คำตอบสั้น ๆ
เห็ดตีนแรดเพาะได้ด้วยก้อนขี้เลื่อยและดินกลบหน้าก้อน เส้นใยโตดีที่ราว 25 องศาเซลเซียส บทความนี้สรุปสูตร ขั้นตอน ผลผลิตที่งานวิจัยรายงาน และต้นทุนตัวอย่าง
คำตอบเร็ว: เห็ดตีนแรด (Macrocybe crassa) เพาะเองได้ โดยใช้ก้อนเชื้อขี้เลื่อยยางพาราหรือก้อนขี้เลื่อยเก่าจากการเพาะเห็ดอื่น แล้วกลบหน้าก้อนด้วยดินปลูกหนา 5-10 เซนติเมตรตอนเปิดดอก งานวิจัยของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีรายงานว่าเส้นใยโตดีที่ 25 องศาเซลเซียส และก้อนให้ดอกสดราว 125-238 กรัมต่อถุงในการทดลองขนาดเล็ก ข้อมูล ณ ต.ค. 2569 ยังไม่มีราคาตลาดที่อ้างอิงได้ และตัวเลขต้นทุนในบทความเป็นตัวอย่างเพื่อฝึกคิดเท่านั้น
ก่อนเริ่ม ต้องแน่ใจก่อนว่าพูดถึงเห็ดชนิดเดียวกัน
คำว่าเห็ดตีนแรดในงานเพาะเลี้ยงของไทยหมายถึงเห็ด Macrocybe crassa (ชื่อเดิม Tricholoma crassum) ซึ่งตามบทความวิจัยของ Inyod และคณะ ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 (2566) มีชื่อท้องถิ่นหลายชื่อ เช่น ตีนแฮด ตับเต่าขาว เห็ดยักษ์ เห็ดจั่น เห็ดหัวสุม ชื่อเรียกจึงไม่เหมือนกันตามพื้นที่ ถ้าไปซื้อเชื้อควรถามชื่อวิทยาศาสตร์และรหัสสายพันธุ์ให้ชัด
มีความสับสนอีกเรื่องที่ต้องบอกไว้ คือเห็ดนมเสือ (Lignosus rhinocerotis) เป็นเห็ดคนละชนิดกัน ไม่ใช่ตีนแรด งานของ KMUTT เกี่ยวกับนมเสือระบุว่าเห็ดชนิดนั้นสร้างก้อนสเคลอโรเชียมใต้ดินใช้เวลาราว 6-8 เดือน และงานวิจัยของ Wu และคณะ (2565) ระบุว่าสเคลอโรเชียมใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนที่ 25 องศาเซลเซียส เป็นวิธีเพาะที่ไม่เหมือนตีนแรดที่เรากล่าวถึงในบทความนี้ ถ้าเห็นคนขายก้อนเชื้อที่เรียกชื่อปนกัน ให้ระวัง เนื้อหาทั้งหมดต่อไปนี้พูดถึง Macrocybe crassa
เห็ดตีนแรดเหมาะกับพื้นที่และสภาพอากาศแบบไหน
งานวิจัยของ Inyod และคณะ วัดการเจริญของเส้นใยบนจานอาหารที่หลายอุณหภูมิ พบว่าเส้นใยโตได้ที่ช่วง 20-30 องศาเซลเซียส และดีที่สุดที่ 25 องศาเซลเซียส โดยสายพันธุ์ DOA-10 เดินเต็มจานอาหารใน 9 วัน ถ้าอุณหภูมิลดลงเหลือ 15 องศาเซลเซียส ใช้เวลามากกว่า 90 วัน และที่ 35-40 องศาเซลเซียส ไม่เจริญเลย
ความหมายสำหรับเกษตรกร คือช่วงที่อากาศร้อนจัดเกิน 35 องศาเซลเซียส อาจเจอปัญหาเส้นใยไม่เดินหากห้องบ่มร้อน ต้องมีหลังคาป้องกันความร้อน ระบายอากาศ หรือบ่มในห้องที่อุณหภูมิคุมได้ ส่วนอากาศเย็นก็ทำให้เส้นใยเดินช้าลงตามผลที่ 15 องศาเซลเซียส การทดลองเป็นการเลี้ยงในห้องบ่มควบคุมอุณหภูมิ ผลจริงในโรงเรือนเกษตรกรจะมีค่าความแปรผันมากกว่า ให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดจริงในห้องบ่มของตัวเองแทนการเดาตามฤดู
สายพันธุ์ที่ควรรู้จัก
งานวิจัยเดียวกันทดลองกับสายพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตร (DOA) หลายสายพันธุ์ ที่ผมเห็นระบุชื่อชัดคือ DOA-1 และ DOA-10 ผลคือ DOA-10 ที่เพาะบนสูตรก้อนเก่า (T7) ให้ผลผลิตสูงที่สุดในการทดลอง ส่วน DOA-1 บนสูตรมาตรฐาน (T2) ให้ปริมาณเบต้ากลูแคนสูงสุดในงานนั้น แต่ผมจะไม่อ้างผลทางสุขภาพจากสารนี้ เพราะเป็นผลวิเคราะห์ในห้องแล็บ ไม่ใช่คำแนะนำให้กินเพื่อรักษาโรค
ข้อเสนอของผม คือถ้าจะซื้อเชื้อควรถามหน่วยงานที่เก็บรักษาสายพันธุ์ เช่น กรมวิชาการเกษตรหรือมหาวิทยาลัยในพื้นที่ว่ามีเชื้อจำหน่ายหรือไม่ และต้องขอรายละเอียดสายพันธุ์ ไม่ควรซื้อเชื้อที่ไม่ระบุที่มา
วัสดุและสูตรก้อนเชื้อที่มีงานวิจัยรองรับ
บทความของ Inyod และคณะ ทดลองวัสดุเพาะ 7 สูตร ผมสรุปเฉพาะสูตรที่สำคัญ โดยตัวเลขคือกิโลกรัมต่อวัสดุหลัก 100 กิโลกรัมตามตารางของบทความ
| สูตร | วัสดุหลักและส่วนผสม | ผลผลิตดอกสดที่รายงาน (กรัมต่อถุง) |
|---|---|---|
| T2 (สูตรมาตรฐาน) | ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กก. รำข้าว 3 กก. แคลเซียมคาร์บอเนต 1 กก. ยิปซัม 0.2 กก. | ช่วงรายงาน 125-216 |
| T7 (ก้อนเก่า) | ก้อนขี้เลื่อยเก่าจากการเพาะเห็ดนางรมผสมเมล็ดข้าวโพดป่น 100 กก. รำข้าว 3 กก. แคลเซียมคาร์บอเนต 1 กก. ยิปซัม 0.2 กก. และเมล็ดข้าวโพดป่น 0.5 กก. | 185-238 (สูงสุดในงานวิจัย) |
| T6 (ก้อนเก่า + เสริม) | ขี้เลื่อยเก่า 100 กก. รำ 3 กก. แคลเซียมคาร์บอเนต 1 กก. ยิปซัม 0.2 กก. และภูไมท์เป็นอาหารเสริม | 151-219 |
| T1 (ฟางข้าว) | ฟางข้าวเป็นวัสดุหลัก ผสมมูลวัว รำข้าว แคลเซียมคาร์บอเนต ยิปซัม | 73-153 |
จุดที่เกษตรกรควรเก็บไปคิดคือ ก้อนขี้เลื่อยเก่าที่เหลือจากการเพาะเห็ดชนิดอื่น เช่น เห็ดนางรม ให้ผลผลิตสูงที่สุดในงานนี้ และช่วยลดต้นทุนเพราะวัสดุเดิมไม่ต้องทิ้ง ถ้าใครมีโรงเรือนเห็ดนางฟ้าอยู่แล้ว (ดูการดูแลเห็ดนางฟ้าใน ดูแลเห็ดนางฟ้าหลังปลูก หรือเห็ดนางรมหน้าหนาวใน เพาะเห็ดนางรมหน้าหนาว) ก้อนที่เก็บดอกหมดแล้วสามารถนำมาลองใช้ต่อได้ แต่ต้องทดลองกับจำนวนน้อยก่อน เพราะงานวิจัยรายงานจากถุงสูตรละ 20 ถุงเท่านั้น การใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุหลักให้ผลต่ำกว่าอย่างชัดเจนตามผลในงานนี้ จึงไม่ใช่ทางเลือกแรก
ขั้นตอนทำก้อนเชื้อตามที่งานวิจัยใช้
- ผสมวัสดุตามสูตร แล้วปรับความชื้นให้ได้ราว 60 เปอร์เซ็นต์
- บรรจุใส่ถุงพลาสติกขนาด 6.5 x 12.5 เซนติเมตร ให้น้ำหนักวัสดุประมาณ 850 กรัมต่อถุง
- นึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งที่อุณหภูมิ 95 องศาเซลเซียส นาน 4 ชั่วโมง แล้วทิ้งให้เย็น
- ใส่หัวเชื้อที่เลี้ยงในเมล็ดข้าวฟ่าง ถ่ายเชื้อโดยเทคนิคปลอดเชื้อ ฉีดพ่นแอลกอฮอล์ที่ผิวก้อน แล้วหยอดเมล็ดข้าวฟ่างที่มีเชื้อประมาณ 10-20 เมล็ดต่อก้อน
- ปิดฝาให้สนิทและบ่มที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสจนเส้นใยเดินเต็มก้อน
การทำหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง งานวิจัยแช่เมล็ดข้าวฟ่างข้ามคืน ต้มให้สุกพอประมาณ ตากให้หมาด แล้วบรรจุขวดแก้วก่อนนึ่ง ผมไม่ได้บันทึกเวลานึ่งหรือจำนวนเมล็ดต่อขวดมา จึงไม่ขอระบุ ถ้าซื้อเชื้อสำเร็จรูปจากหน่วยงานหรือโรงงานผลิตเชื้อก็ใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต อุปกรณ์ที่ใช้จริงคือหม้อนึ่งก้อนเชื้อ ถุงพลาสติกทนร้อน ตู้หรือห้องใส่เชื้อ และโรงเรือนเปิดดอกที่ให้น้ำได้ ให้เลือกขนาดเครื่องมือตามจำนวนก้อนที่ตั้งใจทำ
ขั้นเปิดดอก ที่ต่างจากเห็ดนางฟ้าและต้องใช้ดินกลบ
เห็ดตีนแรดต่างจากเห็ดนางฟ้าตรงที่ต้องมีดินกลบหน้าก้อน งานวิจัยเปิดถุงโดยกรีดถุงรอบปากถุง แล้วโรยดินปลูกที่หน้าก้อนหนาประมาณ 5-10 เซนติเมตร รดน้ำให้ความชื้นแก่ก้อนวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ 10 นาที ทุกวัน เส้นใยใช้เวลา 15 วันในการพัฒนาและเริ่มสร้างตุ่มดอก และใช้เวลาอีก 25 วันเพื่อให้ตุ่มดอกเป็นดอกเห็ดที่เก็บได้
จากประสบการณ์คนทำเห็ดกลบดิน ความผิดพลาดที่เห็นบ่อยคือดินแฉะเกินไปจนก้อนเน่า หรือดินแห้งจนตุ่มดอกไม่เกิด ดินที่ใช้ควรสะอาด ร่วนซุย ไม่มีปุ๋ยหรือสารเคมีตกค้าง แต่แหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านไม่ได้ระบุชนิดดินและค่าความเป็นกรดด่างอย่างละเอียด จึงไม่ขอเขียนเป็นตัวเลข ผู้ที่ต้องการรายละเอียดควรสอบถามนักวิชาการเห็ดของกรมวิชาการเกษตรหรือมหาวิทยาลัยในพื้นที่
โรงเรือนเปิดดอกต้องมีความชื้นสูงและอากาศถ่ายเท ใช้สปริงเกอร์หรือหัวพ่นหมอก ถ้าอยากดูตัวอย่างโรงเรือนต้นทุนต่ำให้ดู สร้างโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดฟางแบบประหยัด ซึ่งปรับใช้กับตีนแรดได้ในแง่โครงสร้าง ส่วนการควบคุมอัตโนมัติ ศึกษาเพิ่มได้จาก ระบบควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้นโรงเรือนเห็ดอัตโนมัติ
อาหารเสริมและปุ๋ย
ก้อนเห็ดไม่ได้ใส่ปุ๋ยแบบพืช อาหารเสริมอยู่ในสูตรผสมก้อนแล้ว คือรำข้าว ข้าวโพดป่น แคลเซียมคาร์บอเนต และยิปซัม งานวิจัยที่ผู้เขียนอ้างอีกชิ้นระบุว่าสูตรที่มีขี้เลื่อยไม้ยางพารา กากถั่วเหลือง ข้าวโพดป่น และรำละเอียดให้ประสิทธิภาพการผลิตทางชีวภาพสูง (ราว 29.11 เปอร์เซ็นต์) แต่นั่นเป็นผลที่บทความอ้างถึงต่ออีกทอด ผมไม่ได้เปิดอ่านต้นฉบับ จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นสูตรหลัก ให้เริ่มจาก T2 หรือ T7 ที่มีตัวเลขครบ
โรคและแมลงที่ต้องระวัง
แหล่งข้อมูลที่ผมเปิดอ่านไม่ได้ระบุโรคและแมลงศัตรูของเห็ดตีนแรดโดยเฉพาะ ผมจะไม่เขียนชื่อโรคหรือสารเคมีขึ้นมาเอง สิ่งที่ผู้เพาะเห็ดเจอทั่วไปคือก้อนที่มีราสีเขียวหรือดำปนในระยะบ่ม ซึ่งมักเกิดจากการนึ่งไม่ทั่วถึงหรือใส่เชื้อไม่สะอาด และปัญหาแมลงหรือสัตว์ที่มากินหน้าดินช่วงเปิดดอก ทางแก้เบื้องต้นคือแยกก้อนเสียออกทันที ทำความสะอาดโรงเรือน และไม่ฉีดสารเคมีใส่ก้อนที่กำลังออกดอก ถ้าปัญหารุนแรงให้ปรึกษาเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัด
เก็บเกี่ยวและการขาย
งานวิจัยเก็บดอกหลังตุ่มดอกพัฒนาเป็นดอกเห็ดราว 25 วัน แล้วชั่งน้ำหนักดอกสด เห็ดตีนแรดดอกใหญ่ หมวกหนา เนื้อแน่น เก็บดอกที่ยังไม่แก่เกินไป ถอนหรือตัดโคนให้สะอาด และไม่เหลือเศษก้านในดินเพราะจะเน่าและเป็นแหล่งโรครุ่นต่อไป
ด้านการขาย ผมไม่พบราคาปัจจุบันที่ระบุวันที่ จึงไม่ใส่ตัวเลข ราคาเห็ดผันผวนตามฤดูและพื้นที่ ให้สอบถามร้านอาหารและตลาดสดในพื้นที่ก่อนตัดสินใจทำจำนวนมาก ควรหาลูกค้าประจำหรือผู้รับซื้อที่รู้จักเห็ดชนิดนี้รองรับไว้ก่อนทำจำนวนมาก
ต้นทุนตัวอย่างและจุดคุ้มทุน
ตารางนี้เป็นตัวอย่างวิธีคิด ไม่ใช่ราคาตลาด ผลผลิตเอาจากช่วงที่งานวิจัยรายงาน (125, 185 และ 238 กรัมต่อถุงจากสูตร T2 และ T7) ซึ่งเป็นผลจากการทดลองขนาดเล็ก สมมติเองว่าต้นทุนรวมต่อก้อน (วัสดุ ถุง เชื้อ เชื้อเพลิงนึ่ง ดินกลบ น้ำ แรงงาน และค่าเสื่อมโรงเรือน) เท่ากับ 14 บาทต่อก้อน และสมมติว่ามีก้อนที่ออกดอกสำเร็จ 80 เปอร์เซ็นต์ของก้อนทั้งหมด
| ผลผลิตต่อก้อนที่ออกดอก (กรัม) | เฉลี่ยทุกก้อน x 0.8 (กรัม) | ราคาที่เท่าทุน (บาทต่อกิโลกรัม) |
|---|---|---|
| 125 | 100 | 140 |
| 185 | 148 | ประมาณ 95 |
| 238 | ประมาณ 190 | ประมาณ 74 |
วิธีคิด: ต้นทุนต่อก้อน (บาท) หารผลผลิตเฉลี่ยทุกก้อน (กิโลกรัม) ตัวอย่างบรรทัดสุดท้ายคือ 14 หาร 0.19 ได้ราว 74 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขนี้ชี้ว่าถ้าผลผลิตจริงออกมาน้อยกว่างานวิจัยหรือก้อนเสียมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ราคาเท่าทุนจะสูงขึ้นทันที และเงินทุนยังจมอยู่กับก้อนจนกว่าจะเก็บดอกได้ ถ้าอยากเทียบวิธีคิดกำไรกับเห็ดที่ทำง่ายกว่า อ่านได้ใน เพาะเห็ดนางฟ้าคุ้มไหม: วิธีคิดกำไร ความเสี่ยง และระยะคืนทุน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ซื้อเชื้อที่ชื่อเรียกปนกับเห็ดนมเสือหรือเห็ดอื่น โดยไม่ตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์และสายพันธุ์
- ห้องบ่มร้อนเกิน 35 องศาเซลเซียส ซึ่งงานวิจัยพบว่าเส้นใยไม่เจริญที่ 35-40 องศาเซลเซียส
- เปิดถุงโรยดินแล้วรดน้ำน้อยหรือมากเกินไป ทำให้ตุ่มดอกไม่เกิดหรือก้อนเน่า
- ใช้ฟางข้าวเป็นวัสดุหลักเพราะถูก ทั้งที่งานวิจัยรายงานผลผลิตต่ำกว่าสูตรขี้เลื่อยอย่างชัดเจน
- นำตัวเลขผลผลิตจากงานวิจัยขนาดเล็กไปคิดกำไรทั้งฟาร์มโดยไม่ทดลองรุ่นเล็กก่อน
- ปล่อยก้านเห็ดค้างในดินกลบหน้าก้อนจนเน่า
เช็กลิสต์ก่อนลงมือ
- ยืนยันชื่อวิทยาศาสตร์ Macrocybe crassa และรหัสสายพันธุ์กับผู้ขายเชื้อ
- เตรียมห้องบ่มที่คุมอุณหภูมิใกล้ 25 องศาเซลเซียสได้และมีเทอร์โมมิเตอร์
- เตรียมขี้เลื่อยยางพารา รำ แคลเซียมคาร์บอเนต ยิปซัม และดินกลบที่สะอาด
- ลองทำ 20-50 ก้อนก่อน จดผลผลิตทุกก้อน
- หาผู้รับซื้อหรือตลาดไว้ล่วงหน้า
สรุป
เห็ดตีนแรด Macrocybe crassa เพาะได้ด้วยก้อนขี้เลื่อยและดินกลบหน้าก้อน โดยเส้นใยชอบอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส และก้อนขี้เลื่อยเก่าจากเห็ดอื่นให้ผลผลิตสูงในงานวิจัยของ มอ.อุบลราชธานี ผลผลิตที่รายงานมาจากการทดลองขนาดเล็ก ราคาตลาดยังไม่มีแหล่งอ้างอิงที่ระบุวันที่ และตัวเลขต้นทุนเป็นเพียงตัวอย่างฝึกคิด ควรเริ่มทดลองจำนวนน้อยและขอคำแนะนำจากนักวิชาการเห็ดก่อนขยาย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Inyod และคณะ วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 25(2) (2566) — เห็ดตีนแรด Macrocybe crassa: สายพันธุ์ อุณหภูมิ วัสดุเพาะ 7 สูตร และการเปิดดอก (https://li01.tci-thaijo.org/index.php/sci_ubu/article/download/256609/176582/978666)
- KMUTT โครงการเห็ดนมเสือ (Lignosus) — ใช้เพื่อชี้ว่าเห็ดนมเสือเป็นเห็ดคนละชนิด (https://kirim.kmutt.ac.th/converis/portal/detail/Project/462870005?lang=en_GB)
- Wu และคณะ (2565) PMC9509233 — งานวิจัยสเคลอโรเชียมของ Lignosus ใช้เพื่อแยกชื่อ (https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9509233/)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
น้ำค้างแข็งและอากาศเย็นจัดบนที่สูงทำให้พืชเสียหายแค่ไหน ป้องกันแปลงอย่างไร
อธิบายกลไกที่น้ำค้างแข็งทำลายเนื้อเยื่อพืช วิธีดูอาการและประเมินความรุนแรง และวิธีป้องกันแปลงที่ลงทุนน้อยตามหลักวิชาของ FAO พร้อมบอกตรง ๆ ว่ายังไม่พบตัวเลขกลางของพืชไทย
ปลูกฟักทองหน้าแล้งในพื้นที่น้ำน้อย ทำได้ไหมและต้องจัดการน้ำอย่างไร
ฟักทองใช้น้ำน้อยกว่านาปรังแต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องให้น้ำ บทความสรุปตัวเลขโครงการสุพรรณบุรีปี 2565 และหลักจัดการน้ำของกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมบอกจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกันหรือยังไม่พบ
ปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม ตลาดรับซื้อและข้อควรรู้ก่อนลงทุน
แนวตัดสินใจก่อนปลูกขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจรเป็นรายได้เสริม สรุปข้อมูลกรณีสตูล โครงการฟ้าทะลายโจร และต้นทุนตัวอย่าง พร้อมบอกว่าข้อมูลใดยังตรวจสอบไม่ได้
ทุเรียนช่วงปลายปีควรดูแลอย่างไร ให้พร้อมสะสมอาหารก่อนออกดอก
สรุปงานสวนทุเรียนช่วงปลายปีจากเอกสารกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ตั้งแต่ตรวจสภาพต้น ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงช่วงงดน้ำก่อนออกดอก พร้อมระบุตัวเลขที่ยังต้องถามเกษตรอำเภอ
เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกรอบหน้าอย่างไรให้ยังงอกดี ตั้งแต่ตากจนเก็บในภาชนะ
ขั้นตอนเก็บเมล็ดพันธุ์ผักไว้ปลูกต่อ ตั้งแต่เลือกต้นแม่ เก็บเกี่ยว ตากให้แห้ง ไปจนถึงบรรจุภาชนะและทดสอบความงอก อิงเกณฑ์จากสวทช. ม.เชียงใหม่ และม.แม่โจ้
ปลูกผักอายุสั้นช่วงน้ำน้อย ผักชนิดไหนใช้น้ำน้อยและเก็บขายได้ภายใน 30-45 วัน
เอกสารศูนย์เรียนรู้ที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานเกษตรจังหวัดระบุอายุเก็บเกี่ยวผักบุ้งจีน 25 วัน ผักชี 30 วัน ผักตั้งโอ๋ 40 วัน คะน้า 45 วัน แต่ยังไม่มีแหล่งทางการที่จัดอันดับปริมาณน้ำของผักแต่ละชนิด
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

มุ้งขาวกันแมลง ตาข่ายกันแมลง มุ้งขาว32ตา ตาข่ายปลูกผัก…
วัสดุโรงเรือนปลูกพืช
ใช้คลุมหรือพรางแสงโรงเรือนและกันแมลงเข้าแปลง
เช็กก่อนซื้อ
- เปอร์เซ็นต์พรางแสงหรือขนาดตาข่าย (mesh) ให้เหมาะกับพืช
- ความกว้าง x ความยาวต่อม้วนเทียบกับโครงโรงเรือน

อัตโนมัติ20หัวหยดพืชหัวหยดปรับความเร็วหยดเหมาะสําหรับบดขวด…
อุปกรณ์น้ำหยด
ส่งน้ำตรงโคนต้น ประหยัดน้ำกว่าการรดทั่วแปลง
เช็กก่อนซื้อ
- ขนาดท่อเมนและข้อต่อ (มม./นิ้ว) ให้เข้ากับระบบเดิม
- อัตราน้ำต่อหัวหรือระยะห่างรูหยด

SMITH SET 4 ชุดเครื่องพ่นหมอกโรงเพาะเห็ด รดน้ำต้นไม้…
สปริงเกลอร์/หัวพ่นหมอก
กระจายน้ำเป็นวงหรือละอองสำหรับแปลงผัก สนาม และโรงเรือน
เช็กก่อนซื้อ
- ขนาดเกลียวหรือท่อที่ต่อ
- รัศมีกระจายน้ำและแรงดันที่ต้องใช้

เครื่องตั้งเวลารดน้ำ ระบบดิจิตอล อัตโนมัติ…
ตัวตั้งเวลารดน้ำ
ตั้งรอบเปิด-ปิดน้ำอัตโนมัติ ลดการลืมรดน้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- ขนาดเกลียวหรือข้อต่อเข้ากับก๊อก/ท่อที่มี
- ใช้ถ่าน ไฟบ้าน หรือโซลาร์
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
เห็ดตีนแรดเพาะในก้อนขี้เลื่อยได้ไหม
ได้ งานวิจัยของ Inyod และคณะ (2566) เพาะ Macrocybe crassa ในถุงขี้เลื่อยยางพาราและก้อนขี้เลื่อยเก่า ขนาดถุงประมาณ 850 กรัม แล้วกลบหน้าก้อนด้วยดินตอนเปิดดอก
อุณหภูมิเท่าไรเหมาะกับเส้นใยเห็ดตีนแรด
งานวิจัยรายงานว่าเส้นใยเจริญที่ 20-30 องศาเซลเซียส ดีที่สุดที่ 25 องศาเซลเซียส ที่ 15 องศาเซลเซียสช้ามาก (มากกว่า 90 วันเต็มจาน) และที่ 35-40 องศาเซลเซียสไม่เจริญ
ใช้เวลากี่วันจากเปิดถุงถึงเก็บดอก
ตามงานวิจัย เส้นใยใช้ 15 วันเพื่อสร้างตุ่มดอก และอีก 25 วันพัฒนาเป็นดอกที่เก็บได้ รวมประมาณ 40 วันหลังเปิดถุงและกลบดิน ส่วนเวลาที่เส้นใยเดินเต็มก้อนก่อนหน้านั้นผมไม่ได้บันทึกตัวเลขมา
ผลผลิตต่อก้อนเท่าไร
ในงานวิจัย สูตรก้อนขี้เลื่อยเก่า (T7) ให้ 185-238 กรัมต่อถุง สูตรมาตรฐาน (T2) ให้ 125-216 กรัมต่อถุง และสูตรฟางข้าว (T1) ให้ 73-153 กรัมต่อถุง เป็นผลของการทดลองขนาดเล็ก ฟาร์มจริงอาจต่างได้
เห็ดตีนแรดกับเห็ดนมเสือเป็นเห็ดชนิดเดียวกันไหม
ไม่ใช่ เห็ดนมเสือ (Lignosus rhinocerotis) เป็นเห็ดที่สร้างสเคลอโรเชียมคนละแบบกับตีนแรด Macrocybe crassa ควรตรวจชื่อวิทยาศาสตร์ก่อนซื้อเชื้อ
ราคาขายเห็ดตีนแรดตอนนี้เท่าไร
ผมไม่พบแหล่งราคาที่ระบุวันที่ จึงไม่ใส่ตัวเลข ให้สอบถามตลาดสดและร้านอาหารในพื้นที่หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด
