คำตอบเร็ว: เลี้ยงแมงป่องเพื่อขายเป็นอาหารให้ร้านอาหารทำได้ตามกฎหมายไทย เพราะแมงป่องที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศ (เช่น แมงป่องแส้ดำ แมงป่องดำ) ไม่ได้อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า จึงเลี้ยงและขายได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตพิเศษเหมือนสัตว์ป่าคุ้มครองบางชนิด แต่หากเป็นแมงป่องสายพันธุ์หายากหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องตรวจสอบสถานะทางกฎหมายเฉพาะสายพันธุ์นั้นก่อนเสมอ เพราะบางสายพันธุ์อาจอยู่ในบัญชีควบคุมการนำเข้า-ส่งออกตามอนุสัญญาไซเตส ช่องทางขายจริงที่มีอยู่คือร้านอาหารแมลงทอด/ของกินเล่นในตลาดนัดกลางคืน และกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงแปลก (exotic pet) ที่ซื้อไปเลี้ยงเป็นงานอดิเรก ราคาขายจริงอยู่ที่ประมาณตัวละ 20-80 บาทสำหรับตลาดอาหาร และสูงกว่านั้นมากสำหรับตลาดสัตว์เลี้ยงสวยงามบางสายพันธุ์
คำถามเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายมักตามมาด้วยคำถามที่สองเสมอ คือถ้าเลี้ยงถูกกฎหมายแล้ว ตลาดจริงมีมากพอให้ทำเป็นรายได้หรือไม่ คำตอบคือมีตลาดจริงแต่เป็นตลาดขนาดเล็กที่ต้องอาศัยความอดทนในการสร้างเครือข่ายลูกค้า ไม่ใช่ตลาดที่เดินไปขายแล้วมีคนมารับซื้อทันทีเหมือนพืชผลทางการเกษตรทั่วไป ผู้ที่กำลังพิจารณาลงทุนจึงควรเข้าใจภาพรวมทั้งสองด้านไปพร้อมกันตั้งแต่ต้น ทั้งเรื่องกฎหมายและเรื่องช่องทางขายจริง เพื่อประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนได้ถูกต้อง
สถานะทางกฎหมายของการเลี้ยงแมงป่องขาย
ประเด็นที่คนสงสัยมากที่สุดคือแมงป่องเป็นสัตว์คุ้มครองหรือไม่ คำตอบคือแมงป่องสายพันธุ์ท้องถิ่นที่พบทั่วไปในไทยและนิยมเลี้ยงเชิงพาณิชย์ เช่น แมงป่องแส้ดำ (Asian forest scorpion) และแมงป่องดำทั่วไป ไม่ได้อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 จึงสามารถจับ เลี้ยง ขยายพันธุ์ และขายได้โดยไม่ต้องขออนุญาตพิเศษ ต่างจากสัตว์ป่าคุ้มครองบางชนิดที่ต้องมีใบอนุญาตครอบครองและซื้อขาย อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจเลี้ยงสายพันธุ์แปลกจากต่างประเทศหรือสายพันธุ์หายากที่มีสีสันสวยงามเป็นพิเศษ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าสายพันธุ์นั้นไม่ได้อยู่ในบัญชีไซเตส (CITES) ที่ควบคุมการนำเข้า-ส่งออกสัตว์ระหว่างประเทศ เพราะการนำเข้าสัตว์ในบัญชีควบคุมโดยไม่มีเอกสารรับรองถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ แม้กฎหมายจะไม่ได้ห้ามเลี้ยงแมงป่องโดยตรง แต่ผู้เลี้ยงยังมีความรับผิดชอบตามกฎหมายทั่วไปหากแมงป่องหลุดออกจากที่เลี้ยงแล้วไปทำอันตรายต่อผู้อื่นหรือทรัพย์สิน ดังนั้นระบบกักเก็บที่ปลอดภัยและป้องกันการหลุดหนีจึงเป็นสิ่งจำเป็นไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการฟาร์ม แต่เป็นเรื่องความรับผิดทางกฎหมายด้วย
ระบบเลี้ยงที่ต้องมีเพื่อป้องกันการหลุดหนี
เพราะความรับผิดทางกฎหมายเชื่อมโยงกับความปลอดภัยของระบบเลี้ยงโดยตรง ผู้เลี้ยงจึงควรลงทุนกับภาชนะเลี้ยงที่ป้องกันการหลุดหนีได้จริง ไม่ใช่แค่กล่องพลาสติกทั่วไปที่ฝาปิดไม่แน่นหนา ภาชนะที่เหมาะสมควรเป็นตู้หรือกล่องที่มีฝาปิดล็อกแน่นหนา มีรูระบายอากาศขนาดเล็กที่แมงป่องลอดออกไม่ได้ และควรวางในพื้นที่ที่ไม่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยงอื่นเข้าถึงได้ง่าย ฟาร์มขนาดใหญ่ที่เลี้ยงในปริมาณมากควรมีระบบกันชนสองชั้น เช่น ห้องเลี้ยงที่มีประตูปิดมิดชิดอีกชั้นหนึ่งนอกเหนือจากภาชนะเลี้ยงแต่ละใบ เพื่อลดความเสี่ยงหากภาชนะใดภาชนะหนึ่งเกิดความเสียหายโดยไม่ทันสังเกต การตรวจสอบภาชนะเลี้ยงเป็นประจำทุกวันจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักหรืออากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่อาจทำให้วัสดุภาชนะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ช่องทางขายที่มีจริงในตลาดไทย
| ช่องทาง | ลักษณะตลาด | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ร้านอาหารแมลงทอด/ของกินเล่น | ตลาดนัดกลางคืน ร้านริมทาง เทศกาลอาหาร | 20-50 บาท/ตัว (ขายส่ง) |
| ร้านอาหารเฉพาะทาง (exotic food) | ร้านที่เน้นเมนูแมลง/สัตว์แปลก | 40-80 บาท/ตัว |
| ตลาดสัตว์เลี้ยงแปลก (exotic pet) | กลุ่มผู้เลี้ยงเป็นงานอดิเรก ตลาดนัดจตุจักร ออนไลน์ | 100-500 บาทขึ้นไปตามสายพันธุ์และสีสัน |
| กลุ่มผู้เพาะเลี้ยง/นักสะสม | ซื้อขายพ่อแม่พันธุ์เพื่อขยายพันธุ์ต่อ | สูงกว่าราคาตัวทั่วไปหลายเท่า |
จากตารางจะเห็นว่าตลาดสัตว์เลี้ยงแปลกให้ราคาต่อตัวสูงกว่าตลาดอาหารมาก แต่ก็มีขนาดตลาดที่เล็กกว่าและต้องอาศัยการสร้างเครือข่ายผู้ซื้อเฉพาะกลุ่ม ขณะที่ตลาดอาหารเข้าถึงง่ายกว่าเพราะร้านอาหารแมลงทอดมีอยู่ทั่วไปในตลาดนัดกลางคืนของแทบทุกจังหวัด แต่ราคาต่อตัวต่ำกว่าและต้องขายในปริมาณมากเพื่อให้ได้กำไรคุ้มค่า ผู้เลี้ยงที่เพิ่งเริ่มต้นควรเริ่มจากตลาดอาหารในพื้นที่ใกล้บ้านก่อน เพราะเข้าถึงง่ายและไม่ต้องอาศัยเครือข่ายเฉพาะทาง
รู้จักแมงป่องสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงในไทย
แมงป่องแส้ดำ หรือ Asian forest scorpion เป็นสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดในไทย เพราะเลี้ยงง่าย ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้น และมีขนาดตัวใหญ่พอที่จะขายเป็นอาหารได้ในราคาดี ตัวเต็มวัยมีความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร สีดำสนิททั้งตัว มองดูน่ากลัวแต่พิษไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับแมงป่องบางสายพันธุ์ในตะวันออกกลางที่มีพิษอันตรายถึงชีวิต นอกจากแมงป่องแส้ดำแล้ว ยังมีแมงป่องดำทั่วไปตามธรรมชาติที่พบได้ในหลายภาคของไทย ซึ่งบางส่วนถูกจับมาเลี้ยงต่อในกรงเพื่อขายเช่นกัน แต่ผลผลิตจากธรรมชาติมักไม่สม่ำเสมอเท่าการเพาะเลี้ยงในระบบควบคุม ผู้ที่ต้องการทำเป็นธุรกิจจริงจังจึงควรเริ่มจากการเพาะขยายพันธุ์เองมากกว่าพึ่งพาการจับจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เพราะทำให้ควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตได้สม่ำเสมอกว่า
ต้นทุนและราคาขายจริงในการเลี้ยงเชิงพาณิชย์
| รายการ | ต้นทุนโดยประมาณ |
|---|---|
| พ่อแม่พันธุ์เริ่มต้น (10 ตัว) | 300-1,000 บาท |
| กล่อง/ตู้เลี้ยงป้องกันการหลุดหนี | 500-1,500 บาท |
| อาหารสด (จิ้งหรีด/หนอนนก) ต่อเดือน | 200-500 บาท |
| ระยะเวลาเลี้ยงจนขายได้ | 6-12 เดือน |
ต้นทุนเริ่มต้นสำหรับการเลี้ยงแมงป่องเชิงพาณิชย์ขนาดเล็กไม่สูงมากเมื่อเทียบกับสัตว์เศรษฐกิจอื่น เพราะแมงป่องกินอาหารน้อยและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าแมลงหลายชนิด ต้นทุนหลักประกอบด้วยพ่อแม่พันธุ์เริ่มต้น กล่องหรือตู้เลี้ยงที่ป้องกันการหลุดหนีได้ดี และอาหารสด เช่น จิ้งหรีดหรือหนอนนก ที่ใช้เลี้ยงแมงป่องเป็นอาหาร แมงป่องตัวเมียหนึ่งตัวสามารถออกลูกได้ครั้งละหลายสิบตัว และใช้เวลาเจริญเติบโตจนขายได้ประมาณ 6-12 เดือนขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และอุณหภูมิที่เลี้ยง ผู้เลี้ยงควรคำนวณต้นทุนอาหารและระยะเวลาเลี้ยงให้สอดคล้องกับราคาขายจริงในช่องทางที่ตนเองเข้าถึงได้ ไม่ใช่คาดหวังราคาสูงสุดที่เห็นในตลาดสัตว์เลี้ยงแปลกทั้งหมด เพราะราคานั้นใช้ได้เฉพาะสายพันธุ์ที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างเลี้ยงเพื่ออาหารกับเลี้ยงเพื่อสัตว์สวยงาม
ผู้ที่วางแผนธุรกิจแมงป่องควรตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่าจะเน้นตลาดไหนเป็นหลัก เพราะวิธีเลี้ยงและการคัดเลือกสายพันธุ์ต่างกันพอสมควร หากเน้นขายเป็นอาหาร ควรเลือกสายพันธุ์ที่โตเร็ว ตัวใหญ่ และขยายพันธุ์ได้ง่ายในปริมาณมาก เช่น แมงป่องแส้ดำ เพราะเน้นปริมาณผลผลิตมากกว่าความสวยงาม แต่หากเน้นขายเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม ควรศึกษาสายพันธุ์ที่มีสีสันหรือลวดลายเฉพาะที่นักสะสมให้ความสนใจ ซึ่งมักขายได้ราคาสูงกว่ามากแต่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางในการดูแลให้สีสันและสุขภาพของแมงป่องออกมาสวยงามสมบูรณ์ที่สุด
วิธีตรวจสอบสายพันธุ์ก่อนเริ่มเลี้ยง
เพราะกฎหมายแยกตามสายพันธุ์ไม่ใช่แยกตามชนิดสัตว์โดยรวม ผู้ที่สนใจเลี้ยงแมงป่องเชิงพาณิชย์จึงควรรู้จักสายพันธุ์ที่ตัวเองครอบครองให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือเริ่มจากการซื้อพ่อแม่พันธุ์จากแหล่งในประเทศที่ตรวจสอบได้ เช่น ฟาร์มที่เลี้ยงแมงป่องท้องถิ่นมานาน แทนการซื้อจากผู้ขายที่ไม่ทราบแหล่งที่มาแน่ชัดหรือสั่งซื้อสายพันธุ์แปลกจากต่างประเทศโดยตรง หากไม่แน่ใจว่าสายพันธุ์ที่ครอบครองอยู่เข้าข่ายควบคุมหรือไม่ ควรสอบถามไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชโดยตรง เพราะบัญชีสัตว์คุ้มครองและบัญชีไซเตสอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ การอ้างอิงข้อมูลเก่าโดยไม่ตรวจสอบซ้ำอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทางกฎหมายได้
สำหรับผู้ที่เลี้ยงสายพันธุ์ท้องถิ่นทั่วไปเพื่อขายเป็นอาหาร ความเสี่ยงทางกฎหมายค่อนข้างต่ำ แต่ยังควรเก็บหลักฐานการได้มาของพ่อแม่พันธุ์ไว้ เช่น ใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อขาย เผื่อกรณีที่ต้องชี้แจงแหล่งที่มาในอนาคต โดยเฉพาะหากขยายฟาร์มจนมีขนาดใหญ่ขึ้นและเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจผิดว่าแมงป่องทุกชนิดเป็นสัตว์คุ้มครองที่เลี้ยงไม่ได้ ทั้งที่สายพันธุ์ท้องถิ่นทั่วไปเลี้ยงได้ถูกกฎหมาย
- นำเข้าสายพันธุ์ต่างประเทศโดยไม่ตรวจสอบสถานะไซเตสก่อน
- ใช้ภาชนะเลี้ยงที่ไม่แน่นหนาพอ ทำให้แมงป่องหลุดหนีและเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
- คาดหวังราคาขายสูงสุดจากตลาดสัตว์เลี้ยงแปลกทั้งหมด โดยไม่มีเครือข่ายผู้ซื้อรองรับจริง
- ไม่แยกสายพันธุ์ที่เลี้ยงเพื่อขายอาหารกับสายพันธุ์ที่เลี้ยงเพื่อขายเป็นสัตว์สวยงาม ทำให้วางแผนราคาผิดพลาด
- ละเลยเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคลขณะจับหรือเก็บผลผลิต จนถูกต่อยบ่อยครั้ง
เปรียบเทียบการเลี้ยงแมงป่องกับแมลงเศรษฐกิจอื่น
เมื่อเทียบกับการเลี้ยงจิ้งหรีดหรือแมลงเศรษฐกิจอื่นที่มีระบบตลาดรองรับชัดเจนกว่า การเลี้ยงแมงป่องยังถือเป็นธุรกิจเฉพาะกลุ่มที่ต้องอาศัยการสร้างช่องทางขายเอง เพราะยังไม่มีระบบรับซื้อกลางแบบที่จิ้งหรีดมี ข้อดีของแมงป่องคือกินอาหารน้อยกว่าแมลงหลายชนิด ดูแลง่ายกว่าในแง่การควบคุมโรค เพราะแมงป่องมีเปลือกแข็งและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงตามธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือใช้เวลาเจริญเติบโตนานกว่ามาก ทำให้รอบการหมุนเวียนเงินทุนช้ากว่าแมลงที่โตเร็ว ผู้ที่สนใจลงทุนควรพิจารณาแมงป่องเป็นธุรกิจเสริมระยะยาวมากกว่าธุรกิจที่หวังผลตอบแทนเร็ว และควรมีแหล่งรายได้หลักอื่นรองรับระหว่างที่สร้างเครือข่ายลูกค้าให้มั่นคง
สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจอยู่แล้ว การเพิ่มแมงป่องเป็นผลผลิตเสริมในฟาร์มที่มีอยู่เดิมอาจคุ้มค่ากว่าการเริ่มต้นฟาร์มแมงป่องเดี่ยวๆ เพราะสามารถใช้พื้นที่และแรงงานที่มีอยู่แล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงหากตลาดใดตลาดหนึ่งซบเซาลงในบางช่วง
ควรเริ่มต้นเลี้ยงแมงป่องแบบไหนถ้ายังไม่เคยมีประสบการณ์
ผู้ที่ไม่เคยเลี้ยงแมงป่องมาก่อนควรเริ่มจากการเลี้ยงจำนวนน้อยในกล่องขนาดเล็กเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมและวิธีให้อาหารก่อน ไม่ควรเริ่มลงทุนขนาดใหญ่ตั้งแต่ครั้งแรกโดยยังไม่มั่นใจในเรื่องการจัดการ เพราะแม้แมงป่องจะดูแลง่ายกว่าแมลงหลายชนิด แต่ก็ยังมีรายละเอียดเฉพาะที่ต้องเรียนรู้ เช่น อัตราการให้อาหารที่พอดี ไม่มากเกินจนเหลือทิ้งและเป็นแหล่งเชื้อโรค และการแยกขนาดตัวเพื่อป้องกันตัวใหญ่กินตัวเล็กในบางสายพันธุ์ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว การพูดคุยกับผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์จริงในพื้นที่ หรือเข้ากลุ่มออนไลน์ของผู้เลี้ยงแมงป่องเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดระยะเวลาลองผิดลองถูกได้มาก ก่อนตัดสินใจขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นควรมั่นใจก่อนว่าสามารถควบคุมอัตราการรอดของแมงป่องในระบบที่มีอยู่ได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว
ผู้ที่สนใจข้อมูลการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและสัตว์เลี้ยงทางเลือกอื่นเพิ่มเติม สามารถดูได้ในหมวด เลี้ยงสัตว์
สรุป
การเลี้ยงแมงป่องขายเป็นเรื่องที่ทำได้ถูกกฎหมายสำหรับสายพันธุ์ท้องถิ่นทั่วไป โดยมีช่องทางขายจริงทั้งตลาดอาหารและตลาดสัตว์เลี้ยงแปลกที่ให้ราคาต่างกันชัดเจน ผู้ที่สนใจควรเริ่มจากตลาดอาหารในพื้นที่ใกล้ตัวก่อนเพื่อสร้างรายได้ที่เข้าถึงง่าย แล้วค่อยขยายไปสู่ตลาดสัตว์เลี้ยงแปลกที่ให้ราคาสูงกว่าเมื่อมีเครือข่ายผู้ซื้อที่มั่นคงแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของสายพันธุ์ที่เลี้ยงให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะหากคิดจะนำเข้าสายพันธุ์จากต่างประเทศ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — ข้อมูลบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
- กรมวิชาการเกษตร — ข้อมูลด้านการเพาะเลี้ยงแมลงและสัตว์เศรษฐกิจทางเลือก
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

SMITH SET 4 ชุดเครื่องพ่นหมอกโรงเพาะเห็ด รดน้ำต้นไม้ ร้านอาหาร 20 หัวพ่นหมอก 0.1 มม.( ติดตั้งเองได้ง่ายๆ )
ดูรายละเอียด
ชุดพ่นหมอก 10-50หัวพ่น สำหรับเชื่อมต่อก๊อก และสายไมโครคุณภาพสูง เหมาะสำหรับ ฟาร์มสัตว์ต่างๆ โรงเพาะเห็ด ร้านอาหาร คาเฟ่
ดูรายละเอียด
สติ๊กเกอร์ติดสินค้า ฉลากสินค้า สติ๊กเกอร์ อาหาร ของกิน สติ๊กเกอร์โลโก้ ฉลากสินค้าน่ารัก
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
เลี้ยงแมงป่องขายร้านอาหาร ถูกกฎหมายไหม
ถูกกฎหมาย หากเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น แมงป่องแส้ดำหรือแมงป่องดำทั่วไป สามารถเลี้ยงและขายได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตพิเศษ แต่ควรตรวจสอบสายพันธุ์เฉพาะที่เลี้ยงให้แน่ใจก่อนเสมอ
แมงป่องสายพันธุ์ไหนบ้างที่ห้ามเลี้ยง
สายพันธุ์ที่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองของไทยหรือบัญชีไซเตสที่ควบคุมการนำเข้า-ส่งออก มักเป็นสายพันธุ์หายากหรือนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ที่สนใจเลี้ยงสายพันธุ์แปลกควรตรวจสอบสถานะทางกฎหมายเฉพาะสายพันธุ์นั้นก่อนซื้อมาเลี้ยงเสมอ
ขายแมงป่องให้ร้านอาหารได้ราคาเท่าไหร่
ราคาขายส่งให้ร้านอาหารแมลงทอดทั่วไปอยู่ที่ประมาณตัวละ 20-50 บาท ส่วนร้านอาหารเฉพาะทางที่เน้นเมนูแมลงอาจให้ราคาสูงกว่าถึง 40-80 บาทต่อตัว ขึ้นอยู่กับขนาดและความสดใหม่ของผลผลิต
เลี้ยงแมงป่องอันตรายกับผู้เลี้ยงหรือไม่
มีความเสี่ยงถูกต่อยหากจับไม่ถูกวิธี แม้พิษของแมงป่องส่วนใหญ่ในไทยจะไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับผู้ใหญ่ที่แข็งแรง แต่ควรใช้อุปกรณ์จับที่เหมาะสมและระวังเป็นพิเศษกับเด็กหรือผู้ที่แพ้พิษแมลงง่าย
ต้องมีใบอนุญาตพิเศษในการขายแมงป่องหรือไม่
สำหรับสายพันธุ์ท้องถิ่นทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีคุ้มครองไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตพิเศษ แต่ผู้ที่ต้องการขยายกิจการเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ควรศึกษาข้อกำหนดด้านสุขอนามัยอาหารเพิ่มเติมหากขายเป็นอาหารให้ร้านค้า เพราะกฎระเบียบอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และควรตรวจสอบล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
