คำตอบเร็ว: ฟาร์มกวางรูซ่าสร้างรายได้หลักจาก 2 ทาง คือขายเขาอ่อน (velvet antler) ซึ่งตัดได้ปีละ 1 รอบต่อตัวผู้ 1 ตัว ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 3,000-8,000 บาทต่อกิโลกรัมแล้วแต่คุณภาพและช่องทางขาย และขายเนื้อกวางเมื่อกวางอายุ 1.5-2 ปีขึ้นไป ราคาประมาณ 200-350 บาทต่อกิโลกรัมน้ำหนักเป็น ข้อจำกัดสำคัญคือกวางรูซ่าต้องการพื้นที่วิ่งเล่นมากกว่าโคหรือแพะต่อตัวหลายเท่า (ไม่ต่ำกว่า 20-40 ตารางเมตรต่อตัวสำหรับพื้นที่ล้อมรั้วสูง) และรั้วต้องแข็งแรงสูงอย่างน้อย 2 เมตร ทำให้ต้นทุนเริ่มต้นด้านโครงสร้างสูงกว่าสัตว์เศรษฐกิจทั่วไปอย่างชัดเจน
กวางรูซ่า (Rusa deer, Cervus timorensis) เป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกที่เริ่มมีเกษตรกรไทยสนใจมากขึ้นในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เพราะเป็นสัตว์ที่ให้ผลผลิตได้สองทางในตัวเดียวกัน คือเขาอ่อนที่มีมูลค่าสูงจากตัวผู้ทุกปี และเนื้อกวางที่ตลาดเฉพาะกลุ่มต้องการ ต่างจากปศุสัตว์ทั่วไปอย่างโคหรือแพะที่ให้ผลผลิตทางเดียวชัดเจน (เนื้อหรือนม) บทความนี้จะพาวิเคราะห์ตัวเลขรายได้จริงจากทั้งสองทาง ตั้งแต่ราคาขายเขาอ่อนต่อกิโลกรัม รอบการตัดเขาต่อปี ไปจนถึงต้นทุนพื้นที่เลี้ยงที่มากกว่าปศุสัตว์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้เห็นภาพครบทุกมิติก่อนตัดสินใจลงทุนทำฟาร์มกวางรูซ่าจริง ไม่ใช่แค่มองที่ราคาเขาอ่อนต่อกิโลที่ดูน่าดึงดูดเพียงด้านเดียว
ทำไมกวางรูซ่าถึงมีมูลค่าสองทาง ไม่เหมือนปศุสัตว์ทั่วไป
ธรรมชาติของกวางตัวผู้คือเขาจะร่วงและงอกใหม่ทุกปี ช่วงที่เขากำลังงอกใหม่และยังไม่แข็งเป็นกระดูก เรียกว่า "เขาอ่อน" หรือ velvet antler ซึ่งมีเนื้อเยื่อที่อุดมด้วยสารอาหารและถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาช้านาน เป็นที่ต้องการสูงในตลาดเอเชียโดยเฉพาะจีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณบำรุงร่างกาย จุดสำคัญคือเขาอ่อนต้องตัดในช่วงเวลาที่เหมาะสมก่อนที่จะแข็งเป็นกระดูก (calcify) ถ้าตัดช้าไปคุณภาพและราคาจะลดลงมาก ส่วนเนื้อกวางเป็นผลผลิตรองที่ได้เมื่อกวางถึงวัยขุนหรือเมื่อตัวผู้อายุมากจนเขาคุณภาพลดลงและถูกคัดออกจากฝูงพ่อพันธุ์
ราคาขายเขาอ่อนต่อกิโล ขึ้นกับอะไรบ้าง
ราคาเขาอ่อนกวางรูซ่าผันแปรตามหลายปัจจัย โดยทั่วไปราคาที่เกษตรกรขายให้ผู้รวบรวมหรือแปรรูปในประเทศอยู่ในช่วง 3,000-8,000 บาทต่อกิโลกรัมน้ำหนักสด ปัจจัยที่กำหนดราคาได้แก่ ขนาดและความสมบูรณ์ของเขา (เขาที่มีขนาดใหญ่ กิ่งก้านสมส่วน มีขนปกคลุมสม่ำเสมอราคาสูงกว่า) ช่วงเวลาตัดที่เหมาะสม (เขาอ่อนที่ตัดตรงจังหวะพอดีก่อนแข็งตัวมีคุณภาพเนื้อเยื่อดีกว่า) และวิธีการอบแห้ง/แปรรูปหลังตัด ถ้าเกษตรกรมีความรู้เรื่องการอบแห้งด้วยตัวเองและขายเป็นเขาอ่อนอบแห้งสำเร็จรูปแทนขายสดทันทีหลังตัด จะได้ราคาต่อหน่วยสูงกว่ามาก เพราะตัดขั้นตอนของพ่อค้าคนกลางที่รับไปแปรรูปต่อออกไป แต่ต้องมีความรู้และอุปกรณ์เฉพาะทางเพื่อไม่ให้เขาเน่าเสียระหว่างอบ
กวางรูซ่าตัวผู้ 1 ตัวที่โตเต็มวัยและสมบูรณ์ ให้เขาอ่อนน้ำหนักประมาณ 1-3 กิโลกรัมต่อรอบตัด ขึ้นกับอายุและขนาดตัว กวางหนุ่มอายุ 2-3 ปีมักให้เขาน้ำหนักน้อยกว่ากวางที่โตเต็มวัยอายุ 4-5 ปีขึ้นไป หมายความว่ารายได้ต่อตัวต่อปีจากเขาอ่อนอย่างเดียวอยู่ที่ประมาณ 3,000-24,000 บาท ขึ้นกับน้ำหนักเขาและราคาขาย ณ ช่วงเวลานั้น
รอบการตัดเขาต่อปี ตัดได้กี่ครั้ง
กวางรูซ่าตัวผู้ตัดเขาอ่อนได้ ปีละ 1 รอบเท่านั้น ไม่สามารถเร่งให้ตัดได้บ่อยกว่านี้ เพราะเป็นวงจรธรรมชาติของการผลัดเขา โดยทั่วไปเขาจะร่วงในช่วงต้นปีแล้วเริ่มงอกใหม่ ใช้เวลาประมาณ 60-90 วันจนถึงช่วงที่เหมาะสมสำหรับตัด (ก่อนเขาเริ่มแข็งเป็นกระดูกและมีขนหยาบขึ้น) เกษตรกรต้องสังเกตลักษณะเขาอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ เพราะถ้าตัดเร็วเกินไปน้ำหนักเขายังไม่เต็มที่ ถ้าตัดช้าเกินไปเขาเริ่มแข็งตัวคุณภาพและราคาจะลดฮวบ ข้อจำกัดเรื่องรอบตัดปีละครั้งนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รายได้จากเขาอ่อนไม่ใช่กระแสเงินสดรายเดือนเหมือนนมหรือไข่ แต่เป็นรายได้ก้อนตามฤดูกาลที่ต้องวางแผนกระแสเงินสดทั้งปีให้สอดคล้องกัน
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| รอบตัดเขาอ่อน | 1 ครั้งต่อปีต่อตัวผู้ 1 ตัว |
| น้ำหนักเขาอ่อนต่อรอบ | 1-3 กก. (ขึ้นกับอายุ/ขนาดตัว) |
| ราคาขายเขาอ่อน | 3,000-8,000 บาท/กก. |
| รายได้เขาอ่อนต่อตัวต่อปี | ประมาณ 3,000-24,000 บาท |
| ราคาขายเนื้อกวาง | 200-350 บาท/กก. น้ำหนักเป็น |
| พื้นที่เลี้ยงต่อตัว | 20-40 ตร.ม. ขึ้นไป ต้องมีรั้วสูง 2 ม. |
ต้นทุนพื้นที่เลี้ยงที่ต้องการมากกว่าสัตว์ทั่วไป
นี่คือข้อจำกัดที่ทำให้กวางรูซ่าไม่เหมาะกับเกษตรกรที่มีพื้นที่จำกัด กวางเป็นสัตว์ป่าที่มีสัญชาตญาณตื่นตกใจง่ายและกระโดดสูงได้ดี รั้วล้อมต้องสูงอย่างน้อย 2-2.4 เมตร และแข็งแรงพอที่จะทนแรงชนหรือกระโดดชนของกวางที่ตกใจ ต่างจากรั้วคอกโคหรือแพะที่ใช้ความสูงประมาณ 1-1.2 เมตรก็เพียงพอ นอกจากนี้กวางรูซ่ายังต้องการพื้นที่วิ่งเล่นและออกกำลังมากกว่าสัตว์เลี้ยงในคอกทั่วไป เพราะเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวเร็วและกินพืชหลากหลายชนิดตามธรรมชาติ พื้นที่ที่แนะนำทั่วไปคือไม่ต่ำกว่า 20-40 ตารางเมตรต่อตัว หากเลี้ยงหนาแน่นกว่านี้จะเกิดความเครียดในฝูง ตัวผู้ชนกันแย่งอาณาเขต และกระทบคุณภาพเขาอ่อนโดยตรง
ต้นทุนก่อสร้างรั้วและโรงเรือนกวางรูซ่าจึงสูงกว่าคอกโค-แพะทั่วไปในพื้นที่เท่ากันอย่างมีนัยสำคัญ เกษตรกรที่เริ่มต้นควรคำนวณต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้ให้ครบก่อนคิดผลตอบแทนจากเขาอ่อนหรือเนื้อ เพราะเป็นการลงทุนคงที่ก้อนใหญ่ในปีแรกที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะคืนทุน
วิเคราะห์รายได้จริง: ฟาร์มขนาดเล็ก 10 ตัวผู้ ให้เขา
สมมติฟาร์มมีกวางตัวผู้ที่ให้เขาอ่อนได้แล้ว 10 ตัว แต่ละตัวให้เขาเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัมต่อปี ราคาขายเฉลี่ย 5,000 บาทต่อกิโลกรัม จะได้รายได้จากเขาอ่อนรวมประมาณ 75,000 บาทต่อปี ถ้ามีตัวเมียและตัวผู้อายุมากที่ถูกคัดออกไปขายเป็นเนื้ออีกปีละ 3-5 ตัว น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 40-60 กิโลกรัม ราคาประมาณ 250 บาทต่อกิโลกรัม จะได้รายได้เสริมจากเนื้ออีกประมาณ 40,000-75,000 บาทต่อปี รวมรายได้ทั้งฟาร์มประมาณ 115,000-150,000 บาทต่อปี ก่อนหักต้นทุนอาหาร ค่าแรง และค่าเสื่อมโครงสร้างรั้ว ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างประมาณการ รายได้จริงขึ้นกับราคาตลาดเขาอ่อนและเนื้อกวาง ณ ช่วงเวลานั้นซึ่งควรตรวจสอบกับผู้รับซื้อหรือสมาคมผู้เลี้ยงกวางในพื้นที่ก่อนวางแผนธุรกิจจริง
อาหารและการดูแลสุขภาพที่ต่างจากปศุสัตว์ทั่วไป
กวางรูซ่ากินพืชได้หลากหลายกว่าโคและแพะ ทั้งหญ้าสด ใบไม้ ยอดอ่อน และผลไม้บางชนิด ในธรรมชาติกวางเป็นสัตว์ที่กินแบบเลือกกิน (selective browser) ไม่ใช่กินหญ้าเป็นหลักเหมือนโค ฟาร์มที่จัดการดีจึงมักปลูกพืชอาหารสัตว์หลากชนิดผสมกันในแปลงหญ้า เช่น หญ้าเนเปียร์ ถั่วฮามาต้า และไม้พุ่มบางชนิด เพื่อให้กวางได้สารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะช่วงที่กวางตัวผู้กำลังสร้างเขาอ่อน ต้องการแคลเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีนสูงกว่าช่วงปกติ เพื่อให้เขาที่งอกใหม่มีคุณภาพดีและน้ำหนักเต็มที่ ถ้าอาหารไม่เพียงพอในช่วงนี้ เขาที่ได้จะเล็กและบางกว่าปกติ ส่งผลโดยตรงต่อรายได้
ด้านสุขภาพ กวางรูซ่าที่เลี้ยงในไทยค่อนข้างทนทานต่อโรคเมื่อเทียบกับสัตว์นำเข้าอื่น เพราะปรับตัวกับสภาพอากาศเขตร้อนได้ดีมาหลายชั่วรุ่นแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังพยาธิภายในและปัญหาบาดแผลจากการชนกันของตัวผู้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ควรมีคอกแยกสำหรับกวางที่บาดเจ็บหรือกำลังจะคลอด และปรึกษาสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์เรื่องสัตว์กึ่งป่าโดยเฉพาะ เพราะโดสยาและวิธีจับบังคับสัตว์ต่างจากโคและแพะ ห้ามใช้ยาหรือขนาดโดสจากตำราสัตว์เลี้ยงทั่วไปโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะสรีรวิทยาของกวางมีความแตกต่างที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้
เปรียบเทียบผลตอบแทนต่อไร่กับปศุสัตว์ทั่วไป
ถ้าคิดเป็นพื้นที่ 1 ไร่ (1,600 ตารางเมตร) เลี้ยงกวางรูซ่าตัวผู้ได้ประมาณ 40-80 ตัว ตามเกณฑ์พื้นที่ 20-40 ตร.ม. ต่อตัว แต่ในทางปฏิบัติฟาร์มส่วนใหญ่เลี้ยงเบาบางกว่านี้เพื่อลดความเครียดในฝูงและให้พื้นที่หากินตามธรรมชาติ จึงมักเลี้ยงจริงประมาณ 15-25 ตัวต่อไร่สำหรับพ่อพันธุ์ให้เขา เทียบกับโคเนื้อที่เลี้ยงได้ประมาณ 2-4 ตัวต่อไร่ในระบบเลี้ยงขังคอก หรือแพะที่เลี้ยงได้ 8-15 ตัวต่อไร่ ถ้าคิดรายได้ต่อไร่ต่อปีจากเขาอ่อนอย่างเดียว (สมมติ 20 ตัวต่อไร่ x 1.5 กก. x 5,000 บาท) จะได้ประมาณ 150,000 บาทต่อไร่ต่อปี ซึ่งสูงกว่ารายได้จากโคเนื้อต่อไร่ต่อปีในหลายกรณี แต่ต้องแลกกับต้นทุนรั้วและโครงสร้างเริ่มต้นที่สูงกว่ามาก และต้องใช้เวลาหลายปีกว่าฝูงจะเติบโตให้เขาได้เต็มศักยภาพ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงกรอบประมาณการเพื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่ตัวเลขผลตอบแทนที่ยืนยันได้ล่วงหน้า ซึ่งขึ้นกับการจัดการฟาร์มและสภาพตลาดแต่ละช่วง นอกจากนี้ยังต้องคำนึงว่ากวางใช้เวลาหลายปีกว่าจะโตเต็มวัยและให้เขาที่มีน้ำหนักเต็มศักยภาพ ต่างจากโคหรือแพะที่ให้ผลผลิตได้เร็วกว่า ผู้ลงทุนจึงควรมองเป็นการลงทุนระยะยาว 5-7 ปีขึ้นไปกว่าฝูงจะสร้างรายได้เต็มที่ ไม่ใช่ธุรกิจที่คืนทุนเร็วภายในปีแรกหรือสองปี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำฟาร์มกวางรูซ่า
- สร้างรั้วต่ำเกินไปเหมือนคอกโค-แพะทั่วไป — กวางกระโดดหนีออกจากคอกได้ง่ายถ้ารั้วต่ำกว่า 2 เมตร ทำให้เสียกวางและอาจสร้างความเสียหายให้พืชผลข้างเคียง
- ตัดเขาอ่อนช้าเกินไปจนเริ่มแข็งเป็นกระดูก — ทำให้ราคาลดลงมากเพราะคุณภาพเนื้อเยื่อเปลี่ยนไป ต้องหมั่นสังเกตลักษณะเขาช่วงใกล้ตัดอย่างใกล้ชิด
- คำนวณพื้นที่เลี้ยงต่อตัวน้อยเกินไป — ทำให้กวางเครียด ชนกันบาดเจ็บ และเขาอ่อนคุณภาพต่ำ ควรเผื่อพื้นที่ตามคำแนะนำอย่างน้อย 20-40 ตร.ม. ต่อตัว
- ไม่มีตลาดรับซื้อเขาอ่อนที่แน่นอนก่อนเริ่มเลี้ยง — ตลาดเขาอ่อนเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มไม่เหมือนตลาดเนื้อสัตว์ทั่วไป ต้องหาผู้รับซื้อหรือเครือข่ายสมาคมผู้เลี้ยงกวางล่วงหน้า
- จับกวางเพื่อตัดเขาโดยไม่มีอุปกรณ์บังคับสัตว์ที่เหมาะสม — เสี่ยงทั้งคนและกวางบาดเจ็บ ควรมีกรงบังคับ (crush) และให้ผู้มีประสบการณ์หรือสัตวแพทย์ช่วยดำเนินการ
- เข้าใจผิดว่าเลี้ยงกวางรูซ่าง่ายเหมือนเลี้ยงแพะเพราะกินหญ้าเหมือนกัน — กวางต้องการการจัดการเฉพาะทางทั้งเรื่องรั้ว พื้นที่ และจังหวะตัดเขาที่ต่างจากปศุสัตว์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง
- ไม่แยกตัวผู้ที่กำลังหวงอาณาเขตออกจากกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์ — ตัวผู้ที่โตเต็มวัยมักชนกันรุนแรงช่วงฤดูผสมพันธุ์ ถ้าเลี้ยงรวมกันหนาแน่นเกินไปอาจบาดเจ็บถึงตายและเสียหายทั้งเขาที่กำลังจะตัดขายด้วย
สรุป
กวางรูซ่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสองทางจริง แต่ไม่ใช่ธุรกิจที่ลงทุนน้อยแล้วได้ผลเร็วเหมือนที่หลายคนเข้าใจ รายได้หลักจากเขาอ่อนมาปีละ 1 ครั้งต่อตัว และต้องใช้พื้นที่และโครงสร้างรั้วที่ลงทุนสูงกว่าปศุสัตว์ทั่วไปมาก เกษตรกรที่สนใจควรประเมินทั้งต้นทุนคงที่ด้านพื้นที่และช่องทางขายเขาอ่อนให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่มองแค่ราคาต่อกิโลกรัมที่ดูสูงเพียงอย่างเดียว การเริ่มต้นด้วยฝูงขนาดเล็ก 5-10 ตัวเพื่อเรียนรู้จังหวะการตัดเขาและหาช่องทางขายให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยขยายฝูงเมื่อมั่นใจในระบบจัดการและตลาดรองรับแล้ว เป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่าการลงทุนฝูงใหญ่ตั้งแต่ปีแรกโดยยังไม่มีประสบการณ์ตรง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมปศุสัตว์ — ข้อมูลการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกและมาตรฐานฟาร์มสัตว์กึ่งป่า
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — ระเบียบการเพาะเลี้ยงและครอบครองกวางรูซ่าเชิงพาณิชย์
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจอื่น ๆ ได้ที่หมวด เลี้ยงสัตว์
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

สมุดบันทึกรายรับ-รายจ่าย A5 40หน้า บัญชี ค่าใช้จ่าย รายได้ รายจ่าย สมุด ถนอมสายตา
ดูรายละเอียด
กรงไก่ขนาดใหญ่ ใช้งานได้หลากหลาย ประกอบง่าย มีล้อเลื่อน กันน้ำ กลางแจ้ง ฟาร์ม สวนหลังบ้าน พร้อมตาข่ายและฝาครอบ เล้าไก่
ดูรายละเอียด
กรงไก่แบบปล่อยอิสระ อุโมงค์ กรงไก่และกระต่าย กรงเลี้ยงในสวนหลังบ้าน ฟาร์ม ลู่วิ่งปศุสัตว์ขนาดใหญ่
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
กวางรูซ่าตัวเมียให้ผลผลิตอะไรบ้าง เพราะไม่มีเขา
ตัวเมียไม่มีเขาจึงไม่มีรายได้จากเขาอ่อน แต่มีบทบาทสำคัญในการขยายฝูง และเมื่อคัดออกจากฝูงพ่อแม่พันธุ์สามารถขายเป็นเนื้อได้เช่นเดียวกับตัวผู้ที่คุณภาพเขาลดลงตามอายุ
เริ่มทำฟาร์มกวางรูซ่าต้องลงทุนเท่าไหร่
ขึ้นกับจำนวนตัวและขนาดพื้นที่ แต่ต้นทุนหลักคือรั้วล้อมสูง 2 เมตรขึ้นไปที่แข็งแรงและพันธุ์กวางตั้งต้น ซึ่งรวมกันมักสูงกว่าการเริ่มฟาร์มโค-แพะขนาดเท่ากัน ควรปรึกษาปศุสัตว์จังหวัดก่อนลงทุนจริง
เขาอ่อนกวางรูซ่าขายที่ไหน มีตลาดรับซื้อแน่นอนไหม
ส่วนใหญ่ขายผ่านเครือข่ายผู้เลี้ยงกวางหรือสมาคม/ชมรมผู้เลี้ยงกวางในแต่ละภูมิภาค เกษตรกรมือใหม่ควรติดต่อเครือข่ายผู้เลี้ยงในพื้นที่ก่อนเริ่มเลี้ยงเพื่อให้แน่ใจว่ามีช่องทางขายรองรับ
เลี้ยงกวางรูซ่าต้องขออนุญาตพิเศษไหม เพราะเป็นสัตว์กึ่งป่า
กวางรูซ่าที่เลี้ยงเชิงพาณิชย์ในไทยส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่เพาะเลี้ยงได้ตามกฎหมาย แต่ควรตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก่อนเริ่มเลี้ยง
ทำไมราคาเขาอ่อนถึงผันผวนมาก ต่างจากราคาสินค้าเกษตรทั่วไป
เพราะตลาดเขาอ่อนเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มขนาดเล็กที่พึ่งพาความต้องการจากต่างประเทศเป็นหลัก ปริมาณผู้เลี้ยงในไทยยังน้อย ทำให้ราคาผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดปลายทางมากกว่าสินค้าเกษตรทั่วไป