โรคและการดูแลเผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2569

โรคราน้ำค้างในพืชตระกูลแตงและผักใบช่วงเช้าหมอกลง จัดการอย่างไร

ราน้ำค้างในแตงและผักใบช่วงเช้าที่หมอกลง ดูอาการใต้ใบอย่างไร ต่างจากราแป้งตรงไหน จัดการแปลงอย่างไรตามตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

โรคราน้ำค้างในพืชตระกูลแตงและผักใบช่วงเช้าหมอกลง จัดการอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ราน้ำค้างชอบเช้าที่อากาศเย็นและใบชื้น ตระกูลแตงกับผักใบอาการต่างกัน บทความสรุปวิธีสังเกตใต้ใบและจัดการแปลงตามตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร

คำตอบเร็ว: ราน้ำค้างชอบเช้าที่อากาศเย็นและใบเปียกชื้น แผลแรกมักอยู่ที่ใบล่างของต้นแล้วลามขึ้นบน ในตระกูลแตงมองหาแผลฉ่ำน้ำเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบที่ใต้ใบมีขุยขาวถึงเทา ในผักกะหล่ำและผักกาดมองหาจุดเหลืองบนใบที่ใต้ใบมีขุยขาว แนวทางหลักตามกรมวิชาการเกษตรคือเมล็ดสะอาด ไม่ปลูกชิด กำจัดวัชพืช งดรดน้ำเย็น ตรวจแปลงทุกเช้า และเก็บซากพืชออกจากแปลงหลังจบรอบ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569

ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่หลายพื้นที่ตื่นมาเจอหมอกบาง ๆ และน้ำค้างบนใบ ผักที่ปลูกกลางแจ้งหรือในโรงเรือนเปิดข้างมักมีใบชื้นนานกว่าปกติ นี่คือเหตุผลที่ราน้ำค้างกลับมาเป็นหัวข้อที่เกษตรกรถามกันทุกปีเมื่ออากาศเริ่มเย็น บทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องราน้ำค้างในพืชตระกูลแตงและผักใบ ช่วงเช้าที่หมอกลง ส่วนเรื่องราคา พันธุ์ หรือต้นทุนของโรคนี้ มีบทความอื่นของเว็บไว้แล้ว

ก่อนอ่านต่อ ขอบอกข้อจำกัดของข้อมูลตรง ๆ ตัวเลขและอาการในบทความมาจากตารางเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตรที่เปิดอ่านจริงหลายรอบ ได้แก่รอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 รอบ 7 ถึง 20 มกราคม 2569 และรอบ 8 ถึง 21 มกราคม 2568 ส่วนตารางเตือนภัยของรอบต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ผู้เขียนยังเปิดไม่ได้ในวันที่เขียน (7 พ.ย. 2569) เพราะเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตรตอบกลับว่าระบบขัดข้อง จึงไม่ขอเดาว่ารอบนี้กรมประกาศอะไรไว้ ให้เกษตรกรเปิดดูรอบล่าสุดที่ at.doa.go.th/ew หรือถามเกษตรอำเภอ

ทำไมเช้าที่หมอกลงจึงเสี่ยง

ภาพประกอบ ทำไมเช้าที่หมอกลงจึงเสี่ยง

ตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรรอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 ระบุสภาพอากาศของรอบนั้นว่า อากาศเย็นในตอนเช้า มีฝนตกบางพื้นที่ แล้วจัดโรคราน้ำค้างไว้เป็นปัญหาที่ควรระวังของทั้งพืชตระกูลแตงและพืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด เอกสารเดียวกันบอกลักษณะที่เห็นได้ในสนามไว้ชัดว่า ในตอนเช้าที่อากาศมีความชื้นสูงจะพบเส้นใยของเชื้อราเป็นขุยสีขาวถึงเทาที่แผลด้านใต้ใบ

ถ้ามองจากมุมคนดูแปลง ความหมายคือใบที่เปียกชื้นตอนเช้าเป็นช่วงที่โรคแสดงตัวชัดที่สุด และเป็นช่วงที่ควรเดินดูใต้ใบ ไม่ใช่ดูแค่ด้านบน หลายแปลงพลาดเพราะมองแค่ผิวใบด้านบนที่เห็นเป็นจุดเหลือง แล้วเข้าใจว่าเป็นอาการขาดธาตุอาหาร กว่าจะพลิกใบดูก็ลุกลามไปแล้ว

สิ่งที่เอกสารไม่ได้ระบุ ได้แก่ตัวเลขอุณหภูมิหรือจำนวนชั่วโมงที่ใบเปียกซึ่งทำให้โรคระบาด ผู้เขียนจึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านั้นให้ ถ้าต้องการเกณฑ์เชิงตัวเลขสำหรับพื้นที่ของตัวเอง ให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในจังหวัด

ตรวจให้ถูกโรค แตงกับผักใบอาการไม่เหมือนกัน

ราน้ำค้างของพืชสองกลุ่มนี้เกิดจากเชื้อราคนละชนิด ตามที่เอกสารกรมวิชาการเกษตรระบุ ตระกูลแตงเกิดจากเชื้อ Pseudoperonospora cubensis ส่วนตระกูลกะหล่ำและผักกาดเกิดจาก Peronospora parasitica ทั้งสองกลุ่มพบโรคได้ทุกระยะการเจริญเติบโต และมักเริ่มที่ใบล่างก่อน

ลักษณะตระกูลแตง (แตงกวา แตงโม เมล่อน ฟักทอง บวบ มะระ ฯลฯ)ตระกูลกะหล่ำและผักกาด (คะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำ ผักกาดหอม ฯลฯ)
ตำแหน่งที่เริ่มพบใบล่างของต้นก่อน แล้วลามขึ้นใบบนใบล่างของต้นก่อน แล้วลามขึ้นใบบน
อาการด้านบนใบแผลฉ่ำน้ำ ขยายตามกรอบเส้นใบย่อยจนเป็นรูปเหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจุดหรือปื้นแผลสีเหลือง
อาการใต้ใบตอนเช้าชื้นขุยของเชื้อราสีขาวถึงเทาที่แผลขุยสีขาวถึงเทาตรงแผล
เมื่อรุนแรงแผลรวมกันเป็นแผลใหญ่ สีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ ใบเหลืองและแห้ง ต้นอาจแห้งตายทั้งต้นแผลใหญ่ขึ้นเป็นสีน้ำตาล ใบเหลืองและแห้ง
ผลหรือส่วนที่เก็บขายถ้าเป็นโรคตอนมีผลอ่อน ผลลีบเล็กและบิดเบี้ยว ผลน้อยและคุณภาพลดในกะหล่ำดอกและบร็อกโคลี ถ้ารุนแรง ก้านดอกยืด ดอกบิดเบี้ยวเสียรูปทรง
ระยะกล้าไม่มีรายละเอียดเฉพาะในเอกสารที่เปิดอ่านต้นกล้าแคระแกร็นหรือตาย

ตารางนี้สรุปจากตารางเตือนภัยการเกษตรรอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 และรอบ 7 ถึง 20 มกราคม 2569 ของกรมวิชาการเกษตร ถ้าเจออาการที่ไม่ตรงกับตาราง เช่น ใบเป็นผงขาวทั้งด้านบน อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นราน้ำค้าง ดูหัวข้อแยกโรคด้านล่าง

อาการทีละขั้น ในแปลงตระกูลแตง

ขั้นแรก แผลฉ่ำน้ำที่ใบล่าง

เริ่มจากใบที่อยู่ล่างสุดของเถา ถ้าเอาใบไปส่องกับแสงจะเห็นแผลเป็นเหลี่ยม ๆ กรอบด้วยเส้นใบย่อย บางครั้งมองเป็นเหมือนรอยหยดน้ำตั้งแต่ก่อนที่สีเหลืองจะชัด จุดนี้เป็นช่วงที่ตัดใบล่างที่เป็นโรคออกไปทิ้งนอกแปลงได้ทันเวลา

ขั้นต่อมา สีเหลืองและขุยใต้ใบ

แผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และในเช้าที่อากาศชื้นจะมีขุยขาวถึงเทาด้านใต้ใบตรงตำแหน่งแผล ถ้ามีเวลาแค่ไม่กี่นาทีในการเดินตรวจ ให้พลิกใบล่างสัก 5 ถึง 10 ใบต่อแถวแล้วดูใต้ใบ

ขั้นรุนแรง แผลรวมกันและใบแห้ง

แผลขยายต่อกันเป็นแผลใหญ่ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ ใบเหลืองและแห้งตายทั้งต้นเมื่อรุนแรงมาก เอกสารระบุว่าพืชที่เป็นโรคจะติดผลน้อย ผลมีขนาดเล็ก คุณภาพลดลง และถ้าเป็นตอนผลอ่อน ผลจะลีบเล็กและบิดเบี้ยว ซึ่งกระทบรายได้โดยตรงมากกว่าแค่ใบเสีย

ผักใบและผักกะหล่ำ อาการที่ควรดูเป็นพิเศษ

ผักกาด คะน้า กวางตุ้ง และผักกะหล่ำมักปลูกชิดและรดน้ำบ่อย ใบจึงชื้นนานกว่า อาการแรกคือจุดหรือปื้นสีเหลืองด้านบนใบ ต่อมาในตอนเช้าชื้นจะมีขุยขาวถึงเทาตรงแผลใต้ใบ ถ้าระบาดรุนแรงแผลจะขยายและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบเหลืองแล้วแห้ง

ในแปลงกล้า เอกสารเตือนภัยระบุผลไว้หนักกว่า คือต้นกล้าแคระแกร็นหรือตาย ถ้ากล้าผักของคุณเพาะแน่นในถาดหรือแปลงเพาะและเปียกชื้นนาน ควรเป็นจุดที่ตรวจก่อนจุดอื่น ส่วนกะหล่ำดอกและบร็อกโคลีที่โรครุนแรง ก้านดอกจะยืดและดอกอาจบิดเบี้ยวเสียรูปทรง ซึ่งแปลว่าผลผลิตที่ขายไม่ได้ราคา

ถ้าสนใจภาพรวมของโรคนี้ในผักแบบกว้าง มีบทความ โรคราน้ำค้างในผัก สภาพที่เสี่ยง วิธีป้องกัน และการจัดการแปลง และเรื่องกล้าโดยเฉพาะที่ ราน้ำค้างในกล้าผัก ส่วนบทความนี้เน้นเช้าที่หมอกลงของปลายปี

แยกจากโรคอื่นที่หน้าตาคล้ายกัน

ในตารางเตือนภัยรอบเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรจัดโรคราแป้งของตระกูลแตงไว้ถัดจากราน้ำค้าง เกิดจากเชื้อ Oidium sp. ลักษณะคือพบเชื้อราคล้ายผงแป้งสีขาวเป็นหย่อม ๆ บนใบ มักพบที่ใบล่างก่อนแล้วลามขึ้นบน ถ้าสภาพเหมาะสมจะกระจายทั่วใบ และใบค่อย ๆ ซีดเหลืองและแห้ง

สังเกตราน้ำค้างราแป้ง
ลักษณะเด่นแผลเหลืองฉ่ำน้ำ ขุยขาวถึงเทาด้านใต้ใบผงสีขาวคล้ายแป้งเป็นหย่อมบนใบ
เช้าชื้นแล้วเห็นชัดขึ้นไหมใช่ ขุยใต้ใบเห็นชัดเมื่อความชื้นสูงเอกสารไม่ได้ระบุเรื่องนี้
ต้องเช็คที่ใดใต้ใบผิวใบด้านบน

โรคที่ใบเหลืองจากสาเหตุอื่น เช่น ขาดธาตุอาหาร หรือน้ำขังที่ราก ก็ทำให้ใบล่างเหลืองได้เหมือนกัน วิธีตัดสินที่ง่ายที่สุดคือพลิกใบดูใต้ใบตอนเช้า ถ้ามีขุยขาวถึงเทาตรงที่แผลก็เข้าข่ายราน้ำค้าง ถ้าไม่แน่ใจให้เก็บใบที่มีอาการสด ๆ ใส่ถุงกระดาษแล้วนำไปให้เกษตรอำเภอดู

ขั้นตอนจัดการแปลงที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้

รายการต่อไปนี้ดัดแปลงจากข้อแนะนำในตารางเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร เรียงจากสิ่งที่ทำก่อนปลูกไปจนถึงหลังเก็บเกี่ยว

  1. เลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีและปราศจากโรค
  2. สำหรับตระกูลกะหล่ำและผักกาด ก่อนปลูกแช่เมล็ดในน้ำอุ่นประมาณ 50 องศาเซลเซียส นาน 20 ถึง 30 นาที ตามเอกสารเตือนภัย (เอกสารยังมีทางเลือกเป็นการคลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชซึ่งต้องดูฉลากและขอคำแนะนำก่อน)
  3. ไม่ปลูกระยะชิดกันเกินไป เพราะทำให้ความชื้นในทรงพุ่มสูง
  4. กำจัดวัชพืชในแปลงเป็นประจำ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
  5. เดินตรวจแปลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะตอนเช้าที่เห็นขุยชัด และตรวจใต้ใบ
  6. งดการให้น้ำตอนเย็นในแปลงที่เป็นโรค
  7. เมื่อพบโรคและต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช ให้พ่นให้ทั่วทั้งด้านบนและด้านใต้ใบ ตามช่วงเวลาที่ฉลากและเจ้าหน้าที่ระบุ
  8. หลังเก็บเกี่ยวในแปลงที่ระบาดรุนแรง เก็บซากพืชไปทำลายนอกแปลง และปลูกพืชต่างตระกูลหมุนเวียน

เรื่องสารป้องกันกำจัดโรคพืช ที่ควรรู้ก่อนซื้อ

ผู้เขียนไม่ระบุยี่ห้อและไม่ระบุอัตราใช้ เพราะอัตราและสูตรเปลี่ยนตามฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ในตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร ชื่อสารสามัญที่เอกสารยกเป็นตัวอย่างสำหรับตระกูลแตง (รอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568) ได้แก่ ไดเมโทมอร์ฟ แมนโคเซบผสมเมทาแลกซิล-เอ็ม ไซมอกซานิลผสมแมนโคเซบ และแมนโคเซบผสมวาลิฟีนาเลท ส่วนตระกูลกะหล่ำและผักกาด (รอบ 7 ถึง 20 มกราคม 2569) ยกตัวอย่างไดเมโทมอร์ฟ เมทาแลกซิล แมนโคเซบ แมนโคเซบผสมเมทาแลกซิล-เอ็ม และฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม โดยเอกสารเขียนให้พ่นทุก 5 ถึง 7 วัน และให้พ่นทั่วทั้งด้านบนและใต้ใบ

ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อสารสามัญตามที่เอกสารอ้าง ไม่ใช่คำสั่งให้ซื้อ ก่อนใช้ควรอ่านฉลากให้ครบทั้งพืชที่ขึ้นทะเบียน ช่วงเก็บเกี่ยวหลังพ่น และอุปกรณ์ป้องกันตัว และถามเกษตรอำเภอว่าสำหรับแปลงของคุณจำเป็นต้องพ่นจริงหรือไม่ วิธีทางแปลงที่ทำก่อนหน้านั้นมักลดความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องเริ่มที่ขวดสาร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • มองแค่ผิวใบด้านบน แล้วสรุปว่าเป็นขาดธาตุอาหาร โดยไม่พลิกดูใต้ใบตอนเช้า
  • รดน้ำตอนเย็นหรือรดแบบพรมทั่วทรงพุ่มในแปลงที่เริ่มมีโรค ทำให้ใบเปียกค้างคืน
  • ปลูกชิดและปล่อยให้วัชพืชคลุมโคนต้น อากาศไม่ถ่ายเท ความชื้นสูงตลอด
  • ทิ้งซากต้นที่เป็นโรคกองไว้ริมแปลง แทนที่จะเก็บไปทำลายนอกแปลง
  • ปลูกพืชตระกูลเดียวกันซ้ำในแปลงที่เพิ่งระบาดหนัก
  • ซื้อสารตามคำบอกเล่าโดยไม่อ่านฉลากและไม่ดูว่าขึ้นทะเบียนกับพืชที่ปลูกหรือไม่

เช็กลิสต์เช้าที่หมอกลง

  • เดินแปลงตั้งแต่เช้า พลิกใบล่างดูใต้ใบ มีขุยขาวถึงเทาหรือไม่
  • ถ่ายรูปใบที่สงสัยทั้งสองด้านพร้อมวันที่ เก็บไว้เทียบว่าลามเร็วแค่ไหน
  • ตัดใบล่างที่มีแผลชัดใส่ถุงปิด นำออกนอกแปลง
  • เช็กว่าแปลงกล้ามีที่ว่างพอให้อากาศผ่านหรือไม่
  • ทบทวนเวลารดน้ำ เลื่อนไปเช้าหรืองดตอนเย็น
  • ถ้าลามเร็วหรืออาการไม่ตรงกับที่อ่าน ถามเกษตรอำเภอและเปิดตารางเตือนภัยรอบล่าสุดที่ at.doa.go.th/ew

สรุป

ราน้ำค้างโผล่ชัดในเช้าที่ใบชื้น จุดที่ต้องดูคือใต้ใบ และจุดที่ต้องรีบทำคือกำจัดใบที่เป็นโรค ลดความชื้นในแปลง และไม่ปล่อยให้ซากพืชค้าง ผักตระกูลแตงกับผักกะหล่ำและผักกาดเป็นเชื้อคนละชนิด อาการจึงต่างกัน ข้อมูลในบทความอิงตารางเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตรหลายรอบ ณ พ.ย. 2569 ให้ตรวจรอบล่าสุดและถามเกษตรอำเภอก่อนตัดสินใจใช้สาร

อ่านเพิ่มเรื่องเชื้อราในแปลงผักได้ที่ ปฏิทินโรคราน้ำค้าง: งานที่ต้องทำรายเดือน และ ข้อผิดพลาดเรื่องโรคราน้ำค้างที่มือใหม่พบบ่อย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 10-23 ธันวาคม 2568 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร) — อากาศเย็นในตอนเช้า ราน้ำค้างตระกูลแตงและตระกูลกะหล่ำ-ผักกาด อาการและแนวทางป้องกัน (https://www.opsmoac.go.th/phichit-warning-files-472991791009)
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 7-20 มกราคม 2569 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา) — ราน้ำค้างตระกูลกะหล่ำและผักกาด การแช่เมล็ดน้ำอุ่น และการจัดการแปลง (https://www.opsmoac.go.th/chachoengsao-warning-files-481891791868)
  • 📄กรมวิชาการเกษตร: ข้อมูลเตือนภัยการเกษตร ระหว่างวันที่ 8-21 มกราคม 2568 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์) — ราน้ำค้างตระกูลกะหล่ำและผักกาด ข้อสังเกตอาการ (https://oard4.doa.go.th/buriram/wp-content/uploads/2025/01/ข้อมูลเตือนภัยการเกษตร-ระหว่างวันที่-8-–-21-มกราคม-2568.pdf)

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…

ชีวภัณฑ์

ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…

เครื่องพ่น/ถังพ่น

ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม

เช็กก่อนซื้อ

  • ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
  • ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์
รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี

อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน

ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ราน้ำค้างกับราแป้งในแตงกวาแยกกันอย่างไร

ราน้ำค้างเริ่มจากแผลฉ่ำน้ำเป็นรูปเหลี่ยมตามเส้นใบ แล้วกลายเป็นสีเหลือง และใต้ใบมีขุยสีขาวถึงเทาในตอนเช้าที่อากาศชื้น ส่วนราแป้งเป็นผงสีขาวคล้ายแป้งเป็นหย่อม ๆ บนใบ ตามเอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร ถ้าไม่แน่ใจให้ถ่ายรูปใบทั้งด้านบนและด้านล่างไปให้เกษตรอำเภอดู

เช้าหมอกลงแล้วควรเลื่อนเวลารดน้ำผักไหม

เอกสารของกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้หลีกเลี่ยงการให้น้ำในตอนเย็นในแปลงที่เป็นโรค เพราะใบจะเปียกค้างคืน ทางปฏิบัติคือรดน้ำช่วงเช้าที่ใบมีโอกาสแห้งเร็ว และรดที่โคนต้นแทนการฉีดพรมทั่วทรงพุ่มถ้าทำได้

ต้นกล้าผักกาดหรือคะน้าเป็นราน้ำค้าง จะเป็นอย่างไร

เอกสารเตือนภัยระบุว่าถ้าโรคเกิดในระยะกล้า ต้นกล้าจะแคระแกร็นหรือตาย จึงควรตรวจแปลงกล้าทุกเช้า และไม่เพาะเมล็ดแน่นเกินไป ถ้าพบใบที่มีจุดเหลืองและขุยขาวใต้ใบให้ถอนต้นที่เป็นออกไปทิ้งนอกแปลง

ใช้น้ำอุ่นแช่เมล็ดได้จริงหรือ ต้องแช่นานเท่าไร

เอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรระบุให้แช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่นประมาณ 50 องศาเซลเซียส นาน 20 ถึง 30 นาที ก่อนปลูก สำหรับพืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด เป็นขั้นตอนก่อนปลูกที่ช่วยลดเชื้อที่ติดมากับเมล็ด ไม่ใช่การรักษาต้นที่เป็นโรคแล้ว

หลังเก็บเกี่ยวแล้วเศษต้นที่เป็นโรคควรทำอย่างไร

กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เก็บซากพืชไปทำลายนอกแปลงปลูก และเปลี่ยนไปปลูกพืชต่างตระกูลหมุนเวียน เช่น ไม่ปลูกตระกูลแตงซ้ำในแปลงที่โรคระบาดรุนแรง ไม่ปลูกตระกูลกะหล่ำและผักกาดซ้ำในแปลงที่เป็น

ต้องฉีดสารป้องกันกำจัดโรคพืชทุกครั้งที่เห็นหมอกไหม

ไม่จำเป็นต้องฉีดเพียงเพราะมีหมอก เอกสารเตือนภัยให้ตรวจแปลงสม่ำเสมอและพ่นเมื่อพบโรค โดยดูชื่อสารที่ขึ้นทะเบียนและใช้ตามฉลาก ถ้าไม่แน่ใจเรื่องชื่อสาร อัตราใช้ หรือช่วงเก็บเกี่ยวหลังพ่น ให้สอบถามเกษตรอำเภอก่อน