คำตอบเร็ว: ชาวประมงพื้นบ้านชายฝั่งต้องมีใบอนุญาตทำการประมงตามประเภทเรือและเครื่องมือที่ใช้ ต้องทำประมงเฉพาะในเขตที่กฎหมายอนุญาตสำหรับประมงพื้นบ้าน (โดยทั่วไปเป็นเขตใกล้ฝั่งที่กำหนดตามระยะทางจากชายฝั่ง) ใช้เครื่องมือที่ไม่ผิดกฎหมาย เช่น ห้ามใช้เครื่องมือทำลายล้างบางประเภท และต้องยื่นขอใบอนุญาตกับกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัดก่อนออกทำการประมงทุกครั้ง หากฝ่าฝืนมีทั้งโทษปรับและโทษทางอาญาตามความร้ายแรงของการกระทำผิด รายละเอียดที่แน่นอนควรตรวจสอบกับกรมประมงหรือประมงจังหวัดในพื้นที่โดยตรง เพราะกฎระเบียบมีการปรับปรุงเป็นระยะ
ชาวประมงพื้นบ้านที่ทำมาหากินตามชายฝั่งมักมีคำถามเกี่ยวกับใบอนุญาตและกฎเกณฑ์ต่างๆ ซ้ำกันบ่อยครั้ง ทั้งเรื่องประเภทใบอนุญาตที่ต้องมี เขตทำการประมงที่อนุญาต เครื่องมือที่ใช้ได้ ขั้นตอนขอใบอนุญาต และบทลงโทษหากทำผิด บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบที่ช่วยให้เข้าใจภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น แต่เนื่องจากกฎระเบียบด้านการประมงมีรายละเอียดปลีกย่อยและปรับปรุงเป็นระยะ ชาวประมงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำการประมงพื้นบ้านหรือกำลังพิจารณาเปลี่ยนเรือ เปลี่ยนเครื่องมือ หรือขยายพื้นที่ทำการประมง ความเข้าใจเรื่องใบอนุญาตและกฎระเบียบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีโดยไม่ตั้งใจได้มาก หลายครั้งชาวประมงทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว เพราะเข้าใจผิดว่าใบอนุญาตเดิมยังครอบคลุมเครื่องมือหรือพื้นที่ใหม่ที่เปลี่ยนไป หรือคิดว่ากฎระเบียบเก่าที่เคยรู้มายังใช้ได้อยู่ทั้งที่มีการปรับปรุงแล้ว การตรวจสอบข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้การมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง
ประเภทใบอนุญาตทำประมงพื้นบ้าน มีอะไรบ้าง
ใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านโดยทั่วไปแบ่งตามลักษณะเรือและเครื่องมือที่ใช้ เช่น ใบอนุญาตสำหรับเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กที่ไม่มีทะเบียนเรือกลไฟขนาดใหญ่ ใบอนุญาตสำหรับเครื่องมือประมงเฉพาะประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น อวนลอย ลอบ หรือเบ็ดราว ซึ่งแต่ละประเภทเครื่องมือมีเงื่อนไขการใช้งานที่ต่างกัน ชาวประมงต้องขอใบอนุญาตให้ตรงกับเรือและเครื่องมือที่ใช้จริง ไม่สามารถใช้ใบอนุญาตประเภทหนึ่งไปทำการประมงด้วยเครื่องมืออีกประเภทที่ไม่ได้รับอนุญาตได้ เพราะถือเป็นการทำประมงโดยไม่ได้รับอนุญาตในส่วนนั้น
นอกจากใบอนุญาตทำการประมงแล้ว เรือประมงพื้นบ้านบางประเภทยังต้องมีทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือควบคู่กันตามกฎหมายว่าด้วยเรือ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับใบอนุญาตทำการประมง ชาวประมงที่เพิ่งเริ่มต้นหรือเพิ่งเปลี่ยนเรือควรตรวจสอบกับสำนักงานประมงจังหวัดว่าเรือและเครื่องมือของตนต้องขอใบอนุญาตประเภทใดบ้างให้ครบถ้วน เพราะการขาดใบอนุญาตส่วนใดส่วนหนึ่งอาจทำให้ถูกดำเนินคดีได้แม้จะมีใบอนุญาตหลักอยู่แล้ว
ในทางปฏิบัติ สำนักงานประมงจังหวัดมักมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเรื่องประเภทใบอนุญาตที่เหมาะสมกับเรือและเครื่องมือของแต่ละราย ชาวประมงที่ไม่แน่ใจว่าเรือหรือเครื่องมือของตนจัดอยู่ในประเภทใดควรเดินทางไปสอบถามโดยตรงแทนการคาดเดาเอง เพราะการขอใบอนุญาตผิดประเภทอาจทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการซ้ำ อีกทั้งบางกรณีอาจต้องมีการตรวจสอบเรือและเครื่องมือจริงในพื้นที่ก่อนออกใบอนุญาต ซึ่งต้องใช้เวลานัดหมายล่วงหน้า
เขตทำการประมงและเครื่องมือที่อนุญาตสำหรับประมงพื้นบ้าน
กฎหมายประมงไทยแบ่งเขตทำการประมงออกเป็นเขตประมงพื้นบ้าน (โดยทั่วไปเป็นเขตใกล้ฝั่งที่กำหนดตามระยะทางจากชายฝั่งทะเล) และเขตประมงพาณิชย์ที่อยู่ไกลออกไป ชาวประมงพื้นบ้านต้องทำการประมงเฉพาะในเขตที่กำหนดไว้สำหรับประมงพื้นบ้านเท่านั้น หากล่วงล้ำเข้าไปในเขตประมงพาณิชย์หรือใช้เครื่องมือที่สงวนไว้สำหรับเรือประมงพาณิชย์ อาจถือเป็นการทำผิดกฎหมาย ระยะทางที่แน่นอนของเขตประมงพื้นบ้านอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่และประกาศของกรมประมงในแต่ละช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบแผนที่เขตทำการประมงล่าสุดจากสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่
เครื่องมือประมงที่กฎหมายห้ามใช้เด็ดขาดในทุกเขต ได้แก่เครื่องมือประมงที่ทำลายล้างสูง เช่น การใช้วัตถุระเบิดหรือกระแสไฟฟ้าในการจับสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงไม่ว่าจะทำในเขตใด ส่วนเครื่องมือที่อนุญาตให้ใช้ในเขตประมงพื้นบ้านต้องเป็นไปตามที่ระบุในใบอนุญาตของแต่ละราย ชาวประมงควรตรวจสอบรายละเอียดขนาดตาอวนและข้อกำหนดเฉพาะของเครื่องมือแต่ละประเภทกับกรมประมง เพราะมีการกำหนดขนาดตาอวนขั้นต่ำเพื่อป้องกันการจับสัตว์น้ำวัยอ่อนมากเกินไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงชายฝั่ง
| หัวข้อ | สิ่งที่ต้องรู้ |
|---|---|
| ใบอนุญาตทำการประมง | ต้องตรงกับประเภทเรือและเครื่องมือที่ใช้จริง |
| เขตทำการประมง | ทำได้เฉพาะเขตประมงพื้นบ้านตามประกาศกรมประมง |
| เครื่องมือต้องห้าม | วัตถุระเบิด กระแสไฟฟ้า และเครื่องมือทำลายล้างอื่นๆ |
| หน่วยงานที่ขอใบอนุญาต | กรมประมง / สำนักงานประมงจังหวัด |
| บทลงโทษ | มีทั้งโทษปรับและโทษทางอาญาตามความร้ายแรง |
การรู้แนวเขตทำการประมงที่แน่นอนและช่วงเวลาที่อนุญาตให้ทำการประมงมีความสำคัญมากในทางปฏิบัติ เพราะทะเลไม่มีเส้นแบ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนเหมือนบนบก ชาวประมงหลายรายจึงใช้อุปกรณ์ระบุตำแหน่ง เช่น จีพีเอส เพื่อช่วยกำหนดตำแหน่งเรือให้อยู่ในเขตที่ได้รับอนุญาตขณะทำการประมง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่แนวเขตประมงพื้นบ้านและเขตประมงพาณิชย์อยู่ใกล้กันมาก การพึ่งพาความเคยชินหรือสังเกตจากจุดสังเกตธรรมชาติเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ล้ำเขตโดยไม่ตั้งใจได้ง่าย
ขั้นตอนขอใบอนุญาตทำประมงกับกรมประมง
โดยหลักการทั่วไป ชาวประมงที่ต้องการขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านต้องยื่นคำขอที่สำนักงานประมงจังหวัดหรือหน่วยงานที่กรมประมงกำหนดในพื้นที่ พร้อมเอกสารประกอบ เช่น เอกสารแสดงตัวตน เอกสารทะเบียนเรือ (ถ้ามี) และรายละเอียดเครื่องมือประมงที่ต้องการขออนุญาต เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบคุณสมบัติและความถูกต้องของเอกสารก่อนออกใบอนุญาต ระยะเวลาดำเนินการและเอกสารที่ต้องใช้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัดและช่วงเวลา ชาวประมงที่ไม่แน่ใจขั้นตอนควรติดต่อสอบถามสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่โดยตรงก่อนเตรียมเอกสาร เพื่อให้ได้ข้อมูลล่าสุดและถูกต้องที่สุดสำหรับกรณีของตัวเอง
ใบอนุญาตทำการประมงมักมีอายุจำกัดและต้องต่ออายุตามกำหนดเวลา ชาวประมงควรจดบันทึกวันหมดอายุใบอนุญาตของตนเองไว้และเริ่มดำเนินการต่ออายุล่วงหน้าก่อนหมดอายุ ไม่ควรรอจนใบอนุญาตหมดอายุแล้วค่อยไปขอใหม่ เพราะระหว่างที่ไม่มีใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุ การออกทำการประมงจะถือเป็นการทำประมงโดยไม่ได้รับอนุญาตทันที แม้จะเคยมีใบอนุญาตมาก่อนก็ตาม
นอกจากเอกสารหลักแล้ว บางพื้นที่อาจกำหนดให้ต้องผ่านการอบรมหรือรับทราบกฎระเบียบเฉพาะพื้นที่ก่อนได้รับใบอนุญาต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีมาตรการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงเข้มงวด เช่น เขตที่มีการฟื้นฟูแนวปะการังหรือแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ชาวประมงควรสอบถามสำนักงานประมงจังหวัดว่าพื้นที่ของตนมีเงื่อนไขเพิ่มเติมใดบ้างนอกเหนือจากขั้นตอนทั่วไป เพื่อเตรียมตัวได้ครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรกและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปมาหลายรอบ
บทลงโทษกรณีทำประมงผิดกฎหมาย
การทำประมงโดยไม่มีใบอนุญาต ใช้เครื่องมือต้องห้าม หรือล่วงล้ำเขตที่ไม่ได้รับอนุญาต มีบทลงโทษตามกฎหมายประมงทั้งโทษปรับและโทษทางอาญาซึ่งความรุนแรงขึ้นอยู่กับลักษณะการกระทำผิด เช่น การใช้เครื่องมือทำลายล้างร้ายแรงอย่างวัตถุระเบิดหรือกระแสไฟฟ้ามักมีบทลงโทษรุนแรงกว่าการทำประมงนอกเขตด้วยเครื่องมือปกติ นอกจากนี้ยังอาจมีการยึดเรือ เครื่องมือ หรือสัตว์น้ำที่จับได้เป็นของกลางในบางกรณี รายละเอียดอัตราโทษที่แน่นอนเปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับปรุงกฎหมาย ชาวประมงจึงไม่ควรอ้างอิงตัวเลขโทษปรับหรือโทษจำคุกที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัดโดยตรงเสมอ
สิ่งที่ชาวประมงควรตระหนักคือบทลงโทษไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ควบคุมเรือเท่านั้น แต่ในบางกรณีอาจครอบคลุมถึงเจ้าของเรือหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินกิจการประมงด้วย หากเรือถูกใช้ทำการประมงผิดกฎหมายโดยที่เจ้าของทราบหรือควรทราบ นอกจากนี้การทำผิดซ้ำอาจส่งผลต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตในอนาคต ทำให้ชาวประมงบางรายที่เคยทำผิดต้องเผชิญกับความยุ่งยากมากขึ้นเมื่อต้องการกลับมาทำการประมงอย่างถูกกฎหมายในภายหลัง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของชาวประมงพื้นบ้านเกี่ยวกับใบอนุญาต
- ใช้ใบอนุญาตเก่าที่หมดอายุแล้วโดยไม่รู้ตัวหรือคิดว่ายังใช้ได้อยู่ เพราะไม่ได้จดบันทึกวันหมดอายุไว้
- ใช้เครื่องมือประมงที่ไม่ตรงกับที่ระบุในใบอนุญาต เช่น เปลี่ยนไปใช้อวนตาถี่กว่าที่กำหนดโดยไม่ขออนุญาตเพิ่ม
- ทำการประมงล้ำเขตประมงพื้นบ้านเข้าไปในเขตประมงพาณิชย์โดยไม่ทราบแนวเขตที่แน่นอน
- ซื้อเรือมือสองมาใช้โดยไม่ตรวจสอบว่าทะเบียนเรือและใบอนุญาตเดิมโอนมาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
- ไม่เก็บเอกสารใบอนุญาตติดตัวหรือบนเรือขณะออกทำการประมง ทำให้ไม่สามารถแสดงหลักฐานเมื่อถูกตรวจสอบ
อีกประเด็นที่ชาวประมงพื้นบ้านควรทราบคือความแตกต่างระหว่างการทำประมงเพื่อยังชีพในครัวเรือนกับการทำประมงเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ แม้จะเป็นชาวประมงพื้นบ้านเหมือนกัน แต่หากมีการจับสัตว์น้ำในปริมาณมากเพื่อขายเป็นประจำ อาจต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตประเภทที่เข้มงวดกว่าหรือไม่ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ควรสอบถามสำนักงานประมงจังหวัดโดยตรงตามลักษณะการประกอบอาชีพจริงของแต่ละครัวเรือน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในภายหลัง
สำหรับพื้นที่ที่มีการประกาศฤดูปิดอ่าวหรือมาตรการห้ามทำการประมงชั่วคราวเพื่อการอนุรักษ์ ชาวประมงพื้นบ้านต้องปฏิบัติตามช่วงเวลาห้ามทำการประมงนั้นด้วยเช่นกัน แม้จะมีใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุก็ตาม เพราะมาตรการฤดูปิดอ่าวเป็นข้อกำหนดเพิ่มเติมที่แยกจากใบอนุญาต และมีขึ้นเพื่อให้สัตว์น้ำมีโอกาสวางไข่และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ การฝ่าฝืนช่วงฤดูปิดอ่าวถือเป็นความผิดแยกต่างหากจากกรณีไม่มีใบอนุญาต ชาวประมงจึงควรติดตามประกาศฤดูปิดอ่าวในพื้นที่ของตนทุกปี เนื่องจากช่วงเวลาอาจปรับเปลี่ยนตามสภาพทรัพยากรประมงและข้อมูลทางวิชาการล่าสุด
สรุป
ชาวประมงพื้นบ้านชายฝั่งต้องให้ความสำคัญกับใบอนุญาตที่ตรงกับเรือและเครื่องมือจริง ทำการประมงเฉพาะในเขตที่กฎหมายอนุญาต ปฏิบัติตามมาตรการฤดูปิดอ่าวและข้อกำหนดเฉพาะพื้นที่ และต่ออายุใบอนุญาตให้ทันเวลาเสมอ เพราะบทลงโทษกรณีทำผิดมีทั้งโทษปรับและโทษทางอาญาที่ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินในระยะยาว การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กรมประมง — ข้อมูลใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน เขตทำการประมง และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- สำนักงานประมงจังหวัด — ช่องทางยื่นขอใบอนุญาตและสอบถามรายละเอียดเฉพาะพื้นที่
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
ดูข้อมูลและแนวทางการทำประมงในหมวดอื่นเพิ่มเติมได้ที่ประมง
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

การเกษตร ประมง เลี้ยงสัตว์ : การเลี้ยงเป็ด ปลาดุก การเพาะพันธ์ุปลาน้ำจืด คู่มือกระต่าย เลี้ยงกระต่าย ปลาดุกอุย
ดูรายละเอียด
เนื้อเปลี่ยนสีสร้างสรรค์เซนสัตว์เลี้ยงกังฟูเลี้ยงเนื้อวัวชุดน้ําชาพิธีชงชาชาสมบัติเครื่องประดับชาเล่น ที่ อุปกรณ์ชา KZUV
ดูรายละเอียด
ถุงแสนดี ถุงปลูกมะนาว ขนาด 50x40 cm 1 ใบ 120บาท
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
ชาวประมงพื้นบ้านต้องมีใบอนุญาตทุกกรณีหรือไม่
โดยทั่วไปการทำการประมงในเชิงพาณิชย์หรือขายผลผลิตต้องมีใบอนุญาตตามประเภทเรือและเครื่องมือที่ใช้ ควรตรวจสอบรายละเอียดกับกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่
ใบอนุญาตทำการประมงหมดอายุแล้วต้องทำอย่างไร
ควรติดต่อสำนักงานประมงจังหวัดเพื่อดำเนินการต่ออายุโดยเร็วที่สุด และหยุดออกทำการประมงระหว่างที่ใบอนุญาตหมดอายุจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตใหม่
เขตประมงพื้นบ้านกับเขตประมงพาณิชย์ต่างกันอย่างไร
เขตประมงพื้นบ้านโดยทั่วไปเป็นเขตใกล้ฝั่งที่กำหนดตามระยะทางจากชายฝั่งทะเล ส่วนเขตประมงพาณิชย์อยู่ไกลออกไปและสงวนไว้สำหรับเรือขนาดใหญ่ที่มีใบอนุญาตประเภทพาณิชย์
ถ้าซื้อเรือมือสองมาใช้ต้องโอนใบอนุญาตอย่างไร
ควรติดต่อสำนักงานประมงจังหวัดเพื่อดำเนินการโอนใบอนุญาตและทะเบียนเรือให้ถูกต้องตามชื่อเจ้าของใหม่ก่อนออกทำการประมง
เจอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลางทะเลควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ควรมีใบอนุญาตทำการประมง ทะเบียนเรือ และเอกสารแสดงตัวตนของผู้ควบคุมเรือติดตัวหรือบนเรือเสมอขณะออกทำการประมง เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อถูกตรวจสอบ
