ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 7 ตุลาคม 2569

ใครเคยมีสิทธิ์ใช้บริการธนาคารที่ดิน คุณสมบัติและเงื่อนไขของ บจธ. เป็นอย่างไร

สรุปว่าใครเคยเข้าข่ายใช้บริการธนาคารที่ดิน บจธ. วงเงินตามแนวทางปี 2567 และสถานะหลังยุบเลิก 1 ต.ค. 2569 พร้อมบอกว่าต้องตรวจกับ สคทช. เรื่องใดบ้างก่อนตัดสินใจ

ใครเคยมีสิทธิ์ใช้บริการธนาคารที่ดิน คุณสมบัติและเงื่อนไขของ บจธ. เป็นอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

บจธ. เคยช่วยเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยที่เสี่ยงสูญเสียสิทธิในที่ดิน แต่ถูกยุบเลิกตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 บทความนี้แยกเกณฑ์เดิมออกจากสถานะปัจจุบัน และบอกว่าควรตรวจกับ สคทช. เรื่องใด

คำตอบเร็ว: ตามข้อมูลที่เว็บไซต์ของ บจธ. เองเผยแพร่ไว้ ผู้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของสถาบันคือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยที่เสี่ยงจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน หรือเสียไปแล้วจากการจำนอง ขายฝาก หรือถูกบังคับคดี รวมถึงอดีตลูกค้าสินเชื่อของ บจธ. ที่ขอสินเชื่อลงทุนทำเกษตร แต่ต้องย้ำว่าสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ถูกยุบเลิกมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 (ประกาศลงวันที่ 28 กันยายน 2569) จึงไม่ควรเขียนหรืออ่านว่ายังเปิดรับสมัครตามเกณฑ์เดิม ใครที่ยังมีเรื่องค้างหรือกำลังมีปัญหาที่ดิน ให้ตรวจกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งรับช่วงภารกิจและภาระผูกพันที่ค้างอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

เดือนนี้มีคนถามกันมากว่า "ธนาคารที่ดินช่วยใครได้บ้าง ผมเข้าข่ายไหม" คำถามนี้ตอบได้สองชั้น ชั้นแรกคือ บจธ. เคยตั้งเกณฑ์ไว้อย่างไร ชั้นที่สองซึ่งสำคัญกว่าสำหรับคนที่กำลังเดือดร้อนจริงคือ หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เกณฑ์เหล่านั้นยังใช้ได้หรือไม่ บทความนี้แยกสองชั้นให้ชัด และบอกตรง ๆ ว่าส่วนไหนยืนยันได้จากแหล่งทางการ ส่วนไหนหาไม่พบจึงไม่เขียนเป็นข้อเท็จจริง

สถานะล่าสุดก่อนอ่านเรื่องคุณสมบัติ

ภาพประกอบ สถานะล่าสุดก่อนอ่านเรื่องคุณสมบัติ

ก่อนจะคุยเรื่อง "ใครมีสิทธิ์" ต้องรู้สถานะของหน่วยงานก่อน เพราะคุณสมบัติที่เขียนไว้ในแนวทางเดิมไม่ได้แปลว่ายังยื่นเรื่องได้ในวันนี้ ข้อเท็จจริงที่ตรวจได้จากหน้าประกาศบนเว็บไซต์ บจธ. และรายงานข่าวหลายสำนักมีดังนี้

ประเด็นสิ่งที่ตรวจพบแหล่งที่มา
ประกาศยุบเลิกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ลงวันที่ 28 กันยายน 2569 มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 อาศัยอำนาจตามมาตรา 40 วรรคสอง ของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งฯ พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเว็บไซต์ บจธ. และไทยพีบีเอส
ผู้ดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านสคทช. เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบบริหารจัดการภารกิจและภาระผูกพันที่ยังค้างอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเว็บไซต์ บจธ. และ iLaw
กรอบเวลาชำระบัญชีการตรวจสอบทรัพย์สินและชำระบัญชีต้องเสร็จภายใน 1 ปีนับจากประกาศยุบเลิก และ สคทช. ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบต่อฐานเศรษฐกิจ
การรับเรื่องใหม่ในแหล่งที่เปิดอ่านทั้งหมด ไม่พบข้อความที่ระบุว่ามีการเปิดรับคำขอใหม่หลังวันยุบเลิกผลการตรวจของผู้เขียน

รายละเอียดว่ามีเหตุผลอะไรเบื้องหลังการยุบ และผู้ที่คัดค้านพูดว่าอย่างไร อ่านต่อได้ที่ ธนาคารที่ดินถูกยุบแล้วจริงไหม หลัง 1 ต.ค. 2569 เกิดอะไรขึ้นกับ บจธ.

บจธ. ตั้งมาเพื่อใคร: ที่มาของ "กลุ่มเป้าหมาย"

บจธ. จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 ตามที่ iLaw สรุปไว้ ภารกิจหลักคือจัดหาที่ดิน เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ และให้สินเชื่อเพื่อจัดหาและพัฒนาที่ดิน โดยมองไปที่เกษตรกรรายย่อยและผู้ที่เข้าไม่ถึงที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัยหรือทำกิน ที่สำคัญคือพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้ บจธ. เป็นธนาคารรับฝากเงินแบบที่คนทั่วไปเข้าใจ ประเด็นนี้อธิบายแยกไว้ในบทความ ธนาคารที่ดินต่างจากธนาคารทั่วไปอย่างไร

ภาพรวมของสถาบันและโครงการทั้งหมดอยู่ใน ธนาคารที่ดินคืออะไร บจธ. ตั้งขึ้นมาทำอะไร บทความนี้โฟกัสเฉพาะคำถามเดียวคือ ใครเข้าข่าย

ใครเคยเข้าข่ายใช้บริการ: ตามที่ บจธ. เผยแพร่

หน้าโครงการของ บจธ. บนเว็บไซต์ทางการระบุโครงการหลักคือ "โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดิน" ซึ่งมีบริการสามอย่าง เมื่อนำมาจัดเป็นกลุ่มคนจะได้ดังนี้

  • เกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อยที่ที่ดินติดจำนอง ขายฝาก หรือกำลังถูกบังคับคดี บจธ. จัดซื้อที่ดินที่มีศักยภาพทำประโยชน์ แล้วให้เกษตรกรเช่าหรือเช่าซื้อ
  • เกษตรกรที่ต้องการรักษาสิทธิในที่ดินเดิมของตัวเอง ซึ่งอยู่ในช่วงไถ่ถอนจากจำนองหรือไถ่ถอนจากการขายฝาก บจธ. มีสินเชื่อเพื่อรักษาสิทธิในที่ดิน
  • ผู้ได้รับประโยชน์จากบจธ. อยู่แล้ว และอดีตผู้ที่เคยได้สินเชื่อจาก บจธ. ขอสินเชื่อเพื่อลงทุนทำการเกษตรได้

สังเกตว่าบริการทั้งหมดผูกกับ "ปัญหาที่ดิน" ไม่ใช่คนที่แค่อยากได้ที่ดินเพิ่มหรืออยากกู้ทำเกษตรทั่วไป คนที่ที่ดินปลอดภาระและต้องการเงินทุนหมุนเวียนธรรมดา ตามแนวทางเดิมไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ควรดูสินเชื่อจากสถาบันการเงินเกษตรแทน เช่นที่เทียบไว้ใน กู้ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปซื้อที่ดินทำเกษตร เทียบกู้ ธ.ก.ส.

เงื่อนไขที่ยืนยันได้ จากแนวทางปีงบประมาณ 2567

แหล่งเดียวที่ผู้เขียนเปิดพบและระบุเงื่อนไขเชิงตัวเลขได้ คือหน้า "แนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดิน ประจำปี 2567" บนเว็บไซต์ บจธ. ซึ่งเป็นแนวทางของปีงบประมาณ 2567 ไม่ใช่ประกาศล่าสุดก่อนยุบ และเนื้อหาอาจปรับเปลี่ยนในปีถัดมา ใช้เป็นภาพประกอบว่าเกณฑ์เดิมหน้าตาเป็นอย่างไรเท่านั้น

บริการวงเงินสูงสุดตามแนวทางปี 2567เงื่อนไขที่ระบุ
จัดซื้อที่ดินเพื่อให้เช่าหรือเช่าซื้อไม่เกินรายละ 1,000,000 บาทเกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อยที่เสี่ยงหรือสูญเสียสิทธิที่ดิน ที่ดินเหมาะกับการเกษตรหรืออยู่อาศัย และไม่มีข้อพิพาทเรื่องสิทธิ
สินเชื่อเพื่อรักษาสิทธิในที่ดินไม่เกินรายละ 1,000,000 บาทที่ดินอยู่ในขั้นตอนไถ่ถอนจากจำนองหรือไถ่ถอนจากการขายฝาก
สินเชื่อเพื่อการลงทุนทำการเกษตรไม่เกินรายละ 200,000 บาทสำหรับผู้ได้รับประโยชน์จาก บจธ. และอดีตผู้ได้รับสินเชื่อ ใช้ลงทุนทำเกษตร

ตัวเลขข้างต้นคือเพดานวงเงินต่อราย ไม่ใช่จำนวนเงินที่ผู้ขอทุกคนจะได้รับ วงเงินจริงต่อรายขึ้นกับการพิจารณาของ บจธ. ในแต่ละกรณี ซึ่งผู้เขียนไม่พบเกณฑ์รายละเอียดในแหล่งที่เปิดอ่าน

เรื่องที่ไม่พบข้อมูลยืนยัน และผู้เขียนเลือกไม่เดา

หลายคนอยากรู้เกณฑ์ที่ละเอียดกว่านี้ เช่น รายได้ต่อปีสูงสุดเท่าไร ถือครองที่ดินได้กี่ไร อายุขั้นต่ำเท่าไร ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพื้นที่ใด ผู้เขียนค้นแล้วไม่พบตัวเลขเหล่านี้ในหน้าที่เปิดได้ของเว็บไซต์ บจธ. ข่าว หรือพระราชกฤษฎีกาฉบับย่อที่เข้าถึงได้ จึงไม่ขอเขียนตัวเลขใด ๆ ลงไป เพราะถ้าเขียนผิดจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าตัวเองมีสิทธิ์หรือไม่มี หากต้องการเกณฑ์ละเอียดของโครงการที่เคยยื่นไว้ ให้สอบถาม สคทช. ซึ่งรับข้อมูลและภาระผูกพันของโครงการต่อมา โดย บจธ. เองแจ้งบนเว็บไซต์ว่าได้ส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวกับภารกิจโครงการต่าง ๆ ให้ สคทช. แล้ว

หลังยุบ คุณสมบัติเดิมยังใช้ได้หรือไม่

คำตอบสั้นคือ ยังไม่มีประกาศที่ผู้เขียนเปิดพบว่าเกณฑ์เดิมจะใช้ต่อ หรือจะมีหน่วยงานใดมารับสมัครเรื่องใหม่ สิ่งที่มีชัดเจนคือสองอย่าง อย่างแรก ประกาศ แนวทาง และเงื่อนไขการตรวจสอบทรัพย์สินและชำระบัญชีหลังยุบเลิกถูกตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 29 กันยายน 2569 ตามรายงานของฐานเศรษฐกิจ ซึ่งว่าด้วยการชำระบัญชี การโอนหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่เหลือ และบุคลากร อย่างที่สอง ภาระผูกพันที่ค้างอยู่เป็นหน้าที่ของ สคทช. ไปก่อนในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื้อหาที่ฐานเศรษฐกิจสรุปไว้ไม่ได้พูดถึงการรับสมัครผู้ใช้บริการรายใหม่

เรื่องว่าอนาคตจะมีหน่วยงานใดรับภารกิจนี้ต่อ ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกัน ฝ่ายรัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีบางรายมองว่า สคทช. รับภารกิจต่อได้ ส่วนเครือข่ายพีมูฟเสนอให้โอนภารกิจไปที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ตามที่เว็บไซต์ลานเนอร์รายงาน และเครือข่ายสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เรียกร้องให้รัฐบาลทำให้ธนาคารที่ดินเป็นนโยบายสาธารณะที่มีอำนาจเพียงพอ ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นและข้อเสนอของแต่ละฝ่าย ไม่ใช่ข้อสรุปของทางการ รายละเอียดอ่านต่อได้ที่ ทำไมรัฐบาลยุบธนาคารที่ดิน เหตุผลภาครัฐ ข้อคัดค้านของเกษตรกร และข้อเสนอโอนภารกิจ

ตัวอย่างสถานการณ์: ตรวจตัวเองก่อนติดต่อ

ตารางนี้เป็นแนวทางช่วยคิด ไม่ใช่การประเมินสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ผู้เขียนจัดตามชนิดปัญหาที่ บจธ. เคยระบุไว้ในแนวทางเดิม

สถานการณ์ของคุณตรงกับกลุ่มเดิมของ บจธ. หรือไม่สิ่งที่ควรทำตอนนี้
ที่ดินติดจำนองหรือขายฝาก ใกล้ครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับบริการสินเชื่อรักษาสิทธิเดิมเปิดสัญญาดูวันครบกำหนดไถ่ถอนก่อน แล้วสอบถาม สคทช. ว่ารับเรื่องหรือประสานต่อได้หรือไม่ อย่ารอจนเลยกำหนด
ที่ดินถูกบังคับคดีหรือขายทอดตลาดไปแล้วตรงกับบริการจัดซื้อแล้วให้เช่าหรือเช่าซื้อเดิมติดต่อ สคทช. และปรึกษาทนายความหรือศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมายในพื้นที่ เพราะขั้นตอนทางศาลมีกำหนดเวลา
เคยทำสัญญาเช่าหรือเช่าซื้อหรือกู้กับ บจธ.เป็นผู้ใช้บริการเดิมเก็บสัญญาและใบเสร็จครบ แล้วอ่าน ผู้เช่าและผู้ใช้บริการเดิมต้องทำอย่างไรต่อ
ไม่มีที่ดินเลย ไม่เคยมีปัญหาจำนองไม่ตรงกับโครงการป้องกันการสูญเสียสิทธิโดยตรงดูทางเลือกอื่นใน ไม่มีที่ดินทำกิน หลังธนาคารที่ดินถูกยุบ มีทางเลือกอะไรบ้าง

ข้อควรรู้จากภาคสนาม: สิทธิ์ไม่ได้แปลว่าได้รับ

ประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรพบบ่อยคือ ชาวบ้านมักเข้าใจว่า "เข้าข่าย" แปลว่า "ได้แน่" ซึ่งในทางปฏิบัติไม่ใช่ หน่วยงานต้องตรวจสอบว่าที่ดินที่จะซื้อมีสิทธิถูกต้อง ไม่มีข้อพิพาท ราคาอยู่ในวงเงิน และผู้ขอมีศักยภาพทำประโยชน์ได้จริง แนวทางปี 2567 เองก็ระบุเงื่อนไขเรื่องที่ดินว่าต้องเหมาะกับการเกษตรหรืออยู่อาศัย และไม่มีข้อพิพาท สัญญาณที่ทำให้เรื่องช้าที่สุดมักเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ไม่ตรงกับตัวบุคคล หรือชื่อเจ้าของในโฉนดยังเป็นของผู้ตายที่ยังไม่ได้จัดการมรดก ถ้าบ้านคุณมีกรณีเช่นนี้ ควรสะสางเอกสารไว้ก่อนไม่ว่าจะยื่นกับหน่วยงานใดก็ตาม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อค้นเรื่องคุณสมบัติ

  • เอาเกณฑ์จากบทความเก่าหรือโพสต์ในโซเชียลมาใช้ โดยไม่ดูว่าเป็นของปีงบประมาณไหน ทั้งที่หน่วยงานยุบไปแล้ว
  • เข้าใจว่า บจธ. เป็นธนาคารที่รับฝากหรือปล่อยกู้ซื้อที่ดินให้ทุกคน ทั้งที่ภารกิจผูกกับกลุ่มที่มีปัญหาสิทธิในที่ดิน
  • โทรหรือเดินทางไปที่อยู่เดิมของ บจธ. โดยไม่โทรตรวจก่อน ทั้งที่หน่วยงานถูกยุบและมีเจ้าหน้าที่ชำระบัญชีทำงานอยู่ ผู้เขียนยืนยันไม่ได้ว่าเบอร์โทรและช่องทางเดิมยังมีคนรับ
  • ยอมจ่ายเงินให้นายหน้าหรือกลุ่มที่อ้างว่า "ช่วยยื่นเรื่องธนาคารที่ดิน" ในเมื่อยังไม่มีประกาศเปิดรับเรื่องใหม่ ควรตรวจกับ สคทช. ก่อนโอนเงินใด ๆ
  • ปล่อยให้สัญญาขายฝากครบกำหนดโดยหวังว่าจะมีหน่วยงานมาช่วย การนับวันไถ่ถอนเป็นเรื่องทางกฎหมาย หน่วยงานรัฐไม่ได้ขยายให้
  • สับสนกับ ส.ป.ก. ซึ่งเป็นระบบที่ดินปฏิรูปที่ดินอีกระบบหนึ่ง มีเงื่อนไขคนละชุด ดู ซื้อที่ดิน ส.ป.ก. มาทำเกษตรได้ไหม

ขั้นตอนที่ควรทำตอนนี้ถ้าคุณคิดว่าเข้าข่ายเดิม

  1. รวบรวมเอกสารที่ดินของตัวเองทั้งหมด ได้แก่ โฉนดหรือหลักฐานสิทธิ์ สัญญาจำนองหรือขายฝาก หนังสือแจ้งหนี้หรือคำบังคับ (ถ้ามี) และสัญญาใด ๆ ที่เคยทำกับ บจธ.
  2. จดวันครบกำหนดที่สำคัญทั้งหมดลงกระดาษแผ่นเดียว เช่น วันครบไถ่ถอน วันนัดศาล วันครบชำระ
  3. ติดต่อ สคทช. ผ่านช่องทางที่ปรากฏบนเว็บไซต์ราชการของ สคทช. หรือผ่านที่ว่าการอำเภอ เพื่อสอบถามว่ามีการรับเรื่องจากผู้ที่เคยอยู่ในโครงการ บจธ. หรือไม่ และจะประสานต่ออย่างไร
  4. ถ้ามีเรื่องทางคดี ให้ปรึกษาทนายความหรือหน่วยให้คำปรึกษาทางกฎหมายคู่ขนานไปด้วย อย่ารอผลจากหน่วยงานเดียว
  5. ติดตามข่าวจากแหล่งทางการ โดยเฉพาะผลการประชุมระหว่างรัฐบาลกับพีมูฟที่มีกำหนดวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ตามที่ลานเนอร์รายงาน ซึ่งผู้เขียนยังไม่พบผลสรุปทางการ ณ วันที่เขียน

สรุป

กลุ่มที่ บจธ. เคยระบุว่าให้ความช่วยเหลือคือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยที่เสี่ยงหรือสูญเสียสิทธิในที่ดิน รวมถึงผู้ได้รับประโยชน์เดิมที่ขอสินเชื่อลงทุนเกษตร โดยแนวทางปี 2567 กำหนดเพดานวงเงิน 1,000,000 บาท และ 200,000 บาทตามประเภทบริการ แต่ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 หน่วยงานถูกยุบเลิกแล้ว และไม่พบประกาศเปิดรับเรื่องใหม่ ใครที่ยังมีเรื่องค้างหรือกำลังเดือดร้อนเรื่องที่ดิน ควรเก็บเอกสารให้ครบ จดวันครบกำหนดทางกฎหมาย และสอบถาม สคทช. โดยตรงก่อนตัดสินใจทำอะไร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) — ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ยุบเลิก บจธ. และการส่งมอบข้อมูลภารกิจให้ สคทช. labai.or.th
  • 📄สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) — แนวทางช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน ป้องกันการสูญเสียสิทธิในที่ดิน ประจำปี 2567 (วงเงินและเงื่อนไข) labai.or.th
  • 📄สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) — หน้าโครงการของ บจธ. (บริการสามประเภทและกลุ่มเป้าหมาย) labai.or.th
  • 📄ไทยพีบีเอส — ราชกิจจาฯ ประกาศยุบเลิกธนาคารที่ดิน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 thaipbs.or.th
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ — คณะกรรมการชำระบัญชี กรอบเวลา 1 ปี และบทบาท สคทช. ในช่วงเปลี่ยนผ่าน thansettakij.com
  • 📄iLaw — ปิดฉาก 15 ปี สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ภารกิจตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2554 ilaw.or.th
  • 📄ลานเนอร์ นิวส์ — ข้อเสนอของพีมูฟ และจุดยืนของ สกน. ต่อการยุบธนาคารที่ดิน lannernews.com

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ยังสมัครใช้บริการ บจธ. ได้ไหม

ไม่ควรเข้าใจว่าได้ บจธ. ถูกยุบเลิกมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 และไม่พบประกาศที่ระบุว่าเปิดรับคำขอรายใหม่หลังจากนั้น ให้ตรวจกับ สคทช.

ผู้ที่ไม่มีที่ดินเลย เคยเข้าข่ายไหม

ตามแนวทางเดิม บริการหลักผูกกับผู้ที่มีปัญหาสิทธิในที่ดิน เช่น ติดจำนอง ขายฝาก หรือเสียที่ดินไปแล้ว ผู้ที่ไม่เคยมีที่ดินไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการป้องกันการสูญเสียสิทธิ ควรสอบถามผู้รับช่วงภารกิจเรื่องรายละเอียดเกณฑ์

วงเงินสูงสุดที่เคยช่วยได้เท่าไร

ตามแนวทางปีงบประมาณ 2567 จัดซื้อที่ดินให้เช่าหรือเช่าซื้อไม่เกินรายละ 1,000,000 บาท สินเชื่อรักษาสิทธิในที่ดินไม่เกินรายละ 1,000,000 บาท และสินเชื่อลงทุนเกษตรไม่เกินรายละ 200,000 บาท เป็นเพดานและเป็นข้อมูลของปีนั้น

ที่ดินแบบไหนที่ บจธ. เคยพิจารณา

แนวทางปี 2567 ระบุว่าต้องเป็นที่ดินที่เหมาะกับการเกษตรหรืออยู่อาศัยและไม่มีข้อพิพาทเรื่องสิทธิ

ใครรับช่วงดูแลผู้ที่เคยใช้บริการ

สคทช. รับผิดชอบภารกิจและภาระผูกพันที่ค้างอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และต้องเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 1 ปีว่าหน่วยงานใดจะรับผิดชอบต่อ ตามที่ฐานเศรษฐกิจและ iLaw รายงาน

จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ได้ยินเป็นของจริง

ถามหาประกาศหรือหนังสือจากหน่วยงานราชการ ตรวจชื่อหน่วยงานและวันที่ และไม่โอนเงินให้ผู้ที่อ้างว่าช่วยยื่นเรื่องธนาคารที่ดินจนกว่าจะยืนยันกับ สคทช. หรือที่ว่าการอำเภอ