ประมงเผยแพร่ 25 ตุลาคม 2569

ฟื้นบ่อปลาและกระชังหลังน้ำท่วม ตรวจอะไรก่อนปล่อยปลารอบใหม่

ฟื้นบ่อปลาและกระชังหลังน้ำท่วม ตรวจคันบ่อ ตะกอน ปูน และคุณภาพน้ำตามเกณฑ์กรมประมง ก่อนปล่อยปลารอบใหม่ พร้อมสถานะความช่วยเหลือพันธุ์สัตว์น้ำ ข้อมูล ณ ต.ค. 2569

ฟื้นบ่อปลาและกระชังหลังน้ำท่วม ตรวจอะไรก่อนปล่อยปลารอบใหม่

คำตอบสั้น ๆ

ก่อนปล่อยปลารอบใหม่ให้ตรวจคันบ่อ ตะกอน การใส่ปูน และคุณภาพน้ำเทียบเกณฑ์ของกรมประมง แล้วทดลองปล่อยปลาจำนวนน้อยก่อน ส่วนความช่วยเหลือพันธุ์สัตว์น้ำ ณ ต.ค. 2569 ยังอยู่ในขั้นเสนอ

คำตอบเร็ว: ก่อนปล่อยปลารอบใหม่ให้ตรวจสี่เรื่องตามลำดับ คือ คันบ่อและกระชังว่ายังพังหรือรั่วอยู่ไหม ตะกอนและซากที่ค้างก้นบ่อ คุณภาพน้ำที่วัดได้จริงเทียบกับเกณฑ์ของกรมประมง (pH 6.5 ถึง 9.0 ออกซิเจนละลายน้ำไม่ต่ำกว่า 3 มก./ล. ความโปร่งใส 30 ถึง 60 ซม.) และแหล่งน้ำที่จะดึงเข้าบ่อว่าปลอดภัยหรือไม่ แล้วจึงถามประมงอำเภอเรื่องชนิดและขนาดลูกพันธุ์ การช่วยเหลือพันธุ์สัตว์น้ำจากภาครัฐ ณ ต.ค. 2569 ยังอยู่ในขั้นเสนอ ตามรายงานข่าว ไม่ควรรอจนเสียฤดูเลี้ยง

น้ำลดแล้ว บ่อยังเต็มน้ำสีโคลน คันบ่อด้านหนึ่งยุบ ปลาที่เหลืออยู่ลอยหัวตอนเช้า คำถามที่เจ้าของบ่อถามกันมากที่สุดคือ "ปล่อยปลาใหม่ได้เมื่อไหร่" คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ไม่มีจำนวนวันตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบ่อ เพราะสิ่งที่ตัดสินคือผลตรวจบ่อของท่านเอง บทความนี้เรียงเป็นเช็กลิสต์ตามลำดับเวลา พร้อมจุดที่ต้องหยุดตัดสินใจ

เรื่องน้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำขณะที่บ่อยังมีปลาอยู่ มีบทความแยกไว้แล้ว ดูที่ น้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำในบ่อปลาหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร บทความนี้พูดถึงขั้นตอนต่อไป คือหลังจากเหตุฉุกเฉินผ่านไปและต้องเตรียมบ่อเริ่มรอบใหม่ ส่วนปลาหลุดหรือตายและการขอชดเชยอ่านที่ ปลาหลุดหรือปลาตายเพราะน้ำท่วม

ขอบเขตข้อมูลและสิ่งที่ผู้เขียนยืนยันไม่ได้

ภาพประกอบ ขอบเขตข้อมูลและสิ่งที่ผู้เขียนยืนยันไม่ได้

ผู้เขียนไม่พบคู่มือฟื้นฟูบ่อเลี้ยงปลาหลังน้ำท่วมฉบับเต็มของกรมประมงที่ระบุทุกขั้นตอนและตัวเลข เกณฑ์ที่ใช้ในบทความนี้จึงมาจากประกาศความรู้ของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี กรมประมง สองฉบับ คือเรื่องคุณสมบัติของน้ำ (8 มิ.ย. 2564) และเรื่องปูนกับการจัดการบ่อ (8 พ.ค. 2567) ส่วนเรื่องกระชัง การตากบ่อ และอัตราปล่อยปลา ผู้เขียนไม่มีเกณฑ์ตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงานทางการ จึงเขียนเป็นหลักการและบอกว่าให้สอบถามประมงอำเภอแทน อย่าเอาตัวเลขที่เห็นในกลุ่มออนไลน์มาใช้โดยไม่ตรวจสอบ

ลำดับงานฟื้นบ่อ: ภาพรวมก่อนลงมือ

ลำดับงานตัดสินใจอะไรเกณฑ์หรือแหล่งอ้างอิง
1ถ่ายรูปความเสียหาย และตรวจคันบ่อ ประตูน้ำ กระชังซ่อมก่อนหรือรอให้น้ำนิ่งก่อนเก็บหลักฐานให้ทันกำหนดสำรวจความเสียหาย (ดูหัวข้อสิทธิช่วยเหลือ)
2เก็บปลาตายและซากสิ่งของปลาที่เหลือจะเลี้ยงต่อหรือจับออกไม่ปล่อยซากเน่าในบ่อ
3ระบายน้ำ ตากบ่อ ดูตะกอนขุดลอกหรือไม่ ตากกี่วันดูสภาพก้นบ่อเอง และปรึกษาประมงอำเภอ
4ใส่ปูนปรับดินเลือกปูนชนิดไหน เท่าไรประกาศประมงจังหวัดสระบุรี 8 พ.ค. 2567
5เติมน้ำและวัดคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์หรือยังต้องแก้ประกาศประมงจังหวัดสระบุรี 8 มิ.ย. 2564
6ทดลองปล่อยปลาจำนวนน้อยปล่อยเต็มรอบหรือรอต่อข้อเสนอแนวปฏิบัติของผู้เขียน ไม่ใช่เกณฑ์ราชการ
7ปล่อยลูกพันธุ์รอบใหม่ชนิด ขนาด จำนวนสอบถามประมงอำเภอ

ขั้นที่ 1: ตรวจคันบ่อและโครงสร้างก่อนทำอย่างอื่น

เดินรอบบ่อหลังน้ำนิ่งแล้ว ดูสามจุด คือรอยทรุดหรือรอยแตกตามแนวคัน จุดที่น้ำซึมออกด้านนอก และท่อหรือประตูน้ำที่อาจมีเศษไม้อุดหรือหลุดจากตำแหน่ง ถ้าคันบ่อยังซ่อมไม่เสร็จ การเติมน้ำใหม่จะทำให้บ่อรั่วอีก และน้ำที่ไหลออกจะพาปลาที่ปล่อยใหม่ออกไปด้วย

ประสบการณ์ที่พบบ่อยคือคนซ่อมคันบ่อด้วยดินใหม่แล้วรีบเติมน้ำทันที ดินที่ถมใหม่ยังไม่อัดตัว ฝนครั้งแรกหลังจากนั้นก็พังซ้ำ ควรเว้นให้ดินแห้งและบดอัดก่อน และดูพยากรณ์ฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกอบการตัดสินใจ

สำหรับกระชัง ตรวจโครงลอย ทุ่น ตาข่าย เชือกยึด และจุดผูกกับหลักหรือสมอ ถ้ากระชังเคยถูกน้ำหลากพัดเอียง ตาข่ายอาจขาดเป็นรอยเล็กที่มองไม่เห็นจากด้านบน ให้ยกขอบขึ้นตรวจใต้น้ำเท่าที่ทำได้ รายละเอียดการซ่อมกระชังดู กระชังปลาน้ำท่วม ป้องกันและซ่อมอย่างไร

ขั้นที่ 2: เก็บซากและตรวจก้นบ่อ

ปลาที่ตายแล้วจมก้นบ่อจะย่อยสลายและใช้ออกซิเจนในน้ำ รวมถึงทำให้แอมโมเนียสูง ควรเก็บออกให้หมดและกำจัดด้วยการฝังในที่ห่างจากบ่อและแหล่งน้ำ ขั้นตอนการขอรับการชดเชยกรณีสัตว์น้ำตายมีเงื่อนไขของมัน ให้ถ่ายรูปก่อนกำจัดเสมอ

ตะกอนที่น้ำหลากพามาทับหน้าดินก้นบ่อเป็นอีกเรื่อง หากหนาจนเหยียบแล้วจมลึก มีกลิ่นเหม็นแบบไข่เน่า หรือมีคราบมันลอยเมื่อตักขึ้นมา ให้ถือว่าผิดปกติ อย่าเพิ่งเติมน้ำ ผู้เขียนไม่มีเกณฑ์ความหนาตะกอนจากหน่วยงานทางการ ใช้วิธีง่าย ๆ คือเอาไม้เสียบวัดความลึกของตะกอนและให้ประมงอำเภอดูภาพถ่ายหรือมาดูหน้างาน ถ้าบริเวณนั้นมีโรงงานหรือสารเคมีเกษตรอยู่เหนือน้ำ ควรแจ้งประมงอำเภอด้วย เพราะน้ำมันและสารเคมีที่ตกค้างอาจฝังอยู่ในตะกอน เรื่องฟื้นดินของแปลงพืชที่เจอปัญหาน้ำมันและสารเคมีอ่านเทียบได้ที่ น้ำท่วมพาน้ำมันและสารเคมีเข้าแปลงผัก ต้องฟื้นดินอย่างไร แต่ของบ่อปลาให้ปรึกษาประมงเป็นหลัก

ขั้นที่ 3: ตากบ่อและตัดสินใจเรื่องขุดลอก

การตากบ่อมีเหตุผลสามข้อ คือให้ก้นบ่อแห้งเพื่อเร่งการย่อยสลายอินทรียวัตถุ ให้ศัตรูปลาและปลาที่ไม่ต้องการที่หลบอยู่ตายหรือถูกจับออก และให้ลงมือใส่ปูนได้อย่างทั่วถึง ผู้เขียนไม่พบเกณฑ์ราชการเรื่องจำนวนวันตาก เพราะขึ้นกับชนิดดิน อากาศ และความหนาของตะกอน ให้ดูสัญญาณแทนวัน ก้นบ่อแตกระแหงเล็กน้อยและเหยียบแล้วไม่ยวบ คือพร้อมสำหรับขั้นต่อไป หากหน้าฝนยังตกบ่อย ไม่ควรฝืนตากจนน้ำใหม่เข้ามาซ้ำ ให้ปรึกษาประมงอำเภอว่าควรใช้วิธีอื่นหรือไม่

บ่อที่ไม่สามารถสูบน้ำออกหมดได้ เช่น พื้นที่ราบต่ำที่น้ำใต้ดินสูง มีทางเลือกคือถ่ายน้ำหลายครั้งจนใสพอสมควรแล้วเน้นการตรวจคุณภาพน้ำเข้ม ๆ หลังเติมน้ำ แทนการตากให้แห้ง

ขั้นที่ 4: ใส่ปูน เลือกชนิดให้ถูก

ประกาศของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี (8 พ.ค. 2567) อธิบายปูนสามชนิดที่ใช้กับบ่อสัตว์น้ำและอัตราที่ระบุสำหรับการเตรียมบ่อ ซึ่งสรุปได้ตามตาราง

ชนิดปูนลักษณะตามประกาศอัตราเตรียมบ่อที่ระบุข้อจำกัดที่ระบุ
ปูนคาร์บอเนต (ปูนมาร์ล ปูนโดโลไมต์)ไม่ผ่านการเผา ออกฤทธิ์ช้าและนาน150 ถึง 200 กก./ไร่ สำหรับบ่อทั่วไป หรือประมาณ 300 กก./ไร่ สำหรับบ่อเชิงพาณิชย์ที่ใช้ซ้ำปรับสภาพน้ำระหว่างเลี้ยงได้ แต่ถ้าน้ำสีเขียวเข้มให้ใช้ปูนมาร์ล ไม่ใช้โดโลไมต์
ปูนไฮดรอกไซด์ (ปูนขาว)ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้ pH ขึ้นและลงเร็ว100 ถึง 150 กก./ไร่ไม่เหมาะกับบ่อที่มีสัตว์น้ำอยู่
ปูนออกไซด์ (ปูนร้อน)กัดกร่อน ออกฤทธิ์เร็วมาก100 กก./ไร่ สำหรับบ่อที่เคยเกิดโรคหรือกำจัดศัตรูปลาไม่เหมาะกับบ่อที่มีสัตว์น้ำอยู่

ข้อสังเกตจากตาราง ถ้าบ่อของท่านอยู่ในสภาพตากแห้งและไม่มีปลา ทุกชนิดใช้ได้ตามข้อจำกัด แต่ถ้ายังมีปลาที่ตั้งใจเก็บไว้ ปูนคาร์บอเนตเป็นชนิดที่ประกาศแนะนำสำหรับปรับสภาพระหว่างการเลี้ยง สำหรับตัวเลขในตารางเป็นอัตราจากประกาศ ผู้เขียนยังแนะนำให้ถามประมงอำเภอก่อนใช้จริงเพราะบ่อเนื้อดินกรดจัดกับบ่อดินเหนียวต้องการต่างกัน และประกาศเองก็ระบุว่าเนื้อหามีการปะปนระหว่างปูนเกษตรและบ่อสัตว์น้ำ ปูนที่หาซื้อในพื้นที่อาจไม่ตรงชนิด ให้อ่านฉลากว่าเป็นสารประกอบอะไรก่อนซื้อ

ประกาศฉบับเดียวกันระบุช่วง pH ที่เหมาะกับสัตว์น้ำคือ 6.5 ถึง 9.0 และระบุว่าน้ำเป็นกรดพบบ่อยในบ่อใหม่ บ่อเก่าหรือบ่อรกร้างที่มีซากพืชหมัก และหลังฝนตกในบางพื้นที่ ซึ่งตรงกับสภาพบ่อหลังน้ำท่วมที่มีใบไม้และหญ้าเน่าทับถม

ขั้นที่ 5: เติมน้ำ แล้ววัดคุณภาพน้ำก่อนตัดสินใจ

ประกาศ "ว่าด้วยเรื่องน้ำ คุณสมบัติของน้ำกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ" ของสำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี (8 มิ.ย. 2564) ให้เกณฑ์ที่ใช้ได้โดยตรง สรุปเป็นตารางสำหรับตัดสินใจก่อนปล่อยปลาดังนี้

ค่าที่ควรวัดเกณฑ์ตามประกาศถ้าค่าอยู่นอกเกณฑ์
pHเหมาะสม 6.5 ถึง 9.0 ต่ำกว่า 4.0 อันตรายถึงตายได้ ช่วง 4.0 ถึง 6.0 ผลผลิตต่ำ ค่า pH ไม่ควรเปลี่ยนเกิน 2 หน่วยในหนึ่งวันยังไม่ปล่อยปลา ปรึกษาประมงเรื่องปูนหรือการถ่ายน้ำ
ออกซิเจนละลายน้ำ (DO)ไม่ควรต่ำกว่า 3 มก./ล. ต่ำกว่านี้ควรเป็นช่วงสั้น ๆ ราว 2 ถึง 3 ชั่วโมง ต่ำกว่า 1.0 มก./ล. นาน ๆ เป็นอันตรายเพิ่มการเติมอากาศและตรวจซ้ำ ดูบทความน้ำขุ่นและออกซิเจนต่ำ
ความโปร่งใสของน้ำเหมาะสม 30 ถึง 60 ซม. ต่ำกว่า 30 ซม. แสดงว่าขุ่นหรือแพลงก์ตอนมากเกินไป สูงกว่า 60 ซม. แสดงว่าแหล่งน้ำไม่สมบูรณ์ขุ่นคือรอตะกอนหรือถ่ายน้ำ ใสเกินไปคือยังไม่มีอาหารธรรมชาติ
สารแขวนลอย25 ถึง 80 มก./ล. ผลผลิตดี 80 ถึง 400 ผลผลิตลดลง มากกว่า 400 เลี้ยงไม่ได้ผลปล่อยให้น้ำตกตะกอนก่อน ไม่ปล่อยปลาในน้ำโคลนข้น
สารพิษอื่นประกาศกล่าวถึงโลหะหนัก สารเคมีเกษตร แอมโมเนีย และไนไตรต์ว่าเป็นสารพิษที่ต้องระวัง ไม่ได้ให้ตัวเลขเกณฑ์ในหน้านั้นถ้าสงสัยว่าน้ำปนเปื้อน ให้ขอความช่วยเหลือจากประมงตรวจ อย่าเดาเอง

ประกาศเดียวกันแนะนำให้วัด pH และออกซิเจนช่วงเช้ามืดกับช่วงบ่าย เพราะสองค่านี้ขึ้นลงตามการสังเคราะห์แสงและการหายใจของแพลงก์ตอน ถ้าวัดเฉพาะตอนบ่ายแดดจัด ค่าจะดูดีกว่าความจริงตอนใกล้รุ่ง เกษตรกรที่ไม่มีชุดตรวจน้ำสามารถขอให้ประมงอำเภอหรือศูนย์วิจัยประมงน้ำจืดใกล้บ้านช่วยตรวจ ชุดตรวจน้ำสำหรับ pH และแอมโมเนียหาซื้อได้ทั่วไป ราคาแตกต่างตามยี่ห้อและร้าน ผู้เขียนไม่ระบุตัวเลขเพราะไม่มีแหล่งราคาที่ลงวันที่

ตัวอย่างกรณีน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี: ทำไมต้องถามประมงก่อนดึงน้ำ

ตามรายงานข่าวช่วง 24 ถึง 25 ต.ค. 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขากรณีปลาตาย และรายงานค่าอะลูมิเนียมอยู่ในช่วง 0.559 ถึง 3.547 มก./ล. ค่าแอมโมเนีย 0.22 ถึง 0.48 มก./ล. ซึ่งคพ.แก้ไขหลังพบว่ารายงานก่อนหน้าสลับตัวเลขกัน รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่ายังไม่สรุปสาเหตุปลาตาย และ คพ.จะเก็บตัวอย่างตะกอนดินหลังน้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติ ส่วนสำนักงานประมงจังหวัดปราจีนบุรีตรวจสัตว์น้ำ 9 ตัวอย่างเมื่อ 21 ต.ค. 2569 พบปรอท แคดเมียม และตะกั่วไม่เกินเกณฑ์ แต่ไม่ได้ประเมินอะลูมิเนียม

บทเรียนสำหรับเจ้าของบ่อทั่วไปมีสองข้อ ข้อแรก อย่าสรุปว่าน้ำจากแม่น้ำที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมใช้ได้เลยเพียงเพราะตาเห็นว่าใส ข้อที่สอง ถ้าท่านอยู่ในพื้นที่ที่ทางการกำลังตรวจสอบสาเหตุปลาตาย ให้ขอคำแนะนำประมงอำเภอก่อนสูบน้ำเข้าบ่อ บทความนี้ไม่ได้บอกว่าแม่น้ำสายใดปลอดภัยหรือไม่ เพราะข้อมูลที่มียังไม่สรุปผล

ขั้นที่ 6: ทดลองปล่อยปลาจำนวนน้อยก่อน

ส่วนนี้เป็นข้อเสนอแนวปฏิบัติของผู้เขียน ไม่ใช่เกณฑ์ราชการ ถ้าบ่อผ่านเกณฑ์ที่วัดได้ ให้ลองปล่อยปลาชนิดเดียวกับที่จะเลี้ยงจำนวนน้อยใส่กระชังเล็กหรือถุงตาข่ายแช่ในบ่อสักสองสามวัน สังเกตว่าปลาว่ายปกติ กินอาหาร ไม่ลอยหัวตอนเช้า ถ้าปลาทดลองตายหรือผิดปกติ แปลว่าน้ำยังมีปัญหาที่ตัวเลขที่วัดไม่ได้บอก เช่น สารปนเปื้อน ให้หยุดและแจ้งประมง การทดลองนี้เสียต้นทุนน้อยกว่าการปล่อยทั้งรอบแล้วต้องขาดทุนทั้งหมด

ขั้นที่ 7: ลูกพันธุ์ และการขอความช่วยเหลือจากกรมประมง

เรื่องชนิด ขนาด และอัตราปล่อยลูกพันธุ์ ผู้เขียนไม่พบตัวเลขจากกรมประมงที่ใช้ได้กับทุกบ่อ ให้ถามประมงอำเภอตามชนิดปลาที่เลี้ยง และควรซื้อจากแหล่งที่มีใบรับรองหรือศูนย์ของกรมประมงเมื่อทำได้

ด้านการช่วยเหลือ ตามรายงานข่าวของฐานเศรษฐกิจ (18 ต.ค. 2569) เรื่องน้ำท่วมปราจีนบุรี มีสถานะดังนี้

เรื่องสถานะตามรายงานข่าว 18 ต.ค. 2569ที่ต้องทำ
สำรวจความเสียหายและทำแบบคำขอ กษ 01สำนักงานประมงจังหวัดและประมงอำเภอสำรวจและรวบรวมรายชื่อ ให้เสร็จภายใน 31 ต.ค. 2569 และยื่นคำขอแล้ว 279 ราย ณ 16 ต.ค. 2569 (ข้อมูลของจังหวัดปราจีนบุรี)ติดต่อประมงอำเภอโดยเร็ว อย่าเพิ่งทำลายหลักฐานความเสียหาย
ขอใช้งบกลางจาก ครม.เสนอ ยังไม่อนุมัติติดตามประกาศ
ช่วยพันธุ์สัตว์น้ำ อาหาร กระชัง อุปกรณ์เสนอ รอการอนุมัติงบกลางยังไม่ควรวางแผนการเงินโดยนับว่าจะได้
เกษตรกรที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ (ยังไม่เห็นหลักเกณฑ์ละเอียด)ถามประมงอำเภอว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร

ข่าวเดียวกันระบุว่ายังไม่มีมาตรการใดได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ ณ วันที่ข่าว ผู้เขียนจึงยังไม่ใช้คำว่า "ได้รับพันธุ์ปลาฟรี" ในบทความนี้ และไม่ทราบวันที่ ครม. จะพิจารณา ผู้อ่านควรเช็กความคืบหน้ากับสำนักงานประมงจังหวัด กรมประมง หรือประกาศคณะรัฐมนตรีจริง ถ้าอยู่ในจังหวัดอื่น กำหนดและเงื่อนไขอาจต่างออกไป เรื่องสิทธิโดยรวมของคนเลี้ยงปลาอ่านเพิ่มที่ ชาวประมงและคนเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง น้ำท่วม มีสิทธิช่วยเหลืออะไรบ้าง

ตัวอย่างการคิดต้นทุนก่อนตัดสินใจเริ่มรอบใหม่

ตัวเลขด้านล่างเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อสอนวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริง และไม่ใช่ข้อมูลจากหน่วยงาน ใส่ตัวเลขของท่านเองแทน

รายการตัวอย่างสมมติฐานของตัวเลข
ปูนเตรียมบ่อ2 ไร่ x 150 กก./ไร่ = 300 กก.ใช้ 150 กก./ไร่ ซึ่งอยู่ในช่วงของประกาศ ส่วนราคาต่อกิโลกรัมให้ใส่ตามร้านใกล้บ้าน
ค่าตรวจน้ำใส่ราคาชุดตรวจหรือค่าจ้างตรวจจริงท่านต้องหาราคาเอง
ลูกพันธุ์ใส่จำนวนที่ประมงอำเภอแนะนำ x ราคาต่อตัวราคาต่อตัวขึ้นกับชนิดและขนาด ผู้เขียนไม่ระบุตัวเลข
อาหารและค่าแรงตามรอบเลี้ยงจริงใช้จากสมุดบันทึกรอบก่อน

สูตรที่ใช้ต่อไปคือ ต้นทุนรวม เท่ากับต้นทุนคงที่บวกต้นทุนผันแปร และกำไรสุทธิเท่ากับรายได้รวมลบต้นทุนรวม ถ้าไม่แน่ใจว่าควรกู้เงินมาเริ่มรอบใหม่หรือไม่ ให้อ่านแนวคิดการวางแผนหนี้ที่ หนี้เกษตรกรหลังน้ำท่วม วางแผนจ่ายหนี้และหาทุนปลูกรอบใหม่ และถ้าบ่อของท่านอยู่ติดแปลงนาที่เพิ่งท่วม ดูเรื่องดินที่ ฟื้นฟูดินหลังน้ำท่วม ตรวจอะไรก่อนปลูกใหม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เติมน้ำและปล่อยปลาในวันเดียวกัน โดยไม่รอให้ตะกอนนิ่งและไม่วัดคุณภาพน้ำเลย
  • ใช้ปูนร้อนหรือปูนขาวในบ่อที่ยังมีปลา ซึ่งประกาศของประมงระบุว่าไม่เหมาะ
  • วัดน้ำตอนบ่ายแล้วตัดสินใจ ทั้งที่ค่าที่เสี่ยงที่สุดคือช่วงใกล้รุ่ง
  • ดึงน้ำจากแม่น้ำหรือคลองที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมเข้าบ่อทันทีโดยไม่เช็กว่ามีเหตุปลาตายหรือการปนเปื้อนในพื้นที่
  • ซ่อมคันบ่อไม่เสร็จก็เติมน้ำ ทำให้ลงทุนค่าปูนและพันธุ์ปลาไปก่อนแล้วรั่วอีก
  • รอเงินช่วยเหลือจนเลยฤดูเลี้ยง ทั้งที่ ณ ต.ค. 2569 มาตรการยังอยู่ในขั้นเสนอ
  • ทิ้งซากปลาและขยะในบ่อหรือใกล้บ่อ ซากกลายเป็นแหล่งเชื้อและทำให้น้ำเสียซ้ำ
  • ไม่เก็บหลักฐานภาพถ่ายก่อนทำความสะอาด ทำให้ขอการสำรวจความเสียหายไม่ทัน

สรุป

การปล่อยปลารอบใหม่หลังน้ำท่วมควรตัดสินจากผลตรวจจริงของบ่อ ไม่ใช่จากปฏิทิน เรียงงานตามลำดับ คือซ่อมคันและกระชัง เก็บซาก ตากบ่อและปรับดินด้วยปูนชนิดที่เหมาะ เติมน้ำและวัด pH ออกซิเจน ความโปร่งใส แล้วทดลองปล่อยปลาจำนวนน้อยก่อนปล่อยเต็มรอบ ส่วนความช่วยเหลือด้านพันธุ์สัตว์น้ำ ณ ต.ค. 2569 ยังอยู่ในขั้นเสนอ ให้เก็บหลักฐานความเสียหายและติดต่อประมงอำเภอให้ทันกำหนดสำรวจ ในพื้นที่ที่ทางการยังตรวจสอบคุณภาพน้ำ ให้ถามประมงก่อนดึงน้ำเข้าบ่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • 📄สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี กรมประมง — ประกาศ "ว่าด้วยเรื่องน้ำ คุณสมบัติของน้ำกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ" (8 มิ.ย. 2564) เกณฑ์ pH DO ความโปร่งใส สารแขวนลอย https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_announce/9/8055
  • 📄สำนักงานประมงจังหวัดสระบุรี กรมประมง — ประกาศเรื่องปูนกับการจัดการบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ (8 พ.ค. 2567) ชนิดปูน อัตราเตรียมบ่อ และข้อจำกัด https://www4.fisheries.go.th/local/index.php/main/view_announce/9/16473
  • 📄ฐานเศรษฐกิจ (18 ต.ค. 2569) — รายงานมาตรการช่วยเหลือผู้เลี้ยงสัตว์น้ำน้ำท่วมปราจีนบุรี กำหนดสำรวจ กษ 01 ภายใน 31 ต.ค. 2569 และสถานะขอใช้งบกลาง (เสนอ) https://www.thansettakij.com/economy/671724
  • 📄กรมควบคุมมลพิษ ผ่านเดลินิวส์ (24 ต.ค. 2569) — ผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี และแผนเก็บตะกอนดิน https://www.dailynews.co.th/news/6300867/
  • 📄สำนักนายกรัฐมนตรี ผ่านฐานเศรษฐกิจ (25 ต.ค. 2569) — การแถลงว่ายังไม่สรุปสาเหตุปลาตาย และผลตรวจสัตว์น้ำของประมงจังหวัดปราจีนบุรี https://www.thansettakij.com/general-news/672189

ข้อมูลราคา ปริมาณการใช้สารเคมี และคำแนะนำทางการเกษตรอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและนโยบาย โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

บทความชุดเดียวกันและเรื่องต่อยอดที่ช่วยให้เห็นภาพครบขึ้น

สินค้าที่อาจเป็นประโยชน์

หากคุณยังไม่รู้จะเริ่มหาอุปกรณ์หรือปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้องยังไง สินค้าด้านล่างนี้อาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่

ปั๊มโคลนสแตนเลส ปั๊มน้ำเสียไหลสูง

ปั๊มโคลนสแตนเลส ปั๊มน้ำเสียไหลสูง

ปั๊มจุ่ม/ไดโว่

จุ่มลงน้ำเพื่อสูบระบายน้ำขังหรือสูบน้ำจากบ่อขึ้นมาใช้

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดท่อออก (นิ้ว) ให้ตรงกับสายที่จะต่อ
  • วัตต์และไฟที่ใช้ (220V หรือ DC)
สายส่งน้ำผ้าร่ม 10 นิ้ว ความยาว10-50

สายส่งน้ำผ้าร่ม 10 นิ้ว ความยาว10-50

สายยาง/สายส่งน้ำ

ใช้ส่งน้ำจากปั๊มหรือก๊อกไปยังแปลง หรือต่อปั๊มระบายน้ำออกนอกพื้นที่

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (นิ้ว/มม.) ให้ตรงกับปากปั๊มหรือข้อต่อ
  • ความยาวต่อม้วน
ถุงกันน้ำท่วม ไม่ต้องใส่ทราย

ถุงกันน้ำท่วม ไม่ต้องใส่ทราย

ถุงกั้นน้ำท่วม

วางกั้นแนวประตูหรือทางน้ำเข้าเพื่อชะลอน้ำเข้าบ้าน โรงเก็บ หรือคอกสัตว์

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดถุงและจำนวนที่ต้องใช้ตามความกว้างประตูหรือแนวที่จะกั้น
  • เวลาแช่น้ำก่อนใช้และใช้ซ้ำได้หรือไม่ตามที่ร้านระบุ
ถุงกันน้ำท่วม ถุงใบใหญ่ ถุงหนาเหนียว

ถุงกันน้ำท่วม ถุงใบใหญ่ ถุงหนาเหนียว

ถุงใหญ่เก็บของหนีน้ำ

ใช้ห่อหรือคลุมของใหญ่ เช่น ที่นอน ตู้ หรือรถจักรยานยนต์ ระหว่างย้ายของหนีน้ำ

เช็กก่อนซื้อ

  • ขนาดถุงเทียบกับของที่จะใส่ (ฟุตของเตียง ขนาดตู้ หรือรถ)
  • ความหนาของพลาสติกตามที่ร้านระบุ

ลิงก์ไปยัง Shopee เป็นลิงก์พันธมิตร (affiliate link) หากคุณสั่งซื้อผ่านลิงก์ เว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชันโดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ราคาและรายละเอียดจริงอาจต่างกันในแต่ละร้าน กรุณาตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

ปล่อยปลารอบใหม่ได้ภายในกี่วันหลังน้ำลด

ไม่มีจำนวนวันตายตัวจากแหล่งทางการที่ผู้เขียนพบ ให้ใช้เงื่อนไขแทน คือซ่อมคันเสร็จ เก็บซากแล้ว เติมน้ำแล้ววัดได้ pH 6.5 ถึง 9.0 DO ไม่ต่ำกว่า 3 มก./ล. ความโปร่งใส 30 ถึง 60 ซม. ซึ่งเป็นเกณฑ์ของประกาศประมงจังหวัดสระบุรี แล้วค่อยทดลองปล่อยปลาจำนวนน้อย

ต้องใส่ปูนทุกบ่อหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป ประกาศของประมงระบุว่าปูนมีไว้ปรับ pH และความเป็นด่างของน้ำและดินก้นบ่อ ถ้าวัด pH ได้อยู่ในช่วง 6.5 ถึง 9.0 อยู่แล้วและน้ำไม่ผิดปกติ ให้ถามประมงอำเภอว่าจำเป็นต้องใส่ในบ่อของท่านหรือไม่ อย่าใส่เกินเพราะ pH ที่พุ่งสูงเป็นปัญหาเช่นกัน

กระชังที่ตาข่ายขาดนิดเดียวใช้ต่อได้ไหม

ถ้าเป็นรอยเล็กและซ่อมให้แน่นได้ก็ใช้ต่อได้ แต่ต้องตรวจทั้งผืน ไม่ใช่เฉพาะจุดที่เห็น เพราะลูกปลาตัวเล็กหลุดผ่านรูเล็กได้ ถ้าตาข่ายเก่าและเปื่อยหลายจุดอาจต้องเปลี่ยน ซึ่งเข้าข่ายของที่ขอช่วยเหลือได้ถ้ามาตรการอนุมัติ ตามรายงานข่าวที่ระบุกระชังและอุปกรณ์ไว้ในสิ่งที่เสนอ

ขอพันธุ์ปลาจากกรมประมงได้เมื่อไหร่

ณ ต.ค. 2569 ตามรายงานข่าวของฐานเศรษฐกิจ การช่วยเหลือเรื่องพันธุ์สัตว์น้ำอยู่ในขั้นเสนอขอใช้งบกลาง ยังไม่ได้รับอนุมัติ ผู้เขียนไม่พบประกาศทางการที่ระบุวันที่เริ่มแจกพันธุ์ ให้สอบถามประมงอำเภอหรือสำนักงานประมงจังหวัดโดยตรง

น้ำบ่อใสแล้ว แปลว่าปลอดภัยแล้วใช่ไหม

ไม่เสมอไป ประกาศของประมงระบุว่าน้ำที่ใสมากเกิน 60 ซม. อาจแสดงว่าแหล่งน้ำไม่สมบูรณ์ และสารพิษหลายชนิด เช่น แอมโมเนีย ไนไตรต์ โลหะหนัก สารเคมีเกษตร ไม่เห็นด้วยตา ต้องใช้ผลตรวจและการทดลองปล่อยปลาจำนวนน้อยประกอบ