คำตอบสั้น ๆ
ราน้ำค้างชอบเช้าที่อากาศเย็นและใบชื้น ตระกูลแตงกับผักใบอาการต่างกัน บทความสรุปวิธีสังเกตใต้ใบและจัดการแปลงตามตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร
คำตอบเร็ว: ราน้ำค้างชอบเช้าที่อากาศเย็นและใบเปียกชื้น แผลแรกมักอยู่ที่ใบล่างของต้นแล้วลามขึ้นบน ในตระกูลแตงมองหาแผลฉ่ำน้ำเป็นเหลี่ยมตามเส้นใบที่ใต้ใบมีขุยขาวถึงเทา ในผักกะหล่ำและผักกาดมองหาจุดเหลืองบนใบที่ใต้ใบมีขุยขาว แนวทางหลักตามกรมวิชาการเกษตรคือเมล็ดสะอาด ไม่ปลูกชิด กำจัดวัชพืช งดรดน้ำเย็น ตรวจแปลงทุกเช้า และเก็บซากพืชออกจากแปลงหลังจบรอบ ข้อมูล ณ พ.ย. 2569
ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่หลายพื้นที่ตื่นมาเจอหมอกบาง ๆ และน้ำค้างบนใบ ผักที่ปลูกกลางแจ้งหรือในโรงเรือนเปิดข้างมักมีใบชื้นนานกว่าปกติ นี่คือเหตุผลที่ราน้ำค้างกลับมาเป็นหัวข้อที่เกษตรกรถามกันทุกปีเมื่ออากาศเริ่มเย็น บทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องราน้ำค้างในพืชตระกูลแตงและผักใบ ช่วงเช้าที่หมอกลง ส่วนเรื่องราคา พันธุ์ หรือต้นทุนของโรคนี้ มีบทความอื่นของเว็บไว้แล้ว
ก่อนอ่านต่อ ขอบอกข้อจำกัดของข้อมูลตรง ๆ ตัวเลขและอาการในบทความมาจากตารางเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตรที่เปิดอ่านจริงหลายรอบ ได้แก่รอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 รอบ 7 ถึง 20 มกราคม 2569 และรอบ 8 ถึง 21 มกราคม 2568 ส่วนตารางเตือนภัยของรอบต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ผู้เขียนยังเปิดไม่ได้ในวันที่เขียน (7 พ.ย. 2569) เพราะเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตรตอบกลับว่าระบบขัดข้อง จึงไม่ขอเดาว่ารอบนี้กรมประกาศอะไรไว้ ให้เกษตรกรเปิดดูรอบล่าสุดที่ at.doa.go.th/ew หรือถามเกษตรอำเภอ
ทำไมเช้าที่หมอกลงจึงเสี่ยง

ตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรรอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 ระบุสภาพอากาศของรอบนั้นว่า อากาศเย็นในตอนเช้า มีฝนตกบางพื้นที่ แล้วจัดโรคราน้ำค้างไว้เป็นปัญหาที่ควรระวังของทั้งพืชตระกูลแตงและพืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด เอกสารเดียวกันบอกลักษณะที่เห็นได้ในสนามไว้ชัดว่า ในตอนเช้าที่อากาศมีความชื้นสูงจะพบเส้นใยของเชื้อราเป็นขุยสีขาวถึงเทาที่แผลด้านใต้ใบ
ถ้ามองจากมุมคนดูแปลง ความหมายคือใบที่เปียกชื้นตอนเช้าเป็นช่วงที่โรคแสดงตัวชัดที่สุด และเป็นช่วงที่ควรเดินดูใต้ใบ ไม่ใช่ดูแค่ด้านบน หลายแปลงพลาดเพราะมองแค่ผิวใบด้านบนที่เห็นเป็นจุดเหลือง แล้วเข้าใจว่าเป็นอาการขาดธาตุอาหาร กว่าจะพลิกใบดูก็ลุกลามไปแล้ว
สิ่งที่เอกสารไม่ได้ระบุ ได้แก่ตัวเลขอุณหภูมิหรือจำนวนชั่วโมงที่ใบเปียกซึ่งทำให้โรคระบาด ผู้เขียนจึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านั้นให้ ถ้าต้องการเกณฑ์เชิงตัวเลขสำหรับพื้นที่ของตัวเอง ให้ถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรในจังหวัด
ตรวจให้ถูกโรค แตงกับผักใบอาการไม่เหมือนกัน
ราน้ำค้างของพืชสองกลุ่มนี้เกิดจากเชื้อราคนละชนิด ตามที่เอกสารกรมวิชาการเกษตรระบุ ตระกูลแตงเกิดจากเชื้อ Pseudoperonospora cubensis ส่วนตระกูลกะหล่ำและผักกาดเกิดจาก Peronospora parasitica ทั้งสองกลุ่มพบโรคได้ทุกระยะการเจริญเติบโต และมักเริ่มที่ใบล่างก่อน
| ลักษณะ | ตระกูลแตง (แตงกวา แตงโม เมล่อน ฟักทอง บวบ มะระ ฯลฯ) | ตระกูลกะหล่ำและผักกาด (คะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำ ผักกาดหอม ฯลฯ) |
|---|---|---|
| ตำแหน่งที่เริ่มพบ | ใบล่างของต้นก่อน แล้วลามขึ้นใบบน | ใบล่างของต้นก่อน แล้วลามขึ้นใบบน |
| อาการด้านบนใบ | แผลฉ่ำน้ำ ขยายตามกรอบเส้นใบย่อยจนเป็นรูปเหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง | จุดหรือปื้นแผลสีเหลือง |
| อาการใต้ใบตอนเช้าชื้น | ขุยของเชื้อราสีขาวถึงเทาที่แผล | ขุยสีขาวถึงเทาตรงแผล |
| เมื่อรุนแรง | แผลรวมกันเป็นแผลใหญ่ สีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ ใบเหลืองและแห้ง ต้นอาจแห้งตายทั้งต้น | แผลใหญ่ขึ้นเป็นสีน้ำตาล ใบเหลืองและแห้ง |
| ผลหรือส่วนที่เก็บขาย | ถ้าเป็นโรคตอนมีผลอ่อน ผลลีบเล็กและบิดเบี้ยว ผลน้อยและคุณภาพลด | ในกะหล่ำดอกและบร็อกโคลี ถ้ารุนแรง ก้านดอกยืด ดอกบิดเบี้ยวเสียรูปทรง |
| ระยะกล้า | ไม่มีรายละเอียดเฉพาะในเอกสารที่เปิดอ่าน | ต้นกล้าแคระแกร็นหรือตาย |
ตารางนี้สรุปจากตารางเตือนภัยการเกษตรรอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568 และรอบ 7 ถึง 20 มกราคม 2569 ของกรมวิชาการเกษตร ถ้าเจออาการที่ไม่ตรงกับตาราง เช่น ใบเป็นผงขาวทั้งด้านบน อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นราน้ำค้าง ดูหัวข้อแยกโรคด้านล่าง
อาการทีละขั้น ในแปลงตระกูลแตง
ขั้นแรก แผลฉ่ำน้ำที่ใบล่าง
เริ่มจากใบที่อยู่ล่างสุดของเถา ถ้าเอาใบไปส่องกับแสงจะเห็นแผลเป็นเหลี่ยม ๆ กรอบด้วยเส้นใบย่อย บางครั้งมองเป็นเหมือนรอยหยดน้ำตั้งแต่ก่อนที่สีเหลืองจะชัด จุดนี้เป็นช่วงที่ตัดใบล่างที่เป็นโรคออกไปทิ้งนอกแปลงได้ทันเวลา
ขั้นต่อมา สีเหลืองและขุยใต้ใบ
แผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และในเช้าที่อากาศชื้นจะมีขุยขาวถึงเทาด้านใต้ใบตรงตำแหน่งแผล ถ้ามีเวลาแค่ไม่กี่นาทีในการเดินตรวจ ให้พลิกใบล่างสัก 5 ถึง 10 ใบต่อแถวแล้วดูใต้ใบ
ขั้นรุนแรง แผลรวมกันและใบแห้ง
แผลขยายต่อกันเป็นแผลใหญ่ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ ใบเหลืองและแห้งตายทั้งต้นเมื่อรุนแรงมาก เอกสารระบุว่าพืชที่เป็นโรคจะติดผลน้อย ผลมีขนาดเล็ก คุณภาพลดลง และถ้าเป็นตอนผลอ่อน ผลจะลีบเล็กและบิดเบี้ยว ซึ่งกระทบรายได้โดยตรงมากกว่าแค่ใบเสีย
ผักใบและผักกะหล่ำ อาการที่ควรดูเป็นพิเศษ
ผักกาด คะน้า กวางตุ้ง และผักกะหล่ำมักปลูกชิดและรดน้ำบ่อย ใบจึงชื้นนานกว่า อาการแรกคือจุดหรือปื้นสีเหลืองด้านบนใบ ต่อมาในตอนเช้าชื้นจะมีขุยขาวถึงเทาตรงแผลใต้ใบ ถ้าระบาดรุนแรงแผลจะขยายและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ใบเหลืองแล้วแห้ง
ในแปลงกล้า เอกสารเตือนภัยระบุผลไว้หนักกว่า คือต้นกล้าแคระแกร็นหรือตาย ถ้ากล้าผักของคุณเพาะแน่นในถาดหรือแปลงเพาะและเปียกชื้นนาน ควรเป็นจุดที่ตรวจก่อนจุดอื่น ส่วนกะหล่ำดอกและบร็อกโคลีที่โรครุนแรง ก้านดอกจะยืดและดอกอาจบิดเบี้ยวเสียรูปทรง ซึ่งแปลว่าผลผลิตที่ขายไม่ได้ราคา
ถ้าสนใจภาพรวมของโรคนี้ในผักแบบกว้าง มีบทความ โรคราน้ำค้างในผัก สภาพที่เสี่ยง วิธีป้องกัน และการจัดการแปลง และเรื่องกล้าโดยเฉพาะที่ ราน้ำค้างในกล้าผัก ส่วนบทความนี้เน้นเช้าที่หมอกลงของปลายปี
แยกจากโรคอื่นที่หน้าตาคล้ายกัน
ในตารางเตือนภัยรอบเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรจัดโรคราแป้งของตระกูลแตงไว้ถัดจากราน้ำค้าง เกิดจากเชื้อ Oidium sp. ลักษณะคือพบเชื้อราคล้ายผงแป้งสีขาวเป็นหย่อม ๆ บนใบ มักพบที่ใบล่างก่อนแล้วลามขึ้นบน ถ้าสภาพเหมาะสมจะกระจายทั่วใบ และใบค่อย ๆ ซีดเหลืองและแห้ง
| สังเกต | ราน้ำค้าง | ราแป้ง |
|---|---|---|
| ลักษณะเด่น | แผลเหลืองฉ่ำน้ำ ขุยขาวถึงเทาด้านใต้ใบ | ผงสีขาวคล้ายแป้งเป็นหย่อมบนใบ |
| เช้าชื้นแล้วเห็นชัดขึ้นไหม | ใช่ ขุยใต้ใบเห็นชัดเมื่อความชื้นสูง | เอกสารไม่ได้ระบุเรื่องนี้ |
| ต้องเช็คที่ใด | ใต้ใบ | ผิวใบด้านบน |
โรคที่ใบเหลืองจากสาเหตุอื่น เช่น ขาดธาตุอาหาร หรือน้ำขังที่ราก ก็ทำให้ใบล่างเหลืองได้เหมือนกัน วิธีตัดสินที่ง่ายที่สุดคือพลิกใบดูใต้ใบตอนเช้า ถ้ามีขุยขาวถึงเทาตรงที่แผลก็เข้าข่ายราน้ำค้าง ถ้าไม่แน่ใจให้เก็บใบที่มีอาการสด ๆ ใส่ถุงกระดาษแล้วนำไปให้เกษตรอำเภอดู
ขั้นตอนจัดการแปลงที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้
รายการต่อไปนี้ดัดแปลงจากข้อแนะนำในตารางเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร เรียงจากสิ่งที่ทำก่อนปลูกไปจนถึงหลังเก็บเกี่ยว
- เลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพดีและปราศจากโรค
- สำหรับตระกูลกะหล่ำและผักกาด ก่อนปลูกแช่เมล็ดในน้ำอุ่นประมาณ 50 องศาเซลเซียส นาน 20 ถึง 30 นาที ตามเอกสารเตือนภัย (เอกสารยังมีทางเลือกเป็นการคลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชซึ่งต้องดูฉลากและขอคำแนะนำก่อน)
- ไม่ปลูกระยะชิดกันเกินไป เพราะทำให้ความชื้นในทรงพุ่มสูง
- กำจัดวัชพืชในแปลงเป็นประจำ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
- เดินตรวจแปลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะตอนเช้าที่เห็นขุยชัด และตรวจใต้ใบ
- งดการให้น้ำตอนเย็นในแปลงที่เป็นโรค
- เมื่อพบโรคและต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืช ให้พ่นให้ทั่วทั้งด้านบนและด้านใต้ใบ ตามช่วงเวลาที่ฉลากและเจ้าหน้าที่ระบุ
- หลังเก็บเกี่ยวในแปลงที่ระบาดรุนแรง เก็บซากพืชไปทำลายนอกแปลง และปลูกพืชต่างตระกูลหมุนเวียน
เรื่องสารป้องกันกำจัดโรคพืช ที่ควรรู้ก่อนซื้อ
ผู้เขียนไม่ระบุยี่ห้อและไม่ระบุอัตราใช้ เพราะอัตราและสูตรเปลี่ยนตามฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียน ในตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร ชื่อสารสามัญที่เอกสารยกเป็นตัวอย่างสำหรับตระกูลแตง (รอบ 10 ถึง 23 ธันวาคม 2568) ได้แก่ ไดเมโทมอร์ฟ แมนโคเซบผสมเมทาแลกซิล-เอ็ม ไซมอกซานิลผสมแมนโคเซบ และแมนโคเซบผสมวาลิฟีนาเลท ส่วนตระกูลกะหล่ำและผักกาด (รอบ 7 ถึง 20 มกราคม 2569) ยกตัวอย่างไดเมโทมอร์ฟ เมทาแลกซิล แมนโคเซบ แมนโคเซบผสมเมทาแลกซิล-เอ็ม และฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม โดยเอกสารเขียนให้พ่นทุก 5 ถึง 7 วัน และให้พ่นทั่วทั้งด้านบนและใต้ใบ
ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อสารสามัญตามที่เอกสารอ้าง ไม่ใช่คำสั่งให้ซื้อ ก่อนใช้ควรอ่านฉลากให้ครบทั้งพืชที่ขึ้นทะเบียน ช่วงเก็บเกี่ยวหลังพ่น และอุปกรณ์ป้องกันตัว และถามเกษตรอำเภอว่าสำหรับแปลงของคุณจำเป็นต้องพ่นจริงหรือไม่ วิธีทางแปลงที่ทำก่อนหน้านั้นมักลดความเสี่ยงได้โดยไม่ต้องเริ่มที่ขวดสาร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- มองแค่ผิวใบด้านบน แล้วสรุปว่าเป็นขาดธาตุอาหาร โดยไม่พลิกดูใต้ใบตอนเช้า
- รดน้ำตอนเย็นหรือรดแบบพรมทั่วทรงพุ่มในแปลงที่เริ่มมีโรค ทำให้ใบเปียกค้างคืน
- ปลูกชิดและปล่อยให้วัชพืชคลุมโคนต้น อากาศไม่ถ่ายเท ความชื้นสูงตลอด
- ทิ้งซากต้นที่เป็นโรคกองไว้ริมแปลง แทนที่จะเก็บไปทำลายนอกแปลง
- ปลูกพืชตระกูลเดียวกันซ้ำในแปลงที่เพิ่งระบาดหนัก
- ซื้อสารตามคำบอกเล่าโดยไม่อ่านฉลากและไม่ดูว่าขึ้นทะเบียนกับพืชที่ปลูกหรือไม่
เช็กลิสต์เช้าที่หมอกลง
- เดินแปลงตั้งแต่เช้า พลิกใบล่างดูใต้ใบ มีขุยขาวถึงเทาหรือไม่
- ถ่ายรูปใบที่สงสัยทั้งสองด้านพร้อมวันที่ เก็บไว้เทียบว่าลามเร็วแค่ไหน
- ตัดใบล่างที่มีแผลชัดใส่ถุงปิด นำออกนอกแปลง
- เช็กว่าแปลงกล้ามีที่ว่างพอให้อากาศผ่านหรือไม่
- ทบทวนเวลารดน้ำ เลื่อนไปเช้าหรืองดตอนเย็น
- ถ้าลามเร็วหรืออาการไม่ตรงกับที่อ่าน ถามเกษตรอำเภอและเปิดตารางเตือนภัยรอบล่าสุดที่ at.doa.go.th/ew
สรุป
ราน้ำค้างโผล่ชัดในเช้าที่ใบชื้น จุดที่ต้องดูคือใต้ใบ และจุดที่ต้องรีบทำคือกำจัดใบที่เป็นโรค ลดความชื้นในแปลง และไม่ปล่อยให้ซากพืชค้าง ผักตระกูลแตงกับผักกะหล่ำและผักกาดเป็นเชื้อคนละชนิด อาการจึงต่างกัน ข้อมูลในบทความอิงตารางเตือนภัยการเกษตรของกรมวิชาการเกษตรหลายรอบ ณ พ.ย. 2569 ให้ตรวจรอบล่าสุดและถามเกษตรอำเภอก่อนตัดสินใจใช้สาร
อ่านเพิ่มเรื่องเชื้อราในแปลงผักได้ที่ ปฏิทินโรคราน้ำค้าง: งานที่ต้องทำรายเดือน และ ข้อผิดพลาดเรื่องโรคราน้ำค้างที่มือใหม่พบบ่อย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 10-23 ธันวาคม 2568 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร) — อากาศเย็นในตอนเช้า ราน้ำค้างตระกูลแตงและตระกูลกะหล่ำ-ผักกาด อาการและแนวทางป้องกัน (https://www.opsmoac.go.th/phichit-warning-files-472991791009)
- กรมวิชาการเกษตร: เตือนภัยการเกษตร ช่วงวันที่ 7-20 มกราคม 2569 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา) — ราน้ำค้างตระกูลกะหล่ำและผักกาด การแช่เมล็ดน้ำอุ่น และการจัดการแปลง (https://www.opsmoac.go.th/chachoengsao-warning-files-481891791868)
- กรมวิชาการเกษตร: ข้อมูลเตือนภัยการเกษตร ระหว่างวันที่ 8-21 มกราคม 2568 (ฉบับสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์) — ราน้ำค้างตระกูลกะหล่ำและผักกาด ข้อสังเกตอาการ (https://oard4.doa.go.th/buriram/wp-content/uploads/2025/01/ข้อมูลเตือนภัยการเกษตร-ระหว่างวันที่-8-–-21-มกราคม-2568.pdf)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
โรคแอนแทรคโนสช่วงออกดอกที่มีหมอกและน้ำค้าง เสี่ยงกับพืชอะไรบ้างและลดความเสี่ยงอย่างไร
แอนแทรคโนสช่วงออกดอกทำให้ช่อดอกมะม่วงเหี่ยวและดอกร่วง และอาจแฝงในผลอ่อน บทความสรุปพืชที่เสี่ยง อาการ และการลดความเสี่ยงตามตารางเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร
เน่าคอดินในต้นกล้าช่วงอากาศเย็นชื้น ป้องกันตั้งแต่เพาะกล้าได้อย่างไร
เน่าคอดินทำให้เมล็ดเน่าก่อนงอกหรือกล้าล้มพับที่โคน ช่วงเย็นชื้นเสี่ยงสูง บทความสรุปสาเหตุ สัญญาณ และเช็กลิสต์ป้องกันตั้งแต่ก่อนเพาะตามข้อมูลมหาวิทยาลัย
โรคใบไหม้มะเขือเทศและมันฝรั่งเมื่ออากาศเย็นชื้น สังเกตอย่างไรและป้องกันก่อนระบาด
โรคใบไหม้ระบาดเร็วเมื่อหมอกและความชื้นสูง บทความนี้ไล่อาการจากใบล่างถึงลำต้น และขั้นตอนป้องกันตามประกาศของหน่วยงานรัฐ
โคหายจากลัมปีสกินแล้วกลับเข้าฝูงได้เมื่อไร และผลต่อการให้ผลผลิตระยะยาวเป็นอย่างไร
ยังไม่มีประกาศกรมปศุสัตว์กำหนดจำนวนวันตายตัวสำหรับโคที่หายลัมปีสกิน บทความนี้สรุปข้อมูลวิชาการเรื่องไวรัสในตุ่มและน้ำเชื้อ ผลต่อน้ำนมและการสืบพันธุ์ และสิ่งที่ต้องถามปศุสัตว์
ไข้สามวันในโคคืออะไร อาการเป็นอย่างไร และเลี้ยงโคช่วงอากาศเปลี่ยนต้องระวังอะไร
ไข้สามวันในโคเกิดจากไวรัสที่แมลงดูดเลือดแพร่ ไม่ติดโดยการสัมผัสตัวโดยตรง บทความสรุปอาการ การดูแล และข้อควรระวังช่วงอากาศเปลี่ยนตามข้อมูลของกรมปศุสัตว์ พร้อมบอกจุดที่ยังไม่มีประกาศยืนยันในปีนี้
ทำความสะอาดฟาร์มและโรงเรือนหลังน้ำลด ระวังไข้ดินและเชื้อจากโคลนอย่างไร
ไข้ดินหรือเมลิออยด์อยู่ในดินและน้ำ คนเก็บกวาดโคลนหลังน้ำลดมีโอกาสสัมผัสเชื้อ บทความนี้สรุปวิธีป้องกันตัวตามข้อมูลกรมควบคุมโรค และบอกว่าเมื่อไรควรพบแพทย์
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

10ชิ้น กาวดักแมลงวันทอง แมลงวันที่แข็งแกร่งดักแมลงสองด้านสี…
กับดักแมลง
ใช้ติดตามและดักแมลงศัตรูพืชแบบไม่ใช้สาร

ไตรโคเดอร์มา Trichoderma เชื้อราไตรโคเดอร์มา…
ชีวภัณฑ์
ทางเลือกชีวภัณฑ์ที่มีทะเบียน ใช้ตามอัตราบนฉลากเท่านั้น

เป้หยอดปุ๋ย 30L ถังใส่ปุ๋ยข้าวโพด ไม่ต้องก้มหลัง…
เครื่องพ่น/ถังพ่น
ใช้พ่นปุ๋ยน้ำหรือสารตามฉลากให้ทั่วทรงพุ่ม
เช็กก่อนซื้อ
- ความจุถังและน้ำหนักเมื่อเติมเต็มสำหรับสะพาย
- ระบบแรงดัน: โยกมือ แบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์

รองเท้าบูทยาว บูทกันน้ำ,บูทนาเกาหลี
อุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน
ป้องกันมือ เท้า และผิวหนังระหว่างพ่นสารหรือทำงานในแปลง
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ราน้ำค้างกับราแป้งในแตงกวาแยกกันอย่างไร
ราน้ำค้างเริ่มจากแผลฉ่ำน้ำเป็นรูปเหลี่ยมตามเส้นใบ แล้วกลายเป็นสีเหลือง และใต้ใบมีขุยสีขาวถึงเทาในตอนเช้าที่อากาศชื้น ส่วนราแป้งเป็นผงสีขาวคล้ายแป้งเป็นหย่อม ๆ บนใบ ตามเอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตร ถ้าไม่แน่ใจให้ถ่ายรูปใบทั้งด้านบนและด้านล่างไปให้เกษตรอำเภอดู
เช้าหมอกลงแล้วควรเลื่อนเวลารดน้ำผักไหม
เอกสารของกรมวิชาการเกษตรแนะนำให้หลีกเลี่ยงการให้น้ำในตอนเย็นในแปลงที่เป็นโรค เพราะใบจะเปียกค้างคืน ทางปฏิบัติคือรดน้ำช่วงเช้าที่ใบมีโอกาสแห้งเร็ว และรดที่โคนต้นแทนการฉีดพรมทั่วทรงพุ่มถ้าทำได้
ต้นกล้าผักกาดหรือคะน้าเป็นราน้ำค้าง จะเป็นอย่างไร
เอกสารเตือนภัยระบุว่าถ้าโรคเกิดในระยะกล้า ต้นกล้าจะแคระแกร็นหรือตาย จึงควรตรวจแปลงกล้าทุกเช้า และไม่เพาะเมล็ดแน่นเกินไป ถ้าพบใบที่มีจุดเหลืองและขุยขาวใต้ใบให้ถอนต้นที่เป็นออกไปทิ้งนอกแปลง
ใช้น้ำอุ่นแช่เมล็ดได้จริงหรือ ต้องแช่นานเท่าไร
เอกสารเตือนภัยของกรมวิชาการเกษตรระบุให้แช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่นประมาณ 50 องศาเซลเซียส นาน 20 ถึง 30 นาที ก่อนปลูก สำหรับพืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด เป็นขั้นตอนก่อนปลูกที่ช่วยลดเชื้อที่ติดมากับเมล็ด ไม่ใช่การรักษาต้นที่เป็นโรคแล้ว
หลังเก็บเกี่ยวแล้วเศษต้นที่เป็นโรคควรทำอย่างไร
กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เก็บซากพืชไปทำลายนอกแปลงปลูก และเปลี่ยนไปปลูกพืชต่างตระกูลหมุนเวียน เช่น ไม่ปลูกตระกูลแตงซ้ำในแปลงที่โรคระบาดรุนแรง ไม่ปลูกตระกูลกะหล่ำและผักกาดซ้ำในแปลงที่เป็น
ต้องฉีดสารป้องกันกำจัดโรคพืชทุกครั้งที่เห็นหมอกไหม
ไม่จำเป็นต้องฉีดเพียงเพราะมีหมอก เอกสารเตือนภัยให้ตรวจแปลงสม่ำเสมอและพ่นเมื่อพบโรค โดยดูชื่อสารที่ขึ้นทะเบียนและใช้ตามฉลาก ถ้าไม่แน่ใจเรื่องชื่อสาร อัตราใช้ หรือช่วงเก็บเกี่ยวหลังพ่น ให้สอบถามเกษตรอำเภอก่อน
