คำตอบสั้น ๆ
หลังน้ำลดให้ดูสัตว์ทุกตัวทุกวัน ถ้าซึม เบื่ออาหาร มีไข้ หรือตายผิดปกติให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอทันที บทความนี้แยกอาการตามชนิดสัตว์จากแหล่งของกรมปศุสัตว์ ไม่ซ้ำเรื่องวัคซีน
คำตอบเร็ว: หลังน้ำลด ให้เฝ้าดูสัตว์ทุกตัวทุกวันว่ามีอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้ ไอ จาม เดินกะเผลก มีแผลที่ปากหรือกีบ หรือตายผิดปกติหรือไม่ ซึ่งเป็นอาการที่กรมปศุสัตว์ให้เกษตรกรสังเกตเป็นหลัก ถ้าพบสัตว์ล้มนอน หายใจหอบ คอหรือหน้าบวมแข็ง มีตุ่มแผลในปาก หรือสัตว์ตายกะทันหันตั้งแต่สองตัวขึ้นไป อย่ารอดูอาการ ให้แยกตัวที่ป่วยออกจากฝูงแล้วโทรหาปศุสัตว์อำเภอหรือสัตวแพทย์ทันที ข้อมูล ณ ต.ค. 2569
น้ำลดแล้วแต่คอกยังเฉอะแฉะ หญ้าที่โผล่มาใหม่เขียวสด วัวควายเดินกินกันเพลิน ช่วงนี้เองที่เจ้าของฟาร์มเล็กหลายรายพลาด เพราะคิดว่าพ้นช่วงอันตรายแล้ว ทั้งที่โรคจำนวนไม่น้อยแสดงอาการหลังจากน้ำลดไปสองสามวันถึงสองสามสัปดาห์ บทความนี้ไม่ได้ท่องรายชื่อโรคแบบตำรา แต่จัดเป็นรายการ "เห็นอะไรในคอก แล้วต้องทำอะไรต่อ" เพื่อให้ตัดสินใจได้เร็วว่าเรื่องไหนจัดการเองได้ เรื่องไหนต้องเรียกเจ้าหน้าที่
เรื่องวัคซีนและปฏิทินการฉีดหลังน้ำท่วมมีบทความแยกไว้แล้ว อ่านได้ที่ โรคสัตว์หลังน้ำท่วมและการทำวัคซีน ควรทำเมื่อไหร่ บทความนี้จะไม่พูดซ้ำเรื่องวัคซีน แต่เน้นการสังเกตอาการ การคัดแยก และจังหวะที่ต้องโทรแจ้ง ส่วนการดูแลรายชนิดสัตว์ดูได้ที่ วัวควายน้ำท่วม หมูน้ำท่วม และ ไก่และเป็ดโดนน้ำท่วม
ขอบเขตของข้อมูลในบทความนี้
ก่อนเข้าเนื้อหา ขอบอกตรง ๆ ว่าข้อมูลมาจากไหน เพราะหัวข้อนี้ผิดพลาดแล้วสัตว์ตายได้ ผู้เขียนค้นหน้าเว็บของกรมปศุสัตว์และสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ (สบส.) แล้วพบว่าหน้าที่พูดถึงโรคสัตว์ในหน้าฝนอย่างละเอียดคือหน้า "โรคสัตว์สำคัญที่ต้องระวังในช่วงฤดูฝน" ของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ ซึ่งแสดงวันที่เผยแพร่ 24 ตุลาคม 2568 หน้านี้ไม่ได้เขียนถึงน้ำท่วมโดยตรง แต่โรคที่ระบุส่วนใหญ่เป็นโรคที่เพิ่มขึ้นเมื่อพื้นที่เปียกชื้นและคอกแฉะ จึงนำมาใช้เป็นกรอบหลัก
ส่วนคำแนะนำเฉพาะเหตุน้ำท่วมปี 2569 มาจากข่าวที่รายงานคำสั่งของกรมปศุสัตว์ (เดลินิวส์ 3 มิ.ย. 2569) ซึ่งให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอแจ้งเกษตรกรให้สังเกตอาการซึม เบื่ออาหาร มีไข้ ไอ จาม และการตายผิดปกติ ข่าวฉบับนี้ไม่ได้ระบุชื่อโรคเฉพาะ ผู้เขียนจึงไม่ได้บอกว่าปีนี้มีโรคใดระบาดหลังน้ำท่วม เพราะยังไม่พบประกาศทางการที่ยืนยันเรื่องนี้ ใครอยากรู้สถานการณ์รายพื้นที่ให้ถามปศุสัตว์อำเภอโดยตรง
บทความนี้จะไม่ระบุชื่อยา ขนาดยา หรือชื่อการค้า แม้บางหน้าของหน่วยงานจะมีตัวอย่างขนาดยาอยู่ก็ตาม เพราะขนาดที่ถูกขึ้นกับชนิดสัตว์ น้ำหนัก และอาการ ซึ่งสัตวแพทย์ต้องเป็นผู้ตัดสิน
ตารางอ่านอาการ: เห็นอะไร อาจเกี่ยวกับอะไร แล้วทำอะไรก่อน
ตารางนี้ใช้เป็นเครื่องช่วยตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย อาการหลายอย่างซ้อนกันได้ ชื่อโรคในช่องกลางมาจากหน้าโรคสัตว์ในฤดูฝนของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ
| สิ่งที่เห็น | โรคหรือปัญหาที่หน่วยงานระบุว่าเกี่ยวข้อง | สิ่งที่ทำทันที | ระดับความเร่งด่วน |
|---|---|---|---|
| หายใจหอบลึกมีเสียง คอหรือหน้าบวมแข็ง (โค กระบือ) | โรคคอบวม (เฮโมรายิกเซปทิซีเมีย) แบบเฉียบพลัน อาจตายภายใน 24 ชั่วโมง | แยกตัวป่วย โทรแจ้งปศุสัตว์/สัตวแพทย์ทันที ลดสิ่งที่ทำให้สัตว์เครียด | สูงมาก โทรเดี๋ยวนั้น |
| มีตุ่มพองที่ริมฝีปาก เหงือก ลิ้น น้ำลายไหลยืด เดินกะเผลก ตุ่มระหว่างซอกกีบ | โรคปากและเท้าเปื่อย พบในสัตว์กีบคู่ แพร่เร็ว | หยุดเคลื่อนย้ายสัตว์ ไม่ให้คนและรถเข้าออกคอก แจ้งสัตวแพทย์ท้องที่ | สูงมาก |
| เจ็บขา เดินกะเผลก สันกีบหรือซอกกีบบวมแดง มีแผลน้ำสีดำกลิ่นเหม็น | โรคกีบเน่า มักสัมพันธ์กับคอกชื้นแฉะ แอ่งโคลน ก้อนกรวด | ย้ายขึ้นพื้นแห้ง แจ้งปศุสัตว์ให้ตรวจ ไม่ให้สัตว์ลุยโคลนต่อ | กลาง ภายในวันเดียวกัน |
| ไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร กล้ามเนื้อสั่น ตัวและขาแข็ง น้ำมูกไหล ราว 3 วัน (โค) | โรคไข้สามวัน เกี่ยวกับไวรัส มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ | ให้สัตว์พักในที่ร่มแห้ง ควบคุมแมลง ตัวที่ล้มนอนให้เรียกสัตวแพทย์เร็ว | กลางถึงสูง |
| กระวนกระวาย น้ำลายไหลยืด หายใจหอบ ท้องซ้ายโป่ง | โรคท้องอืด อาจเกิดจากหญ้าอ่อนน้ำมาก หรือพืชที่มีไนเตรทหรือไซยาไนด์ | หยุดให้อาหารชนิดที่สงสัย ให้สัตว์ยืนเดินเบา ๆ โทรสัตวแพทย์ | สูง อาจทรุดเร็ว |
| น้ำลายไหล อาเจียน ม่านตาหด กล้ามเนื้อกระตุก ชัก หลังสัตว์กินหญ้าหรือน้ำจากจุดที่น้ำท่วมถึง | พิษจากสารเคมีเกษตรที่ถูกชะล้าง (กลุ่มที่หน้าเว็บระบุ) หรือไนเตรท | กันสัตว์ออกจากแหล่งอาหารและน้ำนั้น เก็บตัวอย่างน้ำ/พืชใส่ภาชนะสะอาดรอเจ้าหน้าที่ โทรทันที | สูงมาก |
| น้ำตาไหล ตาแดง กระจกตาขุ่นขาว | โรคตาอักเสบติดต่อในโค (IBK) มีแมลงช่วยแพร่ | แยกตัวที่ตาเป็นแผล ลดแมลงในคอก แจ้งสัตวแพทย์ | กลาง |
| ผอม โลหิตจาง ท้องเสียเรื้อรัง โตช้า | โรคพยาธิ | จดจำนวนตัวที่เป็น แจ้งสัตวแพทย์วางแผนตรวจและถ่ายพยาธิ ไม่ซื้อยามาให้เอง | ต่ำถึงกลาง นัดตรวจภายในไม่กี่วัน |
| ไข้ ซึม เบื่ออาหาร เยื่อตาอักเสบ ตัวเหลือง แท้งหรือคลอดลูกตาย | เลปโตสไปโรสิส (ฉี่หนู) ติดต่อถึงคนได้ | สวมถุงมือ รองเท้าบูต เวลาสัมผัสสัตว์ แจ้งสัตวแพทย์ คนที่มีไข้หลังทำงานในน้ำขังให้ไปพบแพทย์ | สูง |
| สัตว์ปีกตายผิดปกติหลายตัวในเวลาสั้น | ยังสรุปชื่อโรคไม่ได้จากอาการเดียว | ไม่ขาย ไม่แจก ไม่ปรุงกิน แจ้งปศุสัตว์อำเภอหรืออาสาปศุสัตว์ | สูงมาก |
สังเกตว่าคอลัมน์สุดท้ายเรียงตามความเร่งด่วนไม่ใช่ตามชื่อโรค ตัวที่ควรโทรทันทีส่วนใหญ่คือโรคที่แพร่ไปทั้งฝูงหรือทำให้ตายเร็ว ส่วนโรคพยาธิหรือกีบเน่าเกิดได้ช้ากว่า แต่ถ้าปล่อยไว้จะสะสมความเสียหายเงียบ ๆ
อาการที่กรมปศุสัตว์ให้เฝ้าระวัง และเหตุผลที่ต้องดูทุกวัน
จากข่าวที่รายงานการสั่งการของกรมปศุสัตว์เมื่อ 3 มิ.ย. 2569 อาการที่ให้เกษตรกรสังเกตมีห้าอย่าง คือ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ ไอหรือจาม และอัตราการตายที่ผิดปกติ ข่าวเดียวกันระบุว่ากลุ่มสัตว์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษได้แก่ โค กระบือ สุกร แพะ แกะ และสัตว์ปีก และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
ฟังดูกว้าง แต่ประโยชน์อยู่ที่คำว่า "ทุกวัน" สัตว์ที่ซึมไม่ได้บอกเราด้วยคำพูด สิ่งที่เห็นได้คือพฤติกรรมเปลี่ยนจากเมื่อวาน วิธีที่ผู้เลี้ยงรายย่อยใช้ได้จริงคือเดินดูตอนให้อาหารเช้าและเย็น โดยดูสามอย่างเรียงกัน อย่างแรก ตัวไหนไม่เข้ามากินพร้อมฝูง อย่างที่สอง ตัวไหนยืนแยกหรือหัวห้อย อย่างที่สาม ขี้และน้ำมูกผิดไปจากปกติหรือไม่ สัตว์ที่เบื่ออาหารมักเป็นสัญญาณแรกที่เห็นก่อนที่จะมีไข้ที่จับด้วยมือได้
ในฝูงใหญ่ให้ใช้วิธีนับ เช่น นับตัวที่ไม่เข้ากินอาหารรายวัน ถ้าตัวเลขเพิ่มขึ้นสองวันติดกันแม้ไม่มีตัวไหนตาย ก็ควรโทรปรึกษาปศุสัตว์อำเภอไว้ก่อน การโทรปรึกษาไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่ใช่การกล่าวหาตัวเองว่าฟาร์มมีโรค
แยกตามชนิดสัตว์ ต้องดูอะไรเป็นพิเศษ
โคและกระบือ
เป็นกลุ่มที่หน้าโรคฤดูฝนของ สบส. ระบุโรคไว้มากที่สุด ทั้งคอบวม ปากและเท้าเปื่อย กีบเน่า ตาอักเสบ ไข้สามวัน ท้องอืด และพยาธิ จุดที่ควรดูหลังน้ำท่วมคือกีบกับขา เพราะสัตว์ยืนแช่น้ำหรือโคลนนาน หน้าเว็บระบุว่ากีบเน่าสัมพันธ์กับคอกชื้นแฉะตลอดเวลาหรือมีแอ่งโคลนและก้อนกรวดทำให้กีบเป็นแผล ให้ยกขาตรวจเมื่อสัตว์เดินกะเผลก ถ้าไม่ปลอดภัยที่จะจับเอง ให้ขอเจ้าหน้าที่
เรื่องคอบวม หน้าเว็บระบุว่าพบระบาดมากช่วงต้นและปลายฤดูฝน แบบเฉียบพลันตายภายใน 24 ชั่วโมงได้ จึงเป็นโรคที่ไม่มีเวลาให้ลังเล ถ้าวัวควายตัวที่เมื่อเช้ายังปกติมีคอบวมและหายใจหอบตอนบ่าย ให้โทรก่อนแล้วค่อยหาสาเหตุ
สุกร
ผู้เลี้ยงหมูหลังน้ำท่วมควรเน้นดูไข้ ไอ และการตายผิดปกติ ตามที่กรมปศุสัตว์ให้สังเกต ข้อควรระวังคือโรคในสุกรบางโรคที่ร้ายแรงมีอาการเริ่มต้นไม่ต่างจากไข้ธรรมดา ผู้เขียนไม่ได้พบหน้าโรคสุกรของหน่วยงานทางการที่ระบุอาการครบถ้วนในรอบค้นนี้ จึงไม่ขอเขียนรายละเอียดอาการรายโรค หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือหมูที่ไข้ขึ้น ไม่กินอาหาร หรือตายเป็นกลุ่ม ให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอก่อน อย่าเพิ่งขายหรือย้ายออกจากฟาร์ม รายละเอียดการจัดการฟาร์มสุกรอ่านเพิ่มที่ หมูน้ำท่วม ดูแลฟาร์มและป้องกันโรคหลังน้ำลด
สัตว์ปีก
ไก่และเป็ดที่โดนน้ำท่วมเล้า มักเจอปัญหาพื้นเล้าชื้น ขี้ไก่เปียก และอาหารขึ้นรา ซึ่งทำให้ภูมิต้านทานตก กรมปศุสัตว์ให้เฝ้าระวังอาการซึม เบื่ออาหาร ไอ จาม และตายผิดปกติเช่นเดียวกับสัตว์อื่น ข่าวคำแนะนำของกรมปศุสัตว์เรื่องโรคในสัตว์ปีกที่ผู้เขียนเปิดอ่านซึ่งเป็นข้อมูลปี 2565 ระบุหลักการไว้ว่า ถ้าสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ห้ามขาย แจก หรือนำไปปรุงกิน และให้แจ้งปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ อสม. กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านทันที หลักการนี้ยังใช้ได้ดีกับสถานการณ์น้ำท่วมแม้ข่าวต้นทางจะเป็นเรื่องไข้หวัดนก คำแนะนำเดียวกันยังให้กักสัตว์ที่นำมาใหม่แยกไว้อย่างน้อย 7 วันก่อนรวมฝูง ซึ่งสำคัญมากหลังน้ำท่วมเพราะหลายบ้านซื้อพันธุ์เข้าใหม่เพื่อทดแทนที่หาย ดูรายละเอียดการจัดเล้าที่ ไก่และเป็ดโดนน้ำท่วม
แพะและแกะ
กรมปศุสัตว์ระบุแพะแกะอยู่ในกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แต่ผู้เขียนไม่พบหน้าทางการที่แจกแจงโรคเฉพาะแพะแกะหลังน้ำท่วม สิ่งที่ยืนยันได้จากหน้าโรคสัตว์ของ สบส. คือโรคปากและเท้าเปื่อยพบในสัตว์กีบคู่ซึ่งรวมแพะแกะด้วย และพิษจากพืชหรือสารเคมีในทุ่งหญ้าที่ถูกน้ำชะล้างเป็นความเสี่ยงของสัตว์ที่ปล่อยแทะเล็ม จึงควรกันฝูงออกจากแปลงที่เพิ่งถูกน้ำท่วมจนกว่าหญ้าฟื้นตัวและไม่มีกลิ่นหรือคราบน้ำมันและสารเคมี ดูต่อที่ แพะแกะน้ำท่วม
สาเหตุที่น้ำท่วมทำให้สัตว์ป่วยง่ายขึ้น
ไม่มีประกาศทางการที่ระบุว่าน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เกิดโรคใดโดยเฉพาะ แต่จากหน้าโรคฤดูฝนของ สบส. และข่าวของกรมปศุสัตว์ พอสรุปปัจจัยเสี่ยงที่หน่วยงานเองกล่าวถึงได้ดังนี้
- ความเครียด ข่าวกรมปศุสัตว์ระบุว่าอากาศชื้นและเปลี่ยนเร็วทำให้สัตว์เครียด ภูมิคุ้มกันลดลง ป่วยง่าย การอพยพ ย้ายคอก ขาดอาหาร ล้วนเพิ่มความเครียด
- คอกแฉะและโคลน เป็นปัจจัยของโรคกีบเน่าตามที่ สบส. ระบุ
- แมลง ไข้สามวันและตาอักเสบในโคเกี่ยวข้องกับแมลงดูดเลือดและแมลงตอมตา ซึ่งเพิ่มหลังฝนและน้ำขัง
- น้ำและดินปนเปื้อน เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในน้ำและโคลนได้นาน สัตว์ติดจากการกินหญ้าหรือดื่มน้ำปนเปื้อน ตามหน้าเว็บ สบส.
- สารเคมีที่ถูกชะล้าง หน้าเว็บเดียวกันกล่าวถึงการชะล้างของสารเคมีในฤดูฝนและเตือนเรื่องปล่อยสัตว์ไปหากินทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำ
- หญ้าอ่อนหลังน้ำลด การกินหญ้าอ่อนที่มีน้ำสะสมมากทำให้ท้องอืดได้ ตามที่ สบส. ระบุไว้เป็นสาเหตุหนึ่งของท้องอืด
ขั้นตอนเมื่อพบสัตว์ผิดปกติ ทำตามลำดับนี้
- แยกตัวที่สงสัยออกก่อน ไปยังพื้นที่แห้งที่ไกลจากฝูง คอบวมและปากเท้าเปื่อยเป็นโรคที่หน้าเว็บ สบส. ให้แยกสัตว์ป่วยและแจ้งสัตวแพทย์
- ถ่ายรูปและจดข้อมูล ตัวไหน เวลาไหน เริ่มมีอาการอะไร กินน้ำกินอาหารหรือไม่ ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที แต่ทำให้เจ้าหน้าที่ประเมินทางโทรศัพท์ได้เร็วขึ้นมาก
- โทรแจ้ง สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัดในพื้นที่ ข่าวเดลินิวส์ 3 มิ.ย. 2569 รายงานว่ามีสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 และแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ให้แจ้ง เบอร์นี้เป็นข้อมูลตามรายงานข่าว ผู้เขียนยังไม่ได้ยืนยันกับหน้าเว็บทางการ ถ้าโทรไม่ติดให้ใช้เบอร์ปศุสัตว์อำเภอที่ท่านมีอยู่
- จำกัดการเข้าออกคอก ไม่ยืมรองเท้า รถ หรืออุปกรณ์ข้ามฟาร์ม ล้างรองเท้าบูตก่อนออกจากคอกที่มีสัตว์ป่วย
- อย่าให้ยาเอง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะหรือยาถ่ายพยาธิ การให้ยาผิดตัวผิดขนาดทำให้อาการบิดเบี้ยวจนสัตวแพทย์วินิจฉัยยากขึ้น และเสียเวลาที่สัตว์ควรได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
- เก็บซากอย่างปลอดภัยถ้ามีสัตว์ตาย อย่าชำแหละหรือขายเนื้อ ให้รอเจ้าหน้าที่แนะนำวิธีจัดการ รายละเอียดเรื่องซากและการขอความช่วยเหลืออ่านที่ สัตว์ตายจากน้ำท่วม กำจัดซากอย่างไร
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนโทรหาปศุสัตว์
- ชนิดสัตว์ อายุ จำนวนทั้งหมด และจำนวนที่ป่วยหรือตาย
- อาการที่เห็นเรียงตามเวลา เช่น เมื่อเช้าไม่กินหญ้า ตอนบ่ายมีไข้ ตอนเย็นหายใจหอบ
- ประวัติวัคซีนและถ่ายพยาธิครั้งล่าสุดถ้ามีสมุดบันทึก
- สัตว์อยู่ที่ไหนระหว่างน้ำท่วม เช่น อพยพไปที่ใด กินอาหารหรือน้ำจากแหล่งไหน
- มีสัตว์ใหม่เข้าฝูงหรือไม่ ซื้อมาจากที่ไหน
- พิกัดหรือที่ตั้งคอกที่เข้าถึงได้ในสภาพถนนหลังน้ำลด
ตัวผู้เลี้ยงเองก็ต้องระวัง
หน้าเว็บ สบส. ระบุว่าเลปโตสไปโรสิสเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ติดผ่านบาดแผลหรือรอยถลอก และแนะนำให้สวมถุงมือ รองเท้าบูต และชุดกันเปื้อนขณะทำงาน แยกผ้าเช็ดมือออกจากผ้าเช็ดหน้า และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ หน้าเดียวกันให้ข้อมูลติดต่อศูนย์เลปโตสไปโรสิส สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ โทร 0 2579 7592 ในวันและเวลาราชการ
อีกโรคที่คนทำงานกับดินและน้ำหลังน้ำท่วมควรรู้คือเมลิออยด์ กรมควบคุมโรคเคยเตือน (ข่าว Thai PBS 2 ก.ย. 2564) ว่าเกิดจากแบคทีเรียในดินและน้ำ ติดทางบาดแผล การกินดื่มของปนเปื้อน หรือสูดฝุ่นดิน มีอาการไม่เฉพาะเจาะจงโดยมักเริ่มจากไข้สูง จึงวินิจฉัยด้วยการเพาะเชื้อ ผู้มีแผลที่เท้าควรเลี่ยงการลุยน้ำย่ำโคลน ถ้าจำเป็นให้ใส่รองเท้าบูต ถุงมือยาง และล้างตัวด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลังเสร็จงาน คนที่มีไข้หลังทำงานในพื้นที่น้ำท่วมให้ไปพบแพทย์และบอกแพทย์ว่าสัมผัสน้ำและโคลนมา บทความนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาทางการแพทย์ ข้อมูลตัวเลขในข่าวดังกล่าวเป็นของปี 2564 ผู้อ่านควรตรวจสถานการณ์ล่าสุดกับกรมควบคุมโรคหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
แบบฟอร์มบันทึกเฝ้าระวังง่าย ๆ ที่ทำเองได้
ส่วนนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ผู้เขียนเสนอจากหลักการเฝ้าระวังทั่วไป ไม่ใช่แบบฟอร์มของทางราชการ ลองใช้ตารางสมุดจดแบบนี้ได้เลยถ้าเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก
| วัน | จำนวนตัวที่เข้ากินอาหารปกติ | ตัวที่ซึมหรือไม่กิน | ตัวที่ไอ/จาม/ท้องเสีย | ตัวที่เดินกะเผลก | ตัวตาย |
|---|---|---|---|---|---|
| ตัวอย่างวันที่ 1 | 38 จาก 40 | 2 | 0 | 0 | 0 |
| ตัวอย่างวันที่ 2 | 35 จาก 40 | 4 | 1 | 1 | 0 |
ตัวเลขข้างบนเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีอ่านเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลจริง สังเกตว่าตัวที่ซึมเพิ่มจาก 2 เป็น 4 ภายในหนึ่งวัน และเริ่มมีทั้งไอและเดินกะเผลก นี่คือรูปแบบที่ควรโทรปรึกษาแม้ยังไม่มีตัวตาย เพราะเป็นการเพิ่มแบบกระจายหลายอาการในฝูงเดียว สมุดนี้ยังเป็นหลักฐานที่ช่วยเมื่อเจ้าหน้าที่ถามประวัติ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม
- ปล่อยสัตว์ลงแปลงหญ้าทันทีที่น้ำลด ทั้งที่หญ้าอาจมีโคลนคลุมหรือปนเปื้อน และหญ้าอ่อนบางชนิดทำให้ท้องอืดได้
- ให้น้ำจากบ่อหรือคลองที่น้ำท่วมถึงโดยไม่ตรวจกลิ่นและสี ควรเตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอตามที่กรมปศุสัตว์แนะนำ
- เห็นสัตว์ตัวเดียวซึมแล้วคิดว่าเป็นตัวเดียว ไม่ได้ดูตัวข้าง ๆ โรคติดต่อมักเริ่มจากตัวเดียวแล้วขยาย
- ซื้อยาให้เองตามคำบอกเล่า ทำให้ปกปิดอาการและเสียเวลา
- ขายสัตว์ที่ดูไม่ป่วยออกจากฟาร์มเร็วเกินไป เพราะกลัวขาดทุน ทั้งที่อาจกำลังฟักโรค และเสี่ยงแพร่ไปฟาร์มอื่น
- ชำแหละสัตว์ที่ตายผิดปกติเพื่อกินหรือขาย โดยเฉพาะสัตว์ปีก ซึ่งกรมปศุสัตว์ห้ามไว้ชัด
- เข้าคอกโดยไม่สวมรองเท้าบูตและถุงมือ ทำให้ตัวเองเสี่ยงโรคจากสัตว์สู่คน
- รอให้ครบสามวันค่อยโทร โรคอย่างคอบวมใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวัน
สรุป
หลังน้ำลด การเฝ้าระวังโรคสัตว์ไม่ได้อยู่ที่การจำชื่อโรคให้ครบ แต่อยู่ที่การดูอาการพื้นฐานทุกวัน คือซึม เบื่ออาหาร ไข้ ไอ จาม เดินกะเผลก มีแผลที่ปากหรือกีบ และการตายผิดปกติ แล้วแยกตัวที่สงสัยออกพร้อมโทรหาปศุสัตว์อำเภอโดยเร็ว โดยเฉพาะอาการที่ตายเร็วหรือแพร่เร็ว ยังไม่พบประกาศทางการที่ระบุโรคเฉพาะของน้ำท่วมครั้งนี้ ให้ตรวจสถานการณ์รายพื้นที่กับหน่วยงานโดยตรง อย่าให้ยาเอง และอย่าลืมป้องกันตัวเองเมื่อสัมผัสสัตว์และโคลน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ — หน้า "โรคสัตว์สำคัญที่ต้องระวังในช่วงฤดูฝน" (แสดงวันที่เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568) อาการและข้อควรระวังของโรคคอบวม ปากและเท้าเปื่อย กีบเน่า ท้องอืด ไข้สามวัน ตาอักเสบ พยาธิ และเลปโตสไปโรสิส https://niah.dld.go.th/index.php/th/news-head/animal-disease-warning/phon
- เดลินิวส์ (รายงานคำสั่งกรมปศุสัตว์ 3 มิ.ย. 2569) — อาการที่ให้เฝ้าระวัง กลุ่มสัตว์เสี่ยง และช่องทางแจ้งปศุสัตว์ตามรายงานข่าว https://www.dailynews.co.th/news/5914858/
- กรมควบคุมโรค ผ่าน Thai PBS (2 ก.ย. 2564) — คำเตือนโรคเมลิออยด์ ช่องทางติดเชื้อและการป้องกันสำหรับผู้มีแผลที่เท้า https://www.thaipbs.or.th/news/content/307541
- กรมปศุสัตว์ ผ่าน Bangkok Biz News — คำแนะนำเมื่อสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติและการกักสัตว์ใหม่ 7 วัน (ข้อมูลปี 2565 ตามที่ข่าวระบุ) https://www.bangkokbiznews.com/business/991806
ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ
เครื่องมือช่วยคำนวณที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง
บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น
เลี้ยงอึ่งในบ่อซีเมนต์ ช่วงไหนควรเริ่ม และกี่เดือนขายได้
อึ่งผสมพันธุ์ต้นฤดูฝน ลูกอ๊อดขึ้นบกใน 25-38 วัน แต่การโตจนขายได้ต้องใช้เวลาข้ามปี ดูปฏิทินเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ตามข้อมูลกรมประมงและงานวิจัย
เลี้ยงนกกระจอกเทศในไทยตอนนี้ยังมีตลาดไหม ก่อนลงทุนต้องรู้อะไร
ตลาดนกกระจอกเทศในไทยยังมีแต่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ขายไข่ ขน ตัวนก และเนื้อที่ยังแปลกใหม่ บทความนี้ช่วยตัดสินใจทีละข้อก่อนลงเงิน
ปลูกหญ้าแพงโกล่าทำแปลงหญ้าเลี้ยงวัว ตัดได้กี่รอบและทำหญ้าแห้งได้ไหม
หญ้าแพงโกล่าเป็นอาหารหยาบที่ทำหญ้าแห้งได้ดี บทความนี้สรุปรอบตัด ปุ๋ยไนโตรเจน และวิธีทำหญ้าแห้งจากงานวิจัยกรมปศุสัตว์และเอกสารที่ตรวจสอบได้
เพาะหนอนนกขายเป็นอาหารสัตว์ เริ่มจากกล่องไม่กี่ใบทำอย่างไร
หนอนนกใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะโต การเพาะจากกล่องไม่กี่ใบจึงต้องหมุนเวียนกล่องตามอายุ แยกด้วงเป็นรอบ และคุมความชื้นไม่ให้รำขึ้นรา
เลี้ยงเม่นขายต้องขออนุญาตอะไรบ้าง และตลาดยังมีจริงไหม
ก่อนลงทุนกรงหรือซื้อพ่อแม่พันธุ์เม่น ต้องตรวจสถานะชนิดสัตว์และใบอนุญาตกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพราะบัญชีสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ที่ตรวจพบยังไม่มีเม่น
เลี้ยงไก่ต๊อกขาย ต่างจากไก่บ้านอย่างไร และเริ่มต้นต้องเตรียมอะไร
ไก่ต๊อกไม่ใช่ไก่บ้านลายจุด ต้องเตรียมคอกปิดด้านบน ที่กกแห้งและอุ่น อาหารโปรตีนสูง ตู้ฟัก 26–28 วัน และหาตลาดก่อนลงลูก
สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์
หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ปั๊มโคลนสแตนเลส ปั๊มน้ำเสียไหลสูง
ปั๊มจุ่ม/ไดโว่
จุ่มลงน้ำเพื่อสูบระบายน้ำขังหรือสูบน้ำจากบ่อขึ้นมาใช้
เช็กก่อนซื้อ
- ขนาดท่อออก (นิ้ว) ให้ตรงกับสายที่จะต่อ
- วัตต์และไฟที่ใช้ (220V หรือ DC)

สายส่งน้ำผ้าร่ม 10 นิ้ว ความยาว10-50
สายยาง/สายส่งน้ำ
ใช้ส่งน้ำจากปั๊มหรือก๊อกไปยังแปลง หรือต่อปั๊มระบายน้ำออกนอกพื้นที่
เช็กก่อนซื้อ
- ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (นิ้ว/มม.) ให้ตรงกับปากปั๊มหรือข้อต่อ
- ความยาวต่อม้วน

ถุงกันน้ำท่วม ไม่ต้องใส่ทราย
ถุงกั้นน้ำท่วม
วางกั้นแนวประตูหรือทางน้ำเข้าเพื่อชะลอน้ำเข้าบ้าน โรงเก็บ หรือคอกสัตว์
เช็กก่อนซื้อ
- ขนาดถุงและจำนวนที่ต้องใช้ตามความกว้างประตูหรือแนวที่จะกั้น
- เวลาแช่น้ำก่อนใช้และใช้ซ้ำได้หรือไม่ตามที่ร้านระบุ

ถุงกันน้ำท่วม ถุงใบใหญ่ ถุงหนาเหนียว
ถุงใหญ่เก็บของหนีน้ำ
ใช้ห่อหรือคลุมของใหญ่ เช่น ที่นอน ตู้ หรือรถจักรยานยนต์ ระหว่างย้ายของหนีน้ำ
เช็กก่อนซื้อ
- ขนาดถุงเทียบกับของที่จะใส่ (ฟุตของเตียง ขนาดตู้ หรือรถ)
- ความหนาของพลาสติกตามที่ร้านระบุ
ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
สัตว์ป่วยหลังน้ำท่วมต้องแจ้งใคร
แจ้งสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัดในพื้นที่ก่อน ข่าวกรมปศุสัตว์ระบุว่าให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ และรายงานข่าวยังมีสายด่วนและแอป DLD 4.0 ให้ใช้ ถ้าสงสัยโรคที่ต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ประสานส่งตัวอย่างให้
ต้องรอให้สัตว์มีหลายอาการก่อนแจ้งหรือไม่
ไม่ต้องรอ ถ้ามีอาการรุนแรงเพียงอย่างเดียว เช่น หายใจหอบมากหรือคอบวมแข็ง ให้แจ้งทันที ส่วนอาการเบา เช่น เบื่ออาหารตัวเดียว ให้แยกดูอาการภายในวันนั้นและโทรปรึกษาหากไม่ดีขึ้นหรือมีตัวอื่นเป็นตาม
หน้าเว็บทางการระบุว่าน้ำท่วมครั้งนี้มีโรคอะไรระบาดโดยเฉพาะไหม
ณ ต.ค. 2569 ผู้เขียนยังไม่พบประกาศทางการที่ระบุชื่อโรคที่ระบาดจากน้ำท่วมครั้งนี้ ข่าวคำสั่งกรมปศุสัตว์ที่พบกล่าวเพียงว่าให้เฝ้าระวังโรคและอาการทั่วไป ผู้อ่านควรถามปศุสัตว์อำเภอว่าในพื้นที่ของตนมีรายงานโรคใดบ้าง
ให้ยาถ่ายพยาธิหลังน้ำลดเลยได้ไหม
หน้าโรคสัตว์ฤดูฝนของ สบส. มีแนวทางถ่ายพยาธิในโคกระบือที่อายุ 6 เดือนขึ้นไปปีละ 2 ครั้ง แต่ไม่ได้บอกว่าให้ทำทันทีหลังน้ำท่วม การเลือกตัวยาและขนาดควรให้สัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอกำหนดตามชนิดสัตว์และสภาพสัตว์ในขณะนั้น โดยเฉพาะสัตว์ที่กำลังป่วยหรือผอมมาก
สัตว์ที่ดูปกติแต่เคยแช่น้ำนาน ต้องทำอะไรไหม
ให้เฝ้าดูต่ออย่างน้อยสองสัปดาห์ด้วยการบันทึกการกินและพฤติกรรมรายวัน ตรวจกีบและผิวหนัง และให้อยู่ในพื้นที่แห้ง ระยะเวลาสองสัปดาห์เป็นข้อเสนอของผู้เขียนเพื่อให้ครอบคลุมช่วงที่โรคอาจแสดงอาการทีหลัง ไม่ใช่ตัวเลขจากประกาศทางการ ถ้าสงสัยอะไรให้ถามปศุสัตว์อำเภอ
คนเลี้ยงติดโรคจากสัตว์ได้หรือไม่
ได้ในบางโรค เช่น เลปโตสไปโรสิสที่หน้าเว็บ สบส. ระบุว่าติดต่อจากสัตว์สู่คน ผู้เลี้ยงควรสวมรองเท้าบูตและถุงมือ ล้างมือหลังสัมผัสสัตว์และคอก และไปพบแพทย์ถ้ามีไข้หลังทำงานในน้ำขัง
