โรคและการดูแลเผยแพร่ 25 ตุลาคม 2569

ทำความสะอาดฟาร์มและโรงเรือนหลังน้ำลด ระวังไข้ดินและเชื้อจากโคลนอย่างไร

เก็บกวาดโคลนในฟาร์มและโรงเรือนหลังน้ำท่วม ต้องป้องกันตัวอย่างไรให้เสี่ยงเมลิออยด์น้อยลง อ้างอิงกรมควบคุมโรคและข้อมูลล่าสุด ต.ค. 2569 พร้อมสัญญาณที่ควรไปพบแพทย์

ทำความสะอาดฟาร์มและโรงเรือนหลังน้ำลด ระวังไข้ดินและเชื้อจากโคลนอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ไข้ดินหรือเมลิออยด์อยู่ในดินและน้ำ คนเก็บกวาดโคลนหลังน้ำลดมีโอกาสสัมผัสเชื้อ บทความนี้สรุปวิธีป้องกันตัวตามข้อมูลกรมควบคุมโรค และบอกว่าเมื่อไรควรพบแพทย์

คำตอบเร็ว: หลังน้ำลด โคลนและน้ำขังในฟาร์มอาจมีเชื้อ Burkholderia pseudomallei ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเมลิออยด์หรือไข้ดิน กรมควบคุมโรคระบุว่าเชื้อเข้าได้ทางผิวหนัง (แม้ไม่เห็นแผล) การกลืนน้ำปนเปื้อน และการสูดฝุ่นดิน ดังนั้นตอนล้างคอก โรงเรือน บ่อ และลานตาก ให้สวมรองเท้าบูต ถุงมือยาง กางเกงขายาว ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างตัวด้วยสบู่ทันทีหลังเสร็จงาน ดื่มน้ำต้มสุก และถ้ามีไข้สูงหลังสัมผัสโคลน ให้ไปพบแพทย์พร้อมบอกว่าลุยน้ำย่ำโคลนมา (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

น้ำลดไปแล้วสามวัน คอกยังเฉอะแฉะ พื้นโรงเรือนมีโคลนหนาเป็นนิ้ว ลานตากข้าวมีตะกอนทับ เจ้าของฟาร์มส่วนใหญ่คิดอย่างเดียวคือรีบล้างให้เสร็จเพื่อให้ฟาร์มกลับมาใช้งานได้ ซึ่งเข้าใจได้ แต่ช่วงนี้เองที่คนทำงานสัมผัสโคลนมากที่สุด และเป็นช่วงที่ข่าวไข้ดินกลับมาอีกครั้ง บทความนี้ไม่ซ้ำกับเรื่องล้างบ้านและเชื้อรา แต่เน้นงานของคนมีฟาร์ม ได้แก่ คอก โรงเรือน บ่อ และลานตาก ว่าควรเรียงลำดับงานและป้องกันตัวอย่างไร

สถานการณ์ไข้ดินล่าสุดที่ควรรู้ก่อนลงมือล้างฟาร์ม

ภาพประกอบ สถานการณ์ไข้ดินล่าสุดที่ควรรู้ก่อนลงมือล้างฟาร์ม

ตามรายงานข่าวของ PPTV HD 36 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ซึ่งอ้างข้อมูลจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา (สคร.9) ระหว่าง 1 มกราคมถึง 22 ตุลาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้ดิน 570 ราย เสียชีวิต 45 ราย ใน 4 จังหวัดของเขตสุขภาพที่ 9 ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 55 ถึง 64 ปี และ 45 ถึง 54 ปี

ตัวเลขนี้เป็นของเขตสุขภาพที่ 9 เท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขทั้งประเทศ และจะเปลี่ยนไปตามรายงานรอบใหม่ ถ้าฟาร์มของคุณอยู่จังหวัดอื่น ให้ตรวจข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรคหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หน้าข้อมูลโรคของกรมควบคุมโรคระบุว่า ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อในกระแสเลือดแบบเฉียบพลัน อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ราว 40 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และบางรายเสียชีวิตภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ นี่คือเหตุผลที่กรมให้ความสำคัญกับการป้องกันมากกว่าการรอดูอาการ

เชื้ออยู่ตรงไหนในฟาร์ม และเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

สคร.9 อธิบายไว้ในประกาศเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ว่าเชื้อ Burkholderia pseudomallei พบได้ในดินและน้ำทั่วประเทศ รวมถึงนาข้าว ไร่ และสวนยางพารา ไม่ได้เกิดเฉพาะหลังน้ำท่วม แต่ฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขังทำให้คนต้องสัมผัสดินและน้ำมากขึ้น ตัวอย่างงานในฟาร์มที่เข้าข่ายสัมผัสโดยตรง ได้แก่ ขุดโคลนออกจากคอก ล้างพื้นโรงเรือน ลอกตะกอนก้นบ่อ ตักดินทับลานตาก ซ่อมคันดิน และเดินลุยแปลงที่ยังมีน้ำขัง

ช่องทางที่กรมควบคุมโรคระบุมี 3 ทาง

  • ผ่านผิวหนัง ติดได้แม้ไม่มีแผลที่มองเห็น แต่ถ้ามีแผลถลอก แผลจากหนามหรือเศษไม้ ความเสี่ยงยิ่งสูง
  • กลืนหรือดื่ม น้ำที่ปนเปื้อน เช่น น้ำบ่อ น้ำฝน น้ำใต้ดิน ที่ไม่ได้ต้มก่อนดื่ม หน้าข้อมูลโรคของกรมระบุว่าเครื่องกรองที่ไม่ได้ดูแลอย่างถูกต้องอาจกำจัดเชื้อไม่ได้
  • สูดหายใจ เอาฝุ่นดินที่มีเชื้อเข้าไป ข้อนี้คนมักลืม เพราะนึกถึงแต่โคลนเปียก แต่โคลนที่ตากแห้งแล้วถูกกวาดหรือเหยียบจนฟุ้งก็เป็นปัญหาได้

ระยะเวลาตั้งแต่สัมผัสจนมีอาการ สคร.9 ระบุว่าราว 1 ถึง 21 วัน และบางรายอาจแสดงอาการช้ากว่านั้นมาก ดังนั้นถ้าวันนี้ล้างคอกเสร็จแล้วยังรู้สึกปกติ ก็ยังต้องสังเกตตัวเองต่อไปอีกหลายสัปดาห์

ใครในฟาร์มเสี่ยงมากที่สุด

กลุ่มเสี่ยงตามประกาศของ สคร.9 คือเกษตรกร ผู้ทำนา ชาวประมง และผู้ที่ลุยน้ำย่ำโคลนเป็นเวลานาน รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต ธาลัสซีเมีย มะเร็ง ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ดื่มสุราจัด และผู้สูงอายุ ในทางปฏิบัติ ฟาร์มครอบครัวมักมีพ่อแม่วัยหกสิบกว่าเป็นคนลงไปตักโคลนเอง เพราะลูกหลานไปทำงานต่างถิ่น ถ้าในครัวเรือนมีคนกลุ่มนี้ ควรให้เขาทำงานเบากว่า เช่น เตรียมน้ำสะอาด ดูแลสต๊อกอุปกรณ์ แทนการลงโคลนโดยตรง

ลำดับงานล้างฟาร์มที่ลดการสัมผัสโคลน

ส่วนนี้เป็นการนำหลักป้องกันของกรมควบคุมโรค (เลี่ยงสัมผัสดินและน้ำ ใส่อุปกรณ์ป้องกัน ล้างตัวทันที) มาเรียงเป็นขั้นตอนงานฟาร์ม ไม่ใช่ขั้นตอนมาตรฐานที่หน่วยงานรัฐประกาศเฉพาะสำหรับไข้ดิน

  1. ตรวจความปลอดภัยก่อน ปิดไฟ ตรวจสายไฟและปลั๊กที่เปียก ก่อนเข้าไปล้างโรงเรือน กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องไฟฟ้าดูดหลังน้ำลดไว้ชัดเจน
  2. แต่งตัวก่อนลงงาน รองเท้าบูตยางที่ไม่มีรอยรั่ว ถุงมือยาง กางเกงขายาวหรือชุดลุยน้ำ และหน้ากากเมื่อต้องทำงานที่มีฝุ่นหรือละออง กรมควบคุมโรคแนะนำหน้ากากระดับ N95 หรือเทียบเท่าขณะทำความสะอาดหลังน้ำท่วม
  3. ปิดแผลทุกจุด ใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผล ถ้าแผลใหญ่หรือเปียกซึม ให้งดลงโคลนจนกว่าแผลจะหายสนิท ตามที่กรมแนะนำ
  4. ระบายน้ำขังออกก่อน น้ำที่ขังในคอกและพื้นโรงเรือนควรระบายออกก่อนเริ่มตักโคลน เพื่อลดเวลาที่ต้องยืนแช่น้ำ
  5. ตักโคลนออกเป็นรอบ ไม่ลุยซ้ำ กำหนดเส้นทางเดินและจุดกองโคลน ไม่กองใกล้แหล่งน้ำกินน้ำใช้ ไม่กองใกล้ที่พักคนหรือคอกสัตว์
  6. เลี่ยงงานที่ทำให้ฝุ่นฟุ้ง ไม่กวาดแห้งบริเวณที่มีโคลนแห้งหนา ถ้าต้องกวาดหรือขูด ให้สวมหน้ากากและทำตอนไม่มีลมแรง
  7. ล้างตัวทันทีที่เสร็จรอบงาน ล้างมือ เท้า และผิวหนังที่โดนโคลนด้วยสบู่และน้ำสะอาด ซักเสื้อผ้าและล้างบูตแยกจากเสื้อผ้าคนอื่น
  8. พักดื่มและกินให้ปลอดภัย ใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวด อาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่กินอาหารที่ถูกน้ำท่วมหรือล้างด้วยน้ำไม่สะอาด

จุดต่าง ๆ ในฟาร์ม ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ

จุดในฟาร์มงานที่ต้องสัมผัสโคลนหรือน้ำข้อควรระวังตามหลักการป้องกัน
คอกและพื้นโรงเรือนตักโคลน ขูดพื้น ล้างด้วยน้ำสวมบูตและถุงมือ ระบายน้ำขังก่อน ระวังละอองน้ำกระเด็นเข้าตาและปาก ใช้หน้ากากเมื่อมีฝุ่นหรือละออง
บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำและคันบ่อลงไปลอกตะกอน ซ่อมคัน จับสัตว์น้ำใช้ชุดลุยน้ำหรือบูตสูง ปิดแผล ไม่ลงบ่อเมื่อมีแผลเปิด ปรึกษาประมงอำเภอเรื่องการฟื้นฟูบ่อ
ลานตากและโรงเก็บผลผลิตกวาดตะกอนที่แห้งแล้ว ขูดดินที่ทับระวังฝุ่นดินฟุ้ง สวมหน้ากาก ไม่กวาดแห้งตอนมีลมแรง
แหล่งน้ำใช้ในฟาร์ม (บ่อน้ำตื้น น้ำฝน น้ำบาดาล)ตักน้ำมาล้างอุปกรณ์ ให้สัตว์ดื่ม ใช้ในบ้านน้ำที่คนดื่มควรต้มก่อน กรมควบคุมโรคระบุว่าเครื่องกรองที่ดูแลไม่ถูกต้องอาจกำจัดเชื้อไม่ได้
แปลงพืชที่ยังมีโคลนทับเดินสำรวจ ขุด ตักโคลนใช้บูต อย่าเดินเท้าเปล่า วางแผนทำเป็นรอบ ไม่ลงแช่นาน ดูบทความเรื่องโคลนทับสวนในลิงก์ด้านล่าง

สัตว์ในฟาร์มกับไข้ดิน สิ่งที่เกษตรกรควรรู้

เชื้อนี้ไม่ได้ก่อโรคเฉพาะคน หน้าข้อมูลโรคของกรมควบคุมโรคระบุว่าติดเชื้อได้ทั้งคนและสัตว์ในเขตร้อนชื้น และคู่มือสัตวแพทย์ Merck Veterinary Manual ระบุว่าพบมากในแกะ แพะ และสุกร รวมถึงรายงานในโค ควาย ม้า กวาง สุนัข และแมว อาการหลากหลายขึ้นกับอวัยวะที่ติดเชื้อ ตั้งแต่ไข้ เบื่ออาหาร ต่อมน้ำเหลืองบวม ไปจนถึงฝีในอวัยวะภายใน ปอดอักเสบ หรือเต้านมอักเสบในแพะ และสัตว์จำนวนหนึ่งติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ

แหล่งเดียวกันระบุว่าการติดต่อจากสัตว์สู่คนพบได้น้อยมาก การติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากการสัมผัสดินและน้ำที่ปนเปื้อน และเคยพบเชื้อในน้ำนมแพะ จึงแนะนำให้พาสเจอร์ไรซ์น้ำนมแพะในเขตร้อน ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์กับฟาร์มคือ การระบาดมักตามหลังฝนตกหนักและน้ำท่วม และแนวทางควบคุมที่แนะนำคือ ให้สัตว์อยู่เหนือพื้นดิน เลี่ยงพื้นที่เฉอะแฉะหรือน้ำท่วมขัง และจัดน้ำดื่มที่สะอาด ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ได้ผลดี

จุดที่ต้องบอกตรง ๆ คือไม่พบแนวทางทางการของกรมปศุสัตว์ที่ระบุชนิดน้ำยาฆ่าเชื้อ ความเข้มข้น หรือระยะพักโรงเรือนเฉพาะสำหรับไข้ดินหลังน้ำท่วม บทความนี้จึงไม่ระบุสิ่งเหล่านั้น ถ้าต้องการแนวทางฆ่าเชื้อและเตรียมโรงเรือนก่อนนำสัตว์กลับ ให้สอบถามสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสัตวแพทย์ในพื้นที่ และอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง

ตามรายงานของ Thai PBS เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 กรมปศุสัตว์ส่งทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสุขภาพสัตว์หลังน้ำลด และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ ถ้าสัตว์มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร มีก้อนหรือฝีตามตัว หรือป่วยหลายตัวพร้อมกัน ให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอหรือสัตวแพทย์ อย่าซื้อยามาฉีดเอง และเวลาจับสัตว์ป่วยหรือสัมผัสฝีหนอง ให้สวมถุงมือและล้างมือให้สะอาด

สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์

ไข้ดินแยกจากไข้อื่นได้ยากในช่วงแรก หน้าข้อมูลโรคของกรมควบคุมโรคระบุว่าไข้ช่วงต้นอาจคล้ายไข้รากสาดน้อย มาลาเรีย ไทฟอยด์ หรือไข้เลือดออก จึงต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตามข้อมูลที่ สคร.9 เผยแพร่ ให้ไปพบแพทย์ในกรณีต่อไปนี้

  • มีไข้สูงต่อเนื่อง 2 วันขึ้นไปหลังสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลน
  • ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว
  • มีฝีหรือแผลเปื่อยที่ผิวหนัง แผลบวมแดงผิดปกติ
  • ไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบาก

เมื่อพบแพทย์ ให้บอกชัดเจนว่าลุยน้ำย่ำโคลนหรือล้างฟาร์มมา และงานนั้นทำเมื่อไร อย่าซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง และอย่าใส่ดินหรือสมุนไพรบนแผล ซึ่งกรมควบคุมโรคย้ำว่าไม่ควรทำ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ปรากฏในประกาศของ สคร.9 ที่เปิดอ่านประกอบบทความนี้ ใช้สอบถามเบื้องต้นได้ แต่ไม่ใช่การวินิจฉัย ถ้าอาการหนักให้ไปสถานพยาบาลทันที ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำเรื่องยา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนล้างฟาร์มหลังน้ำลด

  • ใส่รองเท้าแตะหรือเดินเท้าเปล่า เพราะคิดว่าแค่เดินเข้าไปดูเฉย ๆ แต่การสัมผัสผิวหนังเป็นช่องทางที่กรมระบุไว้
  • ล้างเสร็จแล้วข้ามการอาบน้ำสบู่ เพราะรีบไปทำงานอื่นต่อ ทำให้เชื้อติดตัวไปทั้งวัน
  • ดื่มน้ำบ่อหรือน้ำฝนที่ไม่ต้ม เพราะน้ำดูใส แต่ความใสบอกไม่ได้ว่าไม่มีเชื้อ
  • ปล่อยให้ผู้สูงอายุหรือคนเป็นเบาหวานลงโคลนเอง เพราะกลัวเสียแรงงาน ทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด
  • กวาดโคลนแห้งโดยไม่ใส่หน้ากาก จนฝุ่นฟุ้ง ทั้งที่การสูดฝุ่นเป็นช่องทางติดเชื้อทางหนึ่ง
  • เร่งล้างเพราะเสียดายเวลา ทั้งที่อธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำตาม Thai PBS (8 ตุลาคม 2569) ว่าไม่ควรเร่งทำความสะอาดจนละเลยการป้องกันตัวเอง
  • ซื้อยาให้สัตว์ป่วยกินเอง แทนที่จะแจ้งปศุสัตว์อำเภอ

แผนสังเกตตัวเอง 3 สัปดาห์หลังล้างฟาร์ม

เพราะระยะฟักตัวอยู่ที่ราว 1 ถึง 21 วันตามข้อมูลของ สคร.9 การจดบันทึกง่าย ๆ ช่วยให้จำได้ว่าสัมผัสโคลนวันไหน เมื่อไปพบแพทย์จะบอกได้ชัด

ช่วงเวลาสิ่งที่ทำ
วันที่ล้างฟาร์มจดวันที่ จุดที่ลงโคลน คนที่ลงงาน แผลที่มี และล้างตัวด้วยสบู่ทันที
สัปดาห์ที่ 1 ถึง 3วัดไข้เมื่อรู้สึกไม่สบาย สังเกตฝีหรือแผลผิดปกติ ถ้าไข้สูงต่อเนื่อง 2 วันขึ้นไปให้พบแพทย์ แจ้งประวัติสัมผัสโคลน
หลังจากนั้นถ้ามีไข้เรื้อรังหรือฝีที่ไม่หายโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ให้นึกถึงประวัติสัมผัสโคลน เพราะบางรายอาการขึ้นช้า

บทความที่เกี่ยวข้อง

สรุป

ไข้ดินไม่ได้เกิดเพราะฟาร์มสกปรก แต่เพราะเชื้อมีอยู่ในดินและน้ำ และงานล้างฟาร์มหลังน้ำลดทำให้คนสัมผัสมากเป็นพิเศษ หลักป้องกันที่กรมควบคุมโรคย้ำมีไม่กี่ข้อ คือ ใส่บูตและถุงมือ ปิดแผล เลี่ยงฝุ่น ล้างตัวด้วยสบู่ทันที ดื่มน้ำต้มสุก และไปพบแพทย์เมื่อมีไข้สูงต่อเนื่องหลังสัมผัสโคลน ส่วนเรื่องสัตว์ ถ้าป่วยผิดปกติให้ปรึกษาปศุสัตว์อำเภอ ไม่ซื้อยามาให้เอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กรมควบคุมโรค (22 กรกฎาคม 2569) — ลักษณะเชื้อ ช่องทางติดเชื้อ ระยะฟักตัว กลุ่มเสี่ยง วิธีป้องกัน และสายด่วน 1422 https://ddc.moph.go.th/odpc9/news.php?news=59052&deptcode=odpc9&news_views=444
  • 📄กรมควบคุมโรค หน้าข้อมูลโรคเมลิออยโดสิส — อัตราเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อในคนและสัตว์ น้ำกรอง การปฏิบัติตัว https://ddc.moph.go.th/disease_detail.php?d=99
  • 📄PPTV HD 36 (25 ตุลาคม 2569) — ผู้ป่วย 570 ราย เสียชีวิต 45 ราย เขตสุขภาพที่ 9 ข้อมูล 1 ม.ค. ถึง 22 ต.ค. 2569 ตามรายงานข่าวที่อ้าง สคร.9 https://pptvhd36.com/news/สุขภาพ/285810
  • 📄Thai PBS (8 ตุลาคม 2569) — คำแนะนำกรมควบคุมโรคหลังน้ำลด และคำกล่าวของอธิบดีกรมควบคุมโรค https://www.thaipbs.or.th/news/content/563032
  • 📄Thai PBS (12 ตุลาคม 2569) — มาตรการฟื้นฟูของกรมปศุสัตว์ และช่องทางติดต่อปศุสัตว์อำเภอ จังหวัด และแอป DLD 4.0 https://www.thaipbs.or.th/news/content/570887
  • 📄Merck Veterinary Manual, Melioidosis in Animals — ชนิดสัตว์ อาการ ความเสี่ยงต่อคน และแนวทางควบคุม https://www.merckvetmanual.com/infectious-diseases/melioidosis/melioidosis-in-animals

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ปั๊มโคลนสแตนเลส ปั๊มน้ำเสียไหลสูง

ปั๊มโคลนสแตนเลส ปั๊มน้ำเสียไหลสูง

ปั๊มจุ่ม/ไดโว่

จุ่มลงน้ำเพื่อสูบระบายน้ำขังหรือสูบน้ำจากบ่อขึ้นมาใช้

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดท่อออก (นิ้ว) ให้ตรงกับสายที่จะต่อ
  • วัตต์และไฟที่ใช้ (220V หรือ DC)
สายส่งน้ำผ้าร่ม 10 นิ้ว ความยาว10-50

สายส่งน้ำผ้าร่ม 10 นิ้ว ความยาว10-50

สายยาง/สายส่งน้ำ

ใช้ส่งน้ำจากปั๊มหรือก๊อกไปยังแปลง หรือต่อปั๊มระบายน้ำออกนอกพื้นที่

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (นิ้ว/มม.) ให้ตรงกับปากปั๊มหรือข้อต่อ
  • ความยาวต่อม้วน
ถุงกันน้ำท่วม ไม่ต้องใส่ทราย

ถุงกันน้ำท่วม ไม่ต้องใส่ทราย

ถุงกั้นน้ำท่วม

วางกั้นแนวประตูหรือทางน้ำเข้าเพื่อชะลอน้ำเข้าบ้าน โรงเก็บ หรือคอกสัตว์

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดถุงและจำนวนที่ต้องใช้ตามความกว้างประตูหรือแนวที่จะกั้น
  • เวลาแช่น้ำก่อนใช้และใช้ซ้ำได้หรือไม่ตามที่ร้านระบุ
ถุงกันน้ำท่วม ถุงใบใหญ่ ถุงหนาเหนียว

ถุงกันน้ำท่วม ถุงใบใหญ่ ถุงหนาเหนียว

ถุงใหญ่เก็บของหนีน้ำ

ใช้ห่อหรือคลุมของใหญ่ เช่น ที่นอน ตู้ หรือรถจักรยานยนต์ ระหว่างย้ายของหนีน้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดถุงเทียบกับของที่จะใส่ (ฟุตของเตียง ขนาดตู้ หรือรถ)
  • ความหนาของพลาสติกตามที่ร้านระบุ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ไข้ดินกับฉี่หนูต่างกันอย่างไร

ทั้งสองโรคเกี่ยวข้องกับการลุยน้ำย่ำโคลนและมีไข้เหมือนกันในช่วงแรก แต่เป็นโรคคนละชนิดที่ต้องตรวจแยกโดยแพทย์ อย่าเดาเองจากอาการ ให้แจ้งแพทย์ว่าสัมผัสน้ำหรือโคลนมาเมื่อไร

ต้องล้างโคลนทันทีหลังน้ำลดไหม

ไม่จำเป็นต้องรีบจนละเลยการป้องกัน อธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำว่าไม่ควรเร่งทำความสะอาดจนไม่ป้องกันตัวเอง ให้เตรียมบูต ถุงมือ หน้ากาก และปิดแผลให้พร้อมก่อน แล้วค่อยทำเป็นรอบ

ถ้ามีแผลที่มือหรือเท้า ควรลงโคลนไหม

กรมควบคุมโรคแนะนำให้เลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำโดยตรงจนกว่าแผลจะหายสนิท ถ้าจำเป็นต้องทำงาน ให้ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ สวมบูตและถุงมือ และให้คนที่ไม่มีแผลทำงานส่วนที่สัมผัสโคลนก่อน

สัตว์ในฟาร์มติดไข้ดินแล้วจะแพร่มาสู่คนไหม

แหล่งข้อมูลสัตวแพทย์ระบุว่าการแพร่จากสัตว์สู่คนพบได้น้อยมาก การติดเชื้อส่วนใหญ่มาจากดินและน้ำที่ปนเปื้อน แต่ก็ควรสวมถุงมือเมื่อจับสัตว์ป่วยหรือสัมผัสฝีหนอง และปรึกษาปศุสัตว์อำเภอ

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อยี่ห้อไหน ความเข้มข้นเท่าไร

บทความนี้ไม่ระบุ เพราะไม่พบแนวทางทางการที่ระบุสารและความเข้มข้นสำหรับกรณีนี้ ให้สอบถามปศุสัตว์อำเภอหรือสัตวแพทย์ และปฏิบัติตามฉลากผลิตภัณฑ์

ควรโทรสอบถามที่ไหน

เรื่องสุขภาพคน โทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน เรื่องสัตว์ ติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัด และเรื่องบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ติดต่อสำนักงานประมงอำเภอหรือจังหวัด