เลี้ยงสัตว์เผยแพร่ 1 พฤศจิกายน 2569

วิธีเลี้ยงครั่งสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่เตรียมที่เลี้ยงจนถึงจับขาย

วิธีเลี้ยงครั่งสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่เลือกไม้อาศัย ตัดแต่งกิ่ง ปล่อยครั่งพันธุ์ เก็บเกี่ยวก่อนลูกครั่งออก 7 วัน ศัตรูครั่ง และโครงสร้างต้นทุน ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

วิธีเลี้ยงครั่งสำหรับมือใหม่ ตั้งแต่เตรียมที่เลี้ยงจนถึงจับขาย

คำตอบสั้น ๆ

ครั่งเลี้ยงบนไม้อาศัยอย่างจามจุรีหรือพุทราป่า ต้องตัดแต่งกิ่งล่วงหน้า เลือกครั่งพันธุ์ให้แก่พอดี และเก็บเกี่ยวก่อนลูกครั่งออกราว 7 วัน บทความนี้เรียงขั้นตอนจากแหล่งข้อมูลที่เปิดอ่านได้จริง

คำตอบเร็ว: การเลี้ยงครั่งคือการเลี้ยงแมลงครั่งให้เกาะดูดน้ำเลี้ยงบนกิ่งไม้อาศัย เช่น จามจุรี (ฉำฉาหรือก้ามปู) แล้วเก็บ "ครั่งดิบ" ที่แมลงสร้างไว้รอบกิ่งไปขาย ขั้นตอนหลักมี 5 อย่าง คือเลือกต้นไม้และตัดแต่งกิ่งล่วงหน้า เลือกครั่งพันธุ์ที่แก่พอดี ปล่อยครั่งพันธุ์ให้ลูกครั่งคลานลงกิ่ง เก็บครั่งพันธุ์ออกภายใน 2 สัปดาห์ แล้วเก็บเกี่ยวก่อนลูกครั่งออกตัวประมาณ 7 วัน กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าใช้เวลาเลี้ยงราว 12 เดือนจึงเก็บครั่งดิบได้ และงานนี้ลงทุนน้อยแต่ต้องรู้จังหวะเวลาดี (ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

คนที่ถามเรื่องเลี้ยงครั่งส่วนใหญ่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ในที่ดินอยู่แล้ว เช่น ต้นจามจุรีริมคันนา หรือต้นพุทราป่าท้ายสวน แล้วสงสัยว่าต้นไม้พวกนี้พอจะสร้างรายได้เสริมได้ไหม คำตอบคือครั่งเป็นแมลงเศรษฐกิจที่เลี้ยงบนต้นไม้ที่มีอยู่ ไม่ต้องสร้างโรงเรือน แต่ก็ไม่ใช่งานที่ "ปล่อยแล้วรอเก็บ" เพราะถ้าปล่อยครั่งพันธุ์มากไปต้นไม้อาจตาย ถ้าตัดครั่งพันธุ์ผิดวันลูกครั่งก็ออกหมดก่อนได้ปล่อย บทความนี้เรียงตามลำดับงานจริง พร้อมจุดที่มือใหม่มักพลาด

ครั่งคืออะไร และขายอะไรกันแน่

ภาพประกอบ ครั่งคืออะไร และขายอะไรกันแน่

ครั่งเป็นยางหรือชันที่ได้จากแมลงครั่ง ตัวครั่งขับสารเหนียวสีเหลืองออกมาหุ้มรอบกิ่งไม้ เมื่อสัมผัสอากาศจะแข็งเป็นสีน้ำตาล สิ่งที่เกษตรกรเก็บมาขายเรียกว่า ครั่งดิบ ซึ่งมีทั้งเรซิน ขี้ผึ้ง สี และซากตัวครั่งปนอยู่ แล้วโรงงานจะนำไปแปรรูปเป็น เชลแลค (shellac) ใช้ในอุตสาหกรรมหลายอย่าง กรมส่งเสริมการเกษตรอธิบายว่าเชลแลคใช้เคลือบยาเม็ด เคลือบกระดาษ ทำหมึกพิมพ์ ใช้เป็นฉนวนไฟฟ้า และเคลือบผิวผลไม้หรือลูกอมได้

ตัวเลขภาพรวมที่กรมส่งเสริมการเกษตรเผยแพร่เมื่อ 9 ก.พ. 2565 ระบุว่าปี 2564 มีเกษตรกรเลี้ยงครั่ง 4,015 ราย พื้นที่ 7,541 ไร่ ผลผลิตครั่งดิบประมาณ 4,100 ตัน และมูลค่าส่งออก 126.43 ล้านบาท นี่เป็นตัวเลขของปี 2564 ไม่ใช่ปีล่าสุด ใช้ดูขนาดอุตสาหกรรมได้ แต่ไม่ควรเอามาคำนวณรายได้ของสวนตัวเอง

พื้นที่และต้นไม้แบบไหนเหมาะ

ภูมิภาคที่เลี้ยงกันจริง

ข้อมูลจากชุดบทความแมลงครั่งของทรูปลูกปัญญา (Plookpedia) ระบุว่าภาคเหนือให้ผลผลิตสูงกว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางเลี้ยงได้แต่ไม่นิยม เพราะแมลงศัตรูรบกวนมาก

กรมส่งเสริมการเกษตรเสริมว่า พื้นที่ควรมีสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิเหมาะสม และควรอยู่ใกล้โรงงานรับซื้อครั่งดิบ เพราะครั่งดิบเก็บนานแล้วคุณภาพเสื่อม ถ้าบ้านคุณอยู่ไกลจากแหล่งรับซื้อมาก ให้ถามเกษตรอำเภอก่อนว่าในจังหวัดมีใครรับซื้อหรือไม่

ไม้อาศัยที่มีแหล่งอ้างอิงรองรับ

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุไม้ที่เหมาะไว้ เช่น จามจุรี (ฉำฉาหรือก้ามปู) พุทราป่า ลิ้นจี่ สะแก ปันแถ มะแฮะนก สีเสียดออสเตรเลีย ไทร และมะเดื่ออุทุมพร ชุดบทความของทรูปลูกปัญญาบอกว่าในไทยมีไม้อาศัยอย่างน้อย 30 ชนิด ส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ถั่ว และค่าน้ำเลี้ยงในกิ่งที่เหมาะมี pH เกือบเป็นกลางที่ 5.8-6.0

ผมไม่พบแหล่งทางการที่เทียบผลผลิตระหว่างต้นไม้แต่ละชนิดในไทย ดังนั้นก่อนลงทุนเต็มสวน ให้ทดลองกับ 2-3 ต้นก่อนหนึ่งรอบ แล้วจดว่าต้นไหนให้ครั่งมากกว่า

เตรียมต้นไม้: ตัดแต่งกิ่งล่วงหน้า

ลูกครั่งเจาะเปลือกแข็งไม่ได้ จึงต้องการกิ่งอวบอ่อน การตัดแต่งกิ่งล่วงหน้าทำให้ต้นแตกกิ่งใหม่มาก เรือนยอดกว้างขึ้น และมีพื้นที่ให้ครั่งเกาะมากขึ้น ชุดบทความของทรูปลูกปัญญาระบุว่าระยะที่ต้องตัดแต่งล่วงหน้าขึ้นกับชนิดต้นไม้ ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 18 เดือน นี่คือเหตุผลที่คนเริ่มงานครั่งต้องวางแผนข้ามปี ไม่ใช่ซื้อครั่งพันธุ์มาปล่อยวันนี้ได้เลย

  • ใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งหรือเลื่อยตัดกิ่งที่คม ตัดให้แผลเรียบ ไม่ฉีกเปลือก
  • ตัดเป็นรอบ ๆ ไม่ตัดทั้งต้นพร้อมกัน เพื่อให้มีกิ่งอายุพอเหมาะสลับกันตลอดปี
  • จดวันที่ตัดแต่งของแต่ละต้นไว้ จะได้รู้ว่าต้นไหนพร้อมรับครั่งพันธุ์เมื่อไหร่
  • ถ้าต้นอยู่สูงมาก ให้ใช้บันไดหรือไม้สอยที่มั่นคง และสวมถุงมือ งานตัดกิ่งสูงเป็นต้นเหตุอุบัติเหตุหลักของงานนี้

เลือกครั่งพันธุ์ให้ถูก

ครั่งพันธุ์คือท่อนกิ่งที่มีรังครั่งแก่ใกล้ออกตัว ใช้เป็นแหล่งของลูกครั่งรุ่นต่อไป ชุดบทความของทรูปลูกปัญญาแนะนำให้เลือกครั่งที่สมบูรณ์ ไม่มีแมลงรบกวน และแก่พอดี คือก่อนลูกครั่งคลานออกจากรังเก่าไม่เกิน 7 วัน สัญญาณที่ใช้ดูมีดังนี้

เวลาก่อนลูกครั่งออกสัญญาณที่สังเกต
ประมาณ 2-3 สัปดาห์ผิวรังมีรอยแตกชัดเจน
ประมาณ 7 วันมีจุดสีเหลืองส้มที่ผิว และจุดขยายขึ้นทุกวัน
จุดขยายราว 1/3 ของผิวเหลือเวลาประมาณ 3-5 วัน
จุดขยายราว 1/2 ของผิวเหลือเวลาประมาณ 1-2 วัน

แหล่งเดียวกันบอกว่า การตัดครั่งพันธุ์ปกติทำก่อนออกตัวประมาณ 3-5 วัน ตัดเร็วหรือช้าเกินไปทำให้ปล่อยพลาดจังหวะ ให้ตัดในช่วงที่เห็นจุดสีเหลืองส้มขยายแล้ว เพื่อมีเวลาห่อและนำไปปล่อย

ถ้าต้องขนครั่งพันธุ์ไปไกล

ให้บรรจุในเข่งตาโปร่งหรือตะกร้าไม้ไผ่ วางท่อนครั่งไม่ให้ทับกันแน่น เปิดให้อากาศถ่ายเท และถ้าขนส่งระยะไกลต้องตัดก่อนลูกครั่งออกไม่เกิน 8-10 วัน ตามชุดบทความเดียวกัน แหล่งอ้างอิงไม่ได้พูดถึงถุงพลาสติก แต่หลักง่าย ๆ คือไม่ควรปิดอับ

ปล่อยครั่งพันธุ์: ขั้นตอนทีละอย่าง

  1. ตัดครั่งพันธุ์เป็นท่อน ยาวประมาณ 6-7 นิ้ว
  2. ห่อด้วยฟาง แล้วผูกเป็นคู่
  3. แขวนคร่อมกิ่ง ให้ขนานไปกับกิ่ง เพื่อให้ลูกครั่งคลานไปตามกิ่งได้ง่าย
  4. รอให้ลูกครั่งกระจาย ลูกครั่งจะคลานไปตามกิ่งแล้วฝังงวงดูดน้ำเลี้ยง
  5. ย้ายหรือเก็บครั่งพันธุ์ออก เมื่อลูกครั่งกระจายเต็มกิ่งแล้ว ต้องย้ายไปกิ่งอื่นภายใน 2 สัปดาห์ แล้วจึงเก็บครั่งพันธุ์ออกจากต้น

เรื่องปริมาณ ชุดบทความของทรูปลูกปัญญาให้ตัวเลขอ้างอิงไว้ว่า ครั่งพันธุ์ยาว 1 ฟุตกระจายได้ 12-25 ฟุตของกิ่งไม้ และต้นไม้ใหญ่ใช้ครั่งพันธุ์ได้ถึง 50 กิโลกรัม แต่ก็เตือนว่าปล่อยน้อยไปผลผลิตน้อย ปล่อยมากไปต้นไม้อาจทรุดโทรม (ข้อนี้เป็นข้อสังเกตทั่วไป ผมไม่มีตัวเลขทางการ) ต้องอาศัยความชำนาญ วิธีที่ปลอดภัยสำหรับมือใหม่คือเริ่มด้วยปริมาณน้อยกว่าตัวเลขสูงสุด แล้วสังเกตว่าต้นยังแตกใบใหม่ตามปกติไหม

ปฏิทินงานตลอดรอบ

มีข้อมูลสองชุดที่ดูต่างกัน และควรบอกตรง ๆ กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าเลี้ยงราว 12 เดือนจึงเก็บครั่งดิบได้ ส่วนชุดบทความของทรูปลูกปัญญาระบุว่าวงจรชีวิตครั่งประมาณ 6 เดือน เก็บเกี่ยวได้ 2 ครั้งต่อปี คือรอบฤดูร้อนช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน และรอบฤดูฝนช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน ความต่างน่าจะมาจากชนิดไม้ ท้องถิ่น และนับรวมช่วงเตรียมต้นหรือไม่ ผมไม่มีเอกสารที่ยืนยันว่าตัวเลขไหนใช้กับพื้นที่ของคุณ จึงให้สอบถามศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ จ.เชียงใหม่ (โทร 052-001152) หรือศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.ขอนแก่น (โทร 043-009958) ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรระบุเป็นช่องทางสอบถาม

ช่วงงานสิ่งที่ทำหมายเหตุ
6-18 เดือนก่อนปล่อยตัดแต่งกิ่งให้แตกกิ่งอวบอ่อนระยะขึ้นกับชนิดไม้
ก่อนครั่งพันธุ์ออกตัว 3-5 วันตัดครั่งพันธุ์ ตัดท่อน ห่อฟาง ผูกคู่ดูจุดสีเหลืองส้มบนผิวรัง
วันปล่อยแขวนคร่อมกิ่งขนานกับกิ่งปล่อยในปริมาณพอดีกับต้น
ภายใน 2 สัปดาห์หลังปล่อยย้ายหรือเก็บครั่งพันธุ์ออกลดการแพร่ของศัตรู
ระหว่างเลี้ยงเดินตรวจกิ่ง จดวันที่ ดูร่องรอยหนอนจดผลทุกต้น
ก่อนลูกครั่งออกประมาณ 7 วันเก็บเกี่ยวเริ่มตัดจากยอดลงมากิ่งล่าง

เก็บเกี่ยวและเก็บรักษาครั่งดิบ

ชุดบทความของทรูปลูกปัญญาแนะนำให้เก็บก่อนลูกครั่งออกเป็นตัวประมาณ 7 วัน เริ่มตัดจากกิ่งยอดลงมาหากิ่งล่าง แยกกิ่งที่มีครั่งออกมา คัดครั่งที่สมบูรณ์ไว้เป็นครั่งพันธุ์ ส่วนที่เหลือเป็นครั่งดิบสำหรับขาย

  • กระเทาะครั่งดิบออกจากกิ่งโดยเร็ว
  • ตากให้แห้งโดยกระจายบาง ๆ แล้วแปรรูปเป็นครั่งเม็ด
  • อย่าเก็บครั่งดิบไว้นาน เพราะคุณภาพเสื่อม ควรขายหรือแปรเป็นครั่งเม็ด (seedlac) ตามที่แหล่งอ้างอิงแนะนำ
  • ถ้าต้องเก็บในโรงเก็บ ให้ป้องกันแมลง โดยเฉพาะปลวก ซึ่งแหล่งอ้างอิงระบุว่าเป็นปัญหาสำคัญในไทย การใช้สารป้องกันแมลงในโรงเก็บให้ทำตามฉลากและคำแนะนำของเกษตรอำเภอ ผมไม่ระบุชื่อสารหรืออัตราใช้ในบทความนี้

ข้อควรระวังคือไม่ควรกองครั่งดิบทิ้งไว้นาน ควรกระเทาะและตากโดยเร็ว เพราะแหล่งอ้างอิงระบุว่าครั่งดิบเสื่อมคุณภาพได้

ศัตรูของครั่งและการจัดการ

ชุดบทความของทรูปลูกปัญญาแบ่งศัตรูเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือตัวเบียน เป็นแมลงตัวเล็กชนิดชาลซิด (chalcid) วางไข่ในรังครั่ง แต่ทำความเสียหายน้อยมากจึงไม่จำเป็นต้องกำจัด กลุ่มที่สองคือตัวห้ำ เป็นผีเสื้อกลางคืนสองชนิด (Eublema amabilis และ Holcocera pulverea) ทำให้ครั่งเสียหายประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

วิธีป้องกันที่แหล่งเดียวกันแนะนำเป็นวิธีกล คือเลือกครั่งพันธุ์ที่ไม่มีศัตรูรบกวน และเก็บครั่งพันธุ์ลงจากต้นภายใน 2 สัปดาห์หลังปล่อย ซึ่งทำง่ายและประหยัด ส่วนวิธีชีวภาพใช้แมลงหรือแบคทีเรียที่เป็นศัตรูของศัตรูครั่ง ต้องมีความชำนาญมาก มือใหม่ไม่ควรเริ่มจากวิธีนี้ ถ้าพบความเสียหายจากหนอนมาก ให้ปรึกษาเกษตรอำเภอก่อนตัดสินใจ เพราะผมไม่พบคำแนะนำทางการเรื่องสารเคมีที่ใช้กับครั่งในแหล่งที่เปิดอ่าน จึงไม่แนะนำให้ฉีดสารใด ๆ บนต้นที่กำลังเลี้ยงครั่งเอง

ต้นทุนและการคิดว่าคุ้มไหม

ผมไม่ใส่ราคารับซื้อครั่งดิบ เพราะไม่มีแหล่งที่เปิดอ่านได้พร้อมวันที่ราคาล่าสุด ราคาขึ้นลงตามฤดูและพื้นที่ ให้โทรถามผู้รับซื้อในจังหวัดก่อนวางแผน ตารางข้างล่างจึงแสดงโครงสร้างต้นทุน ไม่ใช่ตัวเลขเงิน

รายการเป็นต้นทุนแบบไหนวิธีประมาณของตัวเอง
ครั่งพันธุ์ซื้อครั้งแรก หลังจากนั้นเก็บไว้เองได้ถามราคาต่อกิโลกรัมจากผู้ขายพันธุ์ คูณจำนวนต้นและปริมาณต่อต้น
กรรไกร เลื่อย บันได ถุงมือครั้งเดียว ใช้ได้หลายปีดูที่มีอยู่ในบ้านก่อน
ฟางห่อ เชือกผูกผันแปรตามจำนวนท่อนนับจำนวนคู่ที่จะผูกต่อต้น
แรงงานตัดแต่งและเก็บเกี่ยวผันแปร ช่วงเก็บเกี่ยวใช้คนมากจดชั่วโมงงานต่อต้นจากรอบทดลอง
ที่ตากและโรงเก็บครั้งเดียวใช้ลานเดิมที่มีหลังคาถ้ามี
ค่าขนส่งไปจุดรับซื้อผันแปรตามระยะทางถามว่าผู้รับซื้อมารับถึงที่ไหม

สูตรคิดตามคู่มือเขียนบทความ: กำไรสุทธิ = รายได้รวม − ต้นทุนรวม โดยรายได้รวม = ปริมาณครั่งดิบที่ขาย × ราคาขาย ให้ใช้ผลชั่งจริงจากรอบทดลองกับ 2-3 ต้น อย่าใช้ผลผลิตของคนอื่นมาคูณ เพราะผมไม่พบตัวเลขผลผลิตต่อต้นจากแหล่งทางการ ถ้าอยากชั่งผลผลิตหน้าสวนให้แม่น มีบทความเรื่อง เครื่องชั่งดิจิทัลชั่งผลผลิตหน้าสวนคุ้มค่าลงทุนไหม ให้ดูประกอบ และเรื่อง เครื่องชั่งในฟาร์ม ช่วยให้รู้ต้นทุนจริงได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ตัดแต่งกิ่งล่วงหน้า กิ่งแก่เกินไปลูกครั่งเจาะเปลือกไม่ได้ ผลผลิตแทบไม่ได้
  • ตัดครั่งพันธุ์เร็วหรือช้าเกินไป เร็วไปตัวเมียอ่อนแอ ช้าไปลูกครั่งออกหมดก่อนปล่อย
  • ปล่อยครั่งพันธุ์หนาแน่นเกินไป ต้นไม้อ่อนแอจนตายได้ ตามที่ชุดบทความของทรูปลูกปัญญาเตือน
  • ลืมเก็บครั่งพันธุ์ออกหลัง 2 สัปดาห์ ศัตรูแพร่ต่อไปยังรุ่นใหม่
  • เก็บครั่งดิบกองไว้นาน คุณภาพเสื่อมและปลวกเข้า
  • เลี้ยงในพื้นที่ที่ไม่มีผู้รับซื้อใกล้เคียง เสียค่าขนส่งและเวลา และครั่งดิบเสื่อมได้ถ้าเก็บนาน
  • เชื่อตัวเลขรายได้จากโฆษณา ไม่มีตัวเลขผลผลิตต่อต้นที่ตรวจสอบได้จากแหล่งทางการ ควรทดลองเล็กก่อน

สรุป

ครั่งเป็นงานเสริมที่ใช้ต้นไม้เดิม ไม่ต้องมีโรงเรือน แต่ต้องคุมจังหวะ คือตัดแต่งกิ่งล่วงหน้า เลือกครั่งพันธุ์ที่แก่พอดี ปล่อยในปริมาณพอเหมาะ เก็บครั่งพันธุ์ออกภายใน 2 สัปดาห์ แล้วเก็บเกี่ยวก่อนลูกครั่งออกราว 7 วัน อย่าลืมเช็กว่ามีผู้รับซื้อใกล้บ้าน และทดลองกับไม่กี่ต้นก่อนขยาย ตัวเลขผลผลิตและราคาควรถามจากเกษตรอำเภอหรือศูนย์แมลงเศรษฐกิจ เพราะผลต่างกันตามพื้นที่และปี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมส่งเสริมการเกษตร (เผยแพร่ผ่าน ThaiPR.NET, 9 ก.พ. 2565) — สถิติครั่งปี 2564 ไม้อาศัยที่เหมาะ ระยะเลี้ยงราว 12 เดือน การใช้ประโยชน์เชลแลค ช่องทางสอบถาม https://www.thaipr.net/?p=3154329
  • 📄ทรูปลูกปัญญา (Plookpedia) ชุดบทความแมลงครั่ง ตอน การเพาะเลี้ยงครั่ง — การตัดแต่งกิ่ง ครั่งพันธุ์ การปล่อย การเก็บเกี่ยว https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/61261
  • 📄ทรูปลูกปัญญา (Plookpedia) ชุดบทความแมลงครั่ง ตอน ศัตรูของแมลงครั่ง (อ้างอิงสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 7) — ตัวเบียน ตัวห้ำ ความเสียหายประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ วิธีกล https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/61260

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

เลี้ยงครั่งต้องมีต้นไม้กี่ต้นถึงเริ่มได้

ไม่มีตัวเลขขั้นต่ำจากแหล่งทางการ เริ่มจาก 2-3 ต้นเพื่อทดลองหนึ่งรอบ จดวันตัดแต่ง วันปล่อย และน้ำหนักที่เก็บได้

ต้นฉำฉาหรือก้ามปูข้างบ้านเลี้ยงครั่งได้ไหม

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุจามจุรี (ฉำฉาหรือก้ามปู) เป็นไม้อาศัยที่เหมาะ แต่ต้องตัดแต่งกิ่งล่วงหน้าก่อนปล่อยครั่งพันธุ์

ครั่งเลี้ยงนานเท่าไรถึงเก็บได้

กรมส่งเสริมการเกษตรระบุราว 12 เดือน ชุดบทความทรูปลูกปัญญาระบุวงจรชีวิตประมาณ 6 เดือน ให้ถามศูนย์แมลงเศรษฐกิจหรือเกษตรอำเภอว่าพื้นที่คุณใช้รอบไหน

เลี้ยงครั่งในภาคกลางได้ไหม

แหล่งอ้างอิงระบุว่าเลี้ยงได้แต่ไม่นิยมเพราะแมลงศัตรูรบกวนมาก ให้ลองจากต้นเดียวก่อน

ครั่งใช้ทำอะไรได้บ้าง

แปรเป็นเชลแลค ใช้เคลือบยาเม็ด กระดาษ ผลไม้ ลูกอม ทำหมึกพิมพ์ และเป็นฉนวนไฟฟ้า ตามข้อมูลกรมส่งเสริมการเกษตร