ประมง

เลี้ยงหอยแมลงภู่กับหอยนางรมในทะเล ลงทุนต่างกันตรงไหน

เปรียบเทียบการลงทุนเลี้ยงหอยแมลงภู่กับหอยนางรม ทั้งอุปกรณ์แขวน ระยะเวลาเลี้ยงถึงจับขาย และราคาขายต่อหน่วย พร้อมตารางเทียบและเกณฑ์ตัดสินใจก่อนเริ่มลงทุนจริง

เลี้ยงหอยแมลงภู่กับหอยนางรมในทะเล ลงทุนต่างกันตรงไหน
คำตอบเร็ว: หอยแมลงภู่กับหอยนางรมลงทุนต่างกันหลักๆ ที่อุปกรณ์แขวนและแหล่งลูกพันธุ์ หอยแมลงภู่ใช้เชือกแขวนให้ลูกหอยจากธรรมชาติมาเกาะเองแทบไม่มีค่าลูกพันธุ์ ลงทุนต่ำกว่าและใช้เวลาเลี้ยง 8-12 เดือน ส่วนหอยนางรมต้องซื้อลูกพันธุ์มาใส่ถุงตาข่ายหรือตะกร้าแขวนซึ่งมีต้นทุนอุปกรณ์และลูกพันธุ์สูงกว่า ใช้เวลาเลี้ยง 8-18 เดือนแล้วแต่ชนิด แต่ราคาขายต่อหน่วยของหอยนางรมสูงกว่าหอยแมลงภู่มาก จึงเหมาะกับคนละกลุ่มเป้าหมายการลงทุน

คนที่มีที่ทะเลชายฝั่งและกำลังตัดสินใจว่าจะเริ่มเลี้ยงหอยทะเลชนิดไหนดี มักเจอคำแนะนำกว้างๆ ว่า "เลี้ยงหอยได้ทั้งคู่" โดยไม่มีใครบอกชัดว่าอุปกรณ์ วิธีการ และเงินลงทุนตั้งต้นของหอยแมลงภู่กับหอยนางรมต่างกันจริงแค่ไหน บทความนี้เปรียบเทียบให้เห็นชัดตั้งแต่อุปกรณ์แขวน ระยะเวลาเลี้ยง ไปจนถึงราคาขาย เพื่อช่วยตัดสินใจก่อนลงทุน

อุปกรณ์แขวนที่ต่างกันของหอยแมลงภู่กับหอยนางรม

หอยแมลงภู่: เชือกแขวนรับลูกหอยจากธรรมชาติ

หอยแมลงภู่เลี้ยงด้วยระบบแพเชือกหรือราวไม้ไผ่ปักในทะเล โดยผูกเชือกไนล่อนหรือเชือกฟางห้อยลงในน้ำให้ลูกหอย (spat) ที่ล่องลอยอยู่ในมวลน้ำตามธรรมชาติมาเกาะเชือกเอง ไม่ต้องซื้อลูกพันธุ์แยกต่างหาก ทำให้ต้นทุนเริ่มต้นของหอยแมลงภู่ต่ำกว่ามาก อุปกรณ์หลักที่ต้องลงทุนคือแพไม้ไผ่หรือทุ่นลอย เชือกแขวน และหลักปักยึดแพ ซึ่งใช้ซ้ำได้หลายรอบถ้าดูแลรักษาดี

หอยนางรม: ต้องใช้ลูกพันธุ์และภาชนะแขวนเฉพาะ

หอยนางรมส่วนใหญ่ที่เลี้ยงเชิงพาณิชย์ต้องใช้ลูกพันธุ์ (spat) จากแหล่งเพาะเลี้ยงหรือจากธรรมชาติที่คัดแล้ว นำมาใส่ในถุงตาข่ายพลาสติกหรือตะกร้าแขวนแบบเฉพาะ บางพื้นที่ใช้วิธีร้อยเปลือกหอยเป็นพวงแขวน (string culture) ให้ลูกหอยนางรมเกาะ อุปกรณ์เหล่านี้ต้องทนทานต่อการกัดเซาะของน้ำทะเลและมีอายุใช้งานเฉพาะ ทำให้ต้นทุนอุปกรณ์ต่อหน่วยของหอยนางรมสูงกว่าเชือกแขวนหอยแมลงภู่พอสมควร นอกจากนี้ยังต้องมีการพลิกกลับหรือทำความสะอาดตะกร้า/ถุงตาข่ายเป็นระยะเพื่อป้องกันสิ่งมีชีวิตอื่นเกาะทับ ซึ่งเป็นงานดูแลที่หอยแมลงภู่ไม่ต้องทำมากเท่า

รายการหอยแมลงภู่หอยนางรม
อุปกรณ์แขวนหลักเชือกไนล่อน/เชือกฟาง ผูกกับแพหรือราวไม้ไผ่ถุงตาข่าย ตะกร้าแขวน หรือพวงเปลือกหอยร้อยเชือก
แหล่งลูกพันธุ์เกาะเองจากธรรมชาติ ไม่ต้องซื้อต้องซื้อลูกพันธุ์จากฟาร์มเพาะเลี้ยงหรือคัดจากธรรมชาติ
ระยะเวลาเลี้ยงถึงจับขายประมาณ 8-12 เดือนประมาณ 8-18 เดือน แล้วแต่ชนิดและขนาดที่ต้องการ
งานดูแลระหว่างเลี้ยงตรวจเชือกและความหนาแน่นเป็นระยะต้องพลิก/ทำความสะอาดภาชนะแขวนสม่ำเสมอกว่า
ระดับราคาขายราคาต่อกิโลกรัมอยู่ในระดับปานกลาง ขายเป็นกิโลกรัมทั่วไปราคาต่อหน่วยสูงกว่ามาก มักขายเป็นตัว/โหล ไม่ใช่กิโลกรัม

ระยะเวลาเลี้ยงถึงจับขายที่ต่างกัน

หอยแมลงภู่ใช้เวลาเลี้ยงสั้นกว่า ประมาณ 8-12 เดือนก็ได้ขนาดที่ตลาดต้องการ (เปลือกยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร) เพราะเป็นหอยที่เติบโตเร็วในน้ำทะเลที่มีแพลงก์ตอนอุดมสมบูรณ์ ส่วนหอยนางรมใช้เวลาต่างกันมากตามชนิดและพื้นที่เลี้ยง บางชนิดที่เลี้ยงในพื้นที่เหมาะสมอาจใช้เวลา 8-10 เดือนถึงขนาดขายได้ แต่บางชนิดโดยเฉพาะพันธุ์ที่ตลาดต้องการขนาดใหญ่หรือคุณภาพพรีเมียมอาจต้องเลี้ยงนานถึง 12-18 เดือน เกษตรกรที่ตัดสินใจเลี้ยงหอยนางรมจึงต้องวางแผนกระแสเงินสดให้ยาวกว่าหอยแมลงภู่พอสมควร โดยเฉพาะถ้าต้องการผลผลิตคุณภาพสูงที่ขายได้ราคาดี ไม่ใช่แค่ขนาดเล็กที่โตเร็ว

ราคาขายเทียบกัน: หอยนางรมแพงกว่าแต่ปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่ต่างกัน

ในแง่ราคาต่อหน่วย หอยนางรมมีมูลค่าสูงกว่าหอยแมลงภู่อย่างชัดเจน เพราะหอยนางรมมักขายเป็นตัวหรือเป็นโหลในตลาดอาหารทะเลพรีเมียมและร้านอาหาร ขณะที่หอยแมลงภู่ขายเป็นกิโลกรัมในตลาดสดและอุตสาหกรรมอาหารทั่วไป ราคาต่อกิโลกรัมของหอยแมลงภู่จึงอยู่ในระดับที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปได้ง่ายกว่า แต่ก็มีปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่แพที่สูงกว่าเช่นกัน เพราะเชือกแขวนหนึ่งเส้นสามารถรับลูกหอยแมลงภู่เกาะได้จำนวนมาก ในขณะที่ตะกร้าหรือถุงหอยนางรมรับจำนวนตัวได้จำกัดกว่าต่อหน่วยพื้นที่ เกษตรกรจึงควรพิจารณาทั้งราคาต่อหน่วยและปริมาณผลผลิตต่อพื้นที่แพร่วมกัน ไม่ใช่ดูแค่ราคาต่อหน่วยอย่างเดียวแล้วสรุปว่าหอยนางรมทำกำไรดีกว่าเสมอไป เพราะต้นทุนอุปกรณ์และระยะเวลาลงทุนที่นานกว่าก็ต้องนำมาหักลบด้วย

ต้นทุนเริ่มต้นโดยประมาณต่อแพเปรียบเทียบสองชนิด

เมื่อพูดถึงเงินลงทุนตั้งต้น หอยแมลงภู่มีข้อได้เปรียบชัดเจนเพราะไม่ต้องซื้อลูกพันธุ์เลย ต้นทุนหลักอยู่ที่โครงสร้างแพ ทุ่นลอย และเชือกแขวนเท่านั้น ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่ใช้ซ้ำได้หลายรอบถ้าดูแลรักษาดี ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อรอบการเลี้ยงลดลงเรื่อยๆ เมื่อใช้งานไปหลายรุ่น ส่วนหอยนางรมนอกจากต้องลงทุนโครงสร้างแพหรือราวแขวนที่ใกล้เคียงกันแล้ว ยังมีต้นทุนผันแปรที่เกิดซ้ำทุกรอบคือค่าลูกพันธุ์ ซึ่งต้องซื้อใหม่ทุกครั้งที่เริ่มรุ่นใหม่ ทำให้ต้นทุนต่อรอบของหอยนางรมไม่ลดลงเท่าหอยแมลงภู่แม้จะเลี้ยงมาหลายรุ่นแล้วก็ตาม เกษตรกรที่มีเงินทุนจำกัดจึงมักเริ่มจากหอยแมลงภู่ก่อนเพื่อสร้างกระแสเงินสด แล้วค่อยขยายไปเลี้ยงหอยนางรมเพิ่มเมื่อมีฐานลูกค้าและเงินทุนสำรองมากขึ้น

ปัจจัยพื้นที่ที่มีผลต่อความสำเร็จของหอยทั้งสองชนิดต่างกัน

แม้ทั้งสองชนิดจะเลี้ยงในทะเล แต่ความต้องการสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกันทั้งหมด หอยแมลงภู่ต้องการพื้นที่ที่มีลูกหอยธรรมชาติล่องลอยในน้ำปริมาณมากพอ ซึ่งมักพบในบริเวณปากแม่น้ำหรือชายฝั่งที่มีสารอาหารจากแผ่นดินไหลลงมาสม่ำเสมอ ถ้าพื้นที่ไม่มีลูกหอยธรรมชาติเพียงพอ การแขวนเชือกรอให้หอยมาเกาะเองอาจได้ผลผลิตน้อยกว่าที่คาด ในขณะที่หอยนางรมเนื่องจากใช้ลูกพันธุ์ที่ซื้อมาแล้ว จึงไม่ต้องพึ่งพาความหนาแน่นของลูกหอยธรรมชาติในพื้นที่ แต่ต้องการคุณภาพน้ำที่มีความเค็มค่อนข้างคงที่และไม่มีการปนเปื้อนจากน้ำจืดหรือมลพิษมากเกินไป เพราะหอยนางรมไวต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำมากกว่าหอยแมลงภู่พอสมควร

เกณฑ์ตัดสินใจเลือกเลี้ยงหอยแมลงภู่หรือหอยนางรม

  • เงินทุนตั้งต้นจำกัด ต้องการรอบเงินสดเร็ว → หอยแมลงภู่ เพราะไม่ต้องซื้อลูกพันธุ์และใช้เวลาเลี้ยงสั้นกว่า
  • มีตลาดร้านอาหาร/ลูกค้าพรีเมียมรองรับอยู่แล้ว → หอยนางรมให้มูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าคุ้มค่ากับการรอนานกว่า
  • พื้นที่ทะเลมีกระแสน้ำและแพลงก์ตอนสมบูรณ์ตามธรรมชาติ → เหมาะกับหอยแมลงภู่ที่พึ่งพาลูกหอยธรรมชาติมาเกาะเอง
  • ต้องการควบคุมคุณภาพและขนาดผลผลิตให้สม่ำเสมอ → หอยนางรมที่ใช้ลูกพันธุ์คัดแล้วควบคุมได้ง่ายกว่าหอยแมลงภู่ที่พึ่งธรรมชาติ
  • มีแรงงานดูแลจำกัด ไม่มีเวลาพลิกภาชนะแขวนบ่อย → หอยแมลงภู่ต้องการงานดูแลน้อยกว่าหอยนางรม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลี้ยงหอยทะเลทั้งสองชนิด

  • เลือกพื้นที่แขวนที่กระแสน้ำไม่หมุนเวียนพอ ทำให้แพลงก์ตอนอาหารไม่เพียงพอ หอยทั้งสองชนิดโตช้าหรือผอมไม่ได้เนื้อ
  • แขวนหนาแน่นเกินไปในเชือกหรือตะกร้าเดียว ทำให้หอยแย่งอาหารและออกซิเจนกันเอง ขนาดไม่สม่ำเสมอ
  • ไม่ตรวจสอบและกำจัดศัตรูที่เกาะติดเชือก/ตะกร้า เช่น เพรียงหรือหอยแมลงภู่ป่าที่แย่งพื้นที่ ทำให้ผลผลิตลดลง
  • เก็บเกี่ยวช้าเกินกำหนดโดยเฉพาะหอยแมลงภู่ ทำให้เปลือกแข็งเกินไปและคุณภาพเนื้อลดลง ขายได้ราคาต่ำกว่าที่ควร
  • ไม่มีแผนสำรองเมื่อเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี (แพลงก์ตอนพิษ) ซึ่งกระทบทั้งหอยแมลงภู่และหอยนางรม ควรติดตามประกาศเตือนจากหน่วยงานประมงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ
  • ไม่ตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อจำหน่าย โดยเฉพาะหอยนางรมที่นิยมบริโภคสดซึ่งต้องมั่นใจว่าปลอดภัยจากสารพิษและเชื้อโรคก่อนส่งขาย

แนวทางขยายกิจการเมื่อเริ่มเลี้ยงสำเร็จแล้ว

เมื่อเกษตรกรเริ่มเลี้ยงหอยแมลงภู่จนมีกระแสเงินสดหมุนเวียนสม่ำเสมอแล้ว หลายรายเลือกขยายไปเลี้ยงหอยนางรมเพิ่มในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มมูลค่าสินค้ารวมของฟาร์ม เพราะทั้งสองชนิดใช้โครงสร้างพื้นฐานคล้ายกัน (แพ ทุ่นลอย พื้นที่ทะเล) ต่างกันแค่รายละเอียดของอุปกรณ์แขวนและการดูแล การมีสินค้าสองชนิดยังช่วยรองรับความผันผวนของตลาดได้ดีกว่ามีชนิดเดียว เพราะถ้าปีใดราคาหอยแมลงภู่ตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด ยังมีหอยนางรมที่ขายในตลาดพรีเมียมซึ่งผันผวนน้อยกว่าเป็นรายได้เสริม ในทางกลับกันถ้าตลาดหอยนางรมชะลอตัวเพราะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี หอยแมลงภู่ที่เป็นอาหารพื้นฐานราคาเข้าถึงง่ายกว่าก็ยังขายได้ต่อเนื่อง

ก่อนขยายกิจการควรเริ่มทดลองในสัดส่วนเล็กก่อน เช่น เพิ่มตะกร้าหอยนางรม 10-20% ของพื้นที่แพเดิม เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมการดูแลและทดสอบตลาดจริงในพื้นที่ของตัวเอง ก่อนที่จะลงทุนขยายเต็มรูปแบบ เพราะแม้หลักการเลี้ยงจะคล้ายกัน แต่รายละเอียดของแต่ละพื้นที่ทะเลอาจทำให้ผลลัพธ์ต่างกันได้ ควรพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนทุ่มเงินลงทุนเพิ่ม

การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังจับที่ต่างกัน

หอยแมลงภู่เมื่อถึงกำหนดเก็บเกี่ยวจะดึงเชือกทั้งเส้นขึ้นมาแล้วแกะหอยออกจากเชือก คัดขนาดและทำความสะอาดเปลือกก่อนบรรจุขาย กระบวนการนี้ทำได้เร็วเพราะหอยเกาะเป็นกลุ่มก้อนตามเชือก ส่วนหอยนางรมต้องยกตะกร้าหรือถุงตาข่ายขึ้นมาทีละใบ คัดแยกตัวที่ได้ขนาดออกจากตัวที่ยังเล็กอยู่ เพื่อปล่อยตัวเล็กกลับลงเลี้ยงต่อ ทำให้ขั้นตอนเก็บเกี่ยวหอยนางรมใช้เวลาและแรงงานมากกว่าต่อหน่วยน้ำหนักที่ได้ นอกจากนี้หอยนางรมที่จะขายแบบบริโภคสดยังต้องผ่านขั้นตอนพักในน้ำสะอาดเพื่อคายทรายและสิ่งสกปรกก่อนส่งขาย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่หอยแมลงภู่ที่ส่วนใหญ่ขายแบบต้มหรือปรุงสุกไม่จำเป็นต้องทำละเอียดเท่า

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเตรียมรับมือ

ทั้งหอยแมลงภู่และหอยนางรมเป็นสัตว์กรองกินอาหาร (filter feeder) ที่ไวต่อคุณภาพน้ำทะเลมาก หากเกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสีจากการระบาดของแพลงก์ตอนพิษ หรือมีการปนเปื้อนของน้ำเสียจากแหล่งน้ำจืดใกล้เคียง หอยทั้งสองชนิดสามารถสะสมสารพิษในเนื้อเยื่อได้และอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคถ้าไม่ผ่านการตรวจสอบก่อนจำหน่าย เกษตรกรจึงควรติดตามประกาศเตือนจากกรมประมงหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดูกาลที่มักเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีบ่อยกว่าปกติ และควรมีแผนสำรองว่าจะทำอย่างไรถ้าต้องระงับการเก็บเกี่ยวชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและชื่อเสียงของฟาร์มในระยะยาว

สายพันธุ์หอยนางรมที่นิยมเลี้ยงในไทยมีความต่างกันด้วย

ในประเทศไทยมีหอยนางรมที่นิยมเลี้ยงเชิงพาณิชย์หลายชนิด เช่น หอยนางรมปากจีบที่นิยมในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และหอยนางรมพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ ตามแต่ละภูมิภาค แต่ละชนิดมีระยะเวลาเลี้ยงและขนาดที่ตลาดต้องการต่างกันเล็กน้อย เกษตรกรที่สนใจเลี้ยงหอยนางรมควรสอบถามข้อมูลสายพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่ของตัวเองจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในจังหวัดก่อนตัดสินใจ เพราะสายพันธุ์ที่เหมาะกับพื้นที่หนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกพื้นที่หนึ่งเนื่องจากความแตกต่างของความเค็มน้ำและอุณหภูมิ

สรุป

หอยแมลงภู่กับหอยนางรมเป็นสัตว์น้ำทะเลคนละกลุ่มการลงทุนแม้จะเลี้ยงในทะเลเหมือนกัน หอยแมลงภู่ลงทุนต่ำกว่า ใช้เวลาสั้นกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการรอบเงินสดเร็วและตลาดกว้าง ส่วนหอยนางรมต้องใช้อุปกรณ์และลูกพันธุ์ที่มีต้นทุนสูงกว่า ใช้เวลานานกว่า แต่ให้มูลค่าต่อหน่วยสูงกว่ามากถ้ามีช่องทางขายพรีเมียมรองรับ การเลือกจึงควรพิจารณาจากเงินทุน ระยะเวลาที่รับได้ และช่องทางตลาดที่มีอยู่จริง มากกว่าดูแค่ราคาขายต่อหน่วยเพียงอย่างเดียว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมประมง — ข้อมูลการเพาะเลี้ยงหอยทะเลชายฝั่งและมาตรฐานความปลอดภัยอาหารทะเล
  • 📄สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) — ข้อมูลราคาตลาดหอยทะเลและแนวโน้มการส่งออก

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

ดูข้อมูลการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นเพิ่มเติมได้ที่หมวดประมง

คำถามที่พบบ่อย

เลี้ยงหอยแมลงภู่กับหอยนางรมในพื้นที่แพเดียวกันได้ไหม

ทำได้ในบางพื้นที่โดยแบ่งโซนแขวนแยกกันชัดเจน แต่ต้องระวังไม่ให้หอยแมลงภู่เกาะแย่งพื้นที่กับตะกร้าหอยนางรมถ้าอยู่ใกล้กันเกินไป

ทำไมหอยนางรมบางแหล่งเลี้ยงได้ดี แต่บางพื้นที่เลี้ยงไม่ขึ้นเลย

ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำ ความเค็ม และปริมาณแพลงก์ตอนของแต่ละพื้นที่ หอยนางรมเลือกสภาพแวดล้อมมากกว่าหอยแมลงภู่

ลูกพันธุ์หอยนางรมหาซื้อได้จากที่ไหน

ควรติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งของกรมประมงในพื้นที่ หรือฟาร์มเพาะพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้ได้ลูกพันธุ์ที่มีคุณภาพและปลอดโรค

ต้นทุนเริ่มต้นเลี้ยงหอยแมลงภู่ถูกกว่าหอยนางรมจริงไหม

โดยทั่วไปจริง เพราะหอยแมลงภู่ไม่ต้องซื้อลูกพันธุ์และใช้อุปกรณ์เชือกแขวนราคาถูกกว่า แต่ควรเช็กราคาลูกพันธุ์และอุปกรณ์ปัจจุบันในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ

หอยแมลงภู่กับหอยนางรมชนิดไหนขายง่ายกว่าสำหรับมือใหม่

หอยแมลงภู่มักขายง่ายกว่าเพราะมีตลาดกว้างทั้งตลาดสดและอุตสาหกรรมแปรรูป หอยนางรมต้องอาศัยช่องทางขายเฉพาะเช่นร้านอาหาร

เลี้ยงหอยแมลงภู่หรือหอยนางรมต้องขออนุญาตหน่วยงานไหนบ้าง

ต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ทะเลจากกรมประมงหรือหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นตามระเบียบของแต่ละจังหวัด ควรตรวจสอบขั้นตอนให้ถูกต้องก่อนติดตั้งแพหรือหลักปักในทะเล