ข่าว กฎหมาย มาตรฐานเผยแพร่ 6 ตุลาคม 2569

ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ คนพิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กช่วงน้ำท่วม

วิธีดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ คนพิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กช่วงน้ำท่วม เรียงตามลำดับเวลา: เตรียมยา แผนย้ายก่อนน้ำมา ป้องกันหกล้ม และสายด่วน 1669

ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ คนพิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กช่วงน้ำท่วม

คำตอบสั้น ๆ

ในบ้านที่มีคนติดเตียง ผู้สูงอายุที่เดินไม่คล่อง คนพิการ แม่ตั้งครรภ์ หรือเด็กเล็ก น้ำท่วมไม่ได้เป็นเรื่องของการยกของขึ้นที่สูงอย่างเดียว เพราะคนกลุ่มน

คำตอบเร็ว: การดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ คนพิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กช่วงน้ำท่วม ต้องเริ่มก่อนน้ำมาถึง คือเตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอและเก็บในที่แห้ง วางแผนย้ายคนที่เคลื่อนไหวเองไม่ได้ออกก่อน ระหว่างน้ำท่วมห้ามให้กลุ่มนี้ลุยน้ำ ห้ามซื้อยาป้องกันไข้ฉี่หนูกินเอง และถ้ามีคนหกล้มสงสัยกระดูกหัก ไม่เคลื่อนย้ายเอง ให้โทร 1669 (อ้างอิงกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย ข้อมูล ณ ต.ค. 2569)

ในบ้านที่มีคนติดเตียง ผู้สูงอายุที่เดินไม่คล่อง คนพิการ แม่ตั้งครรภ์ หรือเด็กเล็ก น้ำท่วมไม่ได้เป็นเรื่องของการยกของขึ้นที่สูงอย่างเดียว เพราะคนกลุ่มนี้ย้ายตัวเองไม่ได้หรือย้ายได้ช้า ยาประจำตัวขาดไม่ได้ และป่วยแล้วทรุดเร็ว กรมอนามัยระบุชัดว่ากลุ่มเปราะบางในพื้นที่น้ำท่วมได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ส่วนกรมควบคุมโรครายงานว่าในปี 2569 ผู้ป่วยไข้ฉี่หนูพบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และอาชีพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเกษตรกร บ้านเกษตรกรที่มีผู้สูงอายุจึงต้องระวังสองชั้น

บทความนี้เรียงขั้นตอนตามลำดับเวลา ก่อนน้ำมา ระหว่างน้ำท่วม และหลังน้ำลด แล้วแยกจุดที่ต้องระวังของแต่ละกลุ่มไว้ในตาราง ตัวเลขและคำแนะนำทุกข้อมาจากหน้าเผยแพร่ของกรมควบคุมโรคและกรมอนามัย ส่วนเรื่องที่ยังไม่มีประกาศทางการชัดเจน เราเขียนไว้ตรง ๆ ว่ายังไม่มี และบอกว่าควรถามหน่วยงานไหน

ขั้นที่ 1 ก่อนน้ำมา: เตรียมยา เอกสาร และแผนย้ายคน

ภาพประกอบ ขั้นที่ 1 ก่อนน้ำมา: เตรียมยา เอกสาร และแผนย้ายคน

ช่วงที่มีประกาศเตือนน้ำคือช่วงที่ยังมีเวลาตัดสินใจ อย่ารอให้น้ำเข้าบ้านแล้วค่อยหาทางย้ายผู้ป่วยติดเตียง เพราะเมื่อน้ำสูงแล้วการเคลื่อนย้ายคนที่นั่งหรือเดินเองไม่ได้จะยากและเสี่ยงทั้งผู้ป่วยและคนช่วย

  1. ยาประจำตัว: กรมควบคุมโรคแนะนำว่าผู้ป่วยโรคเรื้อรังควรเตรียมยาให้เพียงพอ ไม่ควรขาดยา และเก็บยาไว้ในที่แห้ง ป้องกันน้ำและความชื้น วิธีที่ใช้ได้จริงคือใส่ยาในถุงพลาสติกที่ปิดสนิทซ้อนสองชั้น แยกถุงละคน เขียนชื่อเจ้าของยาไว้ข้างถุง และเก็บใบนัดหรือสมุดประจำตัวผู้ป่วยไว้ในถุงเดียวกัน
  2. รายการยาและโรคประจำตัว: เขียนชื่อยา ชื่อโรค และโรงพยาบาลที่รักษาประจำไว้ในกระดาษใส่ถุงกันน้ำ ถ้าต้องไปรักษาที่อื่นหรือต้องขอยาใหม่ ข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์หรือเภสัชกรตัดสินใจได้เร็ว
  3. ตัดสินใจเรื่องการย้าย: ถ้าบ้านเคยน้ำท่วมถึงชั้นที่ผู้ป่วยอยู่ หรือผู้ป่วยต้องพึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้า ให้ย้ายไปบ้านญาติหรือจุดรองรับตั้งแต่มีประกาศเตือน ไม่รอให้ไฟดับ
  4. ของใช้เด็กเล็กและทารก: ถ้ายังให้นมแม่อยู่ ให้คงการให้นมแม่ต่อ เพราะกรมอนามัยระบุว่านมแม่เป็นอาหารที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกในภาวะภัยพิบัติ
  5. ทางเดินของผู้สูงอายุ: เก็บของที่วางเกะกะพื้นออก และเตรียมไฟฉาย เพราะเมื่อไฟดับ ผู้สูงอายุมีโอกาสหกล้มสูงขึ้น

ถ้าน้ำมาเร็วจนออกจากบ้านไม่ทัน ให้ดูขั้นตอนเอาตัวรอดในบ้านใน น้ำท่วมติดอยู่ในบ้านทำอย่างไร ขั้นตอนเอาตัวรอดระหว่างรอความช่วยเหลือ

ขั้นที่ 2 ระหว่างน้ำท่วม: จุดตัดสินใจที่สำคัญที่สุด

ระหว่างน้ำท่วม การตัดสินใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวลาสั้น ๆ ใช้เงื่อนไขด้านล่างเป็นหลัก

  • ถ้าต้องลุยน้ำ: ให้คนที่แข็งแรงในบ้านเป็นคนลุย ไม่ให้เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ป่วยลุยน้ำ กรมควบคุมโรคระบุว่าการแช่น้ำตั้งแต่ประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมีบาดแผลและรอยถลอก จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อไข้ฉี่หนู ถ้าไม่มีรองเท้าบูท ให้สวมถุงพลาสติกสะอาด
  • ถ้ามีคนตกน้ำ: ไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเอง ให้ใช้ไม้ เชือก หรืออุปกรณ์ยื่นให้จับ แล้วรีบโทร 1669
  • ถ้ายาเปียกน้ำหรือชำรุด: ไม่ควรนำมารับประทาน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
  • ถ้ามีคนพูดว่าจะไปซื้อยาป้องกันไข้ฉี่หนูมาให้ทุกคนกิน: หยุดก่อน กรมควบคุมโรคระบุว่ายาป้องกันต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ ประชาชนไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และยาบางชนิดมีข้อห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี
  • ถ้าผู้สูงอายุหกล้มและสงสัยกระดูกหัก: ไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง ให้โทร 1669
  • ถ้ามีไข้ร่วมกับปวดข้อหรือผื่น: กรมควบคุมโรคแนะนำว่า หากมีไข้ติดต่อกัน 2 วัน มีผื่น ปวดข้อ กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด ให้รีบพบแพทย์ และห้ามรับประทานยากลุ่ม NSAIDs ได้แก่ แอสไพริน และไอบรูโพรเฟน

จุดที่มักหลุดในบ้านที่มีผู้สูงอายุคือ คนในบ้านมัวแต่ขนของขึ้นที่สูงจนลืมว่าผู้สูงอายุต้องเดินผ่านพื้นเปียกเพื่อไปห้องน้ำทั้งวัน การจัดที่นอนและกระโถนหรือถุงขับถ่ายไว้ใกล้ตัวผู้สูงอายุ ช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องเดินบนพื้นลื่นลง

ตารางจุดเสี่ยงและสิ่งที่ต้องทำ แยกตามกลุ่ม

กลุ่มจุดเสี่ยงหลักช่วงน้ำท่วมสิ่งที่ต้องทำตามแหล่งทางการ
ผู้ป่วยติดเตียงย้ายตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งยาและผู้ดูแลตลอดย้ายออกก่อนน้ำสูง เตรียมยาให้เพียงพอเก็บในที่แห้ง ถ้าบาดเจ็บหรืออาการทรุดโทร 1669
ผู้สูงอายุหกล้ม และเป็นกลุ่มที่พบผู้ป่วยไข้ฉี่หนูมากที่สุดในปี 2569ใช้หลัก "รู้–ปรับ–ขยับเพิ่ม" ของกรมควบคุมโรค สงสัยกระดูกหักไม่ย้ายเอง โทร 1669 ปรึกษาเรื่องการป้องกันการหกล้มได้ที่ LINE @dipgunlom
คนพิการเคลื่อนที่หรือสื่อสารลำบากเมื่อเกิดเหตุเร่งด่วนยังไม่พบคำแนะนำเฉพาะคนพิการในแหล่งที่อ้างอิง ให้ใช้หลักเดียวกับผู้ป่วยติดเตียง คือย้ายก่อนน้ำสูงและเตรียมยาประจำตัว และติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่
หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรยาบางชนิดมีข้อห้ามใช้ไม่ซื้อยาป้องกันไข้ฉี่หนูกินเอง ใช้ยาภายใต้ดุลพินิจแพทย์ หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ
เด็กเล็กและทารกข้อห้ามใช้ยาในเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี และนมทดแทนที่ไม่เหมาะสมนมแม่ปลอดภัยที่สุด ไม่ใช้นมข้นหวาน ครีมเทียม เครื่องดื่มจากพืช หรือนมกล่อง UHT แทนนมผงทารก
ผู้ป่วยเบาหวานและโรคไตเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงของเมลิออยโดสิส (ไข้ดิน)ระยะฟักตัว 1-21 วัน มีไข้หลังสัมผัสดินหรือน้ำให้พบแพทย์ และแจ้งประวัติอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม

ผู้ป่วยติดเตียงน้ำท่วม: เรื่องที่ผู้ดูแลมักถาม

ผู้ป่วยติดเตียงมักใช้ยาหลายตัวและบางรายต้องใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่บ้าน สิ่งที่ผู้ดูแลต้องตัดสินใจคือจะดูแลต่อที่บ้านหรือย้ายออก ถ้าอุปกรณ์ของผู้ป่วยต้องใช้ไฟฟ้า ต้องคิดล่วงหน้าว่าถ้าไฟดับหรือต้องตัดไฟเพราะน้ำเข้าบ้านจะทำอย่างไร กรมควบคุมโรคเตือนว่าไม่ควรเข้าไปตรวจสอบหรือเปิด–ปิดระบบไฟฟ้าด้วยตนเองเมื่อมีน้ำ และหากพบอุปกรณ์ไฟฟ้าตกอยู่ในน้ำ ห้ามเข้าใกล้ ห้ามจับ จึงยิ่งเป็นเหตุผลให้ย้ายผู้ป่วยก่อนที่น้ำจะถึงปลั๊กไฟ

เรื่องช่องทางขอรับยาหรือบริการทางการแพทย์ที่บ้านระหว่างน้ำท่วม 2569 ในแหล่งข้อมูลทางการที่เราตรวจสอบ ยังไม่พบประกาศที่ระบุขั้นตอนชัดเจน ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยรักษาประจำโดยตรง หรือสอบถามสิทธิการรักษากับสายด่วน สปสช. 1330 ถ้าอาการทรุดลงหรือเป็นเหตุฉุกเฉิน โทร 1669

ผู้สูงอายุน้ำท่วม: กันหกล้มด้วยหลัก รู้–ปรับ–ขยับเพิ่ม

กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้สูงอายุประมาณ 1 ใน 3 หกล้มทุกปี ช่วงน้ำท่วมพื้นเปียก ไฟดับ และต้องขึ้นลงบันไดบ่อยกว่าปกติ ความเสี่ยงจึงสูงขึ้นอีก หลัก "รู้–ปรับ–ขยับเพิ่ม" ที่กรมควบคุมโรคใช้ แปลเป็นงานในบ้านได้ว่า รู้ว่าจุดไหนลื่นหรือมืด ปรับบ้านให้ทางเดินโล่งและมีแสง และให้ผู้สูงอายุขยับร่างกายอย่างปลอดภัยไม่นั่งนิ่งทั้งวัน ถ้าต้องการคำแนะนำเพิ่มเรื่องการป้องกันการหกล้ม กรมควบคุมโรคมีช่องทาง LINE @dipgunlom

หญิงตั้งครรภ์น้ำท่วม และเด็กเล็กน้ำท่วม: เรื่องยาและนม

สองกลุ่มนี้มีจุดร่วมคือต้องระวังเรื่องยาเป็นพิเศษ ยาบางชนิดที่ใช้ป้องกันไข้ฉี่หนูมีข้อห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี จึงห้ามซื้อมาให้กินตามคนอื่นในบ้าน สำหรับทารก กรมอนามัยแนะนำให้คงนมแม่ไว้ และไม่ใช้นมข้นหวาน ครีมเทียม เครื่องดื่มจากพืช หรือนมกล่อง UHT แทนนมผงสำหรับทารก ส่วนผู้ที่ต้องการบริจาคนมผง กรมอนามัยแนะนำให้ส่งผ่านหน่วยงานรัฐ

ขั้นที่ 3 หลังน้ำลด: เฝ้าดูอาการต่อ อย่าเพิ่งวางใจ

อาการของโรคที่มากับน้ำท่วมอาจปรากฏหลังน้ำลดไปแล้วหลายวัน กลุ่มเปราะบางจึงต้องเฝ้าดูต่อ

  • ไข้ฉี่หนู: กรมควบคุมโรคระบุว่ามักเริ่มมีอาการภายใน 5-14 วัน แต่อาจนานถึง 30 วัน อีกหน้าหนึ่งระบุว่าหลังสัมผัสน้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่องและหลัง ตาแดง ให้พบแพทย์
  • อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที: หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะออกน้อย
  • ผิวหนัง: หากมีผื่นแดง คัน แผลพุพอง หนังลอก ให้ทำความสะอาดและดูแลให้แห้ง ถ้าไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ ผู้ป่วยติดเตียงที่ผิวหนังเปียกชื้นนานต้องตรวจผิวบ่อยขึ้น
  • เวลาไปพบแพทย์: แจ้งประวัติการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบทุกครั้ง

ก่อนพาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุกลับเข้าบ้าน ควรให้คนแข็งแรงเข้าไปทำความสะอาดและตรวจระบบไฟฟ้าก่อน ดูลำดับงานได้ที่ ล้างบ้านหลังน้ำลดและกำจัดเชื้อราอย่างปลอดภัย ควรทำตามลำดับไหน และ กลับเข้าบ้านหลังน้ำท่วม เช็กไฟฟ้าและน้ำประปาก่อนใช้อย่างไร เพราะกลุ่มเปราะบางไม่ควรอยู่ในบ้านระหว่างที่ยังมีโคลน เชื้อรา และสารทำความสะอาด

Checklist ยาประจำตัวน้ำท่วม สำหรับผู้ดูแล

  • ยาของแต่ละคนอยู่ในถุงกันน้ำแยกกัน มีชื่อเจ้าของ
  • มีรายการชื่อยา โรคประจำตัว และโรงพยาบาลที่รักษาประจำ
  • ยาที่เปียกน้ำหรือชำรุดถูกแยกออก ไม่นำมากิน และได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรแล้ว
  • ไม่มีใครในบ้านซื้อยาป้องกันไข้ฉี่หนูกินเองโดยไม่ผ่านแพทย์
  • บันทึกเบอร์ 1669 (ฉุกเฉิน), 1422 (กรมควบคุมโรค), 1330 (สปสช.) ไว้ในกระดาษ ไม่ใช่แค่ในโทรศัพท์ที่อาจแบตหมด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รอให้น้ำเข้าบ้านก่อนค่อยย้ายผู้ป่วยติดเตียง ทำให้ต้องเคลื่อนย้ายในน้ำซึ่งเสี่ยงทั้งผู้ป่วยและผู้ช่วย
  • ซื้อยาป้องกันไข้ฉี่หนูมาแจกทุกคนในบ้าน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และเด็ก ทั้งที่กรมควบคุมโรคระบุว่าต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์
  • ตากยาที่เปียกน้ำให้แห้งแล้วกินต่อ คำแนะนำทางการคือไม่ควรนำมารับประทาน
  • ยกผู้สูงอายุที่หกล้มขึ้นเองทันที ถ้าสงสัยกระดูกหักไม่ควรเคลื่อนย้ายเอง ให้โทร 1669
  • ใช้นมข้นหวานหรือนมกล่องแทนนมผงทารก กรมอนามัยแนะนำไม่ให้ใช้แทน
  • ให้ยาแอสไพรินหรือไอบรูโพรเฟนเมื่อมีไข้ผื่นปวดข้อ กรมควบคุมโรคห้ามใช้ยากลุ่ม NSAIDs ในกรณีนี้
  • ลืมบอกแพทย์ว่าเคยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ทำให้แพทย์ขาดข้อมูลสำคัญในการวินิจฉัย

สรุป

การดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ คนพิการ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็กช่วงน้ำท่วม ได้ผลที่สุดเมื่อเริ่มก่อนน้ำมา คือเตรียมยาให้เพียงพอ เก็บในที่แห้ง และย้ายคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ออกก่อน ระหว่างน้ำท่วมห้ามให้กลุ่มนี้ลุยน้ำ ห้ามซื้อยาป้องกันไข้ฉี่หนูกินเอง และถ้าหกล้มสงสัยกระดูกหักให้โทร 1669 หลังน้ำลดให้เฝ้าดูไข้และอาการอันตรายต่อเนื่อง และแจ้งประวัติอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมทุกครั้งที่พบแพทย์ ข้อมูลสิทธิและเงินช่วยเหลือดูเพิ่มได้ที่ คู่มือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2569

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄กรมควบคุมโรค — 6 กลุ่มโรคและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (27 ก.ย. 2569) — การเตรียมยา ยาเปียกน้ำ การช่วยคนตกน้ำ ยากลุ่ม NSAIDs https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60504&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — ไข้ฉี่หนู ปัจจัยเสี่ยงและยาป้องกัน (29 ก.ย. 2569) — ข้อห้ามใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กต่ำกว่า 8 ปี https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60557&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — สถานการณ์ไข้ฉี่หนู 2569 (28 ก.ย. 2569) — กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปและเกษตรกร https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60512&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — ผู้สูงอายุหกล้ม (1 ต.ค. 2569) — หลักรู้–ปรับ–ขยับเพิ่ม และ LINE @dipgunlom https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60600&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — เมลิออยโดสิส (24 ส.ค. 2569) — ระยะฟักตัวและกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน โรคไต และระบบไฟฟ้า https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60028&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — ไฟดูดในน้ำ (29 ก.ย. 2569) — ห้ามเข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ตกอยู่ในน้ำ https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60562&deptcode=brc
  • 📄กรมควบคุมโรค — หลังน้ำลด (3 ต.ค. 2569) — แจ้งประวัติการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60651&deptcode=brc
  • 📄กรมอนามัย — ทารกและนมแม่ในภาวะภัยพิบัติ (5 ต.ค. 2569) — นมแม่และนมทดแทนที่ไม่ควรใช้ https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/051069/
  • 📄กรมอนามัย — กลุ่มเปราะบางในพื้นที่น้ำท่วม (5 ต.ค. 2569) — เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/091069/

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ยาประจำตัวเปียกน้ำท่วม ยังกินต่อได้ไหม

กรมควบคุมโรคแนะนำว่าหากยาเปียกน้ำหรือชำรุด ไม่ควรนำมารับประทาน ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา และในช่วงก่อนน้ำมาให้เตรียมยาให้เพียงพอ เก็บไว้ในที่แห้ง ป้องกันน้ำและความชื้น

หญิงตั้งครรภ์หรือเด็กเล็กที่ลุยน้ำ ควรซื้อยาป้องกันไข้ฉี่หนูกินเองไหม

ไม่ควร กรมควบคุมโรคระบุว่ายาป้องกันต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ ประชาชนไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และยาบางชนิดมีข้อห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี

ผู้สูงอายุหกล้มระหว่างน้ำท่วม สงสัยกระดูกหัก ควรทำอย่างไร

กรมควบคุมโรคแนะนำว่าไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง ให้โทร 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน

ไม่มีนมผงให้ลูก ใช้นมกล่องหรือนมข้นหวานแทนได้ไหม

กรมอนามัยแนะนำว่านมแม่เป็นอาหารที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารกในภาวะภัยพิบัติ และไม่ควรใช้นมข้นหวาน ครีมเทียม เครื่องดื่มจากพืช หรือนมกล่อง UHT แทนนมผงสำหรับทารก

ผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องใช้สิทธิรักษาหรือรับยาต่อเนื่องช่วงน้ำท่วม ติดต่อที่ไหน

ยังไม่พบประกาศทางการฉบับชัดเจนเรื่องช่องทางส่งยาถึงบ้านสำหรับน้ำท่วม 2569 ในแหล่งที่เราใช้อ้างอิง ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่รักษาประจำ หรือสอบถามสิทธิกับสายด่วน สปสช. 1330 กรณีฉุกเฉินโทร 1669

ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไตต้องระวังอะไรเพิ่มเมื่อสัมผัสดินและน้ำท่วม

กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ป่วยเบาหวานและโรคไตเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงของโรคเมลิออยโดสิส (ไข้ดิน) ซึ่งมีระยะฟักตัว 1-21 วัน หากมีไข้หลังสัมผัสดินหรือน้ำ ให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม