ประมง

เลี้ยงจระเข้ขายหนังกับเนื้อ ต้องขอใบอนุญาตอะไรก่อนลงทุน

เลี้ยงจระเข้ต้องขอใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองจากกรมประมงก่อนลงทุน พร้อมเทียบต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าปลาทั่วไปและช่องทางขายหนัง-เนื้อจริงที่มีในตลาด

เลี้ยงจระเข้ขายหนังกับเนื้อ ต้องขอใบอนุญาตอะไรก่อนลงทุน
คำตอบสั้น ๆ: ก่อนเลี้ยงจระเข้เพื่อการค้าต้องขอใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองจากกรมประมงก่อนเป็นอันดับแรก เพราะจระเข้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย การเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาตถือว่าผิดกฎหมายไม่ว่าจะเลี้ยงเพื่อขายหนังหรือเนื้อก็ตาม นอกจากนี้ต้นทุนเริ่มต้นยังสูงกว่าการเลี้ยงปลาทั่วไปหลายเท่า ทั้งค่าลูกจระเข้ ค่าก่อสร้างบ่อคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมรั้วสองชั้น และต้องใช้เวลาเลี้ยง 3-4 ปีกว่าจะได้ขนาดที่ตลาดต้องการ จึงเหมาะกับผู้ที่มีเงินทุนและความอดทนรอผลตอบแทนระยะยาวเท่านั้น

ใบอนุญาตที่ต้องขอก่อนเริ่มเลี้ยงจระเข้

จระเข้ทุกสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยถูกจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า การครอบครอง เพาะพันธุ์ หรือค้าขายจระเข้และผลิตภัณฑ์จากจระเข้จึงต้องผ่านกระบวนการขอใบอนุญาตอย่างเป็นทางการก่อนเริ่มดำเนินการทุกขั้นตอน ผู้ที่สนใจเลี้ยงจระเข้เพื่อการค้าจึงไม่สามารถเริ่มต้นด้วยการซื้อลูกจระเข้มาเลี้ยงทันทีเหมือนการเลี้ยงปลาหรือกุ้งทั่วไป

ใบอนุญาตจัดตั้งฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง

เป็นเอกสารหลักที่ต้องขอจากกรมประมงหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสัตว์ป่าคุ้มครองในพื้นที่ก่อนเริ่มก่อสร้างบ่อเลี้ยง ผู้ขอต้องแสดงแผนผังฟาร์ม มาตรฐานความปลอดภัยของบ่อและรั้วกั้น รวมถึงแผนการจัดการของเสียและการป้องกันจระเข้หลุดออกจากฟาร์ม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบสถานที่จริงก่อนอนุมัติใบอนุญาต กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายเดือนและมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมเอกสารและปรับปรุงสถานที่ให้ตรงตามมาตรฐาน

ใบอนุญาตครอบครองและเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าคุ้มครอง

เมื่อได้รับอนุญาตตั้งฟาร์มแล้ว ยังต้องขอใบอนุญาตแยกต่างหากสำหรับการครอบครองลูกจระเข้ที่จะนำมาเลี้ยง และหากต้องเคลื่อนย้ายจระเข้ระหว่างฟาร์มหรือไปยังโรงชำแหละ ก็ต้องมีเอกสารกำกับการเคลื่อนย้ายทุกครั้งเพื่อป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

ใบอนุญาต CITES สำหรับการส่งออกหนังและผลิตภัณฑ์

หากต้องการส่งออกหนังจระเข้หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปไปต่างประเทศ จำเป็นต้องมีใบอนุญาตภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เนื่องจากจระเข้ถูกจัดอยู่ในบัญชีที่ควบคุมการค้าระหว่างประเทศอย่างเข้มงวด ผู้ส่งออกต้องพิสูจน์ได้ว่าจระเข้ที่นำมาแปรรูปมาจากฟาร์มที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่จับจากธรรมชาติ

เกษตรกรที่สนใจเข้าสู่ธุรกิจนี้ควรติดต่อสำนักงานประมงจังหวัดหรือกรมประมงเพื่อสอบถามขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียมโดยละเอียดก่อนลงทุนสร้างบ่อหรือซื้อลูกจระเข้ เพราะการเริ่มลงทุนก่อนได้รับใบอนุญาตอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและความเสียหายทางการเงินที่แก้ไขได้ยาก

รายการเลี้ยงจระเข้เลี้ยงปลานิล/ปลาดุก (ทั่วไป)
ใบอนุญาตที่ต้องขอใบอนุญาตฟาร์มสัตว์ป่าคุ้มครอง + ครอบครอง + CITES (กรณีส่งออก)ไม่ต้องขอใบอนุญาตพิเศษ
ต้นทุนลูกพันธุ์ต่อตัวประมาณ 1,000-3,000 บาทไม่กี่บาทถึงหลักสิบบาทต่อตัว
ลักษณะบ่อเลี้ยงคอนกรีตเสริมเหล็ก รั้วสองชั้นบ่อดินหรือบ่อซีเมนต์ทั่วไป
ระยะเวลาเลี้ยงจนขายได้3-4 ปี3-6 เดือน

ต้นทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าการเลี้ยงปลาทั่วไปหลายเท่า

การเลี้ยงจระเข้ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นสูงกว่าการเลี้ยงปลาทั่วไปอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ค่าลูกจระเข้ที่มีราคาตัวละประมาณ 1,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาด ต่างจากลูกปลานิลหรือลูกปลาดุกที่มีราคาเพียงไม่กี่บาทถึงหลักสิบบาทต่อตัว หากต้องการเริ่มเลี้ยงในปริมาณที่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์ เช่น 200-500 ตัว ค่าลูกพันธุ์เพียงอย่างเดียวก็อาจสูงถึง 200,000-1,500,000 บาทแล้ว

นอกจากค่าลูกพันธุ์ ค่าก่อสร้างบ่อเลี้ยงก็เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่แตกต่างจากการเลี้ยงปลาอย่างสิ้นเชิง บ่อเลี้ยงจระเข้ต้องเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่แข็งแรง มีรั้วกั้นสองชั้นเพื่อป้องกันจระเข้หลุดออกนอกฟาร์ม ซึ่งเป็นข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่หน่วยงานตรวจสอบอย่างเข้มงวด ต่างจากบ่อปลาที่ใช้บ่อดินธรรมดาหรือบ่อซีเมนต์ทั่วไปที่ต้นทุนก่อสร้างต่ำกว่ามาก ค่าก่อสร้างบ่อจระเข้มาตรฐานสำหรับฟาร์มขนาดเล็กถึงกลางอาจอยู่ที่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนบ่อและมาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องการ

ระยะเวลาเลี้ยงก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนสะสมสูงขึ้นไปอีก จระเข้ต้องใช้เวลาเลี้ยง 3-4 ปีกว่าจะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการสำหรับการทำหนัง ต่างจากปลาดุกหรือปลานิลที่ใช้เวลาเพียง 3-6 เดือนก็จับขายได้ ระหว่างช่วงเวลานี้เกษตรกรต้องแบกรับค่าอาหาร ค่าแรงงานดูแล และค่าน้ำค่าไฟต่อเนื่องหลายปีโดยยังไม่มีรายได้กลับเข้ามาเลย ทำให้ธุรกิจนี้ต้องการเงินทุนหมุนเวียนสำรองที่มากกว่าการเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

ช่องทางขายหนังและเนื้อจระเข้ที่มีตลาดรองรับจริง

แม้ต้นทุนจะสูง แต่จระเข้ก็มีช่องทางขายที่ให้มูลค่าต่อตัวสูงกว่าปลาทั่วไปมาก โดยเฉพาะส่วนหนังที่เป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้สูงสุด

  • ตลาดหนังส่งออกไปโรงฟอกในต่างประเทศ หนังจระเข้คุณภาพดีเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมเครื่องหนังหรูในญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งนำไปผลิตกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับราคาสูง หนังที่ไม่มีตำหนิและมีขนาดตรงตามมาตรฐานจะได้ราคาดีที่สุด แต่ต้องผ่านการชำแหละและถนอมหนังอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น
  • โรงฟอกหนังในประเทศที่รับซื้อจากฟาร์มที่มีใบอนุญาต สำหรับฟาร์มที่ไม่พร้อมส่งออกเอง สามารถขายหนังดิบให้โรงฟอกในประเทศที่มีใบอนุญาตค้าขายผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าคุ้มครองถูกต้อง ซึ่งจะดำเนินการแปรรูปและส่งออกต่อไปเอง
  • ร้านอาหารและภัตตาคารเฉพาะทาง เนื้อจระเข้เป็นที่นิยมในร้านอาหารบางประเภททั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะร้านอาหารที่เน้นเมนูแปลกหรือเมนูสุขภาพ เนื่องจากเนื้อจระเข้มีไขมันต่ำ แต่ตลาดนี้ยังมีขนาดเล็กกว่าตลาดหนังมาก
  • ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวและของที่ระลึก ฟาร์มจระเข้บางแห่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโชว์จระเข้ควบคู่กับการขายผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น กะโหลกสตัฟฟ์ เครื่องประดับชิ้นเล็ก ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เสริมนอกเหนือจากการขายหนังและเนื้อ

สิ่งสำคัญคือทุกช่องทางการขายข้างต้นต้องดำเนินการผ่านฟาร์มที่มีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น หากฟาร์มไม่มีใบอนุญาตครบถ้วน แม้จะเลี้ยงจระเข้ได้สำเร็จก็ไม่สามารถขายหนังหรือเนื้อในเชิงพาณิชย์ได้อย่างถูกกฎหมาย ทำให้การลงทุนทั้งหมดสูญเปล่าหรือเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี

ตัวอย่างสถานการณ์จริง: ฟาร์มจระเข้ขนาดเล็กในภาคกลาง

ผู้ประกอบการรายหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการเริ่มต้นธุรกิจฟาร์มจระเข้ด้วยการขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยใช้เวลาเตรียมเอกสารและรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่นานเกือบ 6 เดือนก่อนได้รับอนุมัติ ระหว่างนั้นได้ใช้เวลาศึกษาตลาดควบคู่ไปด้วย โดยติดต่อโรงฟอกหนังในประเทศที่รับซื้อจากฟาร์มที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เพื่อทำความเข้าใจมาตรฐานหนังที่ตลาดต้องการ เช่น ขนาดหนังขั้นต่ำ ตำหนิที่ยอมรับได้ และช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการชำแหละ

เมื่อเริ่มเลี้ยงจริง ผู้ประกอบการรายนี้เลือกเริ่มต้นด้วยจำนวนลูกจระเข้ 150 ตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยงทางการเงินในรอบแรก แทนที่จะลงทุนขนาดใหญ่ตั้งแต่เริ่มต้น และวางแผนกระแสเงินสดโดยมีรายได้เสริมจากธุรกิจอื่นควบคู่กันไปตลอดระยะเวลา 3-4 ปีที่ต้องรอจนกว่าจระเข้จะโตพอขาย กลยุทธ์นี้ช่วยให้ฟาร์มอยู่รอดได้ในช่วงที่ยังไม่มีรายได้จากการขาย และเมื่อถึงรอบเก็บเกี่ยวครั้งแรกก็มีเครือข่ายผู้รับซื้อที่พร้อมรับซื้อผลผลิตทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาหาตลาดใหม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของผู้เริ่มเลี้ยงจระเข้

  • ซื้อลูกจระเข้มาเลี้ยงก่อนขอใบอนุญาต เป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดเพราะถือว่าครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยผิดกฎหมาย อาจถูกยึดจระเข้และดำเนินคดีได้แม้จะไม่มีเจตนาค้าขายผิดกฎหมายก็ตาม
  • ประเมินต้นทุนก่อสร้างบ่อต่ำเกินไป หลายรายคิดว่าใช้บ่อซีเมนต์ธรรมดาแบบเลี้ยงปลาได้ ทำให้ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยที่หน่วยงานกำหนดและต้องรื้อสร้างใหม่ เสียเงินซ้ำซ้อน
  • ไม่วางแผนกระแสเงินสดสำหรับ 3-4 ปีที่ไม่มีรายได้ ธุรกิจนี้ต้องรอนานกว่าจะขายได้ ผู้ที่ไม่มีเงินทุนสำรองเพียงพอมักขาดสภาพคล่องกลางทางจนต้องเลิกกิจการก่อนถึงรอบเก็บเกี่ยวครั้งแรก
  • ไม่หาช่องทางขายไว้ล่วงหน้าก่อนเริ่มเลี้ยง การเลี้ยงจนโตเต็มวัยแล้วค่อยหาผู้รับซื้ออาจทำให้ต่อรองราคาลำบากหรือหาผู้รับซื้อไม่ทัน ควรติดต่อโรงฟอกหนังหรือผู้รับซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเลี้ยง
  • มองข้ามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของคนงานและชุมชนโดยรอบ จระเข้เป็นสัตว์อันตราย หากรั้วหรือระบบป้องกันไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือจระเข้หลุดออกสู่ชุมชน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและความเสียหายต่อชื่อเสียงของฟาร์ม
  • ไม่ต่ออายุใบอนุญาตตามกำหนดเวลา ใบอนุญาตฟาร์มสัตว์ป่าคุ้มครองมีอายุจำกัดและต้องต่ออายุตามรอบที่กฎหมายกำหนด การปล่อยให้ใบอนุญาตหมดอายุโดยไม่ต่อจะทำให้การเลี้ยงและขายกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายทันที

ทางเลือกอื่นสำหรับผู้ที่มีเงินทุนจำกัดแต่สนใจธุรกิจนี้

สำหรับผู้ที่สนใจธุรกิจจระเข้แต่ยังไม่มีเงินทุนมากพอสำหรับการสร้างฟาร์มขนาดใหญ่ มีทางเลือกที่ความเสี่ยงต่ำกว่าให้พิจารณาก่อนลงทุนเต็มรูปแบบ เช่น การรับซื้อลูกจระเข้จากฟาร์มแม่พันธุ์ที่มีใบอนุญาตแล้วมาเลี้ยงต่อจนโต (grow-out) แทนการลงทุนระบบเพาะพันธุ์เองตั้งแต่ต้น ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของการขอใบอนุญาตบางประเภทและลดความเสี่ยงจากการสูญเสียแม่พันธุ์ หรือการร่วมทุนกับฟาร์มที่มีใบอนุญาตอยู่แล้วในลักษณะเกษตรพันธสัญญา โดยฟาร์มหลักเป็นผู้ดูแลเรื่องใบอนุญาตและการตลาด ส่วนผู้ร่วมทุนรายย่อยรับผิดชอบการเลี้ยงดูแลตามมาตรฐานที่กำหนด

อีกทางเลือกหนึ่งคือการเริ่มต้นด้วยจำนวนตัวน้อยเพื่อทดลองระบบและเรียนรู้กระบวนการทั้งหมดก่อน ตั้งแต่การขอใบอนุญาต การดูแลจระเข้ในแต่ละช่วงวัย ไปจนถึงการติดต่อผู้รับซื้อ ก่อนตัดสินใจขยายกิจการเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ในรอบถัดไป วิธีนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจต้นทุนและความเสี่ยงที่แท้จริงของธุรกิจก่อนทุ่มเงินลงทุนก้อนใหญ่ทั้งหมดตั้งแต่รอบแรก

สรุป

การเลี้ยงจระเข้เพื่อขายหนังและเนื้อเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสร้างรายได้สูงต่อตัว แต่ต้องเริ่มต้นด้วยการขอใบอนุญาตฟาร์มสัตว์ป่าคุ้มครองจากกรมประมงก่อนเสมอ เพราะจระเข้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย การเลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นความผิดไม่ว่าจะมีเจตนาค้าขายผิดกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ต้นทุนเริ่มต้นทั้งค่าลูกพันธุ์และค่าก่อสร้างบ่อคอนกรีตเสริมเหล็กสูงกว่าการเลี้ยงปลาทั่วไปหลายเท่า และต้องใช้เวลาเลี้ยงนานถึง 3-4 ปีกว่าจะขายได้ ผู้ที่สนใจธุรกิจนี้จึงควรมีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับช่วงเวลาที่ยังไม่มีรายได้ พร้อมทั้งหาช่องทางขายหนังและเนื้อไว้ล่วงหน้าก่อนเริ่มลงทุนจริง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหนังจระเข้ในตลาดจริง

โดยสรุป ผู้ที่ตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจเลี้ยงจระเข้ควรมองว่านี่คือการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้ทั้งเงินทุน ความอดทน และความเข้าใจด้านกฎหมายอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ธุรกิจที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการรายได้เร็วหรือมีเงินทุนหมุนเวียนจำกัด การเตรียมความพร้อมด้านใบอนุญาตและช่องทางขายตั้งแต่ก่อนเริ่มเลี้ยงจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดที่จะกำหนดว่าการลงทุนครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ในระยะยาว

ราคาหนังจระเข้ที่โรงฟอกรับซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดตัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาจากคุณภาพผิวหนังเป็นหลัก หนังที่ไม่มีรอยแผลเป็น รอยขีดข่วน หรือร่องรอยจากการต่อสู้ระหว่างจระเข้ด้วยกันในบ่อเลี้ยงจะได้ราคาสูงกว่าหนังที่มีตำหนิมาก ฟาร์มที่จัดการความหนาแน่นในบ่อได้ดีและแยกจระเข้ตามขนาดเพื่อลดการต่อสู้กันเองจึงมักได้ราคาหนังที่ดีกว่าฟาร์มที่เลี้ยงรวมกันแบบไม่มีการจัดการ นอกจากนี้ลวดลายเกล็ดบนหนังของจระเข้แต่ละสายพันธุ์ก็มีมูลค่าต่างกันในตลาดแฟชั่นระดับสูง ทำให้การเลือกสายพันธุ์ที่จะเลี้ยงตั้งแต่แรกก็มีผลต่อรายได้ในระยะยาวเช่นกัน

ผู้ที่สนใจธุรกิจนี้จึงควรศึกษามาตรฐานคุณภาพหนังที่ตลาดต้องการอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนเริ่มเลี้ยง และวางแผนการจัดการบ่อให้เหมาะสมกับจำนวนและขนาดของจระเข้ในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุดเมื่อถึงเวลาขายจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — ข้อมูลใบอนุญาตฟาร์มเพาะพันธุ์จระเข้และสัตว์น้ำ/สัตว์ป่าคุ้มครองในความดูแล
  • 📄กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช — ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าและใบอนุญาต CITES สำหรับการค้าระหว่างประเทศ

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

ดูข้อมูลด้านประมงเพิ่มเติมได้ที่ หมวดประมง

คำถามที่พบบ่อย

เลี้ยงจระเข้โดยไม่ขอใบอนุญาตมีความผิดหรือไม่

มีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพราะจระเข้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง การครอบครองหรือเพาะพันธุ์โดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายแม้จะไม่มีเจตนาค้าขายก็ตาม

ขอใบอนุญาตฟาร์มจระเข้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน

โดยทั่วไปใช้เวลาหลายเดือน เพราะต้องผ่านการตรวจสอบสถานที่จริงจากเจ้าหน้าที่และต้องเตรียมเอกสารแผนผังฟาร์มและมาตรฐานความปลอดภัยให้ครบถ้วนก่อนได้รับอนุมัติ

ลงทุนเลี้ยงจระเข้ต้องใช้เงินเริ่มต้นเท่าไร

ขึ้นอยู่กับขนาดฟาร์ม แต่โดยรวมค่าลูกพันธุ์และค่าก่อสร้างบ่อมาตรฐานสำหรับฟาร์มขนาดเล็กถึงกลางอาจรวมกันอยู่ที่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเริ่มต้นเลี้ยงปลาทั่วไปมาก

ขายหนังจระเข้ต้องมีใบอนุญาตส่งออกด้วยหรือไม่

ใช่ หากต้องการส่งออกหนังหรือผลิตภัณฑ์จากจระเข้ไปต่างประเทศ ต้องมีใบอนุญาตภายใต้อนุสัญญา CITES เพิ่มเติมจากใบอนุญาตฟาร์มและใบอนุญาตครอบครองที่มีอยู่แล้ว

เลี้ยงจระเข้กี่ปีถึงขายได้

โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3-4 ปีกว่าจระเข้จะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการสำหรับการทำหนัง ซึ่งนานกว่าการเลี้ยงปลาทั่วไปที่ใช้เวลาเพียง 3-6 เดือนมาก