ล้านตันเท่ากับข้าวทั้งประเทศหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นเป้าหมายปริมาณข้าวเปลือกที่โครงการตั้งไว้ให้สถาบันเกษตรกรรวบรวม ไม่ได้บอกว่าข้าวนาปีทั้งประเทศมีกี่ตัน และไม่ได้รับรองว่าจะรวบรวมได้ตามเป้า
ถ้าสหกรณ์ของผมไม่เข้าร่วมโครงการ ผมเสียสิทธิ์อะไรไหม
ชาวนาไม่ได้เสียสิทธิ์รับเงินจากโครงการอื่น เพียงแต่จะไม่ได้ประโยชน์จากสหกรณ์ที่มีเงินทุนรับซื้อตามโครงการนี้ ควรเทียบทางขายอื่นและตรวจสิทธิ์ในมาตรการแยกต่างหาก เช่น ทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร
จะรู้ได้อย่างไรว่าสหกรณ์ใกล้บ้านเข้าร่วม
ถามที่สหกรณ์โดยตรง หรือสอบถามสำนักงานสหกรณ์จังหวัด/อำเภอ ในปี 2567/68 กรมส่งเสริมสหกรณ์แจ้งให้สหกรณ์จังหวัดเตรียมความพร้อมสหกรณ์ที่จะเข้าร่วม จึงเป็นช่องทางที่ถามได้
ราคารับซื้อของสหกรณ์จะสูงกว่าตลาดไหม
ไม่พบข้อมูลทางการที่ระบุเช่นนั้น ราคาขึ้นกับสถาบัน คุณภาพข้าว ความชื้น และราคาตลาดในวันรับซื้อ ควรสอบถามเกณฑ์ราคาก่อนส่งข้าวและเทียบกับราคาของโรงสีหรือผู้ซื้อรายอื่นในวันเดียวกัน
