คำตอบสั้น ๆ
แม่โคท้องควรได้อาหารเข้มที่สุดในช่วง 6-8 สัปดาห์ก่อนคลอด บทความนี้สรุปเป้าพลังงาน โปรตีน BCS และวิธีเสริมเมื่อหญ้าขาดแคลน
คำตอบเร็ว: แม่โคท้องช่วงหญ้าขาดแคลนควรเสริมอาหารให้เข้มที่สุดในช่วง 6-8 สัปดาห์ก่อนคลอด เพราะลูกในท้องโตเร็วที่สุดช่วงนี้ (ราว 90% ของการเติบโตของลูก ตามเอกสารของกระทรวงเกษตร Manitoba) แม่โคช่วงนี้ต้องการพลังงานประมาณ 58% TDN และโปรตีนราว 9% ในอาหารแห้ง ฟางข้าวอย่างเดียวมีโปรตีนเพียง 2-3% จึงไม่พอ ควรเสริมด้วยอาหารข้นโปรตีนหรือฟางหมักยูเรีย และแร่ธาตุ โดยคุมคะแนนสภาพร่างกาย (BCS) ให้ถึงเกณฑ์ตอนคลอด (ข้อมูล ณ พ.ย. 2569)
ปลายฝนต่อเนื่องถึงหน้าแล้ง หญ้าในแปลงเริ่มแก่ โปรตีนลดลง และหลายพื้นที่หญ้าสดไม่พอเลี้ยงฝูง สำหรับแม่โคที่ท้องอยู่ ปัญหาไม่ใช่แค่ผอมลง แต่ส่งผลถึงลูกที่กำลังจะคลอด น้ำนมเหลือง (colostrum) และการกลับมาเป็นสัดหลังคลอด บทความนี้สรุปตัวเลขเป้าหมายจากแหล่งวิชาการที่เปิดอ่านได้ และวิธีจัดอาหารที่รายย่อยทำได้ โดยยังไม่พบประกาศทางการของไทยเรื่องสถานการณ์แล้งหรือเอลนีโญสำหรับปลายปี 2569 ที่ยืนยันได้ จึงไม่ขอคาดการณ์ว่าหญ้าจะขาดช่วงไหน ให้ติดตามกรมอุตุนิยมวิทยาและปศุสัตว์จังหวัดเอง
ทำไมช่วงก่อนคลอดจึงสำคัญที่สุด
เอกสารของกระทรวงเกษตร Manitoba (แคนาดา) เรื่องการให้อาหารเพื่อสมรรถภาพการสืบพันธุ์ของแม่โค ระบุว่าการเติบโตของลูกในท้องราว 90% เกิดในช่วงท้ายของการตั้งท้อง และแม่โคที่น้ำหนักลดก่อนคลอดจะกลับมาเป็นสัดช้าลง รวมถึงพลังงานที่ไม่พอทำให้คุณภาพน้ำนมเหลืองและความแข็งแรงของลูกโคลดลง เอกสารนี้ยังระบุว่าอากาศหนาวและลมแรงทำให้แม่โคกินเพิ่มประมาณ 30% ซึ่งเป็นข้อมูลจากแคนาดา ไม่ตรงกับสภาพอากาศไทย แต่ชี้ว่าความต้องการอาหารเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม
งานของมหาวิทยาลัยเกลฟ์ (Steele และคณะ) ที่เผยแพร่ผ่าน Alberta Beef ทดลองกับแม่โค 152 ตัว ให้พลังงานที่ระดับ 80, 100 และ 120 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการ ในช่วงราว 50 วันก่อนคลอด ผลคือน้ำนมเหลืองได้ 2.55 กิโลกรัมในกลุ่ม 120% เทียบกับ 1.45 กิโลกรัมในกลุ่ม 80% ส่วนน้ำหนักแรกเกิด การคลอดยาก และภูมิคุ้มกันที่ลูกได้รับ ไม่ต่างกัน แต่แม่ในกลุ่ม 80% น้ำหนักและไขมันลดมากกว่า ข้อสรุปของงานนี้คือ ให้ถึงความต้องการสำคัญกว่าให้เกิน
ใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางเท่านั้น เพราะเป็นการทดลองกับโคต่างสายพันธุ์และต่างภูมิอากาศ โคบราห์มันลูกผสมในไทยอาจต้องการต่างออกไปบ้าง ให้ใช้ BCS และน้ำหนักจริงของฝูงเป็นตัวตัดสินสุดท้าย
เป้าหมายพลังงาน โปรตีน และ BCS แยกตามระยะ
| ระยะ | พลังงาน (TDN ในอาหารแห้ง) | โปรตีนหยาบ (CP) |
|---|---|---|
| ตั้งท้องระยะแรก | ประมาณ 50-53% | ประมาณ 7% |
| 6-8 สัปดาห์ก่อนคลอด | ประมาณ 58% | ประมาณ 9% |
| ให้นมลูก | ประมาณ 60-63% | ประมาณ 11-12% |
ตัวเลขข้างต้นมาจากเอกสาร Manitoba ซึ่งใช้ระบบคะแนนสภาพร่างกาย 5 ระดับ เป้าหมายตอนคลอดคือแม่โคโตเต็มวัยที่ BCS 3.0 และโคสาวท้องแรกที่ BCS 3.5 ผู้เขียนไม่ได้ตรวจพบตารางความต้องการของโคไทยที่เปิดอ่านได้ฟรีในรอบนี้ จึงใช้ตารางต่างประเทศเป็นหลักและแนะนำให้เทียบกับคำแนะนำของปศุสัตว์จังหวัดหรือมหาวิทยาลัยด้านสัตว์ในพื้นที่
วิธีดู BCS ในภาคสนามแบบง่าย คือคลำที่ซี่โครง สันหลัง และโคนหาง แม่โคที่ผอมเห็นซี่โครงและกระดูกสะโพกชัด ส่วนแม่โคที่อ้วนเกินจะมีไขมันสะสมที่โคนหาง การปรับให้ถึงเป้าควรเริ่มก่อนคลอดหลายสัปดาห์ เพราะแม่โคที่ผอมตอนใกล้คลอดแล้วเพิ่มอาหารกะทันหัน มักตามไม่ทัน
ฟางข้าวและหญ้าแห้ง เสริมอย่างไรจึงพอ
คู่มือโคเนื้อของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (ทุนวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2565) แยกอาหารหยาบ (ใยอาหารเกิน 18%) ออกจากอาหารข้น ซึ่งแบ่งเป็นพลังงานและโปรตีน และกล่าวถึงแร่ธาตุ เช่น ไดแคลเซียมฟอสเฟต กระดูกป่น เกลือ และกำมะถัน ในส่วนของฟางข้าว ตัวเลขของโปรตีนหยาบอยู่ที่ราว 2-3% ซึ่งต่ำกว่าที่แม่โคท้องช่วงท้ายต้องการ (ราว 9%) มาก ฟางหมักยูเรียช่วยยกโปรตีนหยาบเป็น 5-7% และการย่อยได้จาก 45% เป็น 50-55% ตามคู่มือเดียวกัน แต่ยังไม่ถึง 9% จึงยังต้องเสริมโปรตีนอีก
เรื่องฟางหมักยูเรีย คู่มือย้ำว่าต้องผึ่งให้กลิ่นแอมโมเนียออกก่อนให้โค และให้โคค่อย ๆ คุ้นเคยทีละน้อย ไม่ควรให้ทันทีเต็มที่ รายละเอียดวิธีทำอยู่ใน บทความฟางหมักยูเรียสำหรับโค ผู้เขียนไม่ระบุสัดส่วนยูเรียที่นี่เพราะต้องอ้างตามสูตรที่ผ่านการตรวจสอบ และการใช้ยูเรียเกินจะเป็นอันตรายต่อโค ควรปรึกษาปศุสัตว์
ลำดับการคิดอาหารที่ใช้ได้จริง
- ประเมินว่าแปลงมีหญ้าให้กินเท่าไรจริง เทียบกับความต้องการของฝูง ดูวิธีคำนวณที่ โคกินหญ้าวันละกี่กิโลกรัม
- แยกแม่โคท้องใกล้คลอดออกมาเป็นกลุ่ม เพื่อให้อาหารเสริมเฉพาะกลุ่ม ไม่ต้องให้ทั้งฝูง
- เลือกอาหารหยาบที่ดีที่สุดที่มี หญ้าแห้งคุณภาพดี ฟางหมักยูเรีย หรือหญ้าหมักที่เก็บไว้ จากนั้นเติมอาหารข้นโปรตีนเท่าที่จำเป็นให้ถึงเป้า
- ให้แร่ธาตุ ตลอดช่วงท้าย เช่น แร่ธาตุก้อนเลียโค หรือแร่ผสมตามที่ปศุสัตว์แนะนำ ผู้เขียนไม่ระบุอัตราเพราะขึ้นกับสูตร
- ให้น้ำสะอาดตลอดเวลา เพราะการกินอาหารแห้งต้องใช้น้ำมาก
- ชั่งหรือประเมิน BCS ทุก 2-4 สัปดาห์ แล้วปรับปริมาณ
ส่วนอาหารข้นสำเร็จรูปสำหรับโคเนื้อ ให้อ่านฉลากเรื่องโปรตีนและพลังงาน และเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยโปรตีน ไม่ใช่ราคาต่อกระสอบ ราคาวัตถุดิบเปลี่ยนตามฤดูและพื้นที่ ผู้เขียนไม่ได้ตรวจแหล่งราคาที่ลงวันที่ปัจจุบัน จึงไม่ระบุราคา ดูแนวคิดอาหารข้นเพิ่มที่ บทความอาหารโคเนื้อ
ตัวอย่างการคำนวณคร่าว ๆ (เพื่อให้เห็นวิธีคิด)
ตัวอย่างนี้ใช้ตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่สูตรอาหารที่ตรวจสอบแล้ว ให้ปรับตามน้ำหนักและอาหารจริง
- ฐานข้อมูล: เป้าหมายโปรตีนในอาหารแห้งช่วง 6-8 สัปดาห์ก่อนคลอด ราว 9% (Manitoba) ฟางข้าวมีโปรตีน 2-3% (RMUTI)
- แนวคิด: ถ้าให้ฟางข้าวอย่างเดียว โปรตีนห่างจากเป้าราว 6-7 จุดเปอร์เซ็นต์ ต้องเติมแหล่งโปรตีน จากรายการแหล่งโปรตีนที่คู่มือ RMUTI ระบุไว้ หรือใช้ฟางหมักยูเรียที่ยกโปรตีนเป็น 5-7% แล้วเสริมอีกส่วน
- ขั้นตอน: ให้ใช้ฉลากอาหารข้นจริงเป็นตัวกำหนดโปรตีน แล้วคำนวณสัดส่วนผสมกับอาหารหยาบ หรือขอให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์คำนวณให้
สัญญาณที่แสดงว่าแม่โคท้องได้อาหารไม่พอ
- ซี่โครงและกระดูกสะโพกเริ่มชัดทั้งที่ท้องใกล้คลอด (BCS ลดต่ำกว่าเป้า 3.0)
- แม่โคแย่งอาหารกัน ตัวที่ด้อยกว่าผอมเร็ว ควรแยกกลุ่มตามขนาด
- หลังคลอด น้ำนมน้อยหรือลูกโคลุกยืนช้า ซึ่งตามเอกสาร Manitoba สัมพันธ์กับพลังงานก่อนคลอดที่ไม่พอ
- ไม่กลับมาเป็นสัดหลังคลอดตามที่ควร (แม่ที่น้ำหนักลดก่อนคลอดกลับมาเป็นสัดช้าลง)
ถ้าพบอาการเหล่านี้ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องอาหารหรือโรค ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ อย่าเพิ่มอาหารข้นทีเดียวมาก ๆ เพราะอาจเกิดปัญหาระบบย่อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ปล่อยกินฟางข้าวอย่างเดียวตลอดหน้าแล้ง โปรตีนฟางต่ำกว่าเป้าช่วงท้ายมาก
- เริ่มเสริมอาหารตอนเห็นท้องใกล้คลอดแล้ว ช่วงที่ต้องเริ่มคือ 6-8 สัปดาห์ก่อนคลอด และต้องรู้วันคลอดโดยจดวันผสม
- ให้ฟางหมักยูเรียโดยไม่ผึ่งแอมโมเนียหรือไม่ปรับให้คุ้นเคย เป็นอันตรายต่อโค
- ให้อาหารเสริมทั้งฝูงเท่ากันหมด ทำให้แม่โคท้องช่วงท้ายได้ไม่พอ ส่วนตัวอื่นเปลืองโดยไม่จำเป็น
- ให้มากเกินเป้าโดยหวังให้ลูกตัวใหญ่ งานของ Alberta Beef พบว่าน้ำหนักแรกเกิดไม่ต่างจากการให้ตามเป้า และการให้เกินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเท่ากับการให้ถึง
- ไม่ให้แร่ธาตุและน้ำ ทำให้อาหารที่ให้ไปใช้ประโยชน์ได้น้อยลง
สรุป
แม่โคท้องช่วงหญ้าขาดแคลนต้องได้อาหารเข้มข้นขึ้นในช่วง 6-8 สัปดาห์ก่อนคลอด โดยเป้าที่ใช้อ้างอิงคือพลังงานราว 58% TDN โปรตีนราว 9% และ BCS 3.0 ตอนคลอดสำหรับแม่โตเต็มวัย ฟางข้าวและหญ้าแก่ให้โปรตีนต่ำจึงต้องเสริมด้วยฟางหมักยูเรียหรืออาหารข้นโปรตีน พร้อมแร่ธาตุและน้ำ ตัวเลขทั้งหมดอ้างอิงจากต่างประเทศและคู่มือไทย ให้ทดสอบกับฝูงจริงและถามปศุสัตว์ประกอบ ดูพื้นฐานเลี้ยงโคเนื้อเพิ่มที่ วิธีเลี้ยงวัวเนื้อสำหรับมือใหม่ และการปลูกหญ้าสำรองที่ หญ้าแพงโกลาสำหรับแปลงเลี้ยงโค
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Manitoba Agriculture — Feeding to Maximize Reproductive Performance of Cows and Heifers — https://gov.mb.ca/agriculture/livestock/beef/feeding-to-maximize-reproductive-performance-of-your-cows-and-heifers.html (BCS เป้าหมาย ความต้องการ TDN และ CP แต่ละระยะ)
- Alberta Beef / University of Guelph — The impact of prepartum energy intake on colostrum quality and calf performance — https://albertabeef.org/research/the-impact-of-prepartum-energy-intake-on-colostrum-quality-and-calf-performance/ (ทดลองระดับพลังงาน 80/100/120%)
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน — คู่มือการเลี้ยงโคเนื้อ (ทุนวิจัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2565) — https://dkmmap.nrct.go.th/dkmmap-2021/dkm-dm/upload_manual/65-156.pdf (อาหารหยาบ อาหารข้น แร่ธาตุ ฟางหมักยูเรีย)
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
พาหะแมลงดูดเลือดที่ทำให้โคติดโรคง่ายขึ้น ควบคุมยุง เหลือบ และแมลงวันคอกอย่างไร
แมลงดูดเลือดในคอกโคมี 3 กลุ่มที่ต้องจัดการต่างกัน คือแมลงวันคอก เหลือบ และยุง บทความนี้สรุปแหล่งเพาะและวิธีตัดวงจร โดยอ้างตัวเลขจากตำรา Merck และงานวิจัยที่ขอนแก่น
ป้องกันลัมปีสกินในฟาร์มโคขนาดเล็กด้วยการจัดการฟาร์ม มีขั้นตอนอะไรบ้าง
ฟาร์มโคเล็กป้องกันลัมปีสกินได้ด้วยการคุมการเคลื่อนย้ายโค กักโคใหม่ ลดแมลงดูดเลือด และฉีดวัคซีนตามโครงการของปศุสัตว์ บทความนี้มีตารางงานรายสัปดาห์และขั้นตอนเมื่อพบตุ่ม
ไก่พื้นเมืองช่วงอากาศเปลี่ยนป่วยง่าย ทำคอกและให้อาหารอย่างไรลดสูญเสีย
ช่วงฝนต่อหนาวไก่พื้นเมืองเครียดและภูมิต้านทานต่ำ ป่วยง่าย บทความนี้สรุปการปรับคอก อาหาร วัคซีน และแผน 4 สัปดาห์ตามคำแนะนำกรมปศุสัตว์
แพะแกะช่วงแล้งกินน้อยผอมลง ปรับอาหารและน้ำอย่างไรให้ยังโตดี
แพะแกะผอมลงช่วงแล้งมักเกิดจากน้ำ ความร้อน และอาหารหยาบขาด บทความนี้เรียงลำดับสิ่งที่ควรแก้ก่อนหลัง พร้อมแผน 14 วันและเช็กลิสต์
ซื้อโคเข้าฝูงช่วงมีโรคระบาด ต้องกักโรคกี่วันและตรวจอะไรก่อนปล่อยรวม
กรมปศุสัตว์แนะนำแยกสัตว์นำเข้าใหม่อย่างน้อย 14 วัน และเกณฑ์นำเข้าชายแดนใช้ 30 วัน บทความนี้แยกว่าอะไรอ้างได้ อะไรต้องถามเจ้าหน้าที่ พร้อมขั้นตอนกักโรคและหน้าที่แจ้งภายใน 12 ชั่วโมง
อึ่งต้นทุนและรายได้ตัวอย่าง คุ้มไหมก่อนตัดสินใจลงทุน
ยังไม่มีตัวเลขต้นทุนเลี้ยงอึ่งที่เป็นมาตรฐาน บทความนี้ใช้ผลวิจัยน้ำหนักอึ่งปากขวดและราคาที่สื่อรายงานมาทำตัวอย่างวิธีคิด พร้อมตารางให้กรอกต้นทุนจริงก่อนตัดสินใจลงทุน
คำถามที่พบบ่อย
แม่โคท้องกี่เดือนถึงควรเริ่มเพิ่มอาหาร
ตามเอกสารที่เปิดอ่าน เป้าหมายหลักคือ 6-8 สัปดาห์ก่อนคลอด (งานวิจัยของเกลฟ์ใช้ราว 50 วัน) ดังนั้นต้องจดวันผสมเพื่อนับถอยหลัง ผู้เขียนไม่ได้ตรวจพบจำนวนวันตั้งท้องของโคไทยจากแหล่งที่เปิดอ่านในรอบนี้ ให้สอบถามปศุสัตว์
ฟางหมักยูเรียพอสำหรับแม่โคท้องไหม
ยังไม่พอถ้าให้อย่างเดียว เพราะโปรตีนเพิ่มเป็น 5-7% ต่ำกว่าเป้า 9% ช่วงท้าย จึงต้องเสริมแหล่งโปรตีนเพิ่ม
ไม่มีอาหารข้นจะทำอย่างไร
ให้ใช้หญ้าแห้งหรือหญ้าหมักคุณภาพดีก่อน และสอบถามปศุสัตว์อำเภอเรื่องแหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นหรือโครงการช่วยเหลือช่วงแล้ง ผู้เขียนยังไม่พบประกาศล่าสุดที่ยืนยันได้ จึงไม่ระบุโครงการ
ลูกโคที่เกิดจากแม่ผอมจะเป็นอย่างไร
ตามงานของเกลฟ์ แม่ที่ได้พลังงาน 80% ของความต้องการให้น้ำนมเหลืองน้อยกว่า (1.45 เทียบ 2.55 กิโลกรัม) แต่ภูมิคุ้มกันที่ลูกได้รับและน้ำหนักแรกเกิดไม่ต่างในการทดลองนั้น ผลกับฟาร์มจริงอาจต่างออกไป จึงควรตั้งเป้าให้แม่ถึงเกณฑ์
ควรให้ลูกโคกินนมเหลืองเมื่อไร
ผู้เขียนไม่ได้ตรวจแหล่งที่ระบุช่วงเวลาเป๊ะ จึงไม่ฟันธง ให้ปรึกษาสัตวแพทย์ และเฝ้าดูให้ลูกโคลุกยืนและดูดนมได้ในเวลาไม่นานหลังคลอด
